ลูกนัทโวยเมียถูกกันไม่ให้ชี้จุด ทนายตั้มตะลึงเหยื่อรวม20คน สาวในคลิปเสียงแฉพฤติกรรม บิ๊กปั๊ดยันไม่พบพตอ.เคลียร์คดี
เหยื่อเพิ่ม 14 รายแล้ว ทนายตั้มพาแจ้งความอีก 9 ราย รวมทั้งสาวเจ้าของคลิปเสียงสนทนาด้วย เผยตอนนี้มากถึง 20 ราย ตร. ส่งคลิปวิดีโอ หลักฐานคดี ‘ปริญญ์’ ให้พฐ.ตรวจสอบ ชี้หากพบมีพ.ต.อ.เสนอเงินเคลียร์คดีจริงสามารถยื่นถอนประกันตัวได้ ตร.ค้นห้องคอนโดฯ หรู เก็บหลักฐานที่เกิดเหตุ ‘ไฮโซลูกนัท’ โวย นัดภรรยามาชี้ที่เกิดเหตุแต่ไม่ให้ขึ้นคอนโดฯ นางงามมิสแกรนด์ประณามกลางเวที
ตร.ส่งตรวจคลิปหลักฐาน
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 18 เม.ย.ที่ สน.ลุม พินี พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) พร้อมชุดสืบสวนสอบสวน สน.ลุมพินี ประชุมติดตามคดีที่นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตกเป็นผู้ต้องหาในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น และกระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัล รวมทั้งหมด 3 คดี โดยใช้เวลาประชุมนาน 2 ชั่วโมง
พล.ต.ต.ไตรรงค์กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายมาแจ้งความที่ สน.ลุมพินี รวม 3 ราย และที่ จ.เพชรบุรี อีก 1 ราย โดยทั้ง 4 คดีดังกล่าว ตำรวจสน.ลุมพินีได้สอบปากคำแล้ว โดยคดีแรกที่ผู้เสียหายอายุ 18 ปี เข้าแจ้งความเมื่อ วันที่ 12 เม.ย. ที่ผ่านมานั้น สามารถรวบรวมพยานหลักฐานได้พอสมควร ขณะนี้ได้ส่งภาพจากคลิปวิดีโอให้กองพิสูจน์หลักฐานเพื่อตรวจสอบ ว่ามีความถูกต้อง รวมถึงผ่านการดัดแปลงหรือไม่ ขณะนี้สอบพยานไปหลายปากเบื้องต้นให้การเป็นประโยชน์ต่อรูป คดี ส่วนคดีอื่นๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว ก็พยายามเต็มที่ในการหาหลักฐาน และถือว่าคดียังอยู่ในอายุความ ต้องสอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติมและรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งนี้คดีที่ผู้เสียหายแจ้งความที่ จ.เพชรบุรี ตำรวจ สน.ลุมพินี ได้สอบปากคำแล้วและส่งกลับไปยัง จ.เพชรบุรี เพื่อประกอบสำนวนเพิ่มเติม
ประสานข้อมูลเหยื่อเชียงใหม่
พล.ต.ต.ไตรรงค์กล่าวต่อว่า กรณีที่มีผู้เสียหายถูกกระทำอนาจารใน จ.เชียงใหม่ กำลังขอเอกสารเพิ่มเติม ส่วนที่มีการมองว่าระยะเวลาของคดีที่เกิดมาในระยะเวลาหนึ่งอาจทำให้พยานหลักฐานสูญหายหรือไม่ครบถ้วน ยอมรับว่าเป็นความท้าทายที่ตำรวจจะต้องสืบค้นพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อมาพิสูจน์ข้อเท็จจริง ตำรวจจะสอบปากคำและตรวจพยานหลักฐานแล้วเสร็จภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนดก่อนที่จะส่งฟ้องอัยการ ส่วนกรณีมีข่าวว่านายตำรวจยศพ.ต.อ.คนหนึ่งนำเงินไปจ่ายให้ผู้เสียหายเพื่อให้ยอมความนั้น หากมีพยานหลักฐานชัดเจนว่าเข้าไปยุ่งเหยิง ตำรวจสามารถยื่นต่อศาลเพื่อขอเพิกถอนการประกันตัวชั่วคราวได้ แต่เรื่องนี้ยังไม่ได้รับรายงานเนื่องจากการการสอบปากคำผู้เสียหายทั้ง 4 คดี ยังยืนยันคำให้การเดิม และจะเอาผิดกับนายปริญญ์ถึงที่สุด
ส่วนผู้เสียหาย 5-6 คนที่จะเข้ามาแจ้งความวันนี้ ได้เตรียมเจ้าหน้าที่ไว้รอรับเพื่ออำนวยความสะดวก อย่างไรก็ตาม การรวมคดีให้ บช.น. เป็นผู้ดำเนินการเพียงหน่วยงานเดียวกันนั้น ไม่สามารถทำได้ แต่ในกรณีที่ ผู้เสียหายเดินทางเข้ามาแจ้งความที่ สน.ลุม พินี แต่เหตุเกิดในพื้นที่อื่น ก็จะประสานส่งเรื่องต่อไปให้ ยืนยันว่าตำรวจทำงานตามพยานหลักฐาน เมื่อมีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความดำเนินคดีและพบความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ตำรวจต้องดำเนินการตามกฎหมายโดย ไม่สนใจว่าจะเป็นเรื่องทางการเมืองหรือไม่ ตำรวจพร้อมทำไปตามพยานหลักฐานที่มีและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
แฉมีเหยื่อมากถึง 20 ราย
ขณะที่เมื่อเวลา 13.30 น. นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม พร้อมด้วยเหยื่อ 3 คน เดินทางไปร่วมรายการ โหนกระแส ทางช่อง 3 เพื่อเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมเผยที่มาคลิปเสียงนักการเมืองดังดังกล่าว โดย ทนายตั้มกล่าวว่า ตอนนี้มีเหยื่อทั้งหมดประมาณ 20 คน มีทั้งคนที่ยังไม่ได้แจ้งความ คนที่แจ้งความแล้ว และบางคนที่เริ่มถอยๆ ออกมา ตนขอเดินหน้าต่อเพราะมีหลายคนที่เขายังรักในศักดิ์ศรีและพร้อมฉีกหน้ากากคนเลว
“ต้องชื่นชมในความเฉลียวฉลาดของผู้เสียหายที่พยายามล่อให้ทางนั้นพูด แม้ว่าทางนั้นจะรู้ว่ามีการอัดเสียงอยู่เลยพยายามที่จะไม่พูดจริงๆ มีอีกคลิปหนึ่งฮากว่านี้ซึ่งจะต้องตั้งชื่อว่า ไม่ให้พูด เนื่องจากพอผู้เสียหายจะพูดอะไร ทางนั้นจะเบรกตลอด นอกจากนี้ผมยังมีหลักฐานเด็ดอีกชิ้นที่ยังไม่ได้เปิดออกมา ซึ่งไม่เกี่ยวกับผู้เสียหายเอ แต่ที่ยังไม่เปิดเพราะกลัวทางนั้นจะฆ่าตัวตายเสียก่อน โดยในวันนี้ตนจะนำหลักฐานทั้ง 3 คลิปไปมอบให้พนักงานสอบสวน” ทนายคนดัง กล่าว
สาวเจ้าของคลิปเสียงแฉ
ด้าน น.ส.เอ (นามสมมติ) ผู้เสียหายและเป็นผู้อัดคลิปเสียง กล่าวว่า ตนได้คุยกับเขาตั้งแต่วันที่เกิดเหตุเพราะรู้ว่าเป็นใคร หลังจากสังเกตดูท่าทีทุกอย่างแล้วก็แค่อยากออกมายืนยันให้ผู้หญิงด้วยกันรับรู้ว่าเขามีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศจริง ตนเคยเป็นเหยื่อจริงโดยที่ไม่ได้สมยอม แต่วันนี้ตนไม่ใช่เหยื่อ สาเหตุที่พูดอย่างนี้เพราะตนยอมรับเงินจากเขา ย้อนกลับไปเมื่อปีกว่าตนรู้จักเขาที่งานอบรม เขาให้ตนแอดไลน์เพื่อดึงเข้ากลุ่มและมีการขอเบอร์ หลังจากนั้นเขานัดตนให้ไปเจอที่รูฟท็อปซึ่งน่าจะเป็นที่เดียวกับน้องอายุ 18 โดนกระทำ ตอนอยู่ที่โต๊ะเขามีการจับมือลูบแขน พอจะกลับช่วงที่อยู่ในลิฟต์เขาเข้ามาโอบและอุ้มตนจากทางด้านหลัง รวมถึงพยายามจะหอม ถ้าโรงแรมยังมีกล้องวงจรปิดก็จะเห็นว่าตนขัดขืนด้วยการสะบัดอย่างชัดเจน
น.ส.เอเล่าต่อว่า หลังจากนั้นเขาพยายามติดต่อมาหาอีกเป็นปีแต่ตนไม่ไป จนเมื่อช่วงกลางปี 2564 ตนได้ทำงานเกี่ยวกับการเงินซึ่งเห็นว่าเขามีศักยภาพความรู้ทางด้านนี้ เลยติดต่อไปขอคำแนะนำ เขานัดให้มาเจอที่ออฟฟิศโดยอ้างว่ามีคนอยู่ด้วย อีกอย่างที่ไปในวันนั้นเพราะคิดว่าไม่สามารถมีอะไรได้เนื่องจากตนเป็นประจำเดือน แต่พอไปถึงปรากฏว่าไม่มีใคร จากนั้นเขาล็อกห้อง ไม่ได้มีการพูดเรื่องที่จะคุยกัน แต่ล่วงละเมิดทางเพศเลย หลังจากถูกล่วงละเมิดแล้วเขาก็ยังติดต่อมาเรื่อยๆ แต่ตนปฏิเสธ
อ้างหย่าเมียเสนอเงินเลี้ยงดู
น.ส.เอเผยอีกว่าหลังเกิดเหตุ เขาเสนอว่าจะเลี้ยงดูตนโดยจ่ายให้เดือนละ 50,000 บาท แต่ครั้งแรกที่ไปเจอเขาจ่ายให้แค่ 30,000 บาท ส่วนครั้งหลังเขาจะให้ตามที่บอก ซึ่งที่ผ่านมาตนไม่ได้ไปเจอเขาแค่ครั้งเดียว จากตอนแรกที่เคยเป็นเหยื่อ แต่ตอนนี้เขามีการเสนอเงินให้ ถึงได้บอกว่าวันนี้ตนไม่ได้เป็นเหยื่อแล้ว ในวันนั้นเขายังบอกด้วยว่าหย่ากับภรรยาแล้ว ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องทั้งทางพฤตินัยและนิตินัย ตอนหลังที่ห่างกันเพราะมีการทะเลาะกัน เนื่องจากตนไปเห็นว่าเขายังอยู่กับครอบครัว
“ส่วนที่คุยกันทางโทรศัพท์ล่าสุด เราไม่ได้มีเจตนาจะซ้ำเติมใคร ไม่ได้อยากให้ใครฆ่าตัวตาย แต่ผู้หญิงที่โดนกระทำล่ะ ถ้าวันนี้เราไม่ทำอะไรเลยมันก็จะติดค้างอยู่ในใจเราเองทั้งที่ตัวเราสามารถทำได้ คุยได้ ทำให้สังคมได้เห็นว่าเขามีพฤติกรรมนั้นจริงๆ เพราะผู้หญิงบางคนไม่มีหลักฐาน เรื่องเกิดนานแล้ว หรืออายุความหมด วันนี้เราแค่อยากออกมายืนยันโดยที่มีเสียงเราและเสียงเขา” น.ส.เอกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่านอกจากนั้นยังมีอีก 3 หญิงสาวที่ออกมาเผยเรื่องราวที่เคยถูกนักการเมืองคนดังทำอนาจารและกระทำชำเรา พร้อมแฉพฤติกรรมชนิดละเอียดยิบ รายหนึ่งแฉว่านักการเมืองรายนี้ถึงขั้นกราบตีน ขอมีอะไรด้วย ก่อนกระทำชำเรา ซึ่งทั้งหมดยืนยันว่าจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

แจ้งเพิ่ม – นายษิทรา เบี้ยบังเกิด พาผู้เสียหายที่ถูกอดีตรองหัวหน้าพรรคการเมืองคุกคามทางเพศ เข้าแจ้งความเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ข้อหาพรากผู้เยาว์กับอนาจาร และมีเหยื่อสาวที่ถูกขืนใจด้วย เมื่อวันที่ 18 เม.ย.
ทนายตั้มพาแจ้งความเพิ่ม
ต่อมาเวลา 14.20 น. นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ พาผู้เสียหายอีก 1 ราย มาแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติม โดยนายษิทรากล่าวว่า วันนี้นัดผู้เสียหายมาแจ้งความ 6-7 ราย แต่บางรายไม่สะดวกมาแล้ว ซึ่งผู้ที่พามาแจ้งความล่าสุดเป็นผู้อัดคลิปเสียงหลักฐานการพูดคุยกับผู้ก่อเหตุ ที่ไม่เคยปฏิเสธว่าได้ก่อเหตุ ดังกล่าว เหยื่อรายนี้ เคยถูกข่มขืนเมื่อปี 2563 คาดว่ายังอยู่ในอายุความ เพราะมีการแก้ไขกฎหมายไม่ให้เป็นคดียอมความได้ ทั้งนี้ในตอนแรกเหยื่อไม่ยอม จะไปแจ้งความตั้งแต่เกิดเรื่อง แต่กลัวจะดำเนินคดีไม่ได้ อีกทั้ง ผู้ก่อเหตุยังเสนอเงินมาให้เรื่องจบไป 2-3 ครั้ง ก็ได้รับไว้ เนื่องจากโดนข่มขู่ว่าพ่อผู้ก่อเหตุใหญ่มาก แต่ตอนนี้ไม่ได้รับเงินแล้ว
นายษิทรากล่าวยืนยันว่า ตนไม่กลัวการฟ้องร้องกลับ เพราะเหยื่อทุกคนมั่นใจให้ตนมาดำเนินคดี ถ้าตนกลัวคนอื่นก็เสียขวัญ แต่ยอมรับว่าสับสน เพราะเหยื่อเยอะ แต่พฤติการณ์ส่วนใหญ่คือพาเหยื่อไปคุยที่ร้านอาหารและพาไปขืนใจที่ห้อง แต่มีเหยื่อที่ถูกวางยาจะมาแจ้งความด้วย ส่วนอีกรายถูกกระทำที่ประเทศอังกฤษจะเข้ามาเป็นพยาน ส่วนเรื่องตำรวจยศพ.ต.อ. จะให้เงินปิดปากเหยื่อนั้น ยังไม่มีข้อมูลมา แต่ให้ผู้ใหญ่ตรวจสอบแล้ว
ยันไม่ใช่การกลั่นแกล้ง
สำหรับเรื่องคลิปเสียงที่อ้างว่าเป็นขบวนการของพรรคการเมืองหนึ่ง ที่จะดิสเครดิตนั้น ยืนยันไม่รู้จักกับคนในพรรคนั้น ตนไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ถ้าจะกลั่นแกล้งทางการเมือง ตนไปทำคนที่มีโอกาสได้มากกว่า หากผู้ก่อเหตุพยายามบีบบังคับข่มขู่เหยื่อ ตนจะทำเรื่องถอนการประกันตัว ยืนยันตอนนี้ยังไม่มีใครถอนแจ้งความ แต่บางคนไม่ให้ความร่วมมือต่อ วานนี้เขาควรจะไปที่ศาลเพื่อทำเรื่องค้านการประกันตัวผู้ต้องหาแต่เขาไม่ไป ขอไม่ระบุว่าเป็นใคร แต่ให้ดูว่าใครยังสู้ ใครเงียบไป
“เชื่อว่าผู้ก่อเหตุไม่มีประวัติการรักษาอาการทางจิต แต่ไม่น่านำมาเป็นข้ออ้างในการต่อสู้คดี เพราะเขายังไปเป็นวิทยากรเวทีต่างๆ ได้ มีสติปกติดี เขาจะซื้อบริการก็ยังได้ แต่ดูว่ามีรสนิยมชอบคนที่ขัดขืน ขอชื่นชมตำรวจ สน.ลุมพินี ที่ประสานกับผมตลอด ทั้งการเตรียมพนักงานสอบสวน และจะให้ผู้เสียหายที่มาแจ้งความทั้งหมดรวมเป็นสำนวนคดีเดียว” นายษิทรากล่าว

ชี้ที่เกิดเหตุ – แอนนา ธนากิจอำนวย ภรรยาของไฮโซลูกนัท ชี้คอนโดมิเนียมในซอยนานา ถ.สุขุมวิท สถานที่ ถูกอดีตรองหัวหน้าพรรคการเมืองล่อลวงไปข่มขืน แต่ตำรวจไม่อนุญาตให้ขึ้นไปถึงห้อง เมื่อวันที่ 18 เม.ย.
ตร.ค้นคอนโดที่เกิดเหตุ
ต่อมาเวลา 16.30 น. พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.น.พร้อมตำรวจ สน.ลุมพินี และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน นำหมายค้นของศาล เข้าตรวจค้นห้องพักในคอนโดมิเนียมในสุขุมวิทซอย 3 ซอยย่อยนานาเหนือ เพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของคอนโดฯ ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปภายใน โดยให้รออยู่หน้าทางเข้าออกเท่านั้น
ต่อมาเวลา 16.35 น. นายธนัตถ์ หรือลูกนัท พร้อม น.ส.หทัยรัตน์ หรือแอนนา ภรรยาซึ่งเป็นเหยื่อในคดีนี้ เดินทางมาที่คอนโดฯ ดังกล่าว โดยนายธนัตถ์เปิดเผยว่า วันนี้มาชี้จุดเกิดเหตุตามนัดหมายของเจ้าหน้าที่ที่เพิ่งโทรศัพท์มานัดตอนครึ่งชั่วโมงก่อนหน้าแต่ตนยังไม่ได้ขึ้นไป เนื่องจากเจ้าหน้าที่จะให้มาดูโรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ปากซอย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ใช้นัดหมายสาวๆ มาพูดคุย
ล่าสุดแจ้งความแล้ว 8 ราย
ต่อมาเมื่อเวลา 16.00 น. ทนายตั้มพา ผู้เสียหายรายที่ 7 อายุ 21 ปี ที่ถูกกระทำอนาจารและคุกคามทางเพศเมื่อ 4 ปีก่อน เข้าแจ้งความเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ข้อหาพรากผู้เยาว์ กับอนาจาร พร้อมกล่าวว่า สำหรับผู้เสียหายรายที่ 7 นี้ โดนลวนลามบนรถ เมื่อปี 62 ช่วงที่เป็นนักศึกษาฝึกงานคล้ายกับผู้เสียหายรายอื่นๆ ส่วนก่อนหน้านี้ผู้เสียหาย คนที่ 6 ที่ถูกข่มขืน เข้าพบพนักงานสอบสวนในวันนี้ ตอนแรก ผู้เสียหายรายนี้ตั้งใจจะมาในฐานะพยาน ยื่นหลักฐานเป็นคลิปเสียงเท่านั้น จะไม่แจ้งความเนื่องจากมีการรับสิ่งตอบแทนมาแล้วก่อนหน้านี้ แต่จากการเข้าให้ปากคำ พฤติกรรมของผู้ถูกกล่าวหา เข้าข่ายความผิดอาญาแผ่นดินยอมความไม่ได้ จึงเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่ในวันนี้มีผู้เสียหายรายที่ 8 เดินทางมาเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย โดยขอไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน
มิสแกรนด์ประณามกลางเวที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำคืนวันที่ 17 เม.ย. ที่ขอนแก่น ฮอลล์ ศูนย์การค้า เซ็นทรัล ขอนแก่น จ.ขอนแก่น กองประกวดมิส แกรนด์ ไทยแลนด์ 2022 จัดการประกวด มิสแกรนด์ขวัญใจขอนแก่น โดยในช่วงการตอบคำถามเพื่อคัดเลือก 5 คนสุดท้าย มีคำถามเรียกเสียงฮือฮาเมื่อพิธีกรถามว่าจากกรณีที่ คุณปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตกเป็นผู้ต้องหาคดีกระทำอนาจารและข่มขืนหลายรายที่เกิดขึ้นในขณะนี้ คุณอยากจะบอกอะไรกับผู้ที่ได้รับผล กระทบจากเหตุการณ์นี้ และถ้าหากคุณมีโอกาสได้เสนอบทลงโทษในคดีล่วงละเมิดทางเพศ คุณจะเสนอบทลงโทษอะไร เพราะเหตุใด
โดยหนูดี อรปรียา เนซ่า มามูดี้ มิสแกรนด์อ่างทอง ผู้คว้ารางวัลมิสแกรนด์ขวัญใจขอนแก่นไปครอง ตอบว่า “ก่อนอื่นขอประณามการกระทำดังกล่าว เป็นการกระทำที่ต่ำตมและชั่วช้ามาก ทำกับเยาวชนและ ผู้หญิงซึ่งเป็นเพศแม่ หนูดีคิดว่าบทลงโทษสำหรับคนนี้นั่นคือข่มขืนเท่ากับประหารชีวิต เป็นถึง ส.ส. เป็นคนของประชาชน แต่คุณไม่มีมนุษยธรรมและไม่มีความเป็นคนเลย ฝากถึงเหยื่อนะคะว่าความยุติธรรมจะบังเกิดเอง ถ้ากฎหมายไทยศักดิ์สิทธิ์มากพอ ฝากไปถึงคุณประยุทธ์ด้วยค่ะ”
ขณะที่มิสแกรนด์กรุงเทพฯ อิงฟ้า วราหะ ตอบว่า “ขอเป็นกำลังใจให้กับเหยื่อที่กล้าออกมาเปิดโปง ไม่ใช่เหยื่อหรอกค่ะที่จะต้องอายกับรูปคดีนี้ คนกระทำผิดมากกว่าที่ควรอาย สำหรับบทลงโทษ ถ้าหากกฎหมายไทยทำอะไรไม่ได้ กฎแห่งกรรมตามทันคะ”
เหยื่อแจ้งความ 14 รายแล้ว
ขณะที่ที่สน.ลุมพินี ทนายตั้มพาผู้เสียหายอีก 6 รายเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทนายตั้มให้ข้อมูลว่า ผู้เสียหายมีทั้งที่ถูกทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเรา โดยพฤติกรรมก็คล้ายๆ กัน บางรายถูกล่วงละเมิดตั้งแต่ปี 2557 รายหนึ่งเคยแจ้งความที่สน.ลุมพินี เมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2563 แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าจึงเดินทางเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันนี้เพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี
ส่วนรายที่ 14 รายนี้อายุ 31 ปี เหตุเกิดเมื่อปี 2558 โดนผู้เสียหายไปสัมภาษณ์งาน และบังเอิญเจอผู้ก่อเหตุได้มีการขอข้อมูลสำหรับติดต่อ และไปดื่มแอลกอฮอล์ที่บริเวณตึกแห่งหนึ่ง ผู้ก่อเหตุพยายามลวนลาม หลังเกิดเหตุผู้ก่อเหตุได้พยายามคุยเรื่องงานตลอด กระทั่งวันที่ 20 ก.ค. 2558 ผู้ก่อเหตุแจ้งว่าสัมมนาที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ให้แวะมาคุยงาน ระหว่างนั้นผู้เสียหายยังมาไม่ถึง ผู้ก่อเหตุได้บอกว่าขอขึ้นไปที่คอนโดฯ จึงให้มาที่คอนโดฯ ย่านราชดำริ ขณะขึ้นไปคอนโดฯ ดังกล่าวมีเซลส์ผู้หญิงขึ้นไปด้วย ผู้เสียหายจึงไม่กังวล ขณะที่อยู่ในห้องพักผู้ก่อเหตุได้คุยกับเซลส์ ส่วนผู้เสียหายถ่ายรูปเล่น แต่เซลส์คนดังกล่าวกลับลงไปโดยที่ผู้เสียหายไม่ทราบ ผู้ก่อเหตุได้มาสวมกอดจากด้านหลังแล้วลงมือข่มขืน หลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์หนี