‘อุตตม’หน.พรรคธรรมนัสมายินดีแต่ไร้เงา-พปชร.
ตามคาด สร้างอนาคตไทยประชุมใหญ่เลือก ‘อุตตม’ เป็นหัวหน้าพรรค ‘สนธิรัตน์’ เลขาฯ พรรค‘สุรนันทน์-สุพล-สันติ-นิพิฏฐ์-วิเชียร-นริศ’ ชักแถวนั่งรองหัวหน้า พร้อมประกาศชู ‘สมคิด’ แคนดิเดตนายกฯ โชว์นโยบาย 5 สร้าง นำชาติพ้นวิกฤต พรรคร่วมรัฐบาลแห่ยินดี ‘ธรรมนัส’ก็มา แต่ไร้เงา พปชร. ‘วิษณุ’ ย้ำไทม์ไลน์ รัฐบาลอยู่ได้ถึง 23 มี.ค.66 ปชป.ตั้งแล้ว 9 กรรมการสอบคดี ‘ปริญญ์’ กมธ.ปราบโกงจ่อเชิญ ‘ทนายตั้ม’ ชี้แจงคลิปเสียงโควตาหวย 15 ล้าน ‘แรมโบ้-จุรีพร’คิวต่อไป
สอท.ประชุมใหญ่-ไร้เงาพปชร.ยินดี
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 เม.ย. ที่อาคาร อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี พรรคสร้างอนาคตไทย(สอท.) จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2565 มีตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด และสมาชิกพรรคทั่วประเทศ เข้าร่วมประชุมพร้อมเพรียง
นอกจากนี้ยังมีตัวแทนพรรคการเมือง นำกระเช้าดอกไม้ มาร่วมแสดงความยินดี อาทิ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นาย ประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นายธีระ วงศ์สมุทร ที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา (ชพน.)
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี (ทภด.) นายอัศนี เชิดชัย และนางลินดา เชิดชัย ตัวแทนพรรคเพื่อชาติ (พช.) แต่เป็นที่สังเกตว่า ไม่ปรากฏตัวแทนพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ซึ่งเป็นพรรคที่นายอุตตม และนายสนธิรัตน์ เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง มาร่วมแสดงความยินดี
สำหรับพรรคสร้างอนาคตไทย ใช้โลโก้พรรค เป็นรูปหัวใจบวกลูกศร หัวใจ สื่อถึงความหวัง ความปรารถนา ความศรัทธาของคนในประเทศ ส่วนลูกศร คือ ความก้าวหน้าของประเทศ การเมือง เศรษฐกิจ และสังคม เดินหน้าไปอย่างมั่นคง มีเสถียรภาพและเป็นประชาธิปไตย โดยใช้สีน้ำเงิน-เขียว เป็นสีประจำพรรค สีน้ำเงิน สื่อถึง ความมั่นคง หนักแน่นศรัทธา น่าเชื่อถือ เป็นเอกภาพ สีเขียว สื่อถึง ธรรมชาติ ความปลอดภัย ความอุดมสมบูรณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ
พร้อมชูนโยบาย 5 สร้าง ได้แก่ 1.สร้างเศรษฐกิจฐานราก 2.สร้างภาคเศรษฐกิจใหม่ 3.สร้างสังคมที่เกื้อกูล 4.สร้างคนและวิทยากรเพื่อก้าวสู่สังคมโลก 5.สร้างการเมืองที่สร้างสรรค์
‘อุตตม’หัวหน้า-‘สนธิรัตน์’เลขาฯ
ในที่ประชุมได้รายงานการดำเนินกิจการของพรรคในรอบปี 2564 รายงานงบการเงินในรอบปี 2564 และแก้ไขข้อบังคับพรรค ปี 2564 ทั้งฉบับ และเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ 16 คน ได้แก่ 1.นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค 2.นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค 3.นายสันติ กีระนันทน์ รองหัวหน้า และเหรัญญิกพรรค 4.นายนิทัศน์ ประทักษ์ใจ เป็นนายทะเบียนพรรค
5.นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค 6.นายสุพล ฟองงาม รองหัวหน้าพรรค 7.นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรค 8.นายวิเชียร ชวลิต รองหัวหน้าพรรคและ ผู้อำนวยการพรรค 9.นายนริศ เชยกลิ่น รองหัวหน้าพรรคและโฆษกพรรค 10.นายวัชระ กรรณิการ์ รองเลขาธิการพรรค ส่วนกรรมการบริหาร 11.นายรักษ์พงษ์ เซ่งเจริญ 12.นายวิรัช วิฑูรย์เธียร 13.นายโอฬาร วีระนันท์ 14.นาย อิธวัฒน์ พิทักษ์คุมพล 15.นางทิพย์พาพร ตันติสุนทร และ 16.น.ส.โชนรังสี เฉลิมชัยกิจ
ที่ประชุมเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหา ผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส. 11 คน มาจากสัดส่วนกก.บห. 5 คน หัวหน้าสาขา 4 คน และอื่นๆ 2 คน
จากนั้นเวลา 12.00 น. ที่ประชุมได้เปิด VTR สร้างอนาคตไทยเนื้อหาสะท้อนปัญหาของประเทศ และแนวทางพัฒนาประเทศ และเปิดตัว นายอุตตม นายสนธิรัตน์ และกก.บห. เพื่อประกาศอุดมการณ์สร้างอนาคตไทย ร่วมกัน จากนี้กก.บห.เตรียมนัดประชุมครั้งแรก ในวันที่ 27 เม.ย. คาดว่าจะหารือและลงมติสนับสนุนบุคคลที่จะเสนอเป็นแคนดิเดต นายกฯในการเลือกตั้งสมัยหน้า

สร้างอนาคต – บรรยากาศงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี พรรคสร้างอนาคตไทย ครั้งที่ 1 โดยที่ประชุมเลือกนายอุตตม สาวนายน เป็นหัวหน้าพรรค ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 20 เม.ย.
ชู‘สมคิด’แคนดิเดตนายกฯ
นายอุตตมกล่าวเปิดใจหลังได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคว่า พรรคสร้างอนาคตไทยจะเป็นพรรคที่ทำงานอย่างจริงจัง ไม่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้อง โดยมีชุดนโยบาย 5 สร้างคือ 1.สร้างเศรษฐกิจฐานรากไทยให้เข้มแข็งและทันสมัย 2.การสร้างเศรษฐกิจใหม่หรือโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต 3.สร้างคนและวิทยาการที่พร้อมก้าวสู่สังคมโลกแห่งอนาคต 4.สร้างสังคมที่เป็นธรรมและเกื้อกูล และ 5.สร้างการเมืองที่สร้างสรรค์ เพราะที่ผ่านมาเราติดกับดักการแย่งชิงอำนาจ เมื่อเข้าสู่อำนาจแล้วยึดติด และพยายามสืบทอดอำนาจ ก่อให้เกิดความ ร้าวฉาน นำสู่ภาวะชะงักชะงันในการบริหารประเทศ พรรคสร้างอนาคตไทยจะขอยืนเคียงข้างประชาชนและปฏิเสธการเมืองเช่นนี้
ส่วนบัตรประชารัฐที่ใช้อยู่นั้นเราเป็น ผู้ริเริ่มคิดขึ้นก็อยากจะเข้าไปต่อยอดให้ดีกว่าเดิม รวมถึงแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง ระบบพร้อมเพย์ ที่เราเป็นคนริเริ่มใช้ก็ประสบความสำเร็จ และยังใช้เป็นเครื่องมือเยียวยาประชาชนอยู่ ส่วนโครงการระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก หรืออีอีซี เราก็เป็นผู้ริเริ่ม แต่ด้วยเงื่อนไขการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปหลังทำงานมาระยะหนึ่ง เราจึงก้าวออกจากวงการการเมือง จากนี้ไปเป็นการนับหนึ่งพรรคสร้างอนาคตไทยอย่างเต็มอัตรา เราจะเสนอนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค เพราะสามารถเป็นผู้นำประเทศในอนาคตได้
คำถามที่ว่าเราจะสู้พรรคการเมืองเก่าได้หรือไม่นั้น ตรงนั้นเป็นความคิดการเมืองแบบเก่า วันนี้ประชาชนเปลี่ยนไปแล้ว แยกแยะได้ว่านี่คือการยึดติดกับการเมืองไม่สร้างสรรค์มากกว่าที่จะมุ่งแก้ไขปัญหาให้ประชาชน จะทำให้ประเทศไทยไม่ไปไหน การเมือง ติดหล่มสังคม มีแต่ความขัดแย้งวันนี้ จึงเป็นหน้าที่ของพรรคสร้างอนาคตไทยโดยการเสนอชุดความคิดใหม่และเสนอนโยบาย เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง
ตั้ง 5 ขุนพลสู้ศึกเลือกตั้ง
ด้านนายสุพล ฟองงาม กรรมการบริหารพรรค กล่าวว่า นายสมคิดเป็นคนเก่งในการวางนโยบาย และชวนตนออกจากพรรค เพื่อไทย (พท.) มาอยู่พรรคพลังประชารัฐ และมาอยู่กับพรรคสร้างอนาคตไทยเพราะมีคนเก่ง คนกล้า เสียสละทำเพื่อบ้านเมือง โดยได้รับมอบหมายให้ดูโซนภาคอีสาน คนอีสานเข้าใจง่ายถ้ารู้จักสื่อสาร หลายคนมองว่ายากที่จะไปแย่งพื้นที่กับพรรคเพื่อไทย แต่จากนโยบายและความตั้งใจที่จะทำงานแก้ปัญหาจึงมองว่าจะผ่านไปได้
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค กล่าวว่า ขอบคุณคณะผู้บริหารและ นายสมคิด เพราะเป็นคนเชิญตนเองมา ร่วมงาน ขอให้มาช่วยงานฟื้นฟูภาคใต้ โดยใช้คำพูดว่า “ทำภาคใต้ให้หายจน” ครั้งนี้เป็นการทำสงครามครั้งสุดท้ายในชีวิต แพ้ชนะตนไม่เสียใจเลยเพราะตนกำลังหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคนภาคใต้
นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรค กล่าวว่า ตนมี 3 เหตุผลที่กลับมาทำการเมืองคือ 1.รัฐบาลไม่สามารถจัดการระบบสาธารณสุขไทย ทำให้คนติดโควิด-19 ตายวันละ 100 คน ทั้งที่สมัยก่อนมีนโยบาย30 บาทรักษาทุกโรคเพื่อให้ไทยเป็นฮับของการรักษาพยาบาล 2.รัฐบาลบริหารเศรษฐกิจแบบลักปิดลักเปิด ไม่มีแผนสำหรับวันนี้และอนาคต อยู่ไปวันๆ และ 3.การบริหารจัดการล้มเหลวของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จึงไม่สามารถให้อยู่ต่ออีก 8 ปีได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนปิดการประชุม นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค แนะนำขุนพลเลือกตั้งทั้ง 5 ภาคของพรรค ที่จะขับเคลื่อนการทำงานได้แก่ นายนิพิฏฐ์ เป็นประธานภาคใต้ นายสุพล ประธานภาคอีสาน นายสุรนันทน์ ประธานกรุงเทพฯ นายวัชระ กรรณิการ์ ประธานภาคกลาง และนายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ ประธานภาคเหนือ
‘ธรรมนัส’อุบร่วมงานสอคท.
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการมาร่วมยินดีกับพรรคสร้างอนาคตไทยว่า ได้รับเชิญจากนายอุตตมจึงมาร่วมแสดงความยินดี ที่ได้เป็นหัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ ที่เป็นเลขาธิการพรรค เรารักกันมานานและให้เกียรติกันมาตลอด “ผม นายอุตตม นายสนธิรัตน์ ก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ มาด้วยกัน ตั้งแต่ยังเป็นวุ้น ฉะนั้นความผูกพันและการ ให้เกียรติกันก็ดำรงอยู่”
ผู้สื่อข่าวถามว่าอนาคตจะร่วมงานการเมืองกันได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า การเมืองยังมีเวลาที่จะตัดสินใจว่าจะร่วมหรือไม่ร่วม ต่อข้อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ หากพรรคสร้างอนาคตไทยจะผลักดันนายสมคิด เป็นแคนดิเดตนายกฯ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า สมัยที่ร่วมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้วยกัน นายสมคิด เป็นผู้ใหญ่ที่ตนเคารพนับถือและเคยมีโอกาสทำงานเศรษฐกิจฐานรากร่วมกันจนถึงช่วงที่ลาออกไป ดังนั้นเรื่องเศรษฐกิจฐานรากที่ตนมีความรู้ ก็ได้มาจากนายสมคิด
เมื่อถามถึงการเลือกตั้งซ่อมส.ส.ราชบุรี เขต 3 ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตนจะไม่ส่งเนื่องจากเป็นพื้นที่ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ และเป็นมารยาททางการเมืองแม้พรรคจะมีคนก็ตาม แต่การเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้าจะส่งครบทั้ง 400 เขต
ส่วนความคืบหน้าการประชุมใหญ่พรรคเศรษฐกิจไทยในวันที่ 29 เม.ย. ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เนื้อหาการประชุมไม่มีอะไรมาก จะเน้นเรื่องงบประจำปีและจะยังไม่เปิดตัว แคนดิเดตนายกฯ ของดีๆ ต้องใจเย็น ซึ่งเป็นคนที่มีเคมีตรงกัน แต่คิดว่าจะเปิดตัวหลัง พ.ค.นี้ ส่วนทีมเศรษฐกิจของพรรคมีคนแล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผย เพราะอยู่ในช่วงการวางยุทธศาสตร์พรรค
เมื่อถามถึงความพร้อมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ยังไม่ทราบวันและประเด็นที่เป็นสาระที่จะอภิปรายชัดเจน ยังไม่สามารถพูดได้ แต่ยืนยันในหลักการที่จะยืนข้างประชาชน
พปชร.เปิดตัว 10 ว่าที่ผู้สมัครส.ส.
เมื่อเวลา 15.30 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรค นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รองหัวหน้าพรรค นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ผอ.พรรค แถลงเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. 10 คน ได้แก่ นายจำลอง ช่วยรอด ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นนทบุรี นายประทีป เลขาพันธ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ตราด เขต 1 นายมานะ ชนะสิทธิ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จันทบุรี เขต 2 นายแสนคม อนามพงษ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จันทบุรี เขต 3
นายมติชน ชูทับทิม ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 3 จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 4 นายสุรพงษ์ นำชัยรุจิพงศ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี เขต 3 นายหฤษพล สมจิตรนา หรือหยอง ลูกหยี ดาราตลก ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ลพบุรี เขต 4 นายสรวิศทชากร เลขานุกิจ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กระบี่ เขต 2 และนายมานิตย์ พรหม การีย์กุล ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ
นายสุชาติกล่าวว่า ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรค และนายสันติ ได้สร้างโครงข่ายไว้ออกมาเป็นหลายด้านหลายภาค ตอนนี้เราได้วางแผนและเริ่มวางตัวผู้สมัครให้ครบทั้ง 400 เขตเร็วๆ นี้ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของหัวหน้าพรรค
ต่อข้อถามว่าการเปิดตัววันนี้ มีอดีต ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ด้วย นายสุชาติกล่าวว่า คนที่มาในวันนี้เคยลงสมัครพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเมื่อเข้าไปแล้วอุดมการณ์เขาอาจจะเปลี่ยนไป ตอนแรกเขาไม่รู้ว่าพรรคอนาคตใหม่จะเดินการเมืองอย่างไร แต่เมื่อเห็น พรรคพลังประชารัฐเดินแนวทางการเมืองที่จะสร้างประเทศเขาจึงตัดสินใจมาร่วมด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้มีนัยยะทางการเมืองอะไรทั้งสิ้น ตอนที่ลงสมัครเขาก็ได้อันดับ 2 คิดว่าอุดมการณ์ที่เขาต้องการทำให้ชาติบ้านเมืองในนามพรรคพลังประชารัฐไปกันได้ไม่มีนัยยะใดๆ ทั้งสิ้น
โวมีคนอยากมาอยู่ด้วยเพียบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมถึงเลือกเปิดตัวช่วงนี้ และเปิดแค่เพียงบางจังหวัด นายสุชาติกล่าวว่า โดยหลักแล้วคนที่เป็นส.ส.อยู่แล้ว เราจะยืนพื้นไว้ แต่บางจังหวัดที่มีเพิ่มเขต เราต้องหาคนมาสมัคร จะเห็นว่ามีหลายพรรคที่เปิดตัว ผู้สมัครกันทุกวัน ที่ผ่านมาพรรคพลังประชารัฐมีข่าวออก 1 คนบ้าง 2 คนบ้าง จึงอยากจะบอกว่า มีคนอยากมาอยู่กับเราเยอะมาก แต่บางทีเขตทับซ้อนกันอยู่ เราต้องเคลียร์ให้ไม่มีปัญหา ซึ่งวันนี้เราเปิดตัวหลายจังหวัดและยืนยันว่าจะยังคงมีมาเปิดตัวกันอยู่เรื่อยๆ
นายสันติกล่าวว่า บุคคลทั้ง 10 คนในหลายจังหวัดที่มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคและเสนอตัวลงรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.เป็นเรื่องที่ดี เพราะเรามีคนที่ทำงานในพื้นที่มาเสนอตัว ทั้ง จ.ฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรี ลพบุรี กระบี่ ตราด ซึ่งเข้ามาเสริมในพื้นที่ที่เรายังไม่มี ส.ส. และจะเริ่มทยอยรับว่าที่ผู้สมัคร
เมื่อถามถึงการปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส. ช่วงเดียวกับที่พรรคสร้างอนาคตไทยจัดประชุมใหญ่ และเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ที่มีบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายคน นายสันติกล่าวว่า ถือเป็นเรื่องดีที่มีการเปิดตัวคนที่จะมาทำงานให้กับประชาชน ถือว่าทุกคนอยากจะเข้ามาแก้ไขปัญหา เป็นตัวเลือกให้กับประชาชน เราไม่ได้มีความอ่อนไหวใดๆ และเป็นเรื่องดีที่จะแข่งขันกันเพื่อพัฒนาบ้านเมือง แข่งกันคิดและทำความดีให้ออกมาในหลายรูปแบบ เพราะประโยชน์จะตกอยู่กับประชาชน
ภูมิใจไทยประชุมใหญ่ 23 เม.ย.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เตรียมจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 ในวันเสาร์ที่ 23 เม.ย. เวลา 08.00 – 12.30 น. ที่ห้องประชุมชั้น 2 เดอะฮอล์ อยุธยา ซิตี้ พาร์ค อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา โดยนายอนุทิน ชาญ วีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะปราศรัยต่อสมาชิกพรรคด้วย
นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคเป็นไปตามกฎหมายกำหนด ส่วนครั้งนี้จัดการประชุมที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องจากวนมาถึงรอบของภาคกลาง และจะเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.พระนครศรีอยุธยา ของพรรคด้วย
ประชาธิปัตย์จัดที่พรรค
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า พรรคประชาธิปัตย์จะจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 ในวันที่ 23 เม.ย. เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุม ชั้น 3 อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช กรุงเทพฯ มีวาระการประชุมที่สำคัญ ดังนี้ ระเบียบวาระรับรองรายงานการประชุมใหญ่วิสามัญพรรค ประจำปี 2564 ครั้งที่ 1 พ.ศ.2564 การดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) หรือกฎหมายลูกว่าด้วยพรรค การเมือง มาตรา 43 และมาตรา 61
รายงานการดำเนินกิจการของพรรคในรอบปีที่ผ่านมา รับรองงบการเงิน ประจำปี 2564 พิจารณาแผนยุทธศาสตร์ของพรรค แผนหรือโครงการที่จะดำเนินกิจกรรมสำหรับปีต่อไป โดยเฉพาะการหารายได้ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ในทางการเมืองและการพัฒนาบุคลากรทางการเมือง
เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด -19 สมาชิกที่เป็นองค์ประชุมบางส่วนจะเข้าร่วมประชุมผ่านระบบ Zoom ส่วนผลการประชุมจะได้แถลงให้ทราบอีกต่อไป
ส่ง‘ชัยทิพย์’ชิงซ่อมราชบุรี
นายราเมศกล่าวถึงความคืบหน้าในการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส.ราชบุรี เขต 3 ว่า คณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร มีนายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ เป็นประธาน ได้ออกประกาศของคณะกรรมการสรรหา ลงวันที่ 20 เม.ย.2565 รับสมัครและการรับฟังความคิดเห็นจากตัวแทนพรรคการเมืองและสมาชิกพรรคใน จ.ราชบุรี ปรากฏว่ามีสมาชิกพรรคมายื่นความจำนงเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.เขต 3 จำนวน 1 ราย คือ นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ ซึ่งเป็นอดีตผู้สมัครส.ส.ราชบุรี เขต 3
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย และประกาศคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง พรรคได้ส่งรายชื่อดังกล่าว เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากตัวแทนพรรคและสมาชิกพรรคในเขตเลือกตั้งดังกล่าวแล้ว เพื่อได้ดำเนินการ ต่อไป เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการผ่านคณะกรรมการบริหารพรรคตามที่กฎหมายและ ข้อบังคับกำหนดแล้ว นายชัยทิพย์ จะได้ยื่นสมัครรับเลือกตั้งต่อคณะกรรมการการ เลือกตั้ง (กกต.) ต่อไป

ระดมไอเดีย – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมพรรคเพื่อไทย และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ประชุมระดมไอเดียทีมคณะการ มีส่วนร่วมและนวัตกรรม เตรียมพร้อมประชุมพรรคสามัญประจำปี 2565 เมื่อวันที่ 20 เม.ย.
พท.เดินหน้าแลนด์สไลด์ 250 ส.ส.
ที่พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทร รวงทอง เลขาธิการพรรค แถลงว่า พรรค เพื่อไทยกำหนดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 วันที่ 24 เม.ย. ที่พรรค ภายใต้ชื่องาน “แลนด์สไลด์ เพื่อไทย เพื่อคนไทยทุกคน” มุ่งหมายจะใช้เวทีการประชุมใหญ่ของพรรคครั้งนี้ สื่อสารสาธารณะไปถึงพี่น้องประชาชน ทุกคนที่กำลังเผชิญกับวิกฤตต่างๆ อันเกิดขึ้นจากความผิดพลาดบกพร่องของรัฐบาลที่ไร้ความสามารถ ไร้ประสิทธิภาพ เชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยคือทางออกของประเทศและประชาชน เราจะร่วมกับพี่น้องประชาชนสร้างปรากฏการณ์แลนด์สไลด์ ก้าวสู่เป้าหมายให้ได้ ส.ส. 250 ที่นั่งขึ้นไปในการเลือกตั้งทั่วไปที่กำลังจะมาถึง
การประชุมใหญ่จะมี 2 ช่วง ภาคเช้าเป็นการบรรยายหัวข้อด้านการเมือง ส่วนภาคบ่าย เป็นการประชุมตามระเบียบวาระที่กำหนดไว้ ซึ่งภาคเช้าจะมีผู้ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์ นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค และผู้นำฝ่ายค้านในสภา นายชัยเกษม นิติสิริ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง นายจาตุรนต์ ฉายแสง ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม ถ่ายทอดสดผ่านเพจ เฟซบุ๊ก www.facebook.com/pheuthaiparty และยูทูบ www.youtube.com/PheuthaiParty
เล็งยื่นซักฟอก 24-25 พ.ค.
นายประเสริฐ กล่าวถึงการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151ว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านจะประชุมวันที่ 26 เม.ย. เวลา 14.00 น. แต่จะยังไม่มีการสรุปประเด็นหรือผู้ถูกอภิปราย หรือวันยื่นญัตติ เพราะขณะนี้มีประเด็นและข้อมูลเข้ามาเรื่อยๆ ทั้งความไม่ชอบพามากลและการทุจริตในการปฏิบัติหน้าที่
ผู้สื่อข่าวถามว่าการอภิปรายครั้งนี้จะสามารถล้มรัฐบาลได้หรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า ถ้าเทียบบรรทัดฐานจากการอภิปรายครั้งที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จ ครั้งนี้เป็นการอภิปรายครั้งสุดท้ายคาดหวังจะ สั่นคลอนรัฐบาลได้ เพราะขณะนี้มีปัญหาเรื่องเอกภาพภายในรัฐบาลและปัญหาภายในของแต่ละพรรค จะเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งในการทำงานของรัฐบาล แต่เชื่อว่ารัฐบาลนี้อยู่ ไม่ครบ 4 ปี
นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ฝ่ายค้านเตรียมยื่นต่อประธานสภา วันที่ 24-25 พ.ค. เพื่อไม่ให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ยุบสภาได้ แต่หากใกล้เคียงกับร่างกฎหมายลูกมากเกินไป ก็อาจขยับไปยื่นช่วงต้นเดือน มิ.ย.
‘วิษณุ’ย้ำไทม์ไลน์รัฐบาล
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวสำนักงบประมาณเสนอขอเลื่อนวาระการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ที่จะเข้าสู่สภาไปเป็นในช่วงเดือนมิ.ย.2565 ว่า สำนักงบประมาณได้แจ้งต่อรัฐบาลเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว เนื่องจากจัดทำร่างพ.ร.บ.งบประมาณแล้วเสร็จไม่ทัน เพราะจะมีการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.2565 ซึ่งกว่าจะพิจารณาร่างกฎหมาย ดังกล่าวได้ คงจะเป็นวันที่ 25 พ.ค. จึงขอเลื่อนการพิจารณาวาระดังกล่าวไปอีก 1 สัปดาห์ โดยจะตรงกับวันที่ 1 มิ.ย. ทางรัฐบาลได้รับทราบปฏิทินดังกล่าวมาตั้งแต่กลาง เดือนม.ค.
ขณะนี้ทางรัฐบาลได้นำเรื่องเสนอต่อสภาแล้ว จากนี้ขึ้นอยู่กับประธานสภาว่าจะบรรจุวาระเมื่อไร ขอย้ำว่า เป็นเรื่องของปฏิทินที่มีอยู่แล้ว ที่กำหนดไว้ว่าสภาจะต้องพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณให้เสร็จภายในกี่วัน หากสภาพิจารณาไม่เสร็จถือว่าอนุมัติตามที่ครม.เสนอ จากนั้นจะเข้าสู่การพิจารณาในชั้นวุฒิสภา เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการทุกอย่างแล้วจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป โดยรวมแล้วจะต้องให้ร่างพ.ร.บ.งบประมาณมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ต.ค. ทุกปีจะมีปฏิทินเช่นนี้อยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่าพล.อ.ประยุทธ์ ได้ย้ำในที่ประชุมครม.ถึงไทม์ไลน์ของรัฐบาล ในการทำงานให้อยู่ครบวาระด้วยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ตนเห็นแต่ที่นายกฯ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน แต่ไม่ได้ยินท่านพูดอะไรในครม. ต่อข้อถามว่าในปฏิทิน ได้ชี้แจงไว้ชัดเจนใช่หรือไม่ว่ารัฐบาลจะครบเทอมในวันที่ 23 มี.ค.2566 นายวิษณุกล่าวว่า ตนจะเขียนวันพยากรณ์ว่าไม่ครบไม่ได้ ตนต้องทำตารางไปให้เห็นจนครบก่อน ส่วนจะครบได้หรือไม่ได้ ก็แล้วแต่ในอนาคต ทั้งนี้ นายวิษณุ ได้พูดหยอกกับสื่อมวลชนในตอนท้ายว่า “ถ้าทำได้ก็ทำไปจนถึงปี 2580 เลย”
‘สาธิต’มั่นใจกม.ลูกเสร็จพ.ค.
ที่รัฐสภา นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. (ฉบับที่..) พ.ศ… ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมว่า วันนี้ที่ประชุมจะขยายช่วงเวลาการประชุมเพื่อชดเชยวันหยุดช่วงสงกรานต์ เพราะเป็นข้อตกลงของกมธ.ว่าจะทำให้เสร็จก่อนเปิดประชุมช่วงพ.ค. 22 พ.ค. จึงนัดประชุมทดแทน เนื่องจากเม.ย.มีวันหยุด หลายวัน และมีวันหยุดอีกครั้งช่วงต้นพ.ค. หลายคนไม่อยากเพิ่มวันประชุมจึงมีมติให้ประชุมวันเดิมคือพุธและพฤหัสบดี แต่ขยายเวลาการประชุมแทนจากเดิมเวลา 09.30-13.30 น. เป็น 09.30-16.30 น.
ผู้สื่อข่าวถามว่าส.ว.บางคนประเมินว่าทันทีที่เปิดสมัยประชุมฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะทำให้การพิจารณากฎหมายลูกสะดุดหรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า คิดว่าไม่เป็นปัญหา เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้เสร็จภายใน 180 วัน ที่เราตั้งเป้าให้เสร็จเร็วเพื่อให้กฎหมายนี้เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะไม่เกิดเดดล็อก ในการแก้รัฐธรรมนูญและมาออกกฎหมายลูกเพื่อปฏิบัติได้จริงในกติกาบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ฉะนั้นจำเป็นต้องออกกฎหมายลูกให้ทัน หากต้องไปออกพ.ร.ก.ก็อาจจะนำไปสู่การไม่ยอมรับของคนทุกฝ่าย เมื่อถามว่าประเมินแล้วจะไม่ถึงขั้นเดดล็อกใช่หรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า ไม่มีใครตอบได้ แต่เข้าใจว่ารัฐบาลคงบริหารจัดการเสียงได้ตามที่เดินหน้ามา
คาดกลางมิ.ย.เข้าสภาวาระ 2-3
นายสมคิด เชื้อคง โฆษกกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. แถลงว่า กมธ.เห็นชอบให้เพิ่มจำนวนคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เป็น 9 คน จากเดิม 7 คน ตามที่ครม.เสนอ ซึ่งกมธ.เสียงส่วนน้อยไม่ได้ติดขัดอะไร เนื่องจากเห็นว่าเมื่อมีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ภารกิจของกปน.ต้องมากขึ้นด้วย ส่วนประเด็นการแบ่งเขตเลือกตั้งที่เดิมในรัฐธรรมนูญระบุ “เขตติดต่อกันและมีประชากรใกล้เคียงกัน” แต่กมธ.เสนอเพิ่มเติมโดยอาศัยร่างของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและคณะ เพิ่มคำว่า “ในการแบ่งเขตเลือกตั้ง ภาพรวมต้องให้มีประชากรใกล้เคียงกันแต่ไม่เกิน 10%” ซึ่งกมธ.ส่วนใหญ่เห็นตรงกันในเรื่องนี้ เพราะการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมามีการแบ่งเขตที่ ไม่เป็นธรรม จึงไม่ต้องการให้กกต.ใช้ดุลพินิจอีก โดยให้กำหนดไว้ในกฎหมายลูก
ส่วนการประชุมกมธ.วันที่ 21 เม.ย. จะพิจารณาประเด็นไพรมารีโหวต คาด กมธ. จะเห็นด้วยกับการใช้เขตใดเขตหนึ่งในจังหวัดทำไพรมารีโหวต ยืนยัน กมธ.จะเร่งพิจารณากฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับ ให้เสร็จทันตามกรอบเวลา และนำเสนอต่อประธานรัฐสภาใน วันที่ 24 พ.ค.นี้ คาดกลางมิ.ย.จะเข้าสู่วาระ 2-3 ได้
ปชป.ตั้ง 9 กก.สอบคดี‘ปริญญ์’
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตามที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค แถลงขอโทษกรณีนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคที่มีคดีฉาว และตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งโดยมีตนเป็นประธาน เพื่อกำหนดแนวทางตรวจสอบคุณสมบัติผู้จะดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพรรค เพิ่มเติมจากข้อบังคับพรรคที่มีอยู่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์การใช้ตำแหน่งไปแสวงประโยชน์ รวมถึงพิจารณาแนวทางการให้การช่วยเหลือผู้เสียหายจากกรณีอดีตรองหัวหน้าพรรคด้วย
ขณะนี้มีรายชื่อคณะกรรมการครบ 9 คนแล้ว ประกอบด้วยบุคคลทั้งภายในและภายนอกพรรคดังนี้ ในพรรค 1.ตนเอง 2.นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ 3.น.ส.นริศา อดิเทพวรพันธุ์ อดีตส.ส.นครศรี ธรรมราช 4.พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีต ผู้สมัครส.ส.กทม.และ5.นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรค
ส่วนบุคคลภายนอก ได้แต่ 1.น.ส.เสาว ลักษณ์ ทองก๊วย สมาชิกคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชน (กรรมการสิทธิคนพิการสหประชาชาติ) นายกสมาคมส่งเสริมศักยภาพสตรีพิการ 2.น.ส.สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง ผอ.มูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม 3.นางเรืองรวี พิชัยกุล ผอ.สถาบันวิจัยบทบาทหญิงชายและการพัฒนา และ 4.น.ส.ธนวดี ท่าจีน ผอ.มูลนิธิเพื่อนหญิง
ขอให้ประชาชนมั่นใจในการทำงานของคณะกรรมการว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด จะไม่มีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมใดๆ และจะมีการประชุมวาระแรกโดยเร็วที่สุด
ยืนยันไม่อุ้มคนผิด
นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และกำหนดมาตรการป้องกัน รวมถึงพิจารณาแนวทางช่วยเหลือผู้เสียหาย พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงกรณีผู้เสียหายหลายราย เข้าเเจ้งความคดีทางเพศ กับนายปริญญ์ ว่า ขอแสดงความเสียใจสุดซึ้ง ต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกท่าน ตนไม่ได้นิ่งนอนใจและจะได้ทำหน้าที่ในส่วนที่พรรคมอบหมาย ในฐานะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และกำหนดมาตรการป้องกัน รวมถึงพิจารณาแนวทางช่วยเหลือผู้เสียหาย ที่มี น.ส.รัชดา เป็นประธาน จะทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด ในการแก้ไขปัญหานี้
ขอย้ำถึงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ ตามที่หัวหน้าพรรค ได้แถลงไปเมื่อวันที่ 19 เม.ย.อีกครั้งว่า เราต่อต้านการคุกคามทางเพศทุกรูปแบบ และโดยส่วนตัวตนต่อต้าน และรับไม่ได้กับการใช้ความรุนแรงทุกประเภท ขอให้ความมั่นใจว่า พรรคไม่เพียงแต่จะรีบแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้ดีที่สุด แต่จะดำเนินการต่างๆ เพื่อเน้นย้ำจุดยืนของเราให้หนักแน่นมากยิ่งขึ้นในเรื่องการไม่ปกป้องคนผิด เพื่อเป็นบรรทัดฐานของพรรคและสังคมโดยรวมต่อไปในฐานะคนในองค์กร ตนขอโทษทุกคนด้วยความจริงใจ สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
กมธ.จ่อเชิญ‘ทนายตั้ม’แจงคดีหวย
เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา กลุ่มผู้ค้าสลากเสรีแห่งประเทศไทย นำโดย นายประเทืองวุฒิ ลิ้มรสสุคนธ์ รองประธานผู้ค้าสลากเสรีแห่งประเทศไทย เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ให้ช่วยแก้ปัญหาสลากเกินราคา และตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนายเสกสกล อัตถาวงศ์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ที่ดำเนินคดีกับมังกรฟ้าเพียงแพลตฟอร์มเดียว ทั้งที่ยังมีกองสลากพลัสและเสือแดง รวมถึงคลิปเสียงสนทนาเรื่องเงิน 15 ล้านบาทของนายเสกสกลด้วย
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า จะนำเรื่องนี้เข้าสู่กมธ.เพื่อพิจารณาและจะเชิญผู้เดือดร้อน มาร่วมรับฟังด้วย โดยจะเชิญ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม และคนอื่นๆ มาชี้แจงวันที่ 27 เม.ย. กรณีเปิดเผยคลิปเสียงเรียกเงิน 15 ล้านบาท ส่วนนายเสกสกล และนางจุรีพร สินธุไพร ข้าราชการการเมือง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี คู่สนทนาในคลิปมาชี้แจงในเดือน พ.ค. เกี่ยวกับการใช้เงิน 15 ล้านบาทในการเลือกตั้ง และเรื่องการเรียกรับทรัพย์สิน ประเด็นเงิน 15 ล้านบาทถือเป็นเรื่องง่ายและจะรีบส่งให้กกต.ดำเนินการต่อไป ส่วนเรื่องรับทรัพย์สินต้องตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ ว่าจะเชิญใครมาเพิ่มเติม
เมื่อถามว่า การลาออกจากผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ ของนายเสกสกลเหมือนต้องการมาชนในชั้นกมธ.เต็มที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า “จะมาชนอะไรกับผม ผม นักมวยนะ คุณนักมวย ผมนักยูโดนะ แรมโบ้เป็นใคร ถึงผมจะอายุมากแล้วบอกจะมาชน เดี๋ยวก็เจอหรอก”
‘ชัชชาติ’ชงเปิดบ้านอุ่นใจ
ส่วนการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และนายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา (สม.) ในวันที่ 22 พ.ค. ทางผู้สมัครได้ลงพื้นที่หาเสียงอย่างต่อเนื่อง
เมื่อเวลา 10.30 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่หาเสียงเขตสาทร-ยานนาวา และกล่าวถึงเหตุทำร้ายร่างกายโดยอาวุธมีดภายในศูนย์การค้าเขตปทุมวัน เมื่อ วันที่ 19 เม.ย. ทราบภายหลังผู้ก่อเหตุเป็นชาย ไร้บ้านที่มีปัญหาสุขภาพจิตว่า ก่อนหน้านี้ กทม. เคยเปิด “บ้านอุ่นใจ” เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวแต่ภายหลังได้ยุติโครงการไป จึงเสนอเปิดบ้านอุ่นใจอีกครั้งเพื่อเป็นพื้นที่รองรับกลุ่มคนเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจและสังคม ทำหน้าที่ให้บริการห้องน้ำและห้องอาบน้ำ ที่พักค้างคืน ตรวจสุขภาพกายและใจ สนับสนุนอาหาร ตลอดจนส่งต่อส่งกลับภูมิลำเนา และช่วย หางานสร้างรายได้ เพื่อให้คนไร้บ้านสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมว่าน่าเป็นห่วง มันเหมือนเป็นยอดภูเขาน้ำแข็ง ที่ยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างซ่อนอยู่ข้างล่างอีกเยอะ เราปล่อยปัญหานี้ไว้ไม่ได้ กทม.ต้องทำงาน เชิงรุกในการจดทะเบียนคนไร้บ้าน ดูแลสิทธิและสวัสดิการเบื้องต้น และหารือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาในระยะยาว” นายชัชชาติกล่าว
‘ดร.เอ้’โชว์วิสัยทัศน์หมอดี-ใกล้บ้าน
ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ สถานีโทรทัศน์พีพีทีวี เอชดี ช่อง 36 เปิดเวทีประชันวิสัยทัศน์เลือกตั้งผู้ว่าฯ แก้ปัญหาคนกรุง ครั้งที่ 2 หัวข้อ กทม.โรคระบาด เมืองระบม โดยมีผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 6 คน เข้าร่วม
นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 4 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นโยบายด้านสาธารณสุข ของตนคือ “หมอมี สาธารณสุขดี ใกล้บ้าน” เน้นการป้องกันการเกิดโรค ที่ถือว่าสำคัญไม่แพ้การรักษา โดยยกระดับตรวจสุขภาพฟรีให้ดีกว่าเดิม พร้อมระบบแจ้งฉุกเฉินสำหรับผู้สูงอายุ
ขณะเดียวกันกลุ่มแฟนคลับ “เอ้ สุชัชวีร์” ได้มาดักรอในบริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมมอบของขวัญสุดเซอร์ไพรส์ที่ได้รวบรวมคำอวยพรจากแฟนคลับและนำมาใส่กรอบอย่างดี และช่อดอกไม้ให้นายสุชัชวีร์ เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 50 ปีด้วย
‘วิโรจน์’ลั่น 90 วันต้องเปิดเมือง
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 6 กล่าวถึงนโยบายแรกด้านสาธารณสุขที่จะทำว่า นโยบายของตนเป็นทำได้ทำจริงทำต่อทันที และบริการอย่าง ทั่วถึง ปัจจุบันกทม. มีโรงพยาบาลในสังกัด 11 แห่ง และได้ขยายให้ครบ 4 มุมเมือง ซึ่งได้เปิดบริการไปบ้างแล้ว ที่ร.พ.ผู้สูงอายุบางขุนเทียน ร.พ.บางนา ร.พ.ในเขตสะพานสูง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ และอีก 1 แห่ง ที่กำลังหาพื้นที่ นอกจากนี้จะยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุข ทั้ง 69 แห่ง ขยายให้เป็นร.พ.ประจำเขต เพื่อที่ประชาชนไม่ต้องเดินทางไกล พร้อมผลักดันนโยบายในการดูแลผู้สูงอายุด้วย
ด้านนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 1 พรรคก้าวไกล กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่ผู้ว่าฯ กทม. จะต้องทำให้ได้ภายใน 90 วัน คือ ต้องเปิดเมือง เปิดหน้ากาก เปิดเศรษฐกิจ เปิดวิถีชีวิตปกติให้คนทุกคนให้ได้ ขณะนี้มหานครหลายแห่งในโลกผ่อนคลายแล้ว ที่เขาทำได้ไม่ได้หมายความว่าเขาติดโควิด-19 น้อยลง แต่เนื่องจากการฉีดวัคซีน และพอติดเขาไม่คิดถึงเรื่องการตายอีกแล้ว เพราะเขามั่นใจในระบบการรักษา
ศาลสั่งกกต.ชดใช้‘สุรพล’70ล.
เมื่อเวลา 16.00 น. ที่โรงแรมฟูรามา เชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายสุรพล เกียรติ ไชยากร อดีต ส.ส.เชียงใหม่ เขต 8 พรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมนายปกป้อง กลับวิเศษ ทนายความบริษัท ปว.ประมวลกฎหมาย จำกัด แถลงข่าวกรณีศาลจังหวัดฮอด ต.หางดง อ.ฮอด พิพากษาคดีแพ่งหมายเลขดำที่ พ. 164/2562 และคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ พ. 23/2565 ลง วันที่ 20 เม.ย.2565 กรณีนายสุรพลได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเจ้าหน้าที่ รวม 14 คน เพื่อเรียกค่าเสียหายและเยียวยาฐานทำให้เสียชื่อเสียงภายหลังศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องคดีบูชาเทียนเพื่อทำบุญวันเกิด จำนวน 2,000 บาท ไม่ใช่เป็นการซื้อเสียง หรือทุจริตเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อปี 2562
ทั้งนี้ ศาลจังหวัดฮอด ได้พิพากษาให้นายสุรพล ชนะคดีดังกล่าว โดยให้ กกต.จ่ายค่า เสียหายและเยียวยา รวมกว่า 64 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย รวมทั้งสิ้นกว่า 70 ล้านบาท หากกกต.ไม่อุทธรณ์ ต้องยื่นเรื่องไปยัง กกต.และกรมบัญชีกลาง ในฐานะกำกับดูแลงบประมาณ กกต. ให้ชำระค่าเสียหายและเยียวยาตามศาลสั่ง หากกกต.ขออุทธรณ์ภายใน 1 เดือน ต้องรอฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ หรือศาลฎีกา วินิจฉัยคดีตามลำดับ เนื่องจากศาลแพ่ง ได้ระบุว่า กรณี กกต.ได้วินิจฉัยให้ใบส้มแก่นายสุรพล จนกกต.จัดเลือกตั้งใหม่ ส่งผลให้ น.ส.ศรีนวล บุญลือ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส.แทน ก่อน น.ส.ศรีนวล ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย เพื่อเป็น ส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาล ทำให้นายสุรพล ไม่ได้กลับมาทำหน้าที่เป็น ส.ส.พรรคเพื่อไทย หรือพรรคฝ่ายค้านอีก
นายสุรพลกล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า รู้สึกดีใจที่ศาลเมตตาและให้ความเป็นธรรม ภาคภูมิใจที่ได้ศักดิ์ศรีกลับคืนมา หลังพ้นตำแหน่ง ส.ส.ได้ลงพื้นที่พบปะประชาชนมาโดยตลอด ในนาม ส.ส.จิตอาสา เพื่อดูแลช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ ส่วนการเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า ยืนยันขอลงสมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทยเหมือนเดิม เชื่อว่าได้รับการสนับสนุนจากประชาชน อีกครั้ง
ด้านนายปกป้องกล่าวว่า ถ้ากกต.ยังดึงดันหรือดื้อรั้น ไม่ยอมขอโทษหรือรับผิดชอบใดๆ อาจหารือกับทีมทนาย และพรรค เพื่อฟ้อง กกต. หรือผู้เกี่ยวข้อง ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 เนื่องจากไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของการวินิจฉัยให้ใบส้มแก่นายสุรพล ตามระเบียบกฎหมาย ซึ่งใช้เวลาพิจารณาให้ใบส้มนายสุรพลเพียงชั่วโมงเศษเท่านั้น ซึ่งศาลระบุว่าเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ หรือส่อเจตนากลั่นแกล้งผู้สมัครได้รับความเสียหายดังกล่าว