เมื่อวันที่ 10 เม.ย. วันสุดท้ายของมหกรรมยางพารา 2564 “นครฯ แห่งนวัตกรรมยางพารา” จัดโดย การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ที่สนามการยางแห่งประเทศไทย เขตภาคใต้ตอนกลาง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช มีประชาชนจำนวนมากทยอยมาร่วมงานไม่ขาดสาย โดยเฉพาะเกษตรกรสวนยางในจ.นครศรีธรรมราช และใกล้เคียง ที่มาชมนิทรรศการความรู้เรื่องยางพารา รวมทั้งนวัตกรรมใหม่ๆ จากหน่วยงานที่สนับสนุนอุตสาหกรรมยางพาราไทยให้โตไกลระดับโลก รวมทั้งเข้าฟังเสวนา และเข้าร่วม เวิร์กช็อปต่างๆ โดยวิทยากรชั้นนำ ที่คลุกคลีกับอุตสาหกรรมยางพารา ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

แชมป์ – ทีมขุนพลปากพนังชนะการแข่งขันนกกรงหัวจุก สาขา เจ้าเสียงทอง ส่วนทีมอัศวินเสียงทองชนะสาขาสากลดาวรุ่ง ในมหกรรมยางพารา 2564 นครฯ แห่งนวัตกรรมยางพารา ที่สนามการยางฯ อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 10 เม.ย.
ภายในงาน กยท.เปิดโซนจับคู่ธุรกิจและเจรจาการค้า ให้ผู้ซื้อและผู้ขายได้มาเจอกัน ผลักดันเศรษฐกิจการค้ายางพาราไทยสู่การค้าระดับนานาชาติ รวมทั้งเปิดโซนเมืองนครฯ มาร์เก็ต ตลาดสินค้าชุมชนต้นแบบ โดย กยท. ได้รวบรวมสินค้าและผลิตภัณฑ์จากยางพารามาจัดแสดงและจำหน่าย ส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อยให้ได้พบลูกค้าและคู่ค้า ควบคู่กับการส่งเสริม อัตลักษณ์ผลิตภัณฑ์ยางพาราท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้นในระดับประเทศ กยท. ยังเป็นสะพานเชื่อมโยงนวัตกรรมสู่ความยั่งยืน นำเสนอไอเดียสร้างสรรค์สร้างมูลค่าเพิ่มยางพาราในรูปแบบผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากมาย เช่น กรวยยางจราจรและเสาล้มลุก แผ่นยางกันชนครอบแบริเออร์คอนกรีต น้ำยางเคลือบใยสังเคราะห์ปูบ่อสระน้ำ กระชังบก (แท็งก์น้ำยางพารา) แฟชั่นเครื่องแต่งกายด้วยผลิตภัณฑ์จากยางพารา เป็นต้น
นายณรงค์ศักดิ์ ใจสมุทร ผู้อำนวยการ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เขตภาคใต้ตอนกลาง กล่าวว่า โควิดทำให้ต้องปรับตัวเข้าสู่การเวิร์ก ฟรอม โฮม ทำให้การติดต่อสื่อสารภายในหน่วยงานราชการ และการสื่อสารกับพี่น้องชาวสวนยางยากขึ้น แต่ก็เป็นโอกาสให้นำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อให้ชาวสวนยางที่มีปัญหาและต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่ได้อย่างรวดเร็ว

ความสำเร็จ – นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ร่วมกิจกรรมวันสุดท้ายมหกรรมยางพารา 2564 ‘นครฯ แห่ง นวัตกรรมยางพารา’ ประสบความสำเร็จ ด้วยดี ที่สนามการยางฯ อ.ช้างกลาง จ.นครศรี ธรรมราช เมื่อวันที่ 10 เม.ย.
“กยท. พัฒนาระบบการให้บริการข่าวสารข้อมูล เพื่อพี่น้องเกษตรกร มีแอพพลิเคชั่นที่ใช้เพื่อประเมินว่า สวนยางของพี่น้องเกษตรกรควรมีการจัดการอย่างไร เพื่อให้ในช่วงวิกฤตแบบนี้ พี่น้องชาวสวนยางสามารถเดินหน้าประกอบอาชีพได้ต่อ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้”
นายพูลธวัช เล่าประวัติชัย กรรมการเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง กยท. ระดับประเทศ ชี้ว่า ทางรอดประการสำคัญในวิกฤตนี้ คือ การทำสวนยางยั่งยืน เปลี่ยนจากการทำสวนยางเชิงเดี่ยวแบบเดิมๆ ที่เน้นปลูกแต่ยาง ให้เป็นป่ายาง ที่ปลูกพืชอื่นๆ เพิ่มเติม และแม้ตอนนี้ชาวสวนยางจำนวนมากยังมีรายได้จากยาง ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการ เพื่อนำมาทำถุงมือยางใช้ในทางการแพทย์ แต่ก็ต้องจับตาว่า หากเปลี่ยนให้โรคโควิดเป็นโรคประจำถิ่น จะกระทบต่อเกษตรกรมากน้อยแค่ไหน ดังนั้นทุกคนต้องปรับตัวตลอดเวลา เพื่อได้รับผลประโยชน์อย่างยั่งยืน