ดับพี่เมียกับผัวตร.แกะรอย6วันจนมุมที่มหาชัย
จับแล้วน้องเขยปืนโหด ยิงพี่เมีย-สามี อดีตประธานสภาทต.นาดี ดับ 3 ศพบนถนนกลางเมืองสมุทรสาคร ผบช.ภาค 7 นำทีมแถลงเองหลังตำรวจไล่ล่าคนร้ายที่หนีไปกบดานถึงกรุงเทพฯ ได้ ยังอุบไต๋ปมสังหารหวั่นเสียรูปคดี แต่มั่นใจหลักฐานมัดแน่นดิ้นไม่หลุด ขู่จับอีกคนให้ที่ซ่อนผู้ต้องหาขณะหลบหนี เชื่อมีเยอะแต่หนีไม่พ้นแน่
จากกรณีคนร้ายก่อเหตุสะเทือนขวัญยิงดับ 3 ศพ ประกอบด้วย นางศรีเวียง เพ็ชรบูชา อายุ 63 ปี, นายสาธิต เพ็ชรบูชา อายุ 59 ปี สามีนางศรีเวียง และนายพยอม พลายจันทร์ อายุ 64 ปี อดีตประธานสภาเทศบาลตำบลนาดี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านกัน เหตุเกิดภายในซอยผู้ใหญ่เสริม ม.1 ต.นาดี อ.เมืองสมุทรสาคร ก่อนหลบหนีไปกบดาน เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 8 เม.ย. ต่อมา พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 สั่งการเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว เพราะถือเป็นเหตุอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมากนั้น
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 เม.ย. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.อภิชาติ วรรณภักดิ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.อ.พัฒน์ปกรณ์ ชั้นประเสริฐ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.อ.ธนากร วงศ์สิริลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร พ.ต.อ.ยอดชาย แก้วเรือง ผกก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร พ.ต.ท.ชุมพร ฉัตร์สงวนชัย รองผกก.ป.สภ.เมืองสมุทรสาคร และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการฯ ร่วมแถลงผลจับกุมตัวนายธีรเมศร์ แก้วหะ อายุ 55 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร ที่ 88/2565 ลงวันที่ 8 เม.ย.2565
ซึ่งตั้งข้อหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฆ่า ผู้อื่นโดยเจตนา, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านโดยเปิดเผย หรือโดยไม่มีเหตุอันควร” พร้อมรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 100 สีเทา หมายเลขทะเบียน กบค 270 สมุทรสาคร ซึ่งใช้ในการหลบหนี
พล.ต.ท.ธนายุตม์กล่าวว่า สืบเนื่องจากวันที่ 8 เม.ย. เวลา 11.30 น. คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่นเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 3 ราย ภายในซอยผู้ใหญ่เสริม หมู่ที่ 1 ต.นาดี อ.เมืองสมุทรสาคร หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่เร่งรัดรวบรวมหลักฐานจากพยานที่พบเห็นเหตุการณ์ จนทราบแน่ชัดว่าผู้ก่อเหตุคือนายธีรเมศร์ แก้วหะ อายุ 55 ปี ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย แล้วขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดและการสืบสวน พร้อมตรวจสอบเส้นทางการหลบหนี พบว่านายธีรเมศร์ หลังก่อเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าซอยพัฒนา ม.3 ต.บางหญ้าแพรก อ.เมืองสมุทรสาคร ก่อนนำรถจักรยานยนต์คันก่อเหตุจอดทิ้งไว้บริเวณป่ากระถินภายในซอยดังกล่าวแล้วหลบหนี

จับยิง3ศพ – พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 แถลงจับกุมตัวนายธีรเมศร์ แก้วหะ อายุ 55 ปี (ภาพเล็ก) ผู้ต้องหา ก่อคดียิงญาติและเพื่อนบ้านเสียชีวิตรวม 3 ศพ แล้วหลบหนี ส่วนชนวนสาเหตุลงมือโหดอยู่ระหว่างสอบสวน ที่บก.ภ.จว.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 15 เม.ย.
เจ้าหน้าที่สืบสวนต่อไปกระทั่งพบว่า คนร้ายหลบหนีไปพักอยู่อาศัยในเขตกทม.หลายจุด เช่น เขตทุ่งครุ เขตบางแค และเขตบางกะปิ ขณะที่ฝ่ายสืบสวนทั้งของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร และกองกำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร กดดันคนร้ายอย่างหนัก กระทั่งวันที่ 14 เม.ย. เวลา 17.30 น. สามารถสืบสวนและติดตามตัวผู้ต้องหาได้บริเวณพื้นที่ ต.บางน้ำจืด อ.เมืองสมุทรสาคร จึงแสดงหมายจับให้ผู้ต้องหาดู และจับกุมตัวผู้ต้องหามาจัดทำบันทึกจับกุมส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนประวัติการต้องหาคดีอาญาของนายธีรเมศร์ ไม่พบเคยก่อคดีใดๆ มาก่อน
พล.ต.ท.ธนายุตม์กล่าวต่อว่า แม้ผู้ต้องหาไม่ค่อยให้ความร่วมมือเท่าที่ควร แม้เจ้าหน้าที่จะใช้เวลาสอบนานหลายชั่วโมง แต่จากหลักฐานที่รวบรวมได้ทั้งหมดเพียงพอต่อการดำเนินคดีอย่างแน่นอน โดยผู้เสียชีวิตรายที่ 1 เป็นหญิงมีปากเสียงโดยตรงกับผู้ต้องหา ซึ่งเป็นพี่สาวของภรรยาผู้ต้องหา, รายที่ 2 เป็นสามีของผู้เสียชีวิตรายที่ 1 จะเข้ามาช่วยเหลือภรรยา และรายที่ 3 เป็นเพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์ พยายามจะใช้โทรศัพท์บันทึกภาพไว้ ส่วนปมเหตุที่ชัดเจนนั้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ต้องสอบสวนเพิ่มเติม และเกรงจะมีผลต่อรูปคดี แต่ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมต่อญาติผู้เสียชีวิตอย่างแน่นอน อีกทั้งตอนนี้ยังสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดติดตามตัวผู้ที่ให้ความร่วมมือหลบซ่อนตัวผู้ต้องหาขณะหลบหนีมาดำเนินคดีด้วย ซึ่งมีอยู่หลายคน ทั้งหมดนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจมีข้อมูลเรียบร้อยแล้ว หนีไม่พ้นอย่างแน่นอน