96เที่ยวบินพรึบ นักท่องเที่ยวแห่เข้ามาเมืองไทย ภูเก็ต-หาดใหญ่ ด่านสะเดาก็ล้น มาเลย์ต่อคิวยาว
เปิดประเทศ-ยกเลิก ‘เทสต์แอนด์โก’ วันแรกไปได้สวย สนามบิน ‘สุวรรณภูมิ’ คึกคัก มี ผู้โดยสารขาเข้า-ขาออกกว่า 6 หมื่น นักท่องเที่ยวเยือนไทย 1.7 หมื่นราย ผู้บริหารทอท.ชี้อุตสาหกรรมการบินไทยผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว คาดเข้าสู่ภาวะปกติปี 2567 จุดผ่านแดนสะเดาคลาคล่ำไปด้วยชาวมาเลเซียและชาวไทยมุสลิมกว่าพันคน ร่วมฉลองเทศกาลฮารีรายอ ขณะที่ต่างชาติแห่ท่องภูเก็ตกว่า 4 พัน จาก 29 เที่ยวบิน สวนทางหลายด่านในภาคตะวันออก-อีสาน บรรยากาศสุดเงียบเหงา ทั้งด่านอรัญ จ.สระแก้ว และด่านหาดเล็ก จ.ตราด รวมทั้งที่จ.หนองคาย เหตุสับสนขั้นตอนเปิดประเทศ

เปิดประเทศ – สนามบินสุวรรณภูมิกลับมาคึกคักอีกครั้งในรอบ 2 ปี มีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเดินทางเข้าประเทศไทยจำนวนมาก หลังศบค.ผ่อนคลายมาตรการยกเลิกระบบเทสต์แอนด์โก เปิดประเทศเป็นวันแรก เมื่อวันที่ 1 พ.ค.

สุวรรณภูมิบรรยากาศคึกคัก
เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นวันแรกที่ประเทศไทยประกาศยกเลิกระบบเทสต์แอนด์โก (Test&Go) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว บริเวณภายในอาคารผู้โดยสารมีนักท่องเที่ยวคึกคัก มีชาวต่างชาติทยอยเดินทางเข้าประเทศอย่างต่อเนื่อง ไม่พบจุดที่มีความแออัด ขณะที่ ผู้โดยสารส่วนใหญ่พึงพอใจต่อมาตรการอำนวยความสะดวก

ทั้งนี้ นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. นายกีรติ กิจมานะวัฒน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. (สายงานวิศวกรรมและการก่อสร้าง) และนายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเตรียมความพร้อมมาตรการต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติภายหลังจากยกเลิกระบบเทสต์แอนด์โกเป็นวันแรก

นายชยธรรม์กล่าวว่า ท่าอากาศยานสุวรรณ ภูมิ มีความพร้อมต้อนรับผู้โดยสารชาวต่างชาติ สามารถบริหารจัดการได้อย่างรวดเร็ว แม้เป็นช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ซึ่งมีผู้โดยสารจำนวนมาก โดยใช้เวลาในการตรวจเช็กเอกสารไทยแลนด์พาส เพียงแค่ 30 วินาทีต่อคน สามารถระบายความแออัดของผู้โดยสาร 322 คน ในเวลาไม่ถึง 20 นาที รวมจุดบริการทั้งสิ้น 15 ช่องทาง มั่นใจว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นแน่นอนหลังจากผ่อนคลายมาตรการเทสต์แอนด์โก โดยคาดว่าการเดินทางจะกลับมาคึกคักเต็มที่ในช่วงปลายเดือนพ.ค.นี้ อย่างไรก็ตามประเมินว่าปริมาณ ผู้โดยสารชาวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะกลับมาอยู่ที่ราว 100,000 คนต่อวันอีกครั้งในช่วงปี 2567 หรือคิดเป็น 36.5 ล้านคนต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ตามคาดการณ์ของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (ไออาต้า)

วันแรกเข้าไทยแล้ว 1.7 หมื่นคน
ในส่วนของทอท.ไม่กังวลกับผู้โดยสารต่างชาติที่ยังไม่ฉีดวัคซีน เนื่องจากมีปริมาณน้อย จากข้อมูลล่าสุดพบว่ามีผู้โดยสาร ต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยโดยยังไม่ฉีดวัคซีนเพียง 11 คน จากทั้งหมด 17,000 คน ซึ่งทาง ทอท.ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงสาธารณสุขและโรงแรมเพื่อเตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวไว้แล้ว

“ขอให้ทอท.รักษามาตรฐานบริหารจัดการผู้โดยสารแบบนี้ไว้ เพื่อสื่อสารด้านความพร้อมอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวที่จะกลับเข้ามาเที่ยวเมืองไทย โดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วน ซึ่งมีผู้โดยสารเข้ามาจำนวนมากในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ที่ผ่านมาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้พัฒนาจัดระเบียบพื้นที่แก้ปัญหาความแออัดได้ผลเป็นที่น่าพอใจ” นายชยธรรม์กล่าว

อย่างไรก็ตามการยกเลิกมาตรการเทสต์แอนด์โก และเปลี่ยนเป็นใช้แค่การตรวจด้วย ATK โดยมีการปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์การเข้าประเทศดังนี้ 1.ผู้เข้าประเทศจะต้องลงทะเบียนผ่านระบบ Thailand Pass ก่อนเข้าประเทศ โดยผู้ฉีดวัคซีนต้องแสดงหลักฐานการฉีดครบโดสและประกันภัย ขณะที่ผู้ไม่ได้รับวัคซีนหรือได้ไม่ครบโดสต้องแสดงหลักฐานการจองที่พักแบบ AQ และประกันภัย 2.ต้องมีประกันภัยที่ครอบคลุมการรักษาโควิดขั้นต่ำจำนวน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ 3.ผู้ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ยกเลิกการตรวจเมื่อมาถึง และแนะนำให้ตรวจ ATK ด้วยตนเอง หากพบเชื้อให้เข้ารับการรักษาตามกระบวนการ

4.ผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือได้ไม่ครบตามเกณฑ์ที่กำหนด แสดงผลตรวจ RT-PCR ก่อนเดินทางถึงประเทศในระบบ Thailand Pass ไม่จำเป็นต้องกักตัว หรือกักตัวตามระบบ AQ โดยตรวจ RT-PCR วันที่ 4-5 แนะนำให้ตรวจ ATK ด้วยตนเอง หากติดเชื้อให้เข้ารักษาตามระบบ 5.กรณีเป็นผู้เสี่ยงสูงแนะนำให้กักตัว 5 วันและสังเกตอาการ 5 วัน ตรวจ ATK วันที่ 5 และ 10 หลังสัมผัสผู้ติดเชื้อ

ด้านนายกิตติพงศ์เปิดเผยถึงคาดการณ์จำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสาร ประจำวันที่ 1พ.ค. ซึ่งเปิดประเทศวันแรกว่า คาดจะมี ผู้โดยสารรวม 66,120 คน แบ่งเป็น1.ผู้โดยสารระหว่างประเทศ 33,810 คน ขาเข้า 16,868 คน และขาออก16,942 คน และผู้โดยสารภายในประเทศ 32,310 คน ขาเข้า 16,124 คน และขาออก 16,186 คน มีจำนวนเที่ยวบิน รวม 444 เที่ยวบิน แบ่งเป็น 1.ระหว่างประเทศ 212 เที่ยวบิน ขาเข้า 96 เที่ยวบิน และขาออก 116 เที่ยวบิน 2.ภายในประเทศ 232 เที่ยวบิน ขาเข้า 116 เที่ยวบิน และขาออก 116 เที่ยวบิน

“เปิดประเทศวันแรก มีผู้โดยสารเที่ยวบินระหว่างประเทศ เดินทางขาเข้าไทยราว 1.7 หมื่นคน จากข้อมูลพบว่ามีนักท่องเที่ยวเพียง 11 คน หรือไม่ถึง 0.1% เท่านั้นที่ฉีดวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ที่กำหนด และไม่มีผลตรวจ RT-PCR ตามเกณฑ์ที่กำหนดซึ่งถือว่าน้อยมาก คาดว่าขบวนการบริหารจัดการภายในสนามบิน โดยเฉพาะมาตรการด้านสาธารณสุขไม่น่าจะมีปัญหาอะไร สำหรับนักท่องเที่ยวขาเข้า ส่วนบริการภายในสนามบินนั้น ได้เปิดพื้นที่ให้บริการภายในสนามบิน ครบทั้ง 100% เป็นครั้งแรก เช่น เคาน์เตอร์เช็ก อินเปิดเพิ่มจาก 50% เป็น100% โซนตรวจรวมถึงโซนค้นร่างกายโซน 3 เชื่อว่าการเปิดประเทศจะอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยสะดวกมากขึ้น”

ทอท.คาดปี 67 เข้าสู่ภาวะปกติ
นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการ ผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. เปิดถึงภาพรวมปริมาณผู้โดยสารของประเทศว่า ยังตอบไม่ได้ว่าการเปิดประเทศจะทำให้ปริมาณผู้โดยสารมีมากน้อยแค่ไหน เพราะแม้ว่าจะเปิดประเทศใน เดือนพ.ค. แต่เป็นช่วงโลว์ซีซั่นซึ่งคนนักท่องเที่ยวน้อย ดังนั้นต้องรอลุ้นช่วงกลางเดือนนี้ว่าสายการบินต่างประเทศจะแจ้งขอจองตารางการทำการบิน หรือสล็อตเข้ามาเพิ่ม ช่วงตารางบินฤดูหนาว หรือช่วงเดือนต.ค. ซึ่งเป็นช่วงไฮหรือไม่ และมีมากน้อยแค่ไหน เป็นเรื่องที่ทอท.กังวลมากว่าจะมีสายการบินที่รอดและกลับมาทำการบินอีกครั้งหรือไม่ หาก หลังจากนี้สามารถผลักดันผู้โดยสารได้เฉลี่ยวันละ 1.7 แสนคน เท่ากับช่วงสงกรานต์ อาจจะทำให้ยอดผู้โดยสารทั้งปีนี้อยู่ที่ 45 ล้านคน มากกว่าปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 32 ล้านคน แต่เมื่อเทียบกับก่อนโควิดยังถือว่าห่างไกลมาก เพราะช่วงนั้นมีผู้โดยสาร 142 ล้านคน

“ขณะนี้อุตสาหกรรมการบินไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว ใช้เวลายาวนานราว 2 ปี ปัจจุบันอยู่ในช่วงฟื้นฟู คาดว่าจะกลับมาเป็นปกติได้ในปี 2567-2568 หรืออีก 2-3 ปี ข้างหน้า”

ด้านนายณพศิษฏ์ จักรพิทักษ์ กรรมการ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) กล่าวว่า ตลอดทั้งเดือนพ.ค. คาดการณ์ว่าจะมีเที่ยวบินรวม 40,000 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ย 1,300 เที่ยวบินต่อวัน เพิ่มขึ้น 7% จากเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายผ่อนคลายการเดินทางเข้าประเทศนี้ จะเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ

ด่านหนองคายยังเงียบเหงา
วันเดียวกัน เป็นวันแรกที่จ.หนองคายเปิดให้ชาวสปป.ลาวและคนต่างชาติเดินทางเข้ามาในจ.หนองคายได้ หลังจากต้องระงับการเดินทางมาตั้งแต่ช่วงที่มีการระบาดของโรค โควิด-19 เมื่อ 3 ปีที่แล้ว โดยบรรยากาศที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 อ.เมืองหนองคาย ในช่วงเช้าตั้งแต่เปิดด่านตามปกติในเวลา 05.00 น. มีชาวลาวเข้ามาในประเทศไทย ทุกคนต้องมีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนครบโดส มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศประจำด่านพรมแดนฯ จากนั้นเข้าสู่กระบวนการตรวจวัดอุณหภูมิผ่านมอนิเตอร์ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยสังเกตพฤติกรรมและบุคคลต้องสงสัยอยู่ตลอด จึงจะเข้าสู่พิธีการผ่านแดนกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองหนองคายและศุลกากรหนองคายตามลำดับ

พบว่ามีประชาชนจำนวนไม่มากเดินทางเข้ามา ทั้งนี้เป็นไปตามความคาดการณ์ของ เจ้าหน้าที่ว่าในช่วงแรกเป็นเหมือนการประเมินสถานการณ์ของคนลาวและคนต่างชาติ ก่อนถึงมาตรการการเดินทางเข้าประเทศในช่วง โควิดคลี่คลาย หลังจากนั้นจึงค่อยจะมีคน เดินทางเข้าประเทศมากขึ้น

ทั้งนี้ นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ผู้อำนวยการศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน จ.หนองคาย ได้ออกประกาศจ.หนองคาย เรื่อง การเดินทางเข้าราชอาณาจักรของบุคคล ณ ช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศทางบกผ่านจุดผ่านแดนถาวร อ.เมืองหนองคาย โดยระบุว่าจ.หนองคายได้ระงับการเดินทางเข้าออกจุดผ่านแดนถาวร ท่าเรือหนองคาย และด่านตรวจคนเข้าเมืองสถานีรถไฟหนองคายเป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค. 2563 เป็นต้นมา โดยที่สถานการณ์โรคโควิด-19 ในปัจจุบันมีแนวโน้มคลี่คลายลง สอดคล้องกับสถานการณ์ทั่วโลกที่หลายประเทศได้เริ่มผ่อนคลายมาตรการป้องกันและควบคุมโรคให้เปิดประเทศควบคู่ไปกับการส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ฟื้นฟูความเป็นอยู่ของประชาชนให้ใกล้เคียงกับภาวะปกติ รัฐบาลโดยข้อเสนอของฝ่ายสาธารณสุขจึงได้พิจารณาผ่อนคลายมาตรการควบคุมและป้องกันโรคให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ด้วยการเปิดจุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 จุดผ่านแดนถาวรท่าเรือหนองคาย และด่านตรวจคนเข้าเมืองสถานีรถไฟหนองคาย ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. เป็นต้นไป

ด่านหาดเล็กไร้นักท่องเที่ยว
ส่วนที่ด่านชายแดนถาวรบ้านหาดเล็ก ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ซึ่งเป็นเวลาเปิดด่าน บรรยากาศการเดินทางเข้าออกยังเงียบเหงา ภายหลังศบค. ประกาศเปิดด่านชายแดนถาวรทั่วประเทศ มีเพียงรถขนส่งสินค้าจากฝ่ายไทยเดินทางไปข้ามแดนไปส่งสินค้าในฝั่งประเทศกัมพูชา ยังไม่มีนักท่องเที่ยวจากฝั่งประเทศกัมพูชาและฝั่งไทย เดินทางเข้าออก เพราะยังมีความสับสนในขั้นตอน รวมถึงส่วนราชการ ณ จุดผ่านแดนที่ไม่เข้าใจ ก่อนที่นายแฉล้ม อิ่มอุไร หัวหน้าด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ บ้านหาดเล็ก จะอธิบายขั้นตอนอย่างละเอียดจนทุกฝ่ายเข้าใจขั้นตอน

นายแฉล้ม อิ่มอุไร หัวหน้าด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ บ้านหาดเล็ก กล่าวว่า ทางด่านมีความพร้อมเป็นอย่างมากในการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามายังจ.ตราด โดยขั้นตอนนั้นไม่ยุ่งยาก หากเป็นคนไทยที่เดินทางผ่านชายแดนถาวรบ้านหาดเล็ก ต้องลงทะเบียนผ่านระบบ thailand pass (https://land.tp.consular.go.th/home) พร้อมแสดงผลตรวจ ATK ภายใน 72 ชั่วโมงที่หน้าด่าน หรือมาตรวจที่หน้าด่านก็ได้ หากผลตรวจเป็นลบก็เข้าสู่กระบวนการตรวจคนเข้าเมืองตามปกติ หากเป็นชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทย ต้องมีประกันภัยวงเงิน 10,000 US. เพิ่มเข้ามาอีก 1 ขั้น และหากชาวต่างชาติใช้บอเดอร์พาสในการผ่านแดนจะอยู่ได้ตามพื้นที่ที่กำหนด ในระยะเวลาไม่เกิน 3 วัน

ด่านอรัญประเทศเหงาหงอย
ขณะที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว หลังจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชา เปิดประตูจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก ในเวลา 06.00 น. บรรยากาศในช่วงเช้าเป็นไปอย่างเงียบเหงา ไม่มีประชาชนชาวกัมพูชาเดินทางมารอข้ามชายแดนเข้ามาฝั่งประเทศไทยตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ ต่อมาเวลา 09.00 น. นายวัลลภ ประวัติวงศ์ ปจ.สระแก้ว, นายชนาธิป โคกมณี นายอำเภออรัญประเทศ, พ.ต.อ.รุ่ง ทองมนต์ ผกก.ตม.จว.สระแก้ว, พ.ต.ท.จิรพัฒน์ เขียวศิริ สารวัตรท่องเที่ยวสระแก้ว, นายประพันธ์ จันทร์ไทยศรี นายด่านศุลกากรอรัญประเทศ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สังเกตการณ์และอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวต่างๆ ที่จะเดินทางเข้าออกประเทศ โดยมีนายเมท เสรี กงสุลใหญ่กัมพูชาประเทศไทย, นายงอ เมงจรูญ รองผู้ว่าราชการจ.บันเตียเมียนเจย, นายเกียรติ โฮล ผวจ.กรุงปอยเปต มาร่วมในการอำนวยความสะดวก และมีการพูดคุยกับทางนายวัลลภ ประวัติวงศ์ ปลัดจ.สระแก้ว ถึงมาตรการในการดำเนินการเข้าออก

บรรยากาศขาออกนอกประเทศหลังเปิดประตูจุดผ่านแดนถาวรฯ เพียง 10 นาที มีเพียงสองสามีภรรยาชาวฝรั่งเศสมาขอประทับตราหนังสือเดินทางข้ามไปฝั่งประเทศกัมพูชา ส่วนขาเข้าประเทศหลังเปิดประตูจุดผ่านแดนฯ ประมาณ 30 นาที จึงมีชาวกัมพูชา 10 คนที่ใช้บอเดอร์พาส มาขอเดินทางเข้ามาฝั่งไทย ทั้งหมดเป็นพ่อค้าแม่ค้าในตลาดโรงเกลือ

พ.ต.อ.รุ่ง ทองมนต์ ผกก.ตม.จว.สระแก้ว เปิดเผยว่า การเปิดจุดผ่านแดนถาวรของจ.สระแก้วในครั้งนี้ ทาง ตม.จว.สระแก้ว ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากรและอุปกรณ์มาเป็นเดือนแล้ว วันนี้เป็นวันแรกจุดผ่านแดนถาวรจะเปิดตั้งแต่เวลา 06.00 น. และปิดในเวลา 22.00 น. ส่วนการเข้าออกเป็นไปตามมาตรการของศบค. สำหรับคนไทยที่จะเดินทางออกไปฝั่งกัมพูชามีอยู่ด้วยกัน 2 ส่วนคือ คนที่ฉีดวัคซีนเรียบร้อย และส่วนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน เอกสารใช้พาสปอร์ต และบอเดอร์พาสเท่านั้น ส่วนคนกัมพูชาก็ปฏิบัติเหมือนกับคนไทยซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขตามที่ ศบค.ประกาศ ส่วนในฝั่งประเทศกัมพูชาที่ยกเลิกการสวมหน้ากากอนามัยนั้น เมื่อเข้ามาฝั่งประเทศไทยต้องสวมแมสก์ ซึ่งทางตม.จว.สระแก้วติดป้ายประชาสัมพันธ์ไว้แล้ว

สำหรับการเปิดจุดผ่านแดนถาวรในวันแรกไม่น่าจะมีชาวกัมพูชาเดินทางเข้ามาฝั่งประเทศไทยมากเท่าไรนัก เนื่องจากการประชาสัมพันธ์หรือลงทะเบียนไทยแลนด์พาสยังไม่ทั่วถึงนัก ขณะนี้ทางตม.จว.สระแก้วได้เร่งประสานกับตม.กัมพูชาเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว

นายวัลลพ ประวัติวงศ์ ปลัดจ.สระแก้ว กล่าวว่า ในวันนี้ทางจ.สระแก้วเรากำหนดการปฏิบัติในการเข้าออกนั้น จะต้องทำตามมติที่ทางศบค.ประกาศด้วย สำหรับผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรและหลักเกณฑ์การดำเนินการในสถานที่กักกัน ซึ่งทางราชการกำหนด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แนบท้ายคำสั่ง ในส่วนของเรื่องการใช้ไทยแลนด์พาสนั้น ผู้จะเดินทางเข้ากัมพูชาสำหรับชาวต่างชาติ ต้องทำไทยแลนด์พาส วางประกันวงเงิน 1 หมื่นดอลลาร์ หรือประมาณ 3 แสนบาท โดยเฉพาะผู้จะเดินทางเข้าประเทศไทย ต้องทำไทยแลนด์พาสทุกคน ถ้าเป็นคนไทยใช้พาสปอร์ต ต้องทำบัญชีไทยแลนด์พาสด้วย ปัญหาในช่วงนี้คือ การแจ้งให้ทุกคนทราบในเรื่องการทำไทยแลนด์พาสด้วย ส่วนชาวกัมพูชาที่มีใบบอเดอร์พาสนั้น สามารถเดินทางเข้าออกได้ตามปกติ และในส่วนของพ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชาที่ติดค้างในระยะ 3 ปีเกือบ 1 หมื่นคนนั้น ต้องแจ้งให้ทุกคนเดินทางกลับกัมพูชา และถ้าจะกลับเข้ามาก็ต้องดำเนินการตามระเบียบของเราที่กำหนดไว้ด้วย

คึกคัก – นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและชาวไทยที่ทำงานในมาเลเซียจำนวนมาก เข้าคิวรอผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองในวันแรกของการยกเลิกระบบเทสต์แอนด์โก ทำให้ด่านพรมแดนสะเดา จ.สงขลา กลับมาคึกคักในรอบ 2 ปี เมื่อวันที่ 1 พ.ค.

ด่านสะเดาคึก-มุสลิมแห่เข้าไทย
ด้านบรรยากาศที่ด่านพรมแดนสะเดา จ.สงขลา การเดินทางเข้าประเทศเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง มีนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะชาวมาเลเซียและคนไทย ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เดินทางกลับในช่วงเทศกาลฮารีรายอ ทยอยเข้ามาทางด่านพรมแดนสะเดาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้า พันกว่าคน เป็นการกลับมาคึกคักมากที่สุดในรอบ 2 ปีจากสถานการณ์โควิด-19 โดยในวันแรกของการยกเลิกเทสต์แอนด์โก มีการลงทะเบียนเข้าประเทศผ่านระบบไทยแลนด์พาสผ่านทางด่านพรมแดนสะเดาจำนวน 1,300 คน และอีกบางส่วนมาลงทะเบียนที่หน้าด่าน โดยเจ้าหน้าที่ด่านพรมแดนสะเดาทุกฝ่ายพร้อมให้บริการผู้ที่เดินทางเข้าประเทศตลอดช่วงเวลาเปิดปิดด่านตั้งแต่เวลาตี 5 จนถึง 4 ทุ่ม

นายสมชาติ พิมพธนพูนพร อดีตนายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ามีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและคนไทยที่ทำงานในมาเลเซียเดินทางที่ด่านสะเดาพันกว่าคน บรรยากาศที่ด่านคึกคักเป็นพิเศษในรอบ 2 ปี นับเป็นสัญญาณที่ดี เพราะค่าประกันโควิดลดลงเหลือคนละ 500-700 บาท และสมาคมกำลังผลักดันให้ยกเลิกไทยแลนด์พาสในเร็วๆ นี้ด้วย เชื่อว่าบรรยากาศนี้จะมีตลอดไป จะทำให้การค้าเมืองชายแดนเดินหน้าไปได้ ถึงจะไม่เหมือนกับในอดีตก่อนเกิดโควิดก็ตาม

ในส่วนของ จ.สงขลา เป็นวันแรกของการปลดล็อกเปิดพื้นที่ให้เป็นจังหวัดนำร่อง ท่องเที่ยวสีฟ้า ใน 12 จังหวัด ซึ่งจะมีการปรับมาตรการบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร หรือสถานที่ที่มีลักษณะเดียวกัน จากเดิมให้เวลาถึง 23.00 น. ปรับเป็นไม่เกินเวลา 24.00 น.

เรืออากาศโทธนันท์รัฐ ประเสริฐศรี ผอ.ท่าอากาศยานหาดใหญ่ เปิดเผยถึงปริมาณผู้โดยสารขาเข้าเที่ยวบินระหว่างประเทศสนามบินหาดใหญ่ วันที่ 1 พ.ค.ว่า สายการบินนกสกู๊ตแจ้งยกเลิกเที่ยวบินขาเข้าจากสิงคโปร์ ทำให้วันนี้ไม่มีเที่ยวบินขาเข้า แต่จะมีวันที่ 2 พ.ค. รวม 2 เที่ยวบิน คือเที่ยวบินกัวลาลัมเปอร์-หาดใหญ่ ของสายการบินแอร์เอเชีย และเที่ยวบินสิงคโปร์-หาดใหญ่ ของสายการบินสกู๊ต เมื่อเปรียบเทียบจำนวน ผู้โดยสารต่อเที่ยวบินในช่วงก่อนเปิดประเทศกับหลังเปิดประเทศ พบว่าจำนวนเพิ่มขึ้นแบบมีนัยสำคัญเพราะปริมาณผู้โดยสารทั้ง 2 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นเป็น 80 คน/เที่ยวบิน สูงกว่าช่วงก่อนเปิดประเทศ ที่มีผู้โดยสารเฉลี่ยเพียง 20 คน/เที่ยวบิน

ภูเก็ตผู้โดยสารตึมเกือบ 5 พัน
บรรยากาศบริเวณอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานภูเก็ต ยังคงมีผู้โดยสารทั้งเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และค่อนข้างคึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นวันแรกของการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ในการเข้าประเทศ จากการตรวจสอบข้อมูลของผู้เดินทางที่จะเข้ามาในวันนี้ มีจำนวนกว่า 4,400 คน จาก 29 เที่ยวบิน และคาดว่าหลังจากนี้ปริมาณนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าจ.ภูเก็ตไม่ต่ำกว่า 5,000 คนต่อวัน และในเดือนพ.ค.นี้ มีสายการบินที่ยืนยันเที่ยวบินขาเข้าระหว่างประเทศเฉลี่ยประมาณ 27 เที่ยวบินต่อวัน

นายมนต์ชัย ตะโหนด ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต กล่าวว่า การให้บริการ ผู้โดยสารในวันนี้เป็นไปตามมาตรการผ่อนคลายของจ.ภูเก็ต โดยมีด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ตรวจคนเข้าเมือง คอยอำนวยความสะดวกในกระบวนการต่างๆ ของการเดินทางเข้าประเทศทางอากาศของผู้โดยสารระหว่างประเทศ ผ่านท่าอากาศยานภูเก็ต ซึ่งเที่ยวบินแรกเป็นของสายการบิน Qatar Airways เที่ยวบินที่ QR 842 เส้นทางบิน โดฮา-ภูเก็ต ผู้โดยสาร 324 คน ใช้เวลาไม่นานนักท่องเที่ยวก็สามารถเดินทางออกจากสนามบินได้ และภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขณะมีผู้โดยสารชาวต่างชาติรายหนึ่งบอกว่า การเดินทางในครั้งนี้มีความสะดวกมาก มีการให้บริการที่ดี และเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

“สนามบินภูเก็ตถือว่าคึกคักมากขึ้น เห็นได้จากจำนวนผู้โดยสารขาเข้าก่อนเปิดประเทศ เฉลี่ยวันละ 3,591 คน ส่วนวันที่ 1 พ.ค. ขยับขึ้นมาเป็น วันละ 4,400 คน หรือเพิ่มขึ้น 809 คน ถือว่าเพิ่มขึ้นมากและคาดว่าจะเพิ่มต่อเนื่องเพราะการเดินทางสะดวกมากขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีน ตามเกณฑ์ คาดว่าตลอดทั้งเดือนพ.ค.จะมี นักท่องเที่ยวขาเข้ารวม 1.5 แสนคน”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน