ขอศาลสั่งห้ามไปนอก เจอทั้งข่มขืน-อนาจาร ทนายตั้มพาอีก5เหยื่อ แจ้งความ-เอาผิดเพิ่ม! แฉบางสาวเปลี่ยนใจ
‘ปริญญ์’ ควงทนาย รุดพบตำรวจ ชิงมอบตัวก่อนถูกออกหมายจับ โดนแจ้ง 2 ข้อหาหนักทั้งข่มขืนกระทำชำเรา-อนาจารต่อหน้าธารกำนัล เตรียมนำส่งฝากขังศาลวันนี้ พร้อมขอให้สั่งห้ามออกนอกประเทศ เนื่องจากผู้ต้องหามีบ้านพักในต่างแดน ด้านเจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อหา พร้อมต่อสู้ในทุกคดี ด้านทนายตั้มเตรียมพาอีก 5 เหยื่อเข้าแจ้งความเอาผิดเพิ่ม แฉหญิงสาวบางคนถูกเสนอ ค่าตอบแทนให้อยู่เฉยๆ ส่วน ‘อู๊ดด้า’ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อ้างเรื่องนี้มีผู้ชี้แจงไปแล้ว ยืนยันไม่ปกป้อง ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ ยุติธรรม

ชิงมอบตัว – นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคปชป. มอบตัวตร.สน.ลุมพินี คดีถูกกล่าวหาล่อลวง หญิงสาวหลายรายไปข่มขืนและกระทำอนาจาร เจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อหา ก่อนได้ปล่อยตัว ไปลุ้นประกันชั้นศาล เมื่อ 16 เม.ย.
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 16 เม.ย. ที่สน.ลุมพินี นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.นิมิตร นูโพนทอง ผกก.สน.ลุมพินี พร้อมด้วย พ.ต.ท.นฤวัต พุทธวิโร รองผกก.สส.สน.ลุมพินี เพื่อพบกับพนักงานสอบสวนสน.ลุมพินี เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ก่อนจะมีหมายจับกระทำผิดฐานกระทำอนาจาร ต่อหน้าธารกำนัล และข่มขืนกระทำชำเรา หลังมีผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้หญิง 4 คน เข้าแจ้งความดำเนินคดี โดยนายปริญญ์เดินทาง มาด้วย รถยนต์ ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู รุ่น 730 แอลดี สีขาว ทะเบียนป้ายแดง ฮา 1189 กรุงเทพมหานคร พร้อมทนายความ 2 คน โดยหลบสื่อมวลชนที่เฝ้ารอทำข่าวบริเวณด้านหน้าแล้วเดินขึ้นโรงพักบริเวณบันไดทางด้านหลัง สน.ลุมพินี
ต่อมาเวลา 11.00 น. พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า นายปริญญ์ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา วันนี้มาให้ข้อมูลเพิ่มเติม และจะนำเอกสารหลักฐานมาประกอบภายหลัง แต่เนื่องจากเดินทางมามอบตัวด้วยตนเอง ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ม.134 เจ้าหน้าที่จึงไม่มีอำนาจควบคุมตัวไว้ เพราะยังไม่มีหมายจับ เว้นแต่เจ้าตัวไม่มาตามนัดฝากขังต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ในเวลา 08.00 น.วันที่ 17 เม.ย. ตำรวจจะสามารถจับกุมได้ทันที ซึ่งในการยื่นประกันตัวต้องยื่นในชั้นศาลเพื่อพิจารณา ต่อไป ส่วนคดีนี้จะดำเนินคดีต่างกรรมต่างวาระ โดยในพื้นที่สน.ลุมพินี มีทั้งหมด 3 คดี ก็ต้องยื่นประกันตัวในแต่ละคดี
พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวว่า คดีนี้ ผบ.ตร.และผบช.น.สั่งการให้ พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.น.ดูแลด้านกฎหมาย กำกับดูแลคดีด้วยตัวเอง ซึ่งโรงพักสามารถทำเองได้ แต่อาจนำชุดสืบสวน บก.น.5 มาร่วมทำงานหากกรณีมีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความเพิ่มเติม แต่ตอนนี้ยังไม่มีการแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมา ยืนยันว่าไม่หนักใจที่ผู้ต้องหาเป็นบุคคลมีตำแหน่งทาง การเมือง เพราะตำรวจยึดหลักตามกฎหมาย ทำงานตามกรอบกฎหมายอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม รวมถึงมั่นใจในพยานหลักฐานที่มีต่อคดีนี้
“ในการฝากขัง ตำรวจจะขอให้ศาลกำหนดเงื่อนไขห้ามเจ้าตัวออกนอกประเทศ เพราะ ผู้ต้องหามีบ้านพักในต่างประเทศ รวมถึงคดีมีโทษหนักและผู้เสียหายหลายคน พร้อมกันนี้ ก็ได้ประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อจับตาเฝ้าระวังการหลบหนีไว้แล้ว” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหานายปริญญ์ ฐานกระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัลฯ และข่มขืนกระทำชำเรา โดยนายปริญญ์ให้การปฏิเสธทั้ง 2 ข้อหา
จากนั้นเวลา 11.45 น. นายปริญญ์เดินหลบผู้สื่อข่าวลงทางประตูหลังข้างซ้ายของโรงพัก หลังใช้เวลาประมาณเกือบ 3 ชั่วโมงในการให้ปากคำ โดยมีแม่บ้านประจำโรงพักมาปลดล็อกกุญแจแล้วเปิดประตูให้
นายปริญญ์เปิดเผยสั้นๆ ว่า วันนี้ได้มาต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม และได้ให้ การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาในทุกคดีอย่างเต็มที่ แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดใดๆ ก่อนขึ้นรถป้ายแดงแล้วเดินทางกลับทันที โดยทางพนักงานสอบสวน นัดหมายเพื่อขออนุญาตศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำสั่งเพื่อฝากขังใน วันที่ 17 เม.ย. เวลา 08.00 น. ที่สน.ลุมพินี ต่อไป
ขณะเดียวกัน นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือไฮโซลูกนัท ซึ่งเดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดีที่สน.ลุมพินี กล่าวว่า มีรายละเอียดอีกจำนวนไม่น้อยที่ตนอยากขอความร่วมมือจากสื่อมวลชน ขณะนี้สภาพจิตใจของภรรยาเริ่มอ่อนล้า ด้วยความที่อาจไม่ช่ำชองในการให้สัมภาษณ์ และยังมีข้อมูลที่ตกหล่น จึงให้ตนเป็นคนพูดแทน และข้อมูลของเหยื่อรายอื่นๆ รวมถึงมุมมองของตนเองที่ต้องดูแลภรรยา และเหยื่อรายอื่น เชื่อว่าหลายคนเริ่มมีคนใกล้ตัวตกอยู่ในสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกัน อยากให้เข้าใจถึงกรณีเช่นนี้ และเห็นใจผู้เสียหาย ทั้งนี้ตนไม่ได้มีเจตนาที่จะเข้ามาหานายปริญญ์ เพราะหากตนต้องการพบเจอ ก็คงสามารถ พบเจอเองได้ ไม่ต้องมาวันนี้ แต่เพราะมีสื่อมวลชน และสถานีตำรวจมีไว้บริการประชาชน จึงมาใช้สถานที่เพื่อเปิดเผยมุมมองของตนเอง
นายธนัตถ์กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีเหยื่อติดต่อตนมาประมาณ 5-6 คน และติดต่อไปยังภรรยาของตนอีกหลายคน มีกรณีหนึ่งที่เป็นเพื่อนสมัยเรียนของผู้ถูกกล่าวหา ขณะเรียนอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งขณะนั้นเหยื่ออายุเพียง 17 ปี แต่กลับถูกผู้ถูกกล่าวหาชักชวนให้ไปสถานที่เสี่ยงต่อสถานการณ์ล่อแหลม ซึ่งเหยื่อหลายคนมีหลักฐานต่างกันไป หลักฐานส่วนใหญ่เป็นการแช็ต วิธีการพูดคุย แต่อยากให้สังคมเห็นใจและเข้าใจในเรื่องหลักฐานด้วย ยืนยันว่าผู้เสียหายทุกคนสามารถกล่าวถึงเหตุการณ์ได้อย่างแม่นยำและตรงกันเพราะใช้สถานที่เดิมๆ คำพูดเดิมๆ กับทุกคน ทั้งที่ทุกคนไม่รู้จักกันมาก่อน แต่กลับพูดแบบเดียวกัน เช่น การอ้างถึงตำแหน่งเกี่ยวกับเศรษฐกิจ มาชักชวนเหยื่อ โดยขณะนี้ตำรวจยังไม่ได้ แจ้งความคืบหน้าเรื่องการชี้จุดเกิดเหตุแต่อย่างใด
นายธนัตถ์กล่าวอีกว่า เข้าใจเหยื่อทุกคน ที่ไม่กล้าเปิดเผยตัว แต่อย่างน้อยตอนนี้มีผู้เสียหายจำนวนมาก หากฎหมายให้ความยุติธรรมกับทุกคน จำนวนโทษก็คงเกินตลอดชีวิตแล้ว ซึ่งเรื่องความรุนแรงทางเพศนั้นเกิดขึ้นในไทยมาก ไม่อยากให้จบที่ประเด็นผู้มีชื่อเสียง หากเกิดขึ้นในชุมชนกับบุคคลทั่วไป ก็จะถูกลืมหายไป ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ตนต้องการจะสื่อ
ด้านนางหทัยรัตน์ ธนากิจอำนวย หรือแอนนา ในฐานะผู้สมัครส.ก.เขตสวนหลวง พรรครวมไทยยูไนเต็ด โพสต์ข้อความใน เฟซบุ๊ก นางหทัยรัตน์ หรือแอนนา ในฐานะผู้สมัครส.ก.เขตสวนหลวง พรรครวมไทยยูไนเต็ด โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า “แอน ขออนุญาต “ถอนตัว” จากการเป็นผู้สมัคร ชิงตำแหน่งเก้าอี้ ส.ก.เขตสวนหลวง พรรครวมไทยยูไนเต็ด เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจค่ะ”
นอกจากนี้ยังระบุว่า “ขอบคุณนะคะ แอนเอาใจช่วยพรรคเต็มที่ ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆ มิตรภาพของหัวหน้า พี่โก้ของน้องๆ และเพื่อนๆ โดยเฉพาะน้องนุ่น (เขตคลองสาน) ทางพรรคน่ารักอบอุ่นมากๆ จริงๆ สู้ๆ นะ ทุกคน”
จากนั้นแอนนายังโพสต์ถึงความรู้สึกในตอนนี้ด้วยว่า สองวันมานี้ความรู้สึกเหมือนยาวนานเป็นเดือน เหมือนถูกข่มขืนซ้ำจากคนคนเดิม และสังคมรับรู้ แอนคิดว่าแอนได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่แล้ว หลังจากนี้ขอแค่ให้ความยุติธรรม ความเท่าเทียม บังเกิดกับประชาชน คนเดินดิน คนธรรมดาอย่างแอน และน้องๆ พี่ๆ ผู้เสียหาย ทุกๆ คนนะ สู้ๆ!!ขอบคุณสามี Nat Thanakitamnuay ที่คอยดูแลจิตใจ ไม่ห่าง ขอบคุณครอบครัว ขอบคุณเพื่อนๆ ที่ส่งกำลังใจมา ในเวลาที่แอนต้องการมันมากที่สุด ขอบคุณจริงๆ ขอบคุณพี่ๆ สื่อที่ให้ความสนใจและทำข่าวในวันหยุดแบบไม่หลับไม่นอน ขอบคุณทนายตั้มที่รับเรื่องทำงานอย่างหนักและตรงไปตรงมา ฝากด้วยนะคะ หลักฐานเยอะมาก ผู้เสียหายเยอะมาก ขอร้องจริงๆ นี่คือคดีอาชญากรรมในประเทศไทย นะคะ ผู้ก่อเหตุทำหลายครั้งและไม่มีท่าทีสำนึกผิด
ด้านนายสำราญ ตันพานิช ผอ.การเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร กล่าวกรณีน.ส.หทัยรัตน์ ประกาศถอนตัวจากการเป็นผู้สมัครส.ก.ว่า ตามพ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นแล้วผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 มาตรา 53 เมื่อลงสมัครแล้วไม่สามารถถอนตัวจากการเป็น ผู้สมัครได้ ซึ่งคงต้องทำความเข้าใจว่าเมื่อลงสมัครแล้วไม่สามารถถอนตัวได้ ขณะนี้ กำลังให้ฝ่ายกฎหมายศึกษา และตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า ที่ประกาศนั้นคำว่า “ถอนตัว” วัตถุประสงค์ของการประกาศคืออะไร เพราะการจะไม่เป็นผู้สมัครมีแค่กรณีขาดคุณสมบัติแล้ว ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานครไม่ประกาศรับสมัคร แต่เมื่อประกาศให้เป็นผู้สมัครแล้ว ความเป็นผู้สมัครจะมีอยู่ไปจนกว่าการเลือกตั้งจะเสร็จสิ้น ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไปหย่อนบัตรให้ก็ถือเป็นคะแนน
เมื่อถามว่าการประกาศถอนตัวถือว่ามีความผิดหรือไม่ นายสำราญกล่าวว่า ช่วงนี้ยังถือว่าไม่เป็นความผิด แต่ถ้ายังดำเนินการ ต่อไปก็อาจเข้าข่ายจูงใจอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อให้ตัวเองมีคะแนนนิยม เพราะขณะนี้ ยังไม่ทราบว่าเจตนาของการประกาศถอนตัวมีวัตถุประสงค์อย่างไร
“จะให้ฝ่ายกฎหมายแจ้งเตือนไปยัง คุณแอนนา เบื้องต้นจะแจ้งเตือนโดยวาจาก่อนว่าสมัครแล้วถอนตัวไม่ได้ แล้วก็คงต้องมีหนังสือแจ้งเตือนเป็นทางการ” นายสำราญกล่าว
วันเดียวกัน นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เปิดเผยว่า ตอนนี้ยังมีผู้เสียหายติดต่อและให้ข้อมูลเข้ามาจำนวนมาก โดยในวันจันทร์ที่ 18 เม.ย. เตรียมพาผู้เสียหายสาวอีก 5 รายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนักการเมือง คนดังเพิ่มเติมด้วย
นอกจากนี้ ทนายตั้มเผยอีกว่า มีกลุ่มบุคคลพยายามเคลียร์กับผู้เสียหาย เพื่อไม่ให้เอาผิดและหยุดให้ความร่วมมือกับสื่อ หวังให้หยุดการเคลื่อนไหว โดยมีบางคนยอมรับข้อเสนอนี้แล้ว แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นเหยื่อรายใด เหตุนี้จึงทำให้ตนรู้สึกเสียใจมาก สำหรับข้อหากระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัลนั้น เป็นคดีที่ยอมความไม่ได้ และตนหาทางรับมือเรื่องนี้ไว้แล้ว
ที่สนามบินดอนเมือง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ ถึงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ต่อกรณี นายปริญญ์ ที่ถูกกล่าวหาในคดีล่วงละเมิด ทางเพศว่า เรื่องนี้น.ส.รัชดา ธนาดิเรก กรรมการบริหารพรรค ได้ชี้แจงจุดยืนของพรรคไปชัดเจนแล้ว ก็เป็นไปตามนั้น ตนคงไม่พูดซ้ำ แต่สิ่งหนึ่งที่ขอเรียนคือขณะนี้ เรื่องนี้ไปไกลถึงขั้นเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ฉะนั้นก็ให้กระบวนการยุติธรรมได้เป็นผู้พิสูจน์ข้อเท็จจริงทั้งหมด เพื่อที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่เสียหาย
นายจุรินทร์กล่าวต่อว่าส่วนจะตั้งใคร เป็น ผอ.เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และส.ก.แทน นายปริญญ์นั้น โดยข้อเท็จจริงพรรคก็มีรองผอ.เลือกตั้งอยู่แล้วถึง 9 คน ดังนั้นรองผอ.ทั้ง 9 คนก็สามารถทำหน้าที่ต่อไปได้ ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อสนามเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม.และส.ก.หรือไม่นั้น นายจุรินทร์กล่าวว่า ตนไม่ขอประเมิน แต่ถึงอย่างไร ผู้สมัครของพรรคก็ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และพรรคก็ไม่สามารถเข้าไปช่วยหาเสียงได้ เนื่องจากกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นบังคับไว้ จึงขออนุญาตไม่แสดงความเห็นในเรื่องนี้ มากไปกว่านี้ เพียงแต่ขอชี้แจงเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถึงกระแสโจมตีภาพลักษณ์ ของพรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์กล่าวว่า ตนไม่ขอพูดประเด็นที่มันจะเลยไปเรื่องการเมือง เพราะวันหนึ่งคงจะมีข้อพิสูจน์ออกมาได้ว่าเป็นอย่างไร และพรรคก็มีจุดยืนของพรรคชัดเจน อย่างที่น.ส.รัชดาได้ชี้แจงไปว่า เรายังยืนยันไม่สนับสนุนในเรื่องการคุกคามทางเพศ และต่อต้านการคุกคามทางเพศ ทั้งการกระทำที่ใช้ความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และคนในครอบครัว แม้กระทั่งเราต่อต้านการเลือกปฏิบัติ เพราะเหตุแห่งความแตกต่างระหว่างเพศ
“เรายึดมั่นในเรื่องนี้ตลอดมา สิ่งเหล่านี้ มันจะพิสูจน์จุดยืนของพรรคในระยะยาวด้วย เพราะที่ผ่านมาเราก็เดินหน้าไปตามนี้ อนาคตเราก็ยังถือจุดยืนอันนี้ ส่วนจะเกิดปัญหาขึ้นมาบ้างในเส้นทางการเดินหน้าและการทำงาน ผมคิดว่ามันก็เกิดขึ้นได้ แต่สิ่งหนึ่งที่พรรคยืนยัน อย่างที่ผมได้ยืนยันไป ก็คือเราจะไม่เข้าไปปกป้องใคร และจะไม่เข้าไปแทรกแซงใดๆ ในเรื่องของการดำเนินคดี ขอให้ทุกฝ่ายได้รับความมั่นใจได้” นายจุรินทร์กล่าว
ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรี ธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า จากกรณีนายปริญญ์ถูกข้อกล่าวหาว่ามีการล่วงละเมิดทางเพศ จนได้ลาออกจากทุกตำแหน่งภายในพรรคประชาธิปัตย์ ไปแล้ว ซึ่งเป็นความผิดส่วนตัว และไม่อยากให้ไปเกี่ยวข้องกับพรรค แต่ก็มีคนบางกลุ่ม สื่อบางสำนัก ใช้สื่อโซเชี่ยลปั่นกระแส พยายามพุ่งเป้าโจมตีทำลายพรรคประชาธิปัตย์เป็นหลัก ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรมต่อพรรค เป็นอย่างยิ่ง เมื่อนายปริญญ์ได้แสดงความ รับผิดชอบต่อพรรค โดยการลาออกจากทุกตำแหน่งแล้ว พรรคประชาธิปัตย์ก็มีหน้าที่ต้องดำเนินการกับนายปริญญ์ ในฐานะสมาชิกพรรคคนหนึ่ง ตามข้อบังคับพรรค ที่มีข้อกำหนดไว้อย่างชัดเจน
“ส่วนตัวได้กล่าวขอบคุณนายปริญญ์ ที่ได้ลาออกจากทุกตำแหน่งในพรรค ด้วยความสมัครใจ ไม่มีการบีบบังคับให้ลาออก ถือว่าเป็นการแสดงสปิริตเพื่อรักษาบรรทัดฐาน ของพรรคไว้ ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องคดีความ หรือการละเมิดทางเพศหรือเกี่ยวกับจริยธรรมแต่อย่างใด ส่วนการดำเนินคดี ก็เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ที่จะต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ตามข้อเท็จจริงให้เร็วที่สุด” นายเทพไทระบุ
นายเทพไทระบุอีกว่า จากปรากฏการณ์ของนายปริญญ์ จะเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ ในการคัดสรรบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค ซึ่งเป็นศูนย์กลา งอำนาจของพรรคให้มีความรอบคอบ รัดกุมให้มากกว่านี้ ในสมัยอดีตที่ผ่านมา บุคคล ที่จะเข้าสู่ตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค จะต้องเป็นสมาชิกพรรค และทำงานกับพรรคเป็นเวลายาวนานพอสมควร ถ้าเป็น ส.ส. ของพรรค ก็จะเป็น ส.ส.มาแล้วหลายสมัย กว่าจะก้าวสู่การเป็นกรรมการบริหารพรรคได้ แต่การเข้าสู่ตำแหน่งภายในพรรคของนายปริญญ์ นับว่ากรณีพิเศษ ที่เป็นรองหัวหน้าพรรคโดยไม่ได้ผ่านการเป็น ส.ส.หรือผู้บริหารพรรค หรือในตำแหน่งอื่นในพรรคมาก่อน จึงทำให้ไม่สามารถพิสูจน์จุดยืน แนวความคิด หรือประวัติส่วนตัวได้อย่างชัดเจน
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ย่อมกระทบต่อขวัญกำลังใจของสมาชิกพรรคทั่วประเทศ และชื่อเสียงของพรรคอย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่ขอให้เชื่อมั่นในความเป็นพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีอุดมการณ์มั่นคง จุดยืนชัดเจน จะไม่ปกป้อ งผู้กระทำผิด ยึดความถูกต้องเป็นหลัก เคารพในหลักนิติรัฐนิติธรรมเป็นที่ตั้ง มายาวนานถึง 76 ปี” นายเทพไทระบุ
เมื่อเวลา 16.15 น. วันเดียวกัน พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย ผบก.เชียงใหม่ เปิดเผยกรณี มีผู้เสียหาย น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 25 ปี เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ หลังถูกอดีตรองหัวหน้าพรรคการเมืองคนหนึ่งก่อเหตุลวนลาม ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ เหตุเกิดเมื่อต้นปี 2564 ว่าผู้เสียหายเพิ่งมา แจ้งความกับเจ้าหน้าที่วันเดียวกันนี้ และได้ให้ ปากคำกับพนักงานสอบสวนแล้ว ซึ่งต้องรวบรวมพยานหลักฐานว่ามีการเชื่อมโยงกันอย่างไร และคดีดังกล่าวขาดอายุความหรือไม่ เนื่องจากผ่านมากว่า 1 ปีแล้ว
“เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งความ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายตามที่ผู้เสียหายร้องทุกข์ เพื่อประกอบสำนวนคดีดังกล่าว พร้อมให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย และดำเนินคดีให้เร็วที่สุด เนื่องจากเป็นคดีเกิดขึ้นที่เชียงใหม่ และได้รับความสนใจจากสังคม ส่วนสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติจะรวบรวมคดีดังกล่าวรวมกับผู้เสียหาย หรือคดีอื่นที่กรุงเทพฯ เพื่อรวบรวมเป็นคดีเดียวกันหรือไม่นั้นยังไม่ทราบ เนื่องจาก ยังไม่มีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาอย่างใด” พล.ต.ต.ธวัชชัยกล่าว