ขอเป็นรบ.แก้วิกฤตปท. ชทพ.ไม่ยุบลั่นสู้เลือกตั้ง ดัน‘ท็อป’ผู้นำคนรุ่นใหม่ ‘เทือก’ฟันธงตู่ครบเทอม สมคิดตอบรับแคนดิเดต
‘อุ๊งอิ๊ง’โหม เพื่อไทยต้องแลนด์สไลด์ เพื่อเป็นรัฐบาลมาแก้วิกฤต ประเทศ ยังถ่อมตัว นั่งแคนดิเดตนายกฯ ‘กัญจนา’ลั่นไม่ยุบชาติไทยพัฒนาลุยสู้ทุกกติกา ตั้งเป้ากวาดส.ส.เกิน 25 ที่นั่ง จ่อให้คนรุ่นใหม่ถือธงนำ ‘ประภัตร’ เชียร์‘วราวุธ’ เป็นนายกฯ รวมพลังประชาชาติไทยเปลี่ยนใช้ชื่อพรรค รวมพลัง ‘เอนก’หวังได้คัมแบ๊กรมว.การ อุดมศึกษาฯ ‘สนธิรัตน์’ เผย ‘สมคิด’ ตอบรับเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคสร้างอนาคตไทยแล้ว ‘ดร.เอ้’ควงอดีตผู้ว่าฯ ‘อภิรักษ์’ เดินขอเสียงสวนหลวง ชาวปทุมวันแห่ให้กำลังใจ‘อัศวิน’

แลนด์สไลด์ – พรรคเพื่อไทยประชุมใหญ่สามัญปี 2565 โดยมีแกนนำ ส.ส.และสมาชิก รวมทั้งน.ส. แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัว เพื่อไทยเข้าร่วมอย่างคึกคัก ที่พรรคเพื่อไทย กทม. เมื่อ 24 เม.ย.

พท.ปลุกเลือกตั้งแลนด์สไลด์
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 24 เม.ย. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) พรรคเพื่อไทยจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 ช่วงเช้ามีแกนนำพรรคร่วมแสดงวิสัยทัศน์ถึงอนาคตที่พรรคอยากทำให้ประชาชน พ้นจากวิกฤตหลุมดำ

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย (ทรท.) กล่าวว่า ประเทศของเรามีความท้าทาย 8 ข้อ คือ 1.เศรษฐกิจตกต่ำ โตช้า ฟื้นช้า 2.ความยากจนที่มาเจอกับภาวะของแพง ค่าแรงถูก 3.หนี้สาธารณะสูง แต่เงินถูกใช้ไปอย่าง สูญเปล่า 4.ความเหลื่อมล้ำติดอันดับต้นๆ ของโลก 5.ขีดความสามารถของประเทศต่ำ ล้าสมัย ไม่ทันโลก ไม่มีอนาคตสำหรับเยาวชนของชาติ 6.สังคมสูงวัยที่กำลังจะมาถึง 7.โลกร้อนที่ใกล้เข้ามาทุกทีแต่ไม่มีการจัดการ และ 8.การไม่มีเสรีภาพของประชาชน ความไม่เป็นประชาธิปไตยของประเทศ

เราเจอความท้าทายใหญ่ 8 ข้อ แต่เรามีรัฐบาลแบบรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ข้อเดียวก็แก้ไม่ได้ การเลือกตั้งที่จะมาถึง เราบอกกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมาว่าถ้าต้องการแก้ปัญหาความเดือดร้อน ต้องให้พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล และไม่ใช่ชนะธรรมดา ต้องชนะแบบถล่มทลาย แลนด์สไลด์ทุกพื้นที่ แล้วเราจะทำให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยทำได้ และจะทำให้ดีกว่าในอดีตที่ผ่านมาด้วย

รุมสับรธน.ปี 60-ลุยขึงพืด
ด้านนายชัยเกษม นิติสิริ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 มี ส.ว. 250 คน สร้างวิกฤต ขณะที่รัฐบาลชุดใหม่ก็ไม่มีความรู้ กฎหมายกลายเป็นเครื่องมือที่ถูกใช้อย่างบิดเบี้ยว ตลอด 8 ปียังมีกฎหมายอีกหลายฉบับที่เป็นฝันร้ายของประชาชน รัฐธรรมนูญปี 2560 ถูกสร้างขึ้นมาโดยคนกลุ่มเดิมที่ขโมยอำนาจจากรัฐบาลที่มาจาการเลือกตั้ง และอยู่เพื่อรักษาอำนาจต่อไปเรื่อยๆ ประชาชนถูกปิดหูปิดตา รัฐธรรมนูญปี 2560 ถือเป็นวิกฤตของชาติ ไม่เห็นหัวประชาชน ถ่วงความเจริญของประชาธิปไตย และแก้ไขได้ยาก เพราะมีเงื่อนไขให้ ส.ว.ต้องเห็นชอบในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ปมแรกคือต้องแก้รัฐรรมนญปี 2560 เพื่อชีวิตใหม่ของประชาชนอีกครั้ง ต้องแก้ ที่มาของนายกฯ แก้เรื่องการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน คุ้มครองสิทธิในการแสดงความเห็น คุ้มครองสิทธิในการชุมนุม ตนเคยเสนอแก้กฎหมายให้การปฏิวัติมีความผิดฐานเป็นกบฏ ไม่ก่อให้เกิด อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ และต้องไม่มีอายุความ แต่ด้วยเราเป็นเสียงข้างน้อยในสภา เราไม่มี ส.ว. แต่งตั้ง ทำให้ร่างรัฐธรรนูญของพรรคเพื่อไทยตกไป

“ยืนยันว่าจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 เพื่อสร้างชีวิตที่ดีให้ประชาชน ทำให้เรากลับมายืนบนเวทีโลกได้อย่าง สง่างาม อนาคตข้างหน้ารัฐธรรมนูญต้องพร้อมรับใช้ประชาชน ปิดทุกช่องโหว่ที่ จะให้เผด็จการกลับมางอกเงย ดังนั้น ขอเรียกร้องประชาชนแลนด์สไลด์เพื่อไทย เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” นาย ชัยเกษมกล่าว

อาสาฉุดชาติพ้นหลุมดำ
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค เพื่อไทย กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้วางกลไกให้คนไทยต้องอยู่กับรัฐบาลที่ไร้ศักยภาพ ไม่สร้างความหวัง ไม่สร้างอนาคตให้พี่น้องประชาชน 8 ปีกับคณะปกครองชุดนี้ และได้พบเจออะไรบ้าง 1.วิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศ คนจนล้นประเทศ คนรวยกระจุกนิดเดียว หนี้ครัวเรือนสูงสุดในประวัติ ศาสตร์ ธุรกิจปิดตัวล้มตาย 2.วิกฤตสาธารณสุขครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศ จากการรับมือที่ผิดพลาด บกพร่อง ปล่อยประชาชนเผชิญกับภัยของโรคระบาดตามยถากรรม

3.วิกฤตผู้นำที่ไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมโลก สร้างความอับอายให้ประเทศ การต่อรองทางการทูต เจรจาค้าขายที่ประชาชนควรได้รับหายหมด 4.วิกฤตการเมือง วิกฤตประชาธิปไตยที่เสื่อมโทรม รัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจที่แย่ที่สุด การละเมิดสิทธิมนุษชนทำลายผู้เห็นต่างโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ทำลายระบบรัฐสภาด้วยการทำลายพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม ซื้อขายตัวนักการเมือง ซื้อเสียงด้วยการแจกกล้วย ทำลายมาตรฐานทางการเมืองที่ควรจะเป็นอย่างรุนแรงมากสุดเป็นประวัติการณ์

5.วิกฤตหนี้ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติ ศาสตร์ชาติ เงินที่กู้มาไม่ได้สร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ไม่สร้างรายได้ หนี้สาธารณะของประเทศสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ดับฝันอนาคตลูกหลานด้วยหนี้ก้อนโตที่ฉุดรั้งการพัฒนาประเทศในระยะยาว 6.วิกฤตคอร์รัปชั่นที่รุนแรงมากที่สุดเท่าที่ประเทศเคยมีมา

ลั่นไม่ได้เกิดมาเป็นฝ่ายค้าน
นี่คือ 6 หลุมดำที่ประเทศไทยและ พี่น้องประชาชนคนไทยต้องทรมานภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ เราไม่อาจยอมรับชะตากรรมเช่นนี้ได้อีกต่อไป ถึงเวลาต้องออกจากวิกฤต ทางออกเดียวคือ พล.อ.ประยุทธ์ต้องออกไป พรรคเพื่อไทยต้องกลับมา ทำอย่างไรเราถึงจะสามารถออกจากหลุมดำที่วิกฤตเหล่านี้ได้

พรรคเพื่อไทยคือทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะพาพี่น้องชาวไทยออกจากหลุมดำ เราขอประกาศว่าถึงเวลาแล้ว เราพร้อมแล้วที่จะเข้ามารับช่วงต่อในยามมืดมนที่สุด ทุกข์ทรมานที่สุด เพื่อขจัดฝันร้ายให้พี่น้องประชาชน การเลือกตั้งครั้งต่อไปต้องไม่ใช่แค่ชนะ แต่ต้องชนะให้ขาด พรรคเพื่อไทยต้องแลนด์สไลด์ด้วยเก้าอี้ในสภาเกิน 250 ที่นั่ง เพื่อให้เสียงของเราสามารถควบคุม สภาล่าง และการบริหารของรัฐบาล เราจะได้รัฐบาลเสียงข้างมากที่สมบูรณ์แบบ

“เราไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นฝ่ายค้าน เราเกิดมาเพื่อเป็นรัฐบาล เป็นเครื่องมือทำงานให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น ครั้งหน้าผมขอโอกาสให้พรรคเพื่อไทยได้แสดงศักยภาพอีกครั้ง พาประชาชนหลุดพ้นจากวิกฤตและหลุมดำ เลือกพรรคเพื่อไทยให้ชนะพรรค ส.ว.ลากตั้ง เลือกพรรคเพื่อไทย เพื่อสร้างประชาธิปไตยที่สมดุล เพื่อรัฐธรรมนูญของประชาชน เลือกพรรค เพื่อไทยแลนด์สไลด์เพื่อคนไทยทุกคน” นพ.ชลน่านกล่าว

‘อุ๊งอิ๊ง’ประกาศการบ้าน5ข้อ
น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า ขอใช้เวทีนี้ในการส่งการบ้านของคณะทำงานด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม ซึ่งเราจะไม่ทิ้งคนรากหญ้าที่เป็นคน ส่วนใหญ่ของประเทศ พรรคเพื่อไทย ขอยืนยันว่าเราจะใช้สติปัญญาบริหารแก้ไขปัญหาของประเทศ แก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน วันนี้มีการกอบโกย ผลประโยชน์มากมายให้พวกพ้องของ ตัวเอง โดยไม่สนใจพี่น้องประชาชนว่าจะเป็นอยู่อย่างไร

ตนขอส่งการบ้านหลักๆ 5 ข้อ คือ 1.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการกระจาย อำนาจสู่ระดับประชาชน 2.ดึงศักยภาพของคนไทยโดยใช้ซอฟต์เพาเวอร์ จะทำระบบค้นหาศักยภาพของคนไทยอย่างน้อย 1 คน 1 ครอบครัว 3.ใช้เทคโนโลยี AI ในการทำการเกษตร เพื่อการวิเคราะห์ที่แม่นยำทั้งสภาพดิน ฟ้า อากาศและน้ำ ในแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้จะใช้วิทยา ศาสตร์เพื่อให้เกษตรกรเรียนรู้การถนอมผลิตภัณฑ์

4.ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ราชการด้วยแพลตฟอร์มรัฐบาลดิจิทัล และ 5.เตรียม คนไทยเข้าสู่ยุค metaverse เราปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อนวัตกรรม ต้องทำให้ประเทศหลุดพ้นจากความล้าหลัง ด้านเทคโนโลยี จะจัดให้มีไวไฟฟรีกระจายไปในระดับหมู่บ้าน และต้องสอนเด็ก ให้เรียนโปรแกรมโค้ดดิ้ง เพื่อต่อยอดในอนาคตได้ และจะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวอีก 1 เท่าตัว หรือ 80 ล้านคนภายใน 4 ปี

พร้อมทำทันทีหลังยุบสภา
น.ส.แพทองธารกล่าวว่า เราจะสนับสนุนคนไทยในทุกรูปแบบ โดยที่ “ไทยทำ ไทยใช้ ไทยฉลาด ไทยเจริญ” ตนอยากเรียนเชิญให้ทุกท่านติดตามการทำงาน เราจะทำทุกอย่างให้เป็นรูปธรรมหลังวันที่รัฐบาลประกาศยุบสภา เราจะพัฒนาและออกแบบนโยบายซึ่งเราพร้อมอยู่แล้ว มั่นใจว่าเราสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทย จากประเทศที่มองไม่เห็นโอกาสให้กลายมาเป็นประเทศที่หาเงินได้ง่าย มีแต่ความหวัง ไม่ต้องสิ้นหวังเหมือนทุกวันนี้ ประเทศไทยมีศักยภาพอีกมากมาย เรามาร่วมกันค้นหา พัฒนา และให้โอกาสคนไทย หมดเวลาขัดแย้งกัน ถึงเวลาที่ต้องดูว่าเราอยากพัฒนาอะไร แล้วนำศักยภาพนั้นมาเจียระไนส่องแสงให้คนทั้งโลกเห็นคุณค่า มาช่วยกันสร้างความมั่งคั่งให้ประเทศไทยได้กลับมามีศักดิ์ศรีอีกครั้ง

“เรามั่นใจว่าถ้าพรรคเพื่อไทยมีโอกาสบริหารประเทศถึง 8 ปีแบบนี้ เราจะไม่มีทางเห็นปรากฏการณ์คนอยากย้ายประเทศ มากไปกว่านั้นคนที่ย้ายประเทศอยากกลับมาสร้างความมั่งคั่ง สร้างความเจริญให้ประเทศ เป้าหมายต่อไปของพรรคเพื่อไทย เราต้องแลนด์สไลด์ เราต้องได้อำนาจรัฐ ทุกสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นจึงจะเป็นจริงได้” น.ส.แพทองธารกล่าว

ถ่อมตัวนั่งแคนดิเดตนายกฯ
ผู้สื่อข่าวถามว่าการประกาศความพร้อมในวันนี้ พูดในฐานะแคนดิเดตนายกฯ หรือไม่ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ตอนนี้ตนเป็นหัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทย และเป็นสมาชิกพรรคอยู่แล้ว ถ้าพร้อมเมื่อไร ตนก็อยากเป็นคนที่ฟังปัญหาพี่น้องประชาชนด้วยตนเอง จะไปเยี่ยมประชาชนที่สนับสนุนพรรคมาโดยตลอด ที่ผ่านมาไม่มีโอกาสลงพื้นที่อย่างชัดเจน แต่มี แพลนไว้อยู่

ต่อข้อถามว่าพร้อมแล้วหรือไม่สำหรับแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย น.ส. แพทองธารกล่าวว่า ถ้าบอกพร้อมทั้งที่ในพรรคยังไม่เลือกเราเลย ก็เลยยังบอกไม่ได้ พรรคเพื่อไทยทำงานหนัก เพื่อที่จะพร้อม เมื่อถึงวันของพรรคเมื่อไร ในวันหน้าเราก็พร้อมที่จะช่วยแก้ปัญหาบ้านเมือง อันนั้นคือประเด็นหลักมากกว่า

เมื่อถามถึงเสียงวิจารณ์ว่าตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยกับหัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทย อาจทำให้สมาชิกบางคนสับสน และอาจมีแลนด์สไลด์ออกไปนอกพรรค น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ตนไม่กังวลเลย เพราะคนในพรรคชัดเจนว่าใครเป็นหัวหน้าพรรค ใครเป็นหัวหน้าครอบครัว ในพรรคไม่มีใครสับสน และตนก็ไม่ได้ทำงานหนักเหมือนหัวหน้าพรรค ทุกคนทราบดีว่าตนไม่ใช่หัวหน้าพรรค

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค เพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะส่ง 3 รายชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ แน่นอน ให้รอหลังจากยุบสภา จะมีการพิจารณายื่นรายชื่อ ส่วนความพร้อมในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลหลังเปิดสภาในวันที่ 22 พ.ค. พรรคฝ่ายค้านจะสรุปส่งการบ้านในวันที่ 26 เม.ย. โดยจะยื่นให้เร็วที่สุดในสมัยประชุมนี้ มั่นใจว่าหลังจากวันที่ 24 พ.ค. ใน 1 เดือนกฎหมายลูกน่าจะเข้าสู่ ที่ประชุมร่วมรัฐสภา และจะเป็นจังหวะพอดี หลังจากยื่นอภิปรายไปแล้วหนึ่งเดือน ต่อมาน่าจะได้อภิปราย

โฆษกรัฐสวนกลับ-ทำเพื่อใคร
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสวนกลับน.ส.แพทองธาร ว่า ต้องขอให้มองย้อนกลับไปเมื่อ 8 ปีที่แล้วด้วยว่ารัฐบาลชุดนี้ต้องมาใช้หนี้มากมายจากการทุจริตที่รัฐบาลชุดที่แล้วทิ้งเอาไว้โดยไม่เคยรับ ผิดชอบใดๆ ดังนั้น รัฐบาลชุดนี้จึงเข้ามาโดยไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์ แต่เริ่มต้นจากติดลบ เรามุ่งมั่นตั้งใจที่จะเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน

แค่คำพูดที่ว่า จะไม่ทิ้งคนรากหญ้า ก็ไม่น่าเชื่อถือแล้ว เพราะการกอบโกยหา ผลประโยชน์จากโครงการจำนำข้าวพิสูจน์ได้ชัดเจนว่า เป็นการทำเพื่อพวกพ้องของ ตัวเอง ไม่ได้คำนึงถึงชาวนาและคนรากหญ้าเลยแม้แต่นิดเดียว ส่วนปรากฏการณ์คนอยากย้ายประเทศนั้น ก็เห็นมีแต่คนในพรรคเพื่อไทยที่หนีไปต่างประเทศ เพราะไม่ต้องการรับโทษจากความผิดที่ตัวเอง ก่อไว้ แล้วทิ้งให้ลูกน้องติดคุกแทนตัวเอง อยากให้ย้อนถามตัวเองด้วยว่า ที่กำลังทำอยู่นั้น เป็นความต้องการและทำเพื่อชีวิตของประชาชนหรือเพื่อใครกันแน่

ส่วนกรณีที่ นพ.ชลน่านระบุว่า ความสิ้นหวังของประเทศ เกิดจากคนเพียงกลุ่มหนึ่ง ที่เสพติดอำนาจ และทำทุกอย่าง เพื่อรักษาอำนาจนั้น นพ.ชลน่านคงลืมไปว่า สิ่งที่ตัวเองพูดนั้นคือสิ่งที่เคยเกิดขึ้น กับการเมืองไทยนับตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน มาจนถึงพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ จนเป็นที่มาของวลีทางการเมืองมากมาย ทั้งสภาผัวเมีย สภาทาส หรือเผด็จการรัฐสภา นพ.ชลน่านไม่น่าจะความจำสั้น ลืมสิ่งที่พรรคตัวเองเคยทำกับประเทศไว้ได้ง่ายๆ ขนาดนี้

“คำพูดที่ว่า เราไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็น ฝ่ายค้าน เราเกิดมาเพื่อเป็นรัฐบาล เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ชัดเจนว่า พรรคเพื่อไทย ไม่เคยยอมรับกติกาใดๆ ถ้าตัวเองไม่ได้เปรียบ เหตุการณ์สภาล่มที่ผ่านมาก็เพราะไม่ยอมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน วันๆ จ้องหาแต่โอกาสว่าเมื่อไหร่จะได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง แล้วแบบนี้จะให้ประชาชนไว้วางใจได้อย่างไร” นายธนกรกล่าว

‘กัญจนา’ลั่นชทพ.ไม่ยุบรวมใคร
ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กทม. พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 มีแกนนำพรรคเข้าร่วมประชุม ส่วนสมาชิกพรรคร่วมประชุมอยู่ที่สาขา ทั่วทุกภาค ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวเปิดใจว่า ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ค่อนข้างจะวุ่นวาย ขัดแย้งสูง มีพรรคการเมืองใหม่เยอะ กติกาเปลี่ยนไป มีคำถามมาเยอะว่า อนาคตพรรคชาติไทยพัฒนาจะเป็นอย่างไร ขอชี้แจงว่าเรามีทั้งเรื่องที่จะเปลี่ยนแปลง และไม่เปลี่ยนแปลง เริ่มจากเรื่องที่จะ ไม่เปลี่ยนแปลงคือ จะสู้ศึกเลือกตั้งในนาม พรรคชาติไทยพัฒนา จะไม่มีวันยุบรวมกับพรรคใดเด็ดขาด กติกาแบบไหนมาเถอะ เราสู้ทุกรูปแบบ แต่ถ้าใครจะมาอยู่กับเรา ยินดีต้อนรับ ขอแค่ให้มีแนวทางการทำงานสอดคล้องกัน

นอกจากนี้ เราจะไม่เปลี่ยนการเป็นพรรคการเมืองที่ทำงานการเมือง แต่ไม่เล่นการเมือง ไม่นิยมความขัดแย้ง เพราะความขัดแย้งไม่เคยนำพาประเทศไปสู่ความเจริญ ควรเคารพความเห็นต่าง 3 ปีผ่านมา 2 รัฐมนตรีของพรรคให้ความช่วยเหลือ ส.ส.ทุกเขตไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ไม่แบ่งแยก เรารับใช้หมด เวลาทำงานกับใครให้ความร่วมมือเต็มที่ ไม่เคยโบ้ย ไม่เคยโทษใคร

เราจะไม่เปลี่ยนเรื่องความสัจจะ กตัญญู ที่ยึดถือมาตลอด ไม่เปลี่ยนการทำงานในพรรคชาติไทยพัฒนา เราทำงานอย่างพี่น้อง อบอุ่น มีอะไรช่วยกัน สนับสนุนทุกอย่างที่จะทำให้ ส.ส.แก้ไขปัญหาของประชาชนได้ ในพรรคไม่มีเผด็จการ ไม่มีใครมีอำนาจเหนือใคร รับฟังความเห็นซึ่งกันและกัน และที่จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง คือ จะรักษาและดำรงไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

สู้เลือกตั้ง – พรรคชาติไทยพัฒนา จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 โดย น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค ประกาศไม่มีวันยุบรวมพรรคกับใคร พร้อมสู้เลือกตั้งทุกรูปแบบ ตั้งเป้าได้ส.ส.เกิน 25 คน และถึงเวลาคนรุ่นใหม่ถือธงนำ ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กทม. เมื่อวันที่ 24 เม.ย.

ตั้งเป้า 25 ส.ส.-ถึงเวลาคนรุ่นใหม่
ส่วนที่จะเปลี่ยนแปลง สิ่งแรกคือ บุคคลที่ดำรงตำแหน่งสำคัญในพรรค ถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่จะให้มีรุ่นใหม่ถือธงนำและให้คนที่มีประสบการณ์หนุนหลัง เป็นการผสมผสานกันระหว่างคนรุ่นใหม่กับรุ่นเก่า แต่ยังลงรายละเอียดไม่ได้ ยัง ไม่ถึงเวลา นอกจากนี้ เราจะเชิญคนนอกพรรคเข้ามาร่วมทำงานกับเรามากขึ้น อย่าลืมว่าบุคลิกของพรรคชาติไทยพัฒนาคือ มีสัจจะ พูดคำไหนคำนั้น ถ้าเรา เชิญใคร เราบอกอะไรกับเขา เรายึดถือ คำนั้น อนาคตจะมีคนมาร่วมทำงานกับพรรค ชาติไทยพัฒนามากขึ้น

“เราจะไม่ให้ถูกมองว่าเป็นพรรค ท้องถิ่นใดท้องถิ่นหนึ่งอีกต่อไป ต้องเป็นของประชาชนทั้งประเทศ สิ่งที่ทำให้มั่นใจคือ เรามีบุคคล ทีมงาน และมีพลังที่จะสนับสนุนให้เราไปถึงจุดนั้น อย่างน้อยต้องมี ส.ส.ได้ในระดับที่เสนอกฎหมายได้ด้วยตัวเอง เราจะต้องได้ ส.ส.มากกว่า 25 เสียง พรรคชาติไทยพัฒนาจะไม่หยุดแค่นี้ มีอนาคตและเราจะไปให้ถึง” น.ส. กัญจนากล่าว

‘ประภัตร’เชียร์‘ท็อป’เป็นนายกฯ
ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวในที่ประชุมว่า จากการลงพื้นที่ของตนในฐานะรมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ทั้ง 77 จังหวัด ได้รับฟังความเห็นของประชาชนเพื่อนำมาจัดทำนโยบาย สิ่งที่เป็นเป้าหมายของพรรค คือ สร้างรายได้ให้ประชาชน พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และให้ความสำคัญกับเกษตรกร ผ่านการพัฒนาเกษตรกรรม ทั้งระบบ ผ่านการใช้เทคโนโลยีและปราชญ์ชาวบ้าน รวมถึงการลดใช้สารเคมี

ขณะเดียวกันต้องพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้มั่นคง รวมถึงต้องยกระดับคุณภาพชีวิตให้ประชาชนทุกคน เช่น การพัฒนาระบบรถไฟฟ้าในทุกเมืองใหญ่ จากประสบการณ์ของพรรคชาติไทยพัฒนา 48 ปี ขอให้มั่นใจ ผู้บริหาร ส.ส. รัฐมนตรีของพรรค ที่เห็นและเข้าใจจริงทุกปัญหา เพื่อพัฒนาทุกชีวิตของคนไทย

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ขอบคุณประชาชนที่ โอบอุ้มและสนับสนุนพรรคชาติไทยพัฒนา และตนเห็นว่าพรรคต้องขยายฐานสมาชิกต่อไป หากมีโอกาสบุญวาสนา อยากให้คนสุพรรณบุรี มีโอกาสให้มีนายกฯ อีก สักคน คือ นายวราวุธ

รปช.เปลี่ยนชื่อ‘พรรครวมพลัง’
ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 โดยที่ประชุมมีมติเลือก น.ส.พัชรินรุจา จันทโรนานนท์ (ดร.มิ้งค์) ที่ปรึกษารมว.อว. แทนนายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ที่ได้ลาออกจากตำแหน่งก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ มีมติเลือกนายศักราช ฟ้าขาว อดีตประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และพล.อ.ท.วัชระ ฤทธาคนี อดีตคณะเสนาธิการร่วมกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) เป็นกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) แทนตำแหน่งที่ว่าง

ขณะเดียวกัน ได้เปลี่ยนชื่อและตราประทับพรรคใหม่ โดยใช้สัญลักษณ์เป็นรูปพญานาคสีเหลือง มีลายเส้นสีม่วง มีตัวอักษร “พ” สีเหลือง วางอยู่กึ่งกลางเหนือลำตัวพญานาค พื้นหลังพญานาคเป็นวงกลมสีม่วง ล้อมรอบด้วยวงกลมสีขาว มีตัวอักษรชื่อ “พรรครวมพลัง” ด้านบน และชื่อภาษาอังกฤษ action coalition party อยู่ด้านล่างและมีขอบสีม่วงล้อมรอบวงสีขาวอีกชั้น ซึ่งความหมายของสัญลักษณ์ดังกล่าวมีการอธิบายว่า ภาพรวมเป็นสัญลักษณ์แห่งการรวมพลังอันยิ่งใหญ่ของปวงชนชาวไทยเพื่อพิทักษ์ธรรม ส่วนตัวย่อพรรครวมพลังใช้คำว่า “ร.พ.”

นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) หัวหน้าพรรคกล่าวว่า การเปลี่ยนชื่อเป็นพรรครวมพลัง เพราะชื่อพรรค รวมพลังประชาชาติไทยตอนต้นเป็นการทำให้ครบเนื้อหาสาระที่สุด แต่คนจำยาก เลย ลดตัวเหลือพรรครวมพลัง และเปลี่ยนตราสัญลักษณ์พรรคใหม่ให้ดูทันสมัย เพื่อต้อนรับการเลือกตั้งครั้งหน้า

‘เอนก’มั่นใจได้คัมแบ๊กรัฐมนตรี
ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรครวมพลังยังจะสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ หรือไม่ นายเอนกว่า เท่าที่ดูน่าจะเลือกตั้งปลายปีนี้ ตนเชื่อว่าจะไม่มีอุบัติเหตุการเมือง ความต้องการของนายกฯ ที่จะยุบสภาเร็วก็ไม่มี รัฐบาลและนายกฯ ยังมีความผูกมัดที่จะต้องจัดการประชุมเอเปกในเดือนพ.ย.นี้ให้ราบรื่น การจะเปลี่ยนรัฐบาลโดยไม่จำเป็นคิดว่าวิญญูชนคงไม่ทำ จึงคิดว่าหลังประชุมเอเปกไปแล้วจึงอาจจะมีการเลือกตั้ง ส่วนที่ถามว่าจะสนับสนุนพล.อ. ประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่อหรือไม่ ก็ต้องให้พล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจก่อนว่าท่านจะลงหรือไม่ ลงแบบไหนเป็นแคนดิเดตนายกฯ หรือเป็นหัวหน้าพรรค

เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ที่จะได้กลับมาเป็นรัฐบาล และเป็นรมว.อว.อีกสมัย นายเอนกกล่าวว่า เป็นความตั้งใจของเราที่จะกลับมาเป็นรัฐบาลและเป็นรมว.อว.อีกสมัย และเป็นมีคนในกระทรวง อว. ไม่น้อยสนับสนุน ดังนั้น ต้องทำงานให้ดีที่สุด เพื่อมีโอกาสได้กลับมา

‘เทือก’ยันหนุน‘บิ๊กตู่’ครบเทอม
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ปรึกษาและผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทยกล่าวว่า วันนี้เรายังสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์อยู่จนกระทั่งจบเทอม หลังจากนั้นค่อยมาดูกันต่อ ซึ่งตนไม่ใช่คนที่มีบทบาทอะไร เป็นเพียงสมาชิกพรรคคนหนึ่ง แต่ในใจ ก็ต้องดูสถานการณ์ในช่วงเลือกตั้งก่อน

ถ้าพูดเรื่องการเมืองไม่มีใครมาทำตัวเป็นหมอดูการเมืองแล้วมาทำนายทายทักได้ เราเองก็ต้องยอมรับว่าเกิดอะไรขึ้นกับการเมืองได้ตลอดเวลา แต่ตนมองว่ารัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์อยู่ครบเทอมเพราะยังมีงานสำคัญๆ ของประเทศที่รัฐบาลชุดนี้ต้องทำให้สำเร็จ โดยเฉพาะการเป็น เจ้าภาพจัดการประชุมเอเปก อีกทั้งยังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการแก้ปัญหา เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 และด้านเศรษฐกิจที่จำเป็นต้องการรัฐบาลที่มีความต่อเนื่อง เวลาที่เหลืออีก 1 ปีนั้นเชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถแก้ปัญหาได้และพร้อมสำหรับรัฐบาลต่อไปที่จะมารับช่วงต่อ

เมื่อถามถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในสมัยประชุมสภาหน้า นายสุเทพกล่าวว่า น้อยครั้งที่รัฐบาลถูกอภิปรายแล้วจะแพ้ ส่วนประเด็นที่รัฐบาลถูกอภิปรายถ้าประชาชนเชื่อตามฝ่ายค้าน หรือเห็นด้วยว่ารัฐบาลบกพร่องในประเด็นนั้นเช่นนี้ น่าจะมีปัญหา ตนคิดว่าแบบนี้อันตรายกว่า ครั้งนี้คิดว่าน่าจะไปต่อได้

‘สนธิรัตน์’เผย‘สมคิด’รับชิงนายกฯ
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) ให้สัมภาษณ์ในรายการ ThePaperTalk ทางวิทยุ ส.ทร. FM 106 MHz ว่า พรรคสร้างอนาคตไทย มีความพร้อมในด้านบุคลากร กรรมการบริหารพรรค โครงสร้างพรรค ที่จะทำการเมืองอย่างเต็มรูปแบบโดย ขับเคลื่อนกิจกรรมทางการเมืองอย่าง ต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การ เลือกตั้งครั้งใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ และขณะนี้มีผู้สนใจเข้ามาทำงานการเมืองร่วมกันและมีความพร้อมส่งว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในระดับหนึ่ง โดยตั้งเป้าจะส่งให้ครบทั้ง 400 เขต การที่ตนกลับมาทำงานการเมืองครั้งนี้เพราะสถานการณ์บ้านเมือง ที่ประชาชนประสบปัญหาอย่างมาก จึงต้องมีทางเลือกให้ประชาชน และเห็นว่าแนวคิดต่างๆ ของบุคลากรในพรรคจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ

สำหรับแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคชัดเจนว่าจะเชิญนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และได้คุยกับนายสมคิด เบื้องต้นนายสมคิดยินดีที่จะตอบรับเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคสร้างอนาคตไทย ทุกอย่างต้องเป็นไปตาม ขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ แต่วันนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะประกาศตัวอย่างเป็นทางการ เพราะยังไม่ทราบว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อใด

กทม.เร่งทำระบบรวมคะแนน
รายงานข่าว เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล (สยป.) กทม. เตรียมความพร้อมในการจัดทำระบบโปรแกรมประมวลผลการรวมคะแนน การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ในวันที่ 22 พ.ค.นี้ เพื่อให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ใช้บันทึกคะแนนการเลือกตั้งเข้าในระบบดังกล่าว ก่อนจะส่งต่อข้อมูลผ่านเครือข่ายหลัก ไปยังศูนย์ปฏิบัติการเลือกตั้ง ที่ห้องบางกอก อาคารไอราวัต พัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพ มหานคร (ดินแดง)

ระบบดังกล่าวจะช่วยให้การประมวลผลคะแนนเลือกตั้งเป็นไปอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ สามารถติดตามตรวจสอบได้ตลอดเวลา เมื่อแต่ละสำนักงานเขตบันทึก และตรวจสอบคะแนนเสร็จเรียบร้อย จะสามารถจัดทำรายงานผลการเลือกตั้งส่งให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานครได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง ซึ่งคณะกรรมการฯ จะนำรายงานผลคะแนนการเลือกตั้งที่ได้รับ ไปทำการตรวจสอบ เพื่อให้การรับรอง ก่อนจะประกาศผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และส.ก.ต่อไป

ปัจจุบันสยป.อยู่ระหว่างการติดตั้งพัฒนาและปรับปรุงระบบโปรแกรมดังกล่าวให้สอดคล้องและเป็นไปตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนเม.ย.นี้ จากนั้นจึงจะทำการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานในต้นเดือนพ.ค. แล้วทำการทดสอบระบบในภาพรวม ระหว่างวันที่ 12-19 พ.ค. ขณะเดียวกัน สยป. จะติดตั้งจอแสดงผล ขนาด 5×9 เมตร จำนวน 2 จอ เพื่อให้ประชาชน และผู้เกี่ยวข้อง สามารถติดตามผลคะแนนการเลือกตั้งได้ ที่ลานพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง)

ปชป.เปิดตัว‘Power 4’ตะลุยกทม.
ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ทีมรอง ผอ.ศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง กทม. และส.ก. พรรคประชาธิปัตย์ ประกอบด้วย นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย และนายธนวัฒน์ ปัญญาสกุลวงศ์ ร่วม แถลงข่าวความคืบหน้าการขับเคลื่อนของศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง

นางดรุณวรรณกล่าวว่า จากข่าวที่ปรากฏในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ได้สร้างผลกระทบต่อการทำงานของศูนย์ นอกจากนี้พรรคได้ผนึกกำลังอย่างเต็มที่ โดยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน กรรมการสภาที่ปรึกษาของพรรค และอดีตผู้ว่าฯ กทม. ยังทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของศูนย์เลือกตั้งมาตั้งแต่ต้น และให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังมี อดีตส.ส. ที่ไม่ได้มีตำแหน่งทางการเมือง มาช่วยเดินหาเสียงพบปะ พี่น้องประชาชนด้วย

ด้านนายณัฏฐ์กล่าวว่า สัปดาห์หน้าจะมีทีมหาเสียงอีกทีม ซึ่งจะทำหน้าที่ช่วยสนับสนุนการเดินหาเสียงของผู้สมัคร ทีมดังกล่าวจะทำหน้าสื่อสารในรูปแบบ 2 Way Communications ซึ่งจะหยิบยกนโยบายหลัก 4 ประเด็นหลัก ทั้งในส่วนของการแก้ปัญหาพื้นฐาน และส่วนของการสร้างโอกาส ประกอบด้วย 1.การแก้ปัญหาน้ำท่วม 2.ปรับรูปแบบจราจรและขนส่ง 3.สร้างระบบรักษาความปลอดภัย และ 4.การกระจายรายได้สู่ชุมชน

“ทีมหาเสียงนี้ จะใช้ชื่อว่า Power 4 ซึ่งจะเป็นทีมนำเสนอแนวนโยบาย พร้อมกับมีปฏิสัมพันธ์กับพี่น้องประชาชนที่ต้องการเข้ามาพูดคุย และต้องการแสดงความคิดเห็นต่อนโยบาย ถือเป็นความ แตกต่างจากแนวทางการหาเสียงในปัจจุบันที่จะเดินแจกแผ่นพับใบปลิวเท่านั้น ซึ่งกลุ่ม Power 4 จะเริ่มลงพื้นที่ในวันที่ 26 เม.ย.เป็นต้นไป” นายณัฏฐ์กล่าว

นายธนวัฒน์กล่าวว่า บรรยากาศการรณรงค์หาเสียง โดยรวมเป็นไปด้วยความสร้างสรรค์ แต่ยังคงมีการทำลายป้ายหาเสียงในหลายพื้นที่ ซึ่งไม่ได้ทำลายเฉพาะของผู้สมัครประชาธิปัตย์เท่านั้น แต่ยังมี ผู้สมัครจากพรรคการเมืองอื่นเช่นกัน

‘ดร.เอ้’ควง‘อภิรักษ์’หาเสียง
เวลา 06.00 น. ที่สวนหลวง ร.9 นาย สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 4 พร้อมด้วยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค และอดีตผู้ว่าฯกทม.ไปเดินออกกำลังกายหาเสียง พร้อมกับผู้สมัคร ส.ก. 3 เขต ประกอบด้วย นายธนวัฒน์ เชิดชูกิจกุล ผู้สมัคร ส.ก.เขตประเวศ หมายเลข 3 ร.ต.อ.ไพศาล มั่งมี ผู้สมัคร ส.ก.เขตสวนหลวง หมายเลข 7 และนายพลาวุฒิ เลิศศิลาทอง ผู้สมัคร ส.ก.เขตบางนา หมายเลข 1 นอกจากนี้ยังมีคณะทำงานจากศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง กทม. และส.ก. นายกิตพล เชิดชูกิจกุล ว่าที่ ผู้สมัคร ส.ส. กทม. น.ส.อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ อดีต ส.ส. กทม. ร่วมด้วย

นายอภิรักษ์กล่าวว่า วันนี้มากับ “พี่เอ้ สุชัชวีร์” เพื่อพบปะพี่น้องประชาชน ที่มาออกกำลังกายในสวนสาธารณะ ซึ่งนโยบายพื้นที่สีเขียวถือป็นนโยบายหนึ่งของ “พี่เอ้” ในการดูแลพี่น้องประชาชน

จากนั้นเวลา 14.00 น. นายสุชัชวีร์เข้าร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนและพูดคุยกับกลุ่ม ผู้รักสัตว์ ที่ร้าน ‘The Rabbit Grove Cafe & Restaurant’ โดยนำเสนอแนวทางพัฒนา และนโยบายเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง เช่น การเพิ่มสวนสาธารณะของสัตว์เลี้ยง ในกทม. ให้มีมากขึ้น มีการใช้เทคโนโลยีในระบบลงทะเบียน มีเจ้าหน้าที่คัดกรองสัตว์เลี้ยงก่อนเข้าพื้นที่ พร้อมดูแลพื้นที่ เพื่อให้เกิดความสะอาด และพื้นที่ดังกล่าวควรจัดให้มีร้านอาหาร หรือ Cafe เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้เลี้ยง นอกจากนี้ยังจำเป็นต้องตั้งศูนย์บริการสาธารณสุขเพื่อสัตว์เลี้ยง ให้มีสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อดูแลรักษาโรคต่างๆ ในราคาที่สมเหตุสมผล เป็นต้น

ชาวปทุมวันแห่ให้กำลังใจ‘อัศวิน’
เมื่อเวลา 07.00 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.หมายเลข 6 พร้อม ดร.เมธาวี ธารดำรงค์ ผู้สมัคร ส.ก.เขตปทุมวัน หมายเลข 6 ลงพื้นที่ ขอคะแนนเสียงจากประชาชนที่ตลาด บ่อนไก่และตลาดพัฒนาบ่อนไก่ เขตปทุมวัน มีประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าส่งเสียงเชียร์ มอบดอกไม้ให้กำลังใจล้นตลาด

พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า พื้นที่นี้เคยมาเยี่ยมแล้วหลายครั้ง ซึ่งในพื้นที่บ่อนไก่ ก่อนหน้านี้เคยมาแก้ปัญหาให้กับประชาชนหลายอย่าง วันนี้มาขอโอกาส ขอคะแนนเสียงให้เลือกตนเป็นผู้ว่าฯ กทม. ในวันที่ 22 พ.ค.นี้ การทำงานต้องทำเป็นทีม การบริหารงานกรุงเทพฯ เป็นเรื่องของการบ้าน ไม่ใช่เรื่องของการเมือง การเมืองเรื่องบริหารประเทศก็ว่ากันไป แต่กรุงเทพฯ เป็นการบริหารแบบพิเศษเฉพาะ ฉะนั้นการดูแลประชาชนมันไม่ใช่เรื่องของการเมือง จึงได้ลงสมัครในนาม ผู้สมัครอิสระ และมีส.ก.ในนามกลุ่ม รักษ์กรุงเทพ
ช่วงเย็น พล.ต.อ.อัศวินขึ้นเวทีปราศรัยที่สวนเบญจสิริ เขตคลองเตย

กรี๊ดทีม‘ศิธา’สนั่นห้างดัง
เวลา 09.00 น. ที่ตลาดประชานิเวศน์ 1 น.ต.ศิธา ทิวารี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคไทยสร้างไทย(ทสท.) หมายเลข 11 นายวิศาล กองเงิน ผู้สมัคร ส.ก.หมายเลข 6 เขต จตุจักร ลงพื้นที่พบปะพ่อค้าแม่ขาย พี่น้องประชาชนที่มาเดินจับจ่ายซื้อของ

ต่อมาเวลา 11.00 น. น.ต.ศิธา พร้อมครอบครัว แซม-ยุรนันท์ ภมรมนตรี น้องจินนี่-ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ บุตรสาว คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย พลอย-ณิชชา บุญลือ และโก้-ภัชริ นิจสิริภัช เดินสายขอคะแนนพี่น้องประชาชนผู้มาใช้บริการภายใน ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว ซึ่งมีประชาชนที่มาใช้บริการในศูนย์การค้า ขอถ่ายรูปกันอย่างคึกคัก

น.ต.ศิธายืนยันว่า จะขอเป็นทางเลือกใหม่ทางรอดของประเทศ ร่วมกับพี่น้อง ชาวกทม. พากทม.ออกจากปัญหา ซึ่งตนเพียงคนเดียวไม่สามารถทำได้สำเร็จ จึงต้องให้พี่น้องทุกท่านมาร่วมสร้าง รวมพลังสนับสนุนทีมไทยสร้างไทย ให้เป็นเครื่องมือที่ดีที่สุด ในการยุติปัญหา ความขัดแย้ง ดูแลเศรษฐกิจปากท้องให้ประชาชน

เลือก‘อารยะ’นั่งกรรมการป.ป.ช.
เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครเป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แทนตำแหน่งที่ว่างจำนวน 1 คน โดยมีประธานศาลฎีกาเป็นประธานการประชุม ได้พิจารณารับรองรายงานการคัดเลือกบุคคลที่เข้ารับการสรรหา มีมติ 6 ต่อ 3 เลือกนายอารยะ ปรีชาเมตตา อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้ได้รับการสรรหา และหลังจากกรรมการสรรหาพิจารณารายงานแล้วเสร็จ ได้ส่งให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เพื่อส่งให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา พิจารณาบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระต่อไป

รายงานข่าวเปิดเผยว่า สำหรับการลงมติเลือกนายอารยะ กรรมการได้ลงมติถึง 3 รอบกว่าจะลงคะแนนให้ได้ตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด คือ ได้คะแนนเสียง 2 ใน 3 จากกรรมการที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด 9 คน

งานบุญใต้ – พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคประชาชาติ เป็นประธานพิธีส่งเสริมและสนับสนุนประเพณีสงกรานต์ประจำปี 2565 ที่วัดขวัญไม้งาม ม.10 ต.บางปอ อ.เมือง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 24 เม.ย.

พ.ต.อ.ทวีร่วมสงกรานต์ที่นราฯ
เมื่อวันที่ 24 เม.ย. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคประชาชาติ เป็นประธานพิธีส่งเสริมและสนับสนุนประเพณีสงกรานต์ประจำปี 2565 ที่วัดขวัญไม้งาม ม.10 ต.บางปอ อ.เมือง จ.นราธิวาส ที่เป็นชุมชนไทยพุทธทั้งหมดประมาณ 160 ครัวเรือนเศษ และมีชุมนุมไทยพุทธ ม.2 ต.บางปอ ร่วมกิจกรรมด้วย ในงานมีนายธนาวิทย์ ไชยานุพงศ์ อดีตนายกเทศมนตรีนครนราธิวาสและคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคประชาชาติ นายอัฟฟาน หะยียูโซะ นายเจ๊ะซู ตาเหย็บ ผู้ประสงค์ลงสมัคร ส.ส.พรรคประชาชาติ เขต 1 เขต 2 นราธิวาส และคณะกรรมการพรรคประชาชาติ เจ้าหน้าที่ทหาร ข้าราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น พี่น้องพุทธศาสนิกชนในพื้นที่จำนวนมาก ร่วมพิธี

พ.ต.อ.ทวีได้ร่วมฟังพระทำบุญและพบปะพูดคุยกับชาวชุมชนและผู้ร่วมงานอย่างเป็นกันเอง และได้กล่าวว่า วันนี้ได้ร่วมทำบุญที่วัดขวัญไม้งาม มีการนิมนต์พระครูที่เป็นเจ้าคณะอำเภอ และวัดในพื้นที่ใกล้เคียงมาสวดมนต์และให้ประชาชนสรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ รู้สึกเป็นเกียรติ และมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ต้องขอแสดงความชื่นชมผู้นำท่านนายก อบต.บางปอ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ประชาชนในชุมชน ข้าราชการทหารเรือ ท่านปลัดอำเภอ ข้าราชตำรวจและข้าราชการทุกหน่วยงานในพื้นที่ ที่มีบทบาทสำคัญที่สร้างความรักความสามัคคี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่เป็น ผู้สูงอายุที่เป็นพ่อแม่ปู่ย่าตายายมีพระคุณต่อลูกหลานในปัจจุบัน

“กิจกรรมที่จัดขึ้นในวันนี้เป็นการสานต่อประเพณี นายก อบต. มีจิตใจที่ดีงามมากที่ได้จัดงานอันนี้ขึ้น ความกตัญญูเป็นประเพณีในศาสนาพุทธที่นิยมคือการรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ถือเป็นความสิริมงคล สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่ง ที่ขาดไม่ได้ คือต้นทุนทางสังคม ที่เราเห็นแตะต้องได้คือศาสนา ในพื้นที่ได้แก่ วัด และมัสยิด ศาสนาเป็นเรื่องการให้ที่ไม่หวังผลตอบแทน เป็นสิ่งที่ให้เพื่อต้องการให้ ทุกชีวิตมีชีวิตที่ดีมีคุณธรรม มีศีลธรรมใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสงบและความผาสุก” พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน