กลุ่ม16ขู่หักรบ.2อดีตสส.หญิงทิ้งกก.บห.-ปชป.
‘บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม’ เมินตอบข้อเสนอนายกฯ ขัดตาทัพ ด้านพรรคเศรษฐกิจไทยหนุน ‘ประวิตร’นั่งเก้าอี้ผู้นำรัฐบาล ชี้รู้งานเป็นอย่างดี ‘ธรรมนัส’ ระบุหากเกิดอุบัติเหตุการเมือง มีรธน.มาตรา 272 ดันคนนอกเป็นนายกฯ ได้ เตือนเปิดสภาระวังมือที่มองไม่เห็น แต่ละพรรคซ่อนมีดอยู่ข้างหลัง เย้ย ‘รมว.เฮ้ง’ คิดดูแลพรรคเล็กไม่ง่าย เพื่อไทยยื่น ‘ประยุทธ์’ สอบประมูลท่อน้ำอีอีซี ‘พิเชษฐ’ ขู่ถ้ายัง เดินหน้าโครงการ กลุ่ม 16 ส.ส.จะโหวตคว่ำทั้ง ‘บิ๊กตู่-สันติ’ ปชป.เบรกไม่อยู่ ‘อรอนงค์’ ยื่นลาออกจาก กก.บห.แล้ว อดีตส.ส.หญิงปากน้ำ ไขก๊อกสมาชิกพรรค
‘2 ป.’ปิดปากนายกฯขัดตาทัพ
เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ระหว่างตอบข้อซักถามถึงการแก้ปัญหาสินค้าที่มีราคาสูงขึ้นว่า อยากขอร้องว่า การเมืองก็เบาๆ ลงบ้างก็แล้วกัน ไม่เช่นนั้นจะทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่น ไม่เชื่อถือกัน แล้วจะแก้กันอย่างไร เพราะการแก้ปัญหาต้องแก้ด้วยวิธีการร่วมมือ
ถ้าขัดแย้งกันตั้งแต่ต้น ก็คุยกันไม่รู้เรื่อง ไปกันไม่ได้ แล้วจะไปแก้อะไรได้ ใครจะได้รับผลกระทบ รัฐบาลนั้นแน่นอนอยู่แล้ว แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือประชาชน วันข้างหน้านโยบายภาครัฐต้องปรับหลายอย่าง ซึ่งเราพยายามปรับมาหลายอย่างแล้ว แต่เดินมาได้ช้า เนื่องจากความขัดแย้งสูง การ จะปรับเปลี่ยนต่างๆ ของไทยนั้น ยอมรับว่ายาก ต้องทำอย่างระมัดระวัง
ผู้สื่อข่าวถามว่าได้ยินข่าวพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เกี่ยวกับเรื่องเป็น นายกฯ สำรองหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบ พร้อมทำนิ้วแยงไปที่หู เหมือนไม่อยากได้ยิน
ด้านพล.อ.ประวิตร ปฏิเสธตอบคำถามกรณีนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 เสนอให้เป็นนายกฯ เพื่อขัดตาทัพในช่วงเวลาที่เหลือของรัฐบาล และให้พล.อ.ประยุทธ์ หมดความกังวลในช่วงที่ลงจากอำนาจ โดยพล.อ.ประวิตร มีท่าทีนิ่งเฉย และไม่ตอบคำถามใดๆ
‘ธรรมนัส’แย้มช่องรธน.ดันคนนอก
เมื่อเวลา 10.25 น. ที่ศูนย์ประชุมอาคาร ยูทาวเวอร์ ถนนศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ พล.อ. วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) เป็นประธานประชุมใหญ่พรรคเศรษฐกิจไทย ครั้งที่ 1/2565 มีกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ส.ส.และสมาชิกพรรค เข้าร่วม พร้อมเพรียง
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมว่า ยอมรับว่าได้ทาบทามนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ (ศม.) และนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง มาเป็นทีมเศรษฐกิจจริง แต่ยังไม่ถึงเวลาเปิดตัวอย่างเป็นทางการ อาจมีคนอื่นเพิ่มเติมอีกด้วย เมื่อถึงเวลาจะเปิดตัวทั้งหมด รวมทั้งเปิดตัวว่าที่ ผู้สมัครส.ส.ทั้ง 400 เขต ส่วนที่มีชื่อนายทนง พิทยะ อดีตรมว.คลังนั้น พรรคไม่เคยทาบทาม
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนายอดุลย์ เสนอชื่อพล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯ ขัดตาทัพ ร.อ. ธรรมนัสกล่าวว่า อยู่ที่ตัวพล.อ.ประวิตร ความจริงก็เป็นได้ตลอดเวลา แต่ทุกอย่างอยู่ที่ตัวท่าน นายอดุลย์คงอยากให้บ้านเมืองเกิดความสมานฉันท์และเดินหน้าแก้ไขปัญหาในทุกๆ เรื่อง ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดี
ต่อข้อถามถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่ฝ่ายค้านจะยื่นญัตติกลางเดือนมิ.ย. หากเกิดอุบัติเหตุการเมืองในสภา มองเรื่องบัญชีนายกฯ อย่างไร ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า คงใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 272 วรรคสอง สำหรับบุคคลนอกบัญชีพรรคการเมืองที่จะเข้ามาแก้ไขในสถานการณ์นี้ได้ ผู้สื่อข่าวถามว่าการใช้มาตรานี้แสดงว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะไม่ได้รับการสนับสนุนในศึกซักฟอกนี้ใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่ทราบว่าฝ่ายค้านจะยื่นญัตติในเรื่องใด ตนคิดว่าไวเกินไปที่จะพูดเรื่องนี้ ส่วนพล.อ.ประวิตรจะเข้ามากุมบังเหียนรัฐบาลได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เราไม่สามารถระบุได้ ต้องฟังเสียงส่วนใหญ่
ระวังมือที่มองไม่เห็น-เย้ยรมว.เฮ้ง
ผู้สื่อข่าววิเคราะห์เสียงในสภาขณะนี้เป็นอย่างไร ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตอนนี้ต้องพูดว่า มือที่มองไม่เห็นมีเยอะ สภายังไม่เปิดก็ยังไม่รู้ เดี๋ยวสภาเปิดวันที่ 22 พ.ค.ก็จะรู้ เพราะตอนนี้ทุกคนต่างซ่อนมีดไว้ข้างหลังตัวเองหมด จึงยังไม่รู้อะไรเป็นอะไร ต่อข้อถามว่ามือที่มอง ไม่เห็นหมายถึงคนในรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า หมายความว่าแต่ละพรรคก็มีของดีของตัวเอง มีมือดีของตัวเอง ตอนนี้เรามองไม่เห็นเพราะสภาปิด ทุกคนแอบไปคุยกันเองในแต่ละพรรค ถึงเวลาเปิดสภาก็มาเจอกัน ส.ส.เป็นพี่น้องกันไม่มีความลับอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามถึงพรรคเล็กกินข้าวและพูดคุยกับนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ผอ. พรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตนมีประสบการณ์เรื่องนี้เยอะ แต่ ไม่ขอวิจารณ์ อย่าลืมว่า 3-4 ปีที่ผ่านมา ตนเป็นคนดีลเรื่องพวกนี้ จึงคิดว่ารู้ดีมากกว่าใคร มากกว่าคนที่พยายามเสนอตัวเป็นตัวกลางเคลียร์เรื่องนี้ ส่วนที่นายสุชาติพูดถึงเรื่องกล้วยในวงรับประทานอาหารกับพรรคเล็ก เหมือนเหน็บไปถึงใครหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสหัวเราะพร้อมก่อนว่า “ผมว่ารัฐมนตรีเฮ้ง ต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะ มันไม่ง่ายอย่างที่คิด”
ต่อข้อถามว่าในช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะมีการแจกกล้วยในสภาหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ยังไม่รู้ว่าประเด็นการอภิปรายและใครจะโดนอภิปรายบ้าง ต้องมาคอยดูกัน ส่วนพรรคยืนยันว่า เราอยู่ข้างประชาชน เมื่อถามว่าเมื่อเปิดสภาแล้วจะเกิดการบิดขั้วเปลี่ยนข้างทางการเมืองหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่มีอะไรแน่นอน ไม่งั้นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) คงไม่พูด
‘บิ๊กน้อย’หนุน‘บิ๊กป้อม’นั่งเก้าอี้
พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ให้สัมภาษณ์กรณี ร.อ. ธรรมนัสเสนอให้ใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 272 วรรคสอง ให้มีนายกฯ คนนอก หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองว่า น่าจะเป็นไปได้ หากทุกอย่างนำไปสู่การแก้ไขปัญหา ผู้สื่อข่าว ถามว่านายกฯ ในบัญชีรายชื่อที่มีอยู่ไม่พอใช่หรือไม่ จึงเสนอแนวคิดนี้ พล.อ.วิชญ์กล่าวว่า ไม่ใช่ไม่พอ แต่คนไม่ศรัทธา คนไม่เอาก็ไม่เอา ต้องหาคนที่ประชาชนต้องการ มาทำเพื่อประชาชน ต่อข้อถามว่ามีใครที่เหมาะสมเป็นนายกฯ คนนอกได้ พล.อ.วิชญ์กล่าวว่า “ผม ไม่ได้มองใคร ผมมองแค่พล.อ.ประวิตร เพราะมีความเหมาะสม ที่จะช่วยประเทศได้ในเวลานี้ เพราะทำงานมาตลอด น่าจะรู้ดีว่าทำอย่างไร”
ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่าพรรคจะไม่เสนอรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ในการเลือกตั้งครั้งหน้าใช่หรือไม่ พล.อ.วิชญ์ กล่าวว่า รอให้ถึงเวลาก่อน อาจมีชื่อคนที่เหมาะสมมากกว่าตน และอาจเสนอคนนอกเข้ามาร่วม ตนไม่ซีเรียสกับการไม่ส่งหัวหน้าพรรคเป็นแคนดิเดต นายกฯ เพราะอยากให้บ้านเมืองดีขึ้นและประชาชนอยู่รอด ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ต้องทำให้ประชาชนอยู่รอด
เมื่อถามว่าประเมินการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลจะรอดหรือไม่ พล.อ.วิชญ์กล่าวว่า บอกไม่ได้ อยู่ที่คำตอบของนายกฯ และรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ในส่วนของพรรคเศรษฐกิจไทย อยู่ในฝ่ายรัฐบาล แต่สิ่งสำคัญจะยึดประชาชนเป็นหลัก สิ่งไหนที่ประชาชนไม่ได้ประโยชน์เราก็ไม่เอาด้วย
ยันศท.พร้อมลุยแก้ปากท้อง
พล.อ.วิชญ์กล่าวในที่ประชุมใหญ่พรรคว่า ขอยืนยันต่อสมาชิกพรรคว่า เราเป็นพรรคของประชาชนอย่างแท้จริงคำขวัญ “มั่นคง มั่งคั่ง ทั้งแผ่นดิน” การจะมั่นคงได้ การเมืองต้อง มั่นคง มีเสถียรภาพ เป็นประชาธิปไตยที่โปร่งใสตรวจสอบได้ มีการกระจายอำนาจ อย่างเหมาะสมและมีผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่มีประชาชนอยู่ในใจอยู่เสมอ
“พรรคมีชื่อบุคคล ที่จะเสนอเป็นนายกฯ ทั้งคนในและคนนอกพรรค จะประกาศต่อเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม การที่จะมั่งคั่งทั้งแผ่นดินได้ พรรคเรามีปัญหาที่จะต้องแก้ไข เรื่อง เร่งด่วน คือปัญหาปากท้อง ความเหลื่อมล้ำ ที่ดินทำกิน น้ำ ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ทีมงานยุทธศาสตร์และทีมงานด้านเศรษฐกิจ จะทำงานอย่างหนักและพร้อมเปิดตัวทีมเศรษฐกิจเร็วๆ นี้ ซึ่งจะเป็นความหวังของประชาชนที่ประสบปัญหาเศรษฐกิจอยู่ทุกวันนี้” พล.อ.วิชญ์กล่าว
ด้านนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคเศรษฐกิจไทยทาบทามให้เข้าร่วมทีมเศรษฐกิจจริง แต่ยัง ไม่ได้ตอบรับ และมีหลายพรรคที่ติดต่อเข้ามาขอความรู้เรื่องเศรษฐกิจจากตนอย่างไม่เป็นทางการ ก็ยินดีให้ความรู้กับทุกคนและ ทุกพรรค ส่วนจะไปร่วมทีมกับพรรคเศรษฐกิจไทยหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้ ข้อสรุป และยังไม่ได้ตัดสินใจ
โฆษกรัฐบาลสวนเพื่อไทย
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุพร้อมอภิปราย ไม่ไว้วางใจรัฐบาล เพราะพล.อ.ประยุทธ์บริหารงานล้มเหลว และจะน็อกในสภาว่า หากฝ่ายค้านเรียกการโหมโรงรายวันว่าหนังตัวอย่าง คงเป็นหนังที่เตรียมตัวเจ๊ง เพราะแค่ตัวอย่าง ยังไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจ ออกแนวน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง บางทีอาจเป็นฝ่ายค้านเอง ที่ถูกรัฐบาลเอาข้อเท็จจริงมาชี้แจง จนหน้าแตกกลางสภาก็ได้
“ยืนยันว่ารัฐบาลโดยเฉพาะนายกฯ พร้อมชี้แจงทุกประเด็นเพราะไม่ได้ทำอะไรผิด เพียงแต่อาจจะขัดใจที่ยังอยู่ขวางหูขวางตาคนที่อยากกลับมามีอำนาจอีกครั้ง หลายนโยบายของรัฐบาลถูกใจประชาชน แต่ถูกฝ่ายค้าน เอาไปบิดเบือน แบบนี้จะให้ประชาชนไว้วางใจเลือกเข้ามาบริหารประเทศได้อย่างไร ไม่อยากให้ฝ่ายค้านมือถือสากปากถือศีล ที่ผ่านมาอดีตรัฐมนตรีของพรรคตัวเองติดคุกเพราะทุจริตไปแล้วกี่คน เคยนับหรือไม่ ถ้าในอดีตยังแสดงถึงความโปร่งใสไม่ได้ก็ไม่ควรมาขอโอกาสอีกครั้ง” นายธนกรกล่าว
‘โจ้’เผยกลุ่ม 16 พร้อมแตกหักรบ.
ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุก ทำเนียบรัฐบาล นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือผ่าน เจ้าหน้าที่ถึงพล.อ.ประยุทธ์ในฐานะประธานอีอีซี ขอให้ตรวจสอบความไม่โปร่งใสการประมูลท่อส่งน้ำของกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ในโครงการอีอีซี ที่มีมูลค่ากว่า 2.5 หมื่นล้านบาท
นายยุทธพงศ์ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ตนได้รับประทานอาหารร่วมกับนาย พิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะหัวหน้ากลุ่ม 16 ซึ่งนาย พิเชษฐกล่าวกับตนว่าหากเกิดเรื่องเช่นนี้ไม่ยอมแน่นอน จะยอมแตกหักกับรัฐบาล และนาย พิเชษฐระบุว่าได้แจ้งเรื่องดังกล่าวไปกับโฆษกรัฐบาล เพื่อแจ้งเรื่องไปยังนายกฯ โดยตรงด้วย
กลุ่ม 16 ได้สอบถามตนว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมและเอาจริงกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้หรือไม่ ตนยืนยันว่าพร้อม และจะอภิปรายเรื่องเรือดำน้ำไม่มีเครื่องยนต์ การเปิดประมูลท่อส่งน้ำอีอีซีที่ไม่โปร่งใส และเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียว เพราะอยากดูว่าบางพรรคจะยกมือโหวตอย่างไร
เมื่อถามถึงกรณีเสนอชื่อพล.อ.ประวิตรในช่วงที่เหลือของรัฐบาลรับได้หรือไม่ นายยุทธพงศ์กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย เราจะเน้นอภิปรายเพื่อล้มรัฐบาล และไล่พล.อ. ประยุทธ์ที่อยู่มา 8 ปี ที่ทำให้บ้านเมืองเสียหาย ส่วนเรื่องการเป็นนายกฯ นั้น มองว่าต้องใช้ รายชื่อที่ถูกเสนอโดยพรรคการเมืองก่อน ส่วนการเสนอชื่อพล.อ.ประวิตรยังไกลเกินไป

ยื่นสอบประมูล – นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ในฐานะประธานอีอีซี ให้ ตรวจสอบความไม่โปร่งใสการประมูลท่อส่งน้ำในโครงการอีอีซี มูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 29 เม.ย.
‘พิเชษฐ’ขู่คว่ำปมอีสท์วอเตอร์
ด้านนายพิเชษฐ กล่าวว่าการไปรับประทานอาหารร่วมกับนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และนายยุทธพงศ์ ตนสอบถามเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยเฉพาะเรื่อง ที่บริษัทอีสท์วอเตอร์ แพ้ประมูลบริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด ซึ่งตนรับไม่ได้ ถือเป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติ และอีสท์วอเตอร์สร้างขึ้นมาเพื่อบริหารโครงการอีสเทิร์น ซีบอร์ด ทั้งหมด หากอภิปรายเรื่องนี้ ฝ่ายค้านมีข้อมูลหนักแน่นและตรงกับที่เรามี ทางกลุ่ม 16 ส.ส.จะยกมือสวนแน่นอน เราตกลงกันแล้ว และถ้าพล.อ.ประวิตร ยังหนุนหลังคนรับผิดชอบเรื่องนี้อยู่ ตนยอมให้ถูกขับออกจากพรรคพลังประชารัฐ
เมื่อถามว่าจะไม่วางใจรัฐมนตรีคนไหนบ้าง นายพิเชษฐกล่าวว่า รัฐมนตรีที่รับผิดชอบกรมธนารักษ์คือนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เพราะทราบว่าเป็นคนมาเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ แล้วบริษัทวงษ์สยามฯ เป็นของใคร หากนายกฯ ไม่ทบทวนก็ต้องไม่ไว้วางใจ นายกฯ ด้วย เพราะนายกฯ เป็นผู้นำต้องรู้เรื่อง หากไม่ทบทวนจะถูกกล่าวหาว่ารับสินบนด้วย
ปชป.แก้กฎเข้มสกัดหื่น
ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก กก.บห.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางในการตรวจสอบคุณสมบัติ และเกณฑ์การ คัดเลือกผู้ที่จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชา ธิปัตย์และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าที่ประชุมได้ข้อสรุปให้ระบุในข้อบังคับพรรค ดังนั้น 1.เพิ่มคุณสมบัติการเป็นสมาชิกพรรคให้ครอบคลุมความผิดเกี่ยวกับเพศ 2.เพิ่มหมวดแนวปฏิบัติว่าด้วยการต่อต้านการละเมิดและหรือคุกคามทางเพศ และ 3.จัดกิจกรรมรณรงค์และสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องการต่อต้านการละเมิดและหรือการคุกคามทางเพศ และการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ ร่วมกับองค์กรภาคประชาสังคม ซึ่งข้อเสนอนี้จะนำเข้าสู่การพิจารณาของกก.บห.และที่ประชุมใหญ่พรรค เพื่อปรับแก้ข้อบังคับพรรคต่อไป
ส่วนรายละเอียด มีดังนี้ อาทิ 1.เพิ่มข้อ 19 คุณสมบัติการเป็นสมาชิกพรรคในข้อบังคับพรรค คือ “ต้องไม่ถูกคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดทางเพศ รวมถึงการกระทำความรุนแรงต่อบุคคลในครอบครัว เด็ก สตรี รวมทั้งการค้ามนุษย์ และการค้าประเวณี และให้เพิ่มถ้อยคำดังกล่าวในใบสมัครสมาชิกพรรค ลักษณะต้องห้าม โดยเพิ่มเป็นข้อ 22
2.เพิ่มหมวดในข้อบังคับพรรค “แนวปฏิบัติว่าด้วยการต่อต้านการละเมิดและหรือคุกคามทางเพศ ซึ่งครอบคลุมความรุนแรงที่เกิดจากอคติทางเพศ ความผิดทางอาญาเกี่ยวกับเพศ ความผิดเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ ความผิดเกี่ยวกับการกระทำความรุนแรง ในครอบครัว และการแสวงหาประโยชน์ ทางเพศ” 3.พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่าจะ ไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม จะไม่ปกป้องหรือช่วยเหลือคนผิดหรือผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด และพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่กระบวนการยุติธรรม 4.ให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายและด้านสังคมอื่นๆ ให้แก่ผู้เสียหาย เป็นต้น
พิษคดี‘ปริญญ์’ยังไม่หยุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 เม.ย. น.ส.อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ อดีตส.ส.กทม.และกก.บห.พรรคประชาธิปัตย์ได้ทำหนังสือยื่นใบลาออกจาก กก.บห. มีทันที เพื่อแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองกรณีนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรค ที่ถูก ข้อกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งเป็นข้อหาที่ร้ายแรงและกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรค
น.ส.อรอนงค์ เป็น 1 ใน 7 กก.บห.ผู้หญิง ที่เคยเป็นข่าวว่าจะลาออก แต่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ขอร้องไว้ จึงชะลอการยื่นใบลาออกไว้ก่อน จนในที่สุดน.ส. อรอนงค์ ก็ลาออกจนได้
วันเดียวกัน น.ส.สรชา วีรชาติวัฒนา อดีตส.ส.และอดีตผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ทำหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรค เนื่องจากไม่พอใจที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ไม่แสดงความ รับผิดชอบทางการเมืองกับปัญหาที่เกิดขึ้น
‘ดร.เอ้’อาสาแก้น้ำท่วมกทม.
สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(ส.ก.) และนายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา(สม.) ในวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ค. บรรดาผู้สมัคร ต่างลงพื้นที่หาเสียงกันอย่างต่อเนื่อง
นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 4 พร้อมด้วย น.ส.มารีญา ฤกษ์ดี (ดาหวัน) ผู้สมัคร ส.ก. เขตลาดกระบัง หมายเลข 6 เดินหาเสียง ที่ตลาดหัวตะเข้ เขตลาดกระบัง ซึ่งเป็น เขตใหญ่เขตหนึ่งใน กทม. ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากมาตลอด 30 ปี
นายสุชัชวีร์กล่าวว่า ตนอยู่ที่เขตลาดกระบังมาตั้งแต่อายุ 17-18 ปี ตั้งแต่ 30 กว่าปีก่อน เขตลาดกระบังจมน้ำและไม่ดีขึ้นเลย และเคยเป็นอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง สร้างโรงพยาบาลพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหาร สร้างเครื่องมือแพทย์ดูแลพี่น้องประชาชนทุกคน ทำศูนย์ ฉีดวัคซีนต่อสู้โควิดเคียงบ่าเคียงไหล่ ทำ Home Isolation ร่วมกัน วันนี้มีความมุ่งมั่นและขออาสาแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากให้ พี่น้องประชาชนคนกรุงเทพฯ ถึงเวลาแล้วกรุงเทพฯ ต้องเปลี่ยน
‘ชัชชาติ’ฟังปัญหาจากผู้นำชุมชน
ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 8 ลงพื้นที่หาเสียงเขตธนบุรีและเขตบางกอกใหญ่ เข้าร่วมเวทีประชาคม ที่ ลานวัดหงส์รัตนาราม รับฟังปัญหาจากผู้นำชุมชนกว่า 40 คน ใน 13 ชุมชนเขตบางกอกใหญ่ ทราบปัญหาสำคัญ อาทิ ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ยาเสพติด และปัญหา สิ่งอำนวยความสะดวกภายในชุมชน ก่อนเดินพบปะประชาชนที่ตลาดวัดจันทารามวรวิหาร และชุมชนโดยรอบ เพื่อรับฟังปัญหาจากประชาชนถึงประตูบ้าน
นายชัชชาติกล่าวว่า การเข้าใจปัญหาประชาชนคือหัวใจสำคัญในการพัฒนานโยบาย กทม.ต้องออกแบบวิธีจัดการปัญหาโดยที่ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้ ยกตัวอย่างการค้าขายริมทางที่ยังมีความจำเป็นต่อเมือง เนื่องจากเป็นแหล่งจำหน่ายอาหารราคาถูก แต่ กทม.จะจัดการพื้นที่อย่างไรไม่ให้ร้านค้าเบียดบังทางเท้า ดังนั้น ผู้ว่าฯ กทม.และข้าราชการต้องลงพื้นที่เพื่อรับทราบปัญหาจากประชาชนอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากปัญหาของประชาชนไม่เคยหยุดนิ่ง และขอย้ำนโยบาย “ผู้ว่าฯ สัญจร” จะลงพื้นที่ 50 เขต ภายใน 1 ปี เพื่อทำความเข้าใจปัญหา กทม.ให้ดีขึ้น และเป็นช่องทางให้ชุมชนได้ร้องเรียนปัญหาถึงผู้ว่าฯ กทม.โดยตรงอีกด้วย
‘อัศวิน’พอใจผลโพล
เวลา 16.00 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 6 ลงพื้นที่ขอคะแนนเสียงในเขตราษฎร์บูรณะ ตอกย้ำสิ่งที่อยากทำเพื่อชาว กทม.ให้สำเร็จ ด้วยนโยบายที่เขียนขึ้นมาจากประสบการณ์การทำงานจริง 5 ปีที่ผ่านมา โดยเน้นย้ำเป็นนโยบายที่ทำได้จริง ไม่ขายฝันเพื่อเอาใจคน กทม. แต่เป็น สิ่งที่ตั้งใจอยากจะทำ ทำจริง ทำได้ ทำต่อ เพื่ออยากเห็นกรุงเทพฯ ดีมากกว่าที่เป็นอยู่
พล.ต.อ.อัศวินให้สัมภาษณ์ถึงผลโพลคะแนนนิยมของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ว่า ก็พอใจ เพราะเปิดตัวทีหลังคนอื่น ดูจากโพลของธรรมศาสตร์ ครั้งล่าสุดเป็นที่น่าพอใจ เพราะครั้งแรกและต่อๆ มาได้ประมาณ 5% 7% 9% ล่าสุดได้ 14% ก็ดีใจ ที่ผลโพลเพิ่มมากขึ้น กลยุทธ์ก็ไม่ต้องปรับอะไร พยายามเดินทำความเข้าใจกับประชาชน อะไรที่ เป็นเรื่องจริงทำจริง ไม่ต้องโกหกพกลม ประชาชนรู้ว่าตนทำอะไรได้ให้เขาบ้าง

ค้านขึ้นค่าแรง – นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน รับหนังสือจากคณะสภาองค์การนายจ้าง 50 สมาคม ขอให้ทบทวนการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ จาก 331 บาทเป็น 492 บาททั่วประเทศ อ้างสภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว ที่กระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ 29 เม.ย.
‘ตู่’พร้อมพบผู้ใช้แรงงาน1พ.ค.
เมื่อวันที่ 29 เม.ย. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะเป็นประธานเปิดงาน วันแรงงานแห่งชาติ ปี พ.ศ.2565 ในวันอาทิตย์ที่ 1 พ.ค. ที่ห้องจอมพล ป. พิบูลสงคราม กระทรวงแรงงาน กรุงเทพฯ โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน จะกล่าวรายงานสรุปความคืบหน้าของภารกิจตามข้อเรียกร้องวันแรงงานแห่งชาติ จากนั้นนายสุชาติ ไทยล้วน ประธานสภาองค์การลูกจ้างแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ ปี พ.ศ.2565 จะนำเสนอข้อเรียกร้องวันแรงงานแห่งชาติ ปี พ.ศ.2565 และยื่นต่อนายกฯ แล้วนายกฯ จะกล่าวสุนทรพจน์ต่อผู้ใช้แรงงาน และเปิดงานวันแรงงานแห่งชาติ ปี พ.ศ.2565 พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการของกลุ่มผู้ใช้แรงงาน และหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน
การจัดงานในปีนี้ คณะกรรมการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ ประกอบด้วย ประธานสภาองค์การลูกจ้าง 14 แห่ง ประธานสหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทย และประธานศูนย์ประสานงานแรงงานนอกระบบ ซึ่งกิจกรรมภายในงานวันแรงงาน ประกอบด้วย พิธีเปิด วันแรงงานแห่งชาติ รวมทั้งจะเคลื่อนริ้วขบวนรถเทิดพระเกียรติ และริ้วขบวนรถของผู้ใช้แรงงาน ออกจากสนามหลวงมายังกระทรวงแรงงาน และมีการเสวนาเรื่อง “เศรษฐกิจยุคโควิดกระทบแรงงานและค่าจ้างอย่างไร” โดยผู้เข้าร่วมเสวนาประกอบด้วย นายพนัส ไทยล้วน ประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทย นายชินโชติ แสงสังข์ ประธานสภาองค์การลูกจ้างสภาแรงงานแห่งประเทศไทย และศาสตราภิชาน แล ดิลกวิทยรัตน์ นักวิชาการอิสระ พร้อมทั้งมีการจัดนิทรรศการของหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน และกลุ่มผู้ใช้แรงงาน