ษิทราประสานช่วยเหยื่อสาวลุยเคสอังกฤษ
แย้มสัปดาห์หน้าคดีปริญญ์คืบ ตำรวจเตรียมออกหมายจับเพิ่ม ผุดอีกข้อหามีพราก ผู้เยาว์ด้วย ด้าน ‘ทนายตั้ม’ เข้ายื่นหนังสือผบช.น.ตรวจสอบพล.ต.ต.แทรกคดีหรือไม่ เผยผู้ถูกล่วงละเมิดทางเพศที่อังกฤษเข้ามาเป็นผู้เสียหายรายที่ 16 แล้ว จึงได้ประสานคนที่ช่วยดำเนินคดีให้เหยื่อรายนี้ที่ลอนดอนแล้ว หากรวบรวมหลักฐานในวันเกิดเหตุได้ครบ ทั้งเสื้อผ้าและกล้องวงจรปิดก็สามารถดำเนินคดีได้ทันที ‘ลูกนัท’ ติดต่อขอขมาผกก.ลุมพินีกรณีพูดจาต่อว่ารุนแรง
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 เม.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. เพื่อให้ตรวจสอบกรณีนายตำรวจยศ “พล.ต.ต.” พยายามแทรกแซงคดีนายปริญญ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลวงสาวข่มขืนกระทำอนาจาร หลังจากมีเหยื่อ 15 ราย เดินทางเข้ามาแจ้งความและให้การมัด
นายษิทรากล่าวว่า วันนี้มายื่นหนังสือถึง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในประเด็นที่มีตำรวจยศ “พลตำรวจตรี” อาจจะแทรกแซงและชักจูงผู้เสียหาย โดยจะขอให้ผบช.น.ตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของแม่เหยื่อสาวรายหนึ่งว่าคุยอะไรกับตำรวจนายนี้ในช่วงเกิดเหตุ แล้วก็ให้ตรวจสอบว่าได้ต่อสายไปถึงคนในพรรคการเมืองใดหรือไม่ จากข้อมูลที่ได้มา พลตำรวจตรีคนดังกล่าวเป็นตำรวจที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว เคยเป็นอดีตผู้การจังหวัดหนึ่งทางภาคตะวันออก
นายษิทรากล่าวต่อว่า สาเหตุที่ทำให้ตนมีข้อสงสัยว่าพลตำรวจตรีนายนี้ มีส่วนเข้ามาแทรกแซงคดี เนื่องจากช่วงวันที่ 13 เม.ย.ได้คุยกับครอบครัวของเหยื่อ เขาก็บอกว่าจะต้องปรึกษากับพลตำรวจตรีนายนี้อยู่ตลอดเวลา และช่วงหลังๆ เวลาที่ตนแนะนำอะไรไป ก็ได้รับคำตอบว่า “เดี๋ยวขอปรึกษาพลตำรวจตรีก่อน” ซึ่งก็ไม่ได้ทำตามที่ตนแนะนำไป ส่วนความสัมพันธ์เขาบอกว่าเป็น “ลุง” นั้น คิดว่าคงนับถือไม่ใช่ญาติแท้ๆ
นายษิทรากล่าวอีกว่าตนไม่ได้รับความร่วมมือจากเหยื่อรายดังกล่าวตั้งแต่วันที่ได้ขอให้คัดค้านการประกันตัวนายปริญญ์ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ จึงอยากให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนว่าพลตำรวจตรีนายนี้ ข่มขู่บังคับหรือจูงใจพยาน หรือได้แนะนำอะไร มีผลเสียต่อรูปคดีหรือไม่ แม้ว่าตอนนี้ทางเหยื่อจะยังไม่กลับคำให้การหรือถอนแจ้งความ แต่หากไปถึงชั้นอัยการอาจมีการขอให้สอบเพิ่มเติม จนนำไปสู่ข้อมูลที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อคดีก็ได้ ขอยืนยันว่าเหยื่อทั้ง 15 รายที่เข้าแจ้งความตำรวจก่อนหน้านี้ ยังเป็นพยานที่มีน้ำหนัก แต่ตนกังวลว่า ผู้เสียหายที่ติดต่อเข้ามาหลังจากนี้ อาจมีการแฝงตัวเพื่อโยงเกมการเมือง จึงต้องตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดก่อนเข้าช่วยเหลือ
ทนายษิทรากล่าวอีกว่า ตนไม่กังวลเรื่องการถูกฟ้องกลับ เนื่องจากที่ผ่านมาในการให้ข่าวไม่ได้พูดพาดพิงถึงชื่อหรือพรรคการเมืองใด สำหรับคดีนี้ถือเป็นคดีที่มีผู้เสียหายจำนวนมาก ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของคนใดคนหนึ่ง รวมถึงมองว่าเป็นภัยสังคมที่ตนต้องเข้าไปช่วยเหลือ เพื่อป้องกันการมีเหยื่อเพิ่มมากขึ้น สำหรับผู้เสียหายรายใหม่ที่เคยมีข่าวถูกล่วงละเมิดที่ประเทศอังกฤษ ขณะนี้ได้เข้ามาเป็นผู้เสียหายเพิ่มเติมรายที่ 16 ซึ่งตนได้ประสานคนที่สามารถช่วยดำเนินคดีให้เหยื่อรายนี้ที่ประเทศอังกฤษแล้ว หากสามารถรวบรวมหลักฐานในวันเกิดเหตุได้ครบ เช่น เสื้อผ้า และกล้องวงจรปิดวันเกิดเหตุ ก็สามารถดำเนินคดีตามกฎหมายได้ทันที เนื่องจากสภาพจิตใจของผู้เสียหายดีขึ้นมากแล้ว
“จากข้อมูลผู้เสียหายรายที่ 16 พบว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นประมาณ 10 ปีที่แล้ว ขณะที่ผู้เสียหายอายุ 25 ปี และกำลังศึกษาต่ออยู่ชั้นปริญญาโท ที่ประเทศอังกฤษ ได้เจอกับนักการเมืองคนดังกล่าว ที่ขณะนั้นทำงานให้ธนาคารแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ ก่อนจะมีการพูดคุยกับเหยื่อ โดยอ้างว่าสามารถพาเข้าทำงานได้ในธนาคารดังกล่าว หลังจากนั้นได้ล่อลวงไปที่อพาร์ตเมนต์ของผู้ก่อเหตุ และลงมือข่มขืน ซึ่งหลังเกิดเหตุทางผู้เสียหายได้ดำเนินคดีทันที ขณะนี้คดียังไม่ถูกตัดสิน แต่ก็มีหญิงไทยที่ทำงานในสถานทูต ติดต่อไปยังผู้เสียหาย ขอให้อย่าดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ ทำให้สภาพจิตใจของผู้เสียหายย่ำแย่”
อย่างไรก็ตาม การดำเนินคดีของตำรวจ ตนไม่มีความกังวล เพราะพยานหลักฐาน ค่อนข้างชัดเจน หากผู้เสียหายจะแถลงต่อศาล ไม่เอาโทษ ตนก็ไม่กังวลเนื่องจากคดีนี้เป็นอาญาแผ่นดินไม่สามารถยอมความได้
ที่ สน.ลุมพินี พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.น. ดูแลด้านกฎหมายและคดี เข้ามาติดตามดูสำนวนคดีที่มีหญิงผู้เสียหายหลายสิบราย เข้าแจ้งความเอาผิดอดีตรองหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่รายหนึ่งในข้อหากระทำอนาจารฯ และข่มขืนกระทำชำเรา โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง จากนั้นเปิดเผยว่าขณะนี้มีผู้เสียหายในคดีทั้งหมด 15 ราย แบ่งเป็นคดีข่มขืน 3 ราย อนาจาร 7 ราย ข่มขืนและอนาจาร 1 ราย อนาจารและพรากผู้เยาว์ 1 ราย ขาดอายุความ 1 ราย คดีต่างประเทศ 1 ราย และกำลังพิจารณาว่าคดีขาดอายุความหรือไม่ 1 ราย คดีที่ สน.ลุมพินี มี 9 ราย โดยมีคดีของผู้เสียหายที่มีคลิปเสียงการสนทนากับผู้ต้องหา ซึ่งตอนแรกผู้เสียหายประสงค์ให้การเป็นพยานเท่านั้น เพราะได้รับการชดใช้มาส่วนหนึ่งแล้ว แต่ตำรวจพิจารณาแล้วเป็นคดีที่ยอมความไม่ได้ จึงกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อรับเป็นคดี
สำหรับกรณีนายษิทราหรือทนายตั้ม อ้างว่ามีนายตำรวจยศพลตำรวจตรี เข้ามาแทรกแซง คดีนั้น รอง ผบช.น.กล่าวว่าพ.ต.อ.นิมิตร นูโพนทอง ผกก.สน.ลุมพินี ได้คุยกับมารดา ผู้เสียหายในคดีแรก ยังยืนยันที่จะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาต่อไป ซึ่งตำรวจนายนี้เป็นข้าราชการบำนาญเกษียณราชการ ที่ฝ่ายผู้เสียหายมีความเคารพนับถือและรู้จักมานาน จึงได้สอบถามเรื่องข้อกฎหมาย แต่ยืนยันว่าอดีตตำรวจนายนี้ไม่เคยมายุ่งเกี่ยวกับคดี หรือแม้แต่ติดต่อพนักงานสอบสวนเข้ามา โดยฝ่ายผู้เสียหายยังคงเชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจ ยังไม่มากลับคำให้การหรือถอนการแจ้งความ เพียงแต่ต้องการความเป็นส่วนตัว เชื่อว่าทนายตั้มอาจเข้าใจผิด
“ยืนยันว่า นับตั้งแต่รับคดีวันแรก ก็ไม่มีใครเข้ามายุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือกดดันการทำงานของตำรวจ ซึ่ง ผบ.ตร.กำชับให้ทำงานด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม รวดเร็วและรอบคอบ โดยคดีแรกที่รับไว้ จะปิดสำนวนได้ในเวลาไม่นาน เพียงแต่รอหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และการพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหา โดยในสัปดาห์หน้าจะมีความคืบหน้าในการขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติม” รอง ผบช.น.กล่าว
พล.ต.ต.ไตรรงค์กล่าวว่า ส่วนกรณีของนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือลูกนัท ที่ส่งเสียงโวยวายและชูนิ้วต่อว่าเจ้าหน้าที่ขณะเข้าตรวจค้นคอนโดฯ ผู้ต้องหาย่านสุขุมวิท ซอย 3 นั้น ฝ่ายกฎหมายตำรวจนครบาล 5 พิจารณาแล้วว่ามีความผิด 2 ข้อหาฐานหมิ่นประมาท เจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ และหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ผ่านการพิมพ์ข้อความทางเฟซบุ๊ก จึงได้ส่งเรื่องให้ ผกก.สน.ลุมพินี แจ้งความร้องทุกข์ ซึ่งจะมีการออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาเร็วๆ นี้
วันเดียวกัน “ข่าวสดออนไลน์” ได้สอบถามนายธนัตถ์ หรือลูกนัท กรณีตำรวจ สน.ลุมพินี เตรียมแจ้งข้อหาหมิ่นประมาทเจ้าพนักงานฯ และหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ขณะเข้าตรวจค้นคอนโดมิเนียมของอดีตรองหัวหน้าพรรคการเมืองในสุขุมวิทซอย 3 ว่า ได้ประชุมกับทีมทนายความและตั้งทีมสืบค้นข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ขณะการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว พบว่าหากมีการขอหมายค้นจากศาลนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการนำผู้เสียหายไปชี้จุดเกิดเหตุ ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ที่จะให้ผู้เสียหายขึ้นคอนโดฯ ในวันดังกล่าวหรือไม่ก็ได้ แต่ด้วยความแปลกของหลักปฏิบัติในวันดังกล่าว ตนจึงเกิดข้อสงสัยทำให้ไม่สบายใจจนนำไปสู่การแสดงออกที่เสียมารยาทและ ไม่สุภาพซึ่งก็ยอมรับในส่วนนี้
นายธนัตถ์กล่าวต่อว่าได้ติดต่อไปผ่าน หมอของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ เนื่องจากสามารถประสานกับผกก.สน.ลุมพินี ได้ ตนก็พร้อมจะรับผิดชอบและเข้าไปขอโทษตำรวจ พร้อม กระเช้าสวยๆ ตามเวลาและความเหมาะสม มองว่าการแจ้งข้อหาถือเป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของเจ้าหน้าที่ จากนี้จะขอให้หมอของขวัญได้นัดหมายการเข้าพบตำรวจอีกครั้ง เนื่องจากวันนี้ยังคงติดธุระอยู่