พรรคเล็กฉวยโอกาสเขย่าขวัญเสียงโหวต

โฆษกรัฐบาลยัน ‘บิ๊กตู่’ พร้อมแจงศึกซักฟอก พรรคเล็กร่วมรัฐบาล เชิญ ‘สุชาติ ชมกลิ่น’ร่วมวงกินข้าวโชว์ความเหนียวแน่น แต่ยัง ยึกยัก ตอบไม่ชัดจะโหวตหนุน นายกฯ หรือไม่ ก่อนจะวืดเข้ารดน้ำขอพร ‘บิ๊กป้อม’ ขณะที่ 4 พรรคเล็กจ่อยุบรวม ในนามพรรคเพื่อชาติไทย ดิ้นหนีสูญพันธุ์ พปชร.ยังมั่นใจเลือกตั้งสมัยหน้ากวาด 150 ส.ส. ‘โรม’ จี้ ‘ประยุทธ์’ สั่งพักงาน ตั้งกรรมการสอบ ‘พี่ป้อม’ ปมค้ามนุษย์ นายกฯ ฉุนโดนสื่อรุมถาม ยันไม่ได้ทำอะไรผิด อย่าไปให้ค่ามาก ‘ปารีณา’ ร้องป.ป.ช. สอบ ‘เสรีพิศุทธ์’ ปกปิดทรัพย์สิน

‘บิ๊กตู่’พร้อมสู้ศึกซักฟอก
เมื่อวันที่ 27 เม.ย. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ระบุจะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หลังร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) หรือกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาในวาระที่ 3 ประมาณกลางเดือนมิ.ย. และคาดว่าจะอภิปรายได้ประมาณต้นเดือนก.ค.ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมชี้แจงทุกเรื่อง ทุกประเด็น เพราะมั่นใจไม่ได้ทำอะไรผิด

“นายกฯ จะชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนถึงสิ่งที่ถูกฝ่ายค้านพยายามบิดเบือน สร้างความสับสนในช่วงที่ผ่านมา สุดท้าย อาจกลายเป็นฝ่ายค้านที่จะถูกเปิดเผยว่าได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเหมาะสมหรือไม่” นายธนกรกล่าว

‘ป้อม’ตั้ง‘สมศักดิ์’ปธ.ยุทธศาสตร์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 เม.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ให้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค เป็นประธานกรรมการ

ส่วนกรรมการประกอบด้วย นายอนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ผอ.พรรค นายวีระกร คำประกอบ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ นาย ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รองหัวหน้าพรรค และนายประสาน หวังรัตนปราณี เป็นกรรมและเลขานุการ และว่าที่ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ มีหน้าที่และอำนาจ กำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแนวทางดำเนินงานของพรรคพลังประชารัฐให้เป็นความหวัง ความศรัทธา และเป็นที่พึ่งพิงของประชาชน โดยมีแนวทาง 5 ด้านคือ 1.ด้านกิจกรรมสัมพันธ์ 2.ด้านการพัฒนาพรรค 3.ด้านเศรษฐกิจท้องถิ่น 4.ด้านการสร้างการมีส่วนร่วม 5.ด้านสื่อประชาสัมพันธ์และการข่าว

พปชร.มั่นใจกวาด 150 ส.ส.
เมื่อเวลา 17.30 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรค พร้อมด้วย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รองหัวหน้าพรรค พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร กก.บห. ร่วมแถลงเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน 22 คน ซึ่งมี นายสมรักษ์ คำสิงห์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่นด้วย ก่อนเปิดตัว ทั้ง 22 คน ไปพบ พล.อ.ประวิตร ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด เพื่อรับมอบโอวาทและให้การต้อนรับเข้าเป็นสมาชิกพรรคอย่างเป็นทางการ

นายชัยวุฒิกล่าวว่า ในภาคอีสานเชื่อว่าคะแนนของเรายังดีอยู่ แม้พรรคเพื่อไทยเป็นแชมป์เก่า แต่คิดว่าประชาชนไม่ยึดติดกับนโยบายเก่าๆ เพราะตนเห็นผู้สมัครบางคนยังคงพูดถึงนโยบายกองทุนหมู่บ้าน 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งเป็นเรื่อง 20 ปีที่แล้ว มันจบไปแล้ว วันนี้ต้องพูดถึงอนาคตของคนอีสาน พูดถึงสิ่งที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ได้ทำ และพัฒนาจังหวัดในภาคอีสานหลายเรื่อง โครงสร้างพื้นฐานทั้งถนนหนทาง แหล่งน้ำต่างๆ ถือเป็นหน้าที่ของสมาชิกพรรคที่จะไปทำความเข้าใจกับประชาชนให้เห็นสิ่งที่รัฐบาลได้ทำมาและได้เห็นถึงอนาคตที่จะเกิดขึ้น เชื่อว่าผลงานรัฐบาลที่ผ่านมาจะส่งผลให้คะแนนของพรรคที่เสนอ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯจะเข้มแข็งและสามารถขยายจำนวนผู้สมัครและจำนวนส.ส.ของพรรคในอนาคตได้อย่างแน่นอน

นายสันติกล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคพลังประชารัฐ ตั้งเป้าส.ส.ไว้ 150 ที่นั่ง ส่วนในภาคอีสานขอเวลาคัดกรองสมาชิก ที่จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนการพัฒนาภาคอีสาน ตอนนี้จะพูดว่าได้กี่ที่นั่งจะเร็วไปนิด เพราะยังมีเวลาอีก 10 กว่าเดือน ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งสอบถามพี่น้องชาวอีสานในการสนับสนุนเรา

พรรคเล็กกินข้าว-ดิ้นหนีตาย
เวลา 13.00 น. ที่ร้านอาหารเชฟแมน ถ.ราชดำริ ส.ส.กลุ่ม 16 นัดรับประทานอาหารกลางวัน มีส.ส.พรรคเล็กร่วมหารือประมาณ 15 คน โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ผอ.พรรคพลังประชารัฐ มาร่วมวงด้วย

นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะหัวหน้ากลุ่ม 16 เปิดเผยว่า พรรคเล็กได้หารือถึงแนวทางต่อสู้ในการเลือกตั้งครั้งหน้าที่เปลี่ยนไปใช้กติกาบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ โดยหลายพรรคเห็นตรงกันว่า ถึงเวลาที่ต้องมารวมกลุ่มกัน เพื่อความอยู่รอด ให้มีคะแนนถึงเกณฑ์ในการได้ส.ส. เพราะแต่ละคนต่างมีฐานเสียงของตัวเอง มีโอกาสจะได้กลับมาใหม่

เบื้องต้นมีแนวโน้มที่ 4 พรรคจะยุบมารวมกันเป็นพรรคเดียวคือ พรรคเพื่อชาติไทย (พ.ชต.ท.) พรรคไทรักธรรม(ท.ธ.) พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย(รป.) และพรรคประชาธรรมไทย(ป.ธ.ท.) ของตนที่ยุบไปก่อน หน้านี้ จะมาทำงานร่วมกันในนามพรรคเพื่อชาติไทย ไม่ว่ากติกาคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) จะหารด้วย 100 หรือ 500 ขณะที่บางพรรคขอรอดูสถานการณ์อีกระยะ

‘สุชาติ’โดดร่วมวง
ส่วนเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น กลุ่ม 16 ขอรอฟังข้อมูลจากพรรคฝ่ายค้านก่อน เราไม่ตัดสินใจล่วงหน้าว่าจะยกมือให้พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐมนตรีคนอื่นๆ ส่วนที่นายสุชาติ มาร่วมรับประทานอาหาร ไม่เกี่ยวกับการมาล็อบบี้การโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นแค่การมาดูแลพรรคเล็กตามที่ นายกฯ เคยประสานให้เป็นผู้รับผิดชอบ ไม่มีการต่อรองหรือแจกอะไร โดยเฉพาะตำแหน่งรัฐมนตรี พรรคเล็กขอไปแค่ข้าวสารเพื่อนำไปแจกชาวบ้านในพื้นที่ และขอให้ช่วยดูแลผลักดันนโยบายให้ได้รับการสานต่อ ซึ่งนายสุชาติพร้อมที่ผลักดันให้ และวันเดียวกันนี้ เวลา 17.00 น. กลุ่มพรรคเล็กจะเข้าพบพล.อ.ประวิตร ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ เพื่อรดน้ำขอพร เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ด้วย

ด้านนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทรักธรรม กล่าวว่า กลุ่มพรรคเล็กได้โทรศัพท์เชิญนายสุชาติ มาร่วมพูดคุยกันในเรื่องที่คั่งค้าง รวมถึงเรื่องบัตรเลือกตั้ง ซึ่งกลุ่มพรรคเล็กพูดคุยกันว่า ถ้าจะกลับมาก็ต้องร่วมกันอีกครั้ง จึงฝากเรื่องนี้กับนายสุชาติ เพื่อนำเสนอนายกฯ เพราะก่อนหน้านี้นายกฯ บอกว่าจะนัดพูดคุยกันทุกเดือน

กั๊กโหวตนายกฯ-วืดพบ‘ประวิตร’
นายพีระวิทย์กล่าวว่า นายสุชาติได้ถามถึงท่าทีในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พวกเราตอบไปว่าที่เชิญนายสุชาติมา เพื่อให้เห็นถึงความเหนียวแน่นของกลุ่มพรรคเล็ก ซึ่งนายสุชาติตอบว่า “เวลามีอะไรก็ขอให้ช่วยๆ กันหน่อย” พวกตนได้บอกไปว่าขอดูก่อน เพราะนพ. ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ประสานมายังพวกตน เพื่อขอเข้ามาพูดคุย และขอข้อมูลที่จะนำไปใช้ในการอภิปราย ไม่ไว้วางใจ ยืนยันว่าเราไม่ปิดกั้น และพร้อมที่จะรับฟังและให้ข้อมูล

“หากข้อมูลบางอย่างที่เรามีข้อสงสัยและสอบถามไปที่นายกฯ และนายกฯ มีคำตอบให้ได้ ก็พร้อมจะยกมือให้ แต่หากนายกฯ บอกว่าขอให้ดูข้อมูลในวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ เราต้องขอคิดดูก่อนว่าจะยกมือให้หรือไม่ ยืนยันว่าเราไม่ได้เล่นแง่ หรือต้องการ ต่อรองอะไร และจะมีการนัดพูดคุยกันอีกครั้งช่วงกลางเดือนพ.ค.นี้” นายพีระวิทย์กล่าว

ต่อมาเวลา 18.00 น. นายพีระวิทย์เปิดเผยว่า ตามที่กลุ่มพรรคเล็กจะเข้าพบพล.อ. ประวิตร เพื่ออวยพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์นั้น ทางกลุ่มส.ส.พรรคเล็กได้เข้าไปที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ กันครบทุกคนแล้ว และไปรอเข้าพบประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ทีมงานของพล.อ. ประวิตรได้แจ้งว่า พล.อ.ประวิตรติดเข้าพบอีกคณะหนึ่ง จึงไม่สามารถลงมาพบได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้พวกเราได้แจ้งนัดหมายก่อนแล้ว

พท.เชื่อขอเบิกเงินล่วงหน้า
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า กลุ่ม ส.ส.พรรคเล็กฝั่งรัฐบาลรับประทานอาหารร่วมกัน เพื่อพูดคุยแนวทางการทำงานร่วมกับรัฐบาลก่อนหมดอายุว่า เป็นคำสารภาพที่ชัดเจนว่ารัฐบาลประยุทธ์อยู่ในสภาพสะบักสะบอมแค่ไหน ที่อยู่ได้อาจเพราะพรรคเล็กที่ทำหน้าที่เหมือนเครื่องต่อท่อหายใจในวาระสุดท้ายให้รัฐบาล ศึกในฟัดกันเละ ศึกนอกแก้ไม่ได้ ตั้งรัฐมนตรีให้ครบยังทำไม่ได้ จะไปแก้ปัญหาอะไรให้กับประเทศชาติและประชาชน

ทุกครั้งที่รัฐบาลเผชิญกับวิกฤตเสถียรภาพ พรรคเล็กฝั่งพรรคร่วมรัฐบาลก็สบโอกาสขอเบิกเงินเดือนล่วงหน้า คนทำดีลคงต้องหากล้วยมาแจกเพิ่ม เป็นภาพสะท้อนว่าการปฏิรูปการเมืองไม่มีอยู่จริง ตลอดอายุของรัฐบาลที่ผ่านมาอยู่ในวังวนของการข่มขู่ กดดัน ต่อรองเรียกร้องกล้วยเพิ่มเติมตลอดเวลา โดยเฉพาะศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลรอบนี้ อาจเป็นช่วงเวลาทองของพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคขนาดเล็ก ที่จะต่อรองเรียกร้องผลประโยชน์กันอย่างหนักจากรัฐบาล

“ยิ่งรัฐบาลประยุทธ์อยู่ยาวเท่าไหร่ ต้นทุนที่ต้องจ่ายเพื่อต่อลมหายใจยิ่งสูงขึ้น ทั้งพรรคร่วมรัฐบาล พรรคขนาดเล็ก จะกดดันต่อรองรัฐบาลอย่างหนัก” นายอนุสรณ์กล่าว

ตัวแทนปชป.อีสานหนุน‘จุรินทร์’
วันเดียวกัน กองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้ส่งข่าวในไลน์กลุ่มสื่อมวลชนพรรค ระบุว่า กลุ่มตัวแทนภาคอีสานพรรคประชาธิปัตย์ เคลื่อนไหวให้กำลังใจนาย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งกรณีของนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรค พวกเราในฐานะตัวแทนสาขาพรรคและตัวแทนพรรคในภาคอีสาน ขอเรียนว่าจากที่ได้พบปะพูดคุย กับพี่น้องประชาชน พ่อค้า และนักธุรกิจในจังหวัดต่างๆ ของภาคอีสาน ส่วนใหญ่เข้าใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และยอมรับต่อ ความรับผิดชอบที่อดีตรองหัวหน้าพรรค ลาออกจากทุกตำแหน่ง รวมทั้งคำขอโทษ จากหัวหน้าพรรค

ในฐานะตัวแทนพรรคในพื้นที่ต่างๆ ของภาคอีสาน ขอสะท้อนเสียงประชาชนว่ามีความเชื่อมั่นว่าหัวหน้าพรรค ที่ทำให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จากการทุ่มเททำเรื่องประกันรายได้เกษตรกร จนถึงขณะนี้ก่อให้เกิดกระแสการยอมรับต่อพรรคประชาธิปัตย์ในภาคอีสานเป็นวงกว้าง พวกเราเชื่อว่าการตอบรับของประชาชนจะช่วยทำให้พรรคสามารถแบ่งใจจากพี่น้องในภาคอีสานได้มากขึ้น จึงขอให้กำลังใจและสนับสนุนให้หัวหน้าพรรคได้ทำหน้าที่นำพาพรรคไปสู่ความสำเร็จต่อไป ท่านหัวหน้าสู้ๆ

ผู้สื่อข่าวสอบถามเรื่องดังกล่าวต่อนาย ไชยยศ จิระเมธากร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลภาคอีสาน กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องและไม่รู้ผู้ดำเนินการเป็นกลุ่มใด

‘สาธิต’หนักใจปัญหาภายใน
นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลภาคกลาง ให้สัมภาษณ์กรณี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เสนอให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค เพื่อแก้ปัญหาภายในพรรคว่า พรรคเคารพทุกความเห็นและคำเสนอแนะของนายสุเทพ หรือคำเสนอแนะของประชาชน ก็ต้องรับฟังและเป็นหน้าที่ของกก.บห.นำมาประมวลพิจารณาแล้วไปสู่การตัดสินใจ เราน้อมรับฟังทุกเสียงและขอบคุณที่ให้คำแนะนำ

เมื่อถามว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นรู้สึกหนักใจและกดดันหรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า หนักใจอยู่แล้ว เราก็พร้อมรับคำตัดสินของประชาชน แต่พรรคคงต้องเดินหน้าต่อไปเพื่อสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาให้กลับมา

สอท.เตรียมจัดคิวลงพื้นที่
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่พรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย เป็นประธานประชุมกก.บห.ครั้งแรก ที่ประชุมรับทราบการตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง 11 คน และแต่งตั้ง นายบุญส่ง ชเลธร เป็นรองเลขา ธิการพรรค ทำงานด้านวิชาการ แต่วตั้งนาย พงศ์พรหม ยามะรัต น.ส.โชนรังสี เฉลิมชัยกิจ และนายธันวา ไกรฤกษ์ เป็นรองโฆษกพรรค

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย ให้สัมภาษณ์ว่า เราต้องการทำให้พรรคสร้างอนาคตไทยเป็นอนาคตของประเทศไทย และเป็นพรรคที่ประชาชนให้ความไว้วางใจ เป็นทางเลือก เป็นพรรคหลักพรรคหนึ่งในอนาคต ซึ่งจะมีการวางแผนทั้งระยะสั้น ระยาวต่อไป ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากนี้จะปูพรมลงพื้นที่มากขึ้นใช่หรือไม่ นาย สนธิรัตน์ กล่าวว่า จะต้องลงพื้นที่และมีกิจกรรมมากขึ้น ผู้ใหญ่ของพรรคจะร่วมทำกิจกรรมในแต่ละพื้นที่มากขึ้น เพื่อความเข้มแข็งของผู้สมัครในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเรามีความพร้อมมากที่สุดกับสถานการณ์การเมืองที่จะเกิดขึ้นทั้งหมด และจะทยอยเปิดตัวทีมงาน ทุกด้าน มีทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ที่ยังมีบุคลากรที่มีคุณภาพเข้ามาในพรรคอย่าง ต่อเนื่อง

พรรคกล้าจ่อโชว์ทีมเศรษฐกิจ
นายแสนยากรณ์ สิงห์วีรธรรม โฆษกพรรคกล้า เปิดเผยว่า ในวันที่ 30 เม.ย. ที่โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซ็นเตอร์ พรรคกล้าจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 ตามมาตรา 37 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พร้อมแถลงผลงานรอบปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ที่พรรคกล้าเดินหน้าหลายโครงการ เพื่อบรรเทาความทุกข์ร้อนที่ถูกซ้ำเติมด้วยสถานการณ์โควิด รวมถึงการขับเคลื่อนทางการเมืองอีก 1 ปีต่อจากนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเลือกตั้งครั้งต่อไป

การขับเคลื่อนของพรรคกล้า จะเน้นย้ำถึงการสร้างโอกาสให้ประชาชน ให้มีรายได้ที่สูงขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมเปิดตัวคณะทำงานที่เป็นมืออาชีพด้านเศรษฐกิจและการพาณิชย์โดยเฉพาะ มีกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อาสาทำงานการเมืองในแนวทางสร้างสรรค์ รวมถึงเปิดตัวบุคคลผู้มีประสบการณ์ด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ที่พร้อมมาร่วมงานการเมืองกับพรรคกล้า

“ขอบคุณประชาชนและสมาชิกพรรค ทุกท่าน ที่สนับสนุนการทำงานของพรรคกล้ามาตลอดการก่อตั้งพรรค 2 ปีที่ผ่านมา เราพยายามรวบรวมประสบการณ์จากผู้คนด้านต่างๆ มาหลอมรวมกันเพื่อเดินหน้าทำงาน ซึ่งวันที่ 30 เม.ย.นี้ จะได้เห็นพัฒนาการอีกขั้นของพรรคกล้า ที่พร้อมเสนอตัวทำงาน แก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ประเทศไทย ใช้โอกาสนิยม “ฟื้นเศรษฐกิจ แก้วิกฤตปากท้อง” ให้พี่น้องประชาชนชนไทย” นายแสนยากรณ์กล่าว

ก.ก.ตีปี๊บนับถอยหลังระบอบปรสิต
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก้าวไกล (ก.ก.) โพสต์เฟซบุ๊ก ส่งสารเชิญชวนสมาชิกร่วมประชุมใหญ่ว่า “เปลี่ยนประเทศ ไทย ก้าวไกลทั้งแผ่นดิน” หากนับตามวาระปกติ ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งใหญ่อีกครั้งประมาณกลางปี 2566 หรืออีกเพียง 1 ปีหลังจากนี้ แต่หากพิจารณาจากสถานการณ์การเมือง อาจได้เลือกตั้งเร็วกว่านั้นจากการ ยุบสภา จึงเป็นชื่องานของเราในวันประชุมใหญ่ 30 เม.ย. นอกจากวาระการประชุมตามข้อบังคับพรรคและตามกฎหมายแล้ว พวกเรายังมีเวที เปลี่ยนประเทศไทย ก้าวไกลทั้งแผ่นดิน

ที่ตนจะพูดในงานนี้ นอกจากความสำเร็จในการทำงานรอบปีที่ผ่านมาแล้ว จะมีแนวนโยบายของพรรคที่พวกเราทุกคน ส.ส. กก.บห. สมาชิกพรรค คณะทำงานจังหวัด รวมถึงผู้สนับสนุน ต้องช่วยกันทำงานอย่างหนักตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อสื่อสารไปยังประชาชน ให้ก้าวไกลเข้าไปเปลี่ยนประเทศ ไทยได้สำเร็จ จึงขอเชิญทุกคนร่วมติดตามฟังพวกเราในเวทีเปลี่ยนประเทศไทย ก้าวไกล ทั้งแผ่นดิน วันที่ 30 เม.ย. เวลาประมาณ 13.30 น. เป็นต้นไป ทางเฟซบุ๊กและยูทูบพรรค

ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 วันที่ 30 เม.ย. ที่ หอประชุมใหญ่ อุทยานการเรียนรู้ป๋วย 100 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ซึ่งเป็นการประชุมใหญ่ครั้งสำคัญ เพราะเป็นการเริ่มต้นนับถอยหลังระบอบปรสิตของพล.อ.ประยุทธ์

‘โรม’จี้นายกฯสั่งพักงาน‘พี่ป้อม’
นายรังสิมันต์กล่าวว่า กรณี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตรองผบช.ภ.8 หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีค้ามนุษย์โรฮิงยา ให้สัมภาษณ์แนวสารคดีประเด็นการค้ามนุษย์ ผ่านสำนักข่าวอัลจา ซีรา ว่า ผ่านมา 6 วัน เราเห็นปฏิกิริยาของรัฐบาลชุดนี้เพียงแค่ให้ พล.ต.ต.ปวีณ กลับมาเปิดเผยข้อมูลแต่ไม่เห็นความรับผิดชอบ จะมีรัฐบาลไปทำไม จากนี้ประเทศต่างๆ จะจับตามองไทยว่าทำไมคนแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ถึงต้องเป็นผู้ลี้ภัย และคำตอบของรัฐบาลยังคงเป็นสิ่งที่น่าผิดหวัง

ตนมีหลักฐานสำคัญคือในวันประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่มีการโยกย้ายพล.ต.ต.ปวีณ ไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ดังนั้น พล.อ.ประวิตร ย่อมรู้อยู่แก่ใจว่ากำลังทำอะไร ทำไมจึงย้ายไปที่อันตรายถึงชีวิต และที่ผ่านมากองทัพเรือก็เงียบมาก เสียงดังเฉพาะตอนซื้อเรือดำน้ำเท่านั้น ซึ่งน่าผิดหวัง รัฐบาลชุดนี้สนใจแต่เรื่องตัวเอง

“ทำไม พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ไม่จัดการกับกระบวนการค้ามนุษย์ ทำให้ ไม่แน่ใจว่า พล.อ.ประวิตรเข้าไปเกี่ยวข้อง ด้วยหรือไม่ ขอเสนอให้พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งกรรมการสอบ พล.อ.ประวิตรกล้าหรือไม่ที่จะสอบพี่ชายตัวเอง เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกันเป็นระบบ ควรพักงานพล.อ.ประวิตร ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ไม่กล้าจะแก้ไขปัญหานี้ไม่ได้ ผมห่วงอนาคตต่างชาติจะมีการแซงก์ชั่นเรา รัฐบาลควรทำให้มั่นใจว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง เพื่อให้ลำดับการค้ามนุษย์ ดีขึ้น” นายรังสิมันต์กล่าว

‘บิ๊กตู่’ฉุน-ลั่นอย่าไปให้ค่ามากนัก
ที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติ (ตร.) พล.อ. ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมก.ตร. ถึงเรื่องดังกล่าวว่า “เดี๋ยวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชี้แจงก็แล้วกัน และผมคิดว่าไม่ได้ทำอะไรผิด”

จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ชี้มาที่ตัวเองและกล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า “คุณคิดว่าผมจะมีผลประโยชน์อะไรหรือ คุณคิดว่านายกรัฐมนตรีจะมีผลประโยชน์ เป็นคนทุจริตหรือเปล่า เคยมีไหม อย่าไปให้ค่ากันมากนักเลย”

ผบ.ทร.ยันทัพเรือไม่มีเงียบ
พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) กล่าวว่า กองทัพเรือได้สั่งให้มีการตรวจสอบเรื่องค้ามนุษย์อยู่แล้ว ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ และจะให้โฆษกกองทัพเรือเป็นผู้ชี้แจงต่อไป ยืนยันว่ากองทัพเรือ ไม่เงียบ เพราะเรื่องนี้จะต้องมีการสืบสวนสอบสวนอยู่แล้ว เข้าใจว่าเหตุเกิดนั้นเป็นเรื่องเก่าที่นานแล้ว ต้องไปดูรายละเอียดนิดหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันเรามีมาตรการป้องกันเต็มที่อยู่แล้ว

ด้านพล.ร.ท.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องขอดูรายละเอียด ถ้าเกี่ยวข้องกับกองทัพเรือ เราจะชี้แจงให้ทราบถึงข้อเท็จจริงต่อไป แต่ยืนยันว่า กองทัพเรือยังทำงานด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์อย่างเข้มงวด ไม่ได้ละเลย หรือบกพร่อง ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้น ขอหารายละเอียดก่อน และจะชี้แจงต่อไป

พปชร.ฉะเล่นเกมการเมือง
ที่พรรคพลังประชารัฐ น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคพลัง ประชารัฐ กล่าวว่า เรื่องการค้ามนุษย์ กระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ชี้แจง อธิบายและให้รายละเอียดข้อเท็จจริง ไปแล้ว และผู้บังคับบัญชาทุกระดับ โดยเฉพาะพล.อ.ประวิตร ได้กำกับดูแลกำลังพล หากปรากฏพบการกระทำผิดของกำลังพล ถือเป็นเรื่องส่วนบุคคล ที่ต้องสอบสวนเอาผิดทั้งทางวินัยและอาญาให้ถึงที่สุด และไม่ได้เพิกเฉยต่อปัญหาอย่างที่ถูกกล่าวหา ที่ผ่านมา สามารถออกหมายจับแล้ว 153 หมาย มีผู้ต้องหาถูกจับกุมแล้วกว่า 122 ราย

“อยากจะวอนขอให้นายรังสิมันต์ อย่าเล่นเกมการเมืองมากเกินไป เพราะจะทำให้ประเทศเสียหายเป็นวงกว้าง ไม่ใช่เพียงแค่หวังดิสเครดิตรัฐบาล หากจะทำงานร่วมกัน ก็สามารถที่จะหาพยานหลักฐานที่ชัดเจนมาแสดง และถ้ามีพยานหลักฐานจริง ขอให้แสดงในหน่วยงานที่คุณเชื่อมั่น เช่น เปิดเผยกับสื่อมวลชน และเชื่อว่าทุกหน่วยงานของ ภาครัฐ พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ อย่าใช้วิธีเช่นนี้ ที่กล่าวหาเลื่อนลอย ทำให้ประเทศ เสียหาย” น.ส.พัชรินทร์กล่าว

ที่ผ่านมารัฐบาล ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์เป็นอย่างมาก โดยกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ จนสถานภาพการจัดอันดับ และปัญหาการค้ามนุษย์ของประเทศ ไทยดีขึ้น ตามลำดับ ดังนั้นความพยายามที่ออกมาพูดถึงความกังวลการแทรกแซงจากต่างประเทศ ของนายรังสิมันต์ นั้น ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรม ที่อาจเป็นบ่อนทำลาย และไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ประเทศ

‘โทนี่’ปัดเจอ‘ประวิตร’-แซะ‘ตู่’
นายทักษิณ ชินวัตร หรือ พี่โทนี่ วู้ดซัม กล่าวในรายการ CARE Talk x CARE ClubHouse หัวข้อ “ซอฟต์เพาเวอร์ไทย : ฝันให้ไกล ไปให้ปัง!” ถึงกระแสข่าวพบกับพล.อ. ประวิตร ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ว่า ไม่มี ถ้ามีโฮโลพอร์เทชั่น (Holoportation) ที่ดูไบ จะส่งโฮโลแกรม (Hologram) ของตนไปคุยกับเขาที่ลอนดอน แต่พอดีตนอยู่ดูไบ

หลาย 10 ปีมานี้ประเทศไทยอยู่กับเรื่องเล็กๆ ขยายให้เป็นเรื่องใหญ่ๆ แต่เรื่องใหญ่ๆ ที่จะทำให้คนไทยอยู่ดีกินดี มีอนาคตที่ดี หายไปไหนหมด พล.อ.ประยุทธ์ ตนพูดตลอด ว่าไม่ได้โง่ แต่คนอื่นชอบด่าว่าโง่ จบเตรียมทหาร สอบจาก 3,000 คน คัดเหลือ 300 คน ไม่โง่ ฉลาด แต่บังเอิญว่าเลือกใช้คนโง่ คนโง่หลายคนที่มีเรื่องไปแล้วและอีกคนหนึ่งกำลังมีคดีเรื่องฟอกเงิน ออกมาพูดว่าไทยเก็บแวตไม่ได้ ถ้าเอาเงินจากนายทักษิณ จากค่าดาวเทียมมาจะได้เงินเป็นล้านล้าน เอาที่ไหน ดาวเทียมของโลกที่เยอะที่สุดอย่างอินเทลแซท ยูเทลแซทยังได้แค่ล้านเดียว

“บอกไม่ต้องเก็บแวตเลยถ้าเอาเงินทักษิณมาใช้ ก็มันโง่แบบนี้ แล้วก็อยู่กับนายกฯ ตู่ นายกฯ ตู่เต็มไปด้วยคนโง่ แล้วท่านไม่ฟังใคร ฟังเฉพาะคนใกล้ คนที่ไม่โง่อยู่กับท่านสองคน คือพล.ต.นิมิตต์ และพลตรีชื่อเล่นเก๋ที่ ไม่โง่ ทำไมท่านเลือกเอาคนโง่มาใช้ เสียหมด มันเลยให้ข้อมูลโง่ๆ”

ชี้อย่าเลี่ยงบาลีปมนายกฯ 8 ปี
นายทักษิณกล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่เกิน 8 ปีหรือไม่ว่า ถ้าจะตีความเรื่อง 8 ปี ต้องตีความตามเจตนารมณ์ของผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ที่ห็นว่าการที่นายกฯ อยู่นานเกินไป รากงอก เกิดเป็นเผด็จการ จึงเขียนเป็นเจตนารมณ์ว่าต้องอยู่ได้ไม่เกิน 8 ปี เป็นหลักการระบบเลือกตั้งทั่วไปว่าผู้นำอยู่ได้ประมาณ 2 รอบ แต่ถ้าตีความแบบเลี่ยงบาลีว่าเป็น เจ้าพนักงานหรือไม่เป็นแบบนั้นระบบยุติธรรมเจ๊งแล้ว ถ้าตีความตรงๆ ด้วยระบบยุติธรรมที่เป็นหลักนิติธรรมสากลจริงๆ ครบ 8 ปีก็ต้อง 8 ปีจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นนายกฯ ในรูปแบบไหน

ส่วนนายกฯ สำรองนั้น พล.อ.ประวิตรพูดแบบทีเล่นทีจริง คงคิดว่าหาก 8 ปีแล้ว ต้องไปซึ่งยังไม่ครบเทอม จะเอานายกฯ สำรองที่ไหน ทำนองนี้มากกว่า ก็ต้องคิดว่าจะไปยืมใครมา

กมธ.กฎหมายลูกเคาะแก้ ม.12
เมื่อเวลา 14.30 น. ที่รัฐสภา นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าการเลือกตั้งส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ… แถลงภายหลังการประชุมกมธ.ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาประเด็นการแก้ไขเพิ่มเติมร่างมาตรา 12 ที่แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 73 วรรคหนึ่งของพ.ร.ป.ว่าการเลือกตั้งส.ส. โดยได้พิจารณาประเด็นความหมายของคำว่า “บัญชีรายชื่อพรรคการเมือง” ตามร่างมาตรานี้ว่ามีความหมายเพียงใด และครอบคลุมคำว่า “พรรคการเมือง” หรือไม่

ที่ประชุมเห็นชอบควรเพิ่มคำว่า “หรือพรรคการเมืองใด” ต่อท้ายคำว่า “บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด” เป็น “บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใดหรือพรรคการเมืองใด” เพื่อให้ความในร่างมาตรานี้มีความชัดเจนและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพราะคำว่าบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง อาจหมายถึงแค่คนๆ เดียว ไม่ได้หมายถึงทุกคนที่เป็นบัญชีรายชื่อ หรือไม่ได้เป็นนโยบายของพรรคที่จะกระทำการทุจริต ส่วนประเด็นการเปิดช่องเรื่องการยุบพรรคการเมืองนั้น กฎหมายเลือกตั้งมีโทษในตัวของมันเอง ไม่ใช่โทษการยุบพรรค แต่เป็นโทษใบแดง ใบเหลือง และใบส้ม ฉะนั้น จึงไม่รวมเรื่องคดีทางการเมืองหรือการยุบพรรค

ส่วนการแก้ไขเพิ่มเติมร่างมาตรา 13 ที่แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 84 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.นั้น กมธ.มีความเห็นเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าการกำหนดเรื่องการออกเสียงด้วยวิธีการลงคะแนนด้วยวิธีการอื่น นอกจากการลงคะแนนในบัตรเลือกตั้ง อาจขัดหรือแย้งต่อมาตรา 83 ของรัฐธรรมนูญ เช่น การลงคะแนนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือระบบออนไลน์ ส่วนฝ่ายที่สองเห็นว่าการออกเสียงลงคะแนนด้วยวิธีการอื่นไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งที่ประชุมยังไม่ได้มีข้อยุติในประเด็นดังกล่าว คาดว่าจะมีการลงมติในการประชุมครั้งต่อไป

กกต.ชลบุรีตั้งเป้าใช้สิทธิ 70%
สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และ นายกเมืองพัทยและสมาชิกสภาเมืองพัทยา (สม.) จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ค.

น.ส.วิชชุดา เมฆานุวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดชลบุรี ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ทางสำนักงานได้เตรียมความพร้อมไว้การเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาและสมาชิกเมืองพัทยาแล้ว มีการซักซ้อมเตรียมงานร่วมกับทางเมืองพัทยาประมาณ 3-4 ครั้ง จึงคิดว่าไม่น่ามีปัญหา ส่วนภาพรวมการหาเสียงเลือกตั้งยังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ยังไม่มีการร้องเรียนในเหตุที่รุนแรงว่ามีผู้สมัครรายใดกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

ขณะเดียวกันกกต.จว.ชลบุรี จะจัดกิจกรรมบิ๊กเดย์ เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งในวันที่ 12 พ.ค. ที่บริเวณหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัทยา อยากขอเชิญชวนผู้มีสิทธิ เลือกตั้งที่อยู่ในเขตเลือกตั้ง ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง เพราะไม่ได้มีการเลือกตั้งเป็นระยะเวลานานแล้ว ในอดีตตัวเลขผู้มาใช้สิทธิเพียง 41% ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้จึงตั้งเป้าตัวเลขผู้มาใช้สิทธิไว้ที่ 70% โดยกกต.จะรณรงค์และประชาสัมพันธ์อย่างเต็มที่

‘ดร.เอ้’ย้ำกทม.ต้องเท่าเทียม
ด้านนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 4 ลงพื้นที่เดินตลาดมีนบุรีทั้งตลาดเก่า และตลาดใหม่ เยี่ยมเยียนพบปะพี่น้องประชาชน ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทั้งจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าในตลาด พนักงานออฟฟิศ พนักงานธนาคารและแฟนคลับในพื้นที่ ที่ขอถ่ายรูป พร้อมให้กำลังใจและอวยพรให้ได้รับชัยชนะ

นายสุชัชวีร์กล่าวว่า การมาเดินพบปะวันนี้เป็นการลงพื้นที่ซ้ำอีกครั้งหลังคราวที่แล้วตนมาสะดุดล้มบริเวณริมฟุตปาธ กทม. อย่าเพิ่งพูดถึงความเท่าเทียมอะไรเลย เพราะแค่ฟุตปาธทางเท้าก็ไม่เท่าเทียม เดินในกทม. ฟุตปาธหลายๆ ที่พอใช้ได้ แต่มีนบุรีไม่มีเหลือ ถ้าเป็นผู้ว่าฯ เมื่อไร ฟุตปาธต้องเรียบ แบบนี้ถึงจะเรียกว่าคนเท่าเทียมกันจริงๆ

‘ชัชชาติ’ไม่ทนเรื่องทุจริต
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 8 พร้อมกับนางปวีณา หงสกุล ลงพื้นที่รับฟังปัญหาในเขตสายไหมและเขตบางเขน เช่น ปัญหาสัตว์จรจัดในวัด จากนั้นขึ้นขบวนรถยนต์ไฟฟ้า หาเสียงจากซอยวัดเกาะไปตลาดยิ่งเจริญ ทักทายพ่อค้าแม่ค้า พบปะประชาชนที่เข้ามาจับจ่ายในตลาด

นายชัชชาติกล่าวว่า ตลาดยิ่งเจริญเป็นตัวอย่างการจัดการปัญหาขยะและน้ำเสียตั้งแต่ต้นทาง กทม.ต้องเข้ามาดูแลเรื่องขยะและน้ำเสีย สามารถเริ่มต้นจากตลาดเป็นพื้นที่นำร่อง อีกทั้งย้ำความสำคัญของนโยบาย “บริหารจัดการดี” ซึ่งเป็นหัวใจของนโยบายพัฒนากทม.ให้เป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน โดยเฉพาะแนวคิด “โปร่งใส ไม่ส่วย ไม่เส้น”

ข้าราชการ กทม. ต้องหันหลังให้ผู้ว่าฯ และหันหน้าให้ประชาชน ต้องเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก เราต้องเป็นผู้ว่าฯ สัญจร ต้องเปลี่ยนวิธีคิดต้องกระจายอำนาจ และฟังประชาชนให้เยอะ พวกนี้จริงๆ แล้วทำได้เลย ไม่ต้องรองบประมาณ คิดว่าอันนี้ 100 วันแรกจะสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้เลย

ส่วนปัญหาเรื่องส่วยของเทศกิจต้องเป็นศูนย์ และจะไม่อดทนต่อการทุจริตคอร์รัปชั่น หากจับได้จะต้องมีการลงโทษอย่างรุนแรง การแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งต้องโปร่งใส เพื่อจัดการกับต้นตอของปัญหา มองว่าการจัดการปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เรื่องยากและสามารถดำเนินการได้ทันที

‘เอ๋’ร้องป.ป.ช.สอบ‘เสรีพิศุทธ์’
เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ขอให้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงและดำเนินคดีทั้งทางอาญา และทางจริยธรรม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กรณีปกปิดบัญชีทรัพย์สิน ไม่ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ประเภท รายการเงินให้กู้ยืมแก่น.ส.ธนภร โสมทองแดง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จำนวน 1 ล้านบาท

น.ส.ปารีณากล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าการกู้ยืมเงินดังกล่าวมีการผ่อนชำระหนี้คืน 3 ครั้งในวันที่ 22 มิ.ย.63 โดยวิธีการชำระหนี้ แคชเชียร์เช็ค ธนาคารธนชาต ระบุสั่งจ่ายชื่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ภายหลังที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินครั้งแรก แต่ กลับไม่ยื่นบัญชีดังกล่าว ต่อ ป.ป.ช.เพิ่มเติม จะอ้างว่าหลงลืม หรือเพิ่งค้นพบสัญญากู้ยืมหาได้ไม่ เพราะก่อนเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง ได้ชำระเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ย ผู้ให้กู้ย่อมได้ประโยชน์เพราะมีทรัพย์สินและดอกผลเพิ่มขึ้น ซึ่งจะต้องแจ้งรายการทรัพย์สินและหนี้สินเพิ่มเติมให้ ป.ป.ช. การปล่อยระยะเวลาล่วงเลยมานาน แสดงให้เห็นว่ามีเจตนาปกปิดหนี้กู้ยืมรายนี้ไว้ อันส่อแสดงถึงความไม่สุจริต

“มั่นใจในพยานหลักฐานที่นำมายื่นต่อ ป.ป.ช. เชื่อว่าพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์จะไม่รอด ฐานปกติบัญชีทรัพย์สิน และยืนยันว่าการยื่นตรวจสอบเรื่องนี้ไม่ใช่การเอาคืน หรือการแก้แค้นพล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ แต่เป็นการทำหน้าที่ตรวจสอบของประชาชนคนหนึ่ง” น.ส.ปารีณากล่าวว่า

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน