น้ำมันพืชสัปดาห์เดียวขึ้น3บ. บิ๊กตู่รับ8ข้อเสนอแรงงาน สุชาติเผยสูตร-ค่าแรงขั้นต่ำ
พิษน้ำมันขึ้นราคา กระทบสินค้าแพงไม่หยุด ถึงคิวข้าวเหนียว- ข้าวสาร ขึ้นราคา กิโลละ 2 บาท นายกฯ ควงบิ๊กป้อมเปิดงานวันแรงงานแห่งชาติ ปี 65 ย้ำรัฐบาลไม่เคยลืมแรงงาน คสรท. ยื่น 14 ข้อเสนอรัฐบาล ขึ้นค่าแรง 492 บาท สวัสดิการที่เท่าเทียม พิธานำส.ส.ก้าวไกลร่วมเรียกร้อง ยิ่งลักษณ์โพสต์ให้กำลังใจแรงงาน สุชาติเผยสูตรปรับค่าแรงขั้นต่ำ

นายกฯปราศรัยวันแรงงานแห่ง
เมื่อวันที่ 1 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวคำปราศรัยเนื่องในโอกาส “วันแรงงานแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2565” ว่า รัฐบาลเห็นความสำคัญของการเสริมสร้างศักยภาพแรงงานไทยในทุกมิติ ให้มีความพร้อมต่อการทำงานในศตวรรษที่ 21 โดยรัฐบาลได้สนับสนุนการยกระดับทักษะและความสามารถด้านเทคโนโลยีให้แก่แรงงานไทย สอดคล้องต่อความต้องการของตลาดแรงงานระดับสากล ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพแรงงานไทยสู่การเป็นแรงงานฝีมือระดับสูง เพื่อสร้างโอกาสให้แรงงาน สามารถเข้าถึงการจ้างงานและการมีงานทำอย่างเท่าเทียม

รัฐบาลได้ยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงาน ให้มีสิทธิ สวัสดิการ และความเสมอภาค ในการทำงาน ให้ความสำคัญกับการบังคับ ใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และให้ความ ช่วยเหลือแรงงานกรณีถูกเลิกจ้าง และการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ ให้ทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงการช่วยเหลือ ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs ที่ได้รับ ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างโอกาสทางการค้า และการลงทุน เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถฟื้นคืนกิจการ ผู้ใช้แรงงานได้กลับ เข้าสู่ระบบการจ้างงานตามปกติ และก้าวผ่านวิกฤตโควิด-19 ไปได้ด้วยกันโดยไม่ทิ้งใคร ไว้ข้างหลัง ขอให้แรงงานทุกคนดูแลรักษาสุขภาพ และป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากโรคระบาด เพื่อทำงานและดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข

วันแรงงาน – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เปิดงานวันแรงงานแห่งชาติ ปี 2565 โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ร่วมต้อนรับที่กระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ 1 พ.ค.

ควง‘บิ๊กป้อม’เปิดงาน
ต่อมาเวลา 11.00 น. ที่กระทรวงแรงงาน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานเปิดงานวันแรงงาน แห่งชาติ โดยมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ตลอดจนผู้ใช้แรงงาน มาร่วมงานด้วย โดยนายกฯ ได้รับข้อเรียกร้อง วันแรงงานแห่งชาติในปีนี้ ทั้ง 8 ข้อ ได้แก่ 1.ให้รัฐบาลรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคม และการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว และฉบับที่ 98 ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรอง 2.ให้เร่งนําร่างพ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. … ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ที่ผ่านประชาพิจารณ์มาแล้ว เข้าสู่กระบวนการพิจารณาในรัฐสภาโดยเร่งด่วน 3.ให้ขยายวงเงินเพื่อลดหย่อนภาษีเงินได้ที่ลูกจ้างได้รับก้อนสุดท้าย ตามพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541

4.ปรับปรุงพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน 5.ให้รัฐบาลปฏิรูป แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันสังคม 6.เร่งรัดออกกฎหมายคุ้มครอง ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพแรงงานนอกระบบ และ มีสิทธิจัดตั้งองค์กรได้ 7.ให้จัดระบบกองทุนสวัสดิการเพื่อการเลี้ยงชีพให้กับลูกจ้างรัฐวิสาหกิจ และ 8.แต่งตั้งคณะทํางานติดตามข้อเรียกร้องวันแรงงานแห่งชาติ ปี 2565

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ดีใจที่ได้มาเปิดงาน วันนี้ ยืนยันว่าไม่เคยทอดทิ้งแรงงาน และต้องดูแลทุกคนอย่างทั่วถึง ตนทราบดีว่าแรงงานคือกำลังหลักที่ทำให้ประเทศเข้มแข็งมาถึงทุกวันนี้ ยอมรับว่าที่เป็นห่วงคือ ชีวิตความเป็นอยู่และรายได้ของแรงงาน ซึ่งรัฐบาลพยายามดูแลทั้งแรงงานและผู้ประกอบการ ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 และขณะนี้ก็เกิดสถานการณ์ความขัดแย้ง กระทบกับทุกห่วงโซ่การผลิต เพราะวัตถุดิบต้องมาจากหลายประเทศ เมื่อมีสถานการณ์ขัดแย้งก็ต้องเตรียมมาตรการอื่นไว้รองรับด้วย ที่สำคัญประเทศกำลังจะเผชิญกับการขาดแคลนแรงงาน เพราะกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มรูปแบบด้วย

โยน‘สุชาติ’ตอบปมขึ้นค่าแรง
นายกฯ กล่าวว่า ยอมรับว่าเวลานี้ค่าใช้จ่ายของแรงงานก็เกิดปัญหาเงินเฟ้อ รัฐบาล จึงระมัดระวังมากที่สุด เพื่อไม่ให้มากจนเกินไป ขอย้ำว่ารัฐบาลไม่ทิ้งแรงงาน แต่ได้หารือ กับรองนายกฯ และรัฐมนตรีมาตลอดว่า จะแก้ปัญหาอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดคือ การพัฒนาฝีมือแรงงาน ประเทศไทยยังส่งสินด้า นวัตกรรมเดิมๆ จึงเร่งเดินหน้าใช้เทคโนโลยี ในการผลิต ใช้นวัตกรรมเข้ามาส่งเสริมการลงทุน

“ส่วนตัวยินดีรับข้อเรียกร้องทั้ง 8 ข้อ เพื่อนำไปดำเนินการให้เป็นรูปธรรม และยืนยันว่ารัฐบาลมุ่งยกระดับป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์เพื่อปลดล็อกสถานการณ์การค้ามนุษย์ ระดับเทียร์ 2 ที่ถูกจับตามอง ทั้งนี้ สิ่งสำคัญคือ การหารายได้เข้าประเทศ แต่ยืนยัน ว่ารัฐบาลไม่เคยลืมแรงงาน ส่วนการคุ้มครองแรงงาน กำลังพิจารณากันอยู่ ย้ำว่าไม่ทอดทิ้งประชาชน อะไรที่ทำให้ได้ จะทำให้เต็มที่” นายกฯ กล่าว

สำหรับการขึ้นค่าแรง นายกฯ กล่าวว่า กำลังพิจารณาหารือกันอยู่ว่า หากจะขึ้นค่าแรง จะสามารถขึ้นได้เท่าไหร่ หากยังไม่ขึ้น ก็ต้องดูอัตราเงินเฟ้อด้วย เพราะบางครั้งมันสูงมาก สิ่งสำคัญตอนนี้คือ การย้ายฐานการผลิตไป ที่อื่น ซึ่งหากที่อื่นถูกกว่า ก็อาจจะย้ายไปทั้งหมด ซึ่งก็จะทำให้ลำบาก โดยเรื่องค่าแรงไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการนี้ แต่อยู่ที่การเดินข้างนอก ทั้งนี้ ยืนยันว่า ก็ดูประเด็นนี้อยู่แล้ว มีอะไรก็ขอให้สอบถาม รมว.แรงงาน

‘สุชาติ’แจงสูตรปรับค่าแรง
ขณะที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน แถลงถึงข้อเรียกร้องในการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ เท่ากันทั้งประเทศอัตรา 492 บาท ว่า การปรับค่าจ้างขั้นต่ำมีปลัดกระทรวง เป็นประธาน ที่ให้มีการพิจารณาประกอบการทั้งภาวะเงินเฟ้อ ค่าครองชีพ และอัตราค่าแรงในปัจจุบัน ซึ่งแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน ส่วนกรณีที่เสนอให้ ปรับ 492 บาท เท่ากันทั้งประเทศ ซึ่งเป็นการคิดแบบตรรกะที่ตนไม่เข้าใจ สมมติเช่าบ้านอยู่ที่ลำปาง 2,000 บาท แต่ค่าเช่าที่ชลบุรี กทม.เป็นอีกราคาหนึ่ง ดังนั้นจะต้องเอาค่าครองชีพของแต่ละพื้นที่มาคำนวณด้วย

ตนเข้าใจทุกอย่าง เพราะเคยเป็นลูกจ้างอยู่ในมาตรา 33 มาก่อน แต่ข้อเรียกร้องต้องสร้างสมดุลทั้งสองฝ่าย และ 2 ปี ของการระบาดโควิด-19 นายจ้างบาดเจ็บเท่าไหร่ เจ็บจนไม่รู้ว่า จะเอาเงินที่ไหนมาประคอง ถ้าจะขึ้นเงินเดือนจริงๆ 48 เปอร์เซ็นต์ ไหวหรือไม่ เราต้องเอาค่าแรงขั้นต่ำ ค่าครองชีพ ภาวะเงินเฟ้อมาเป็นตัวพิจารณาประกอบกันด้วย โดยมาตรฐาน ทั่วโลกใช้สูตรนี้หมด แต่จะปรับเท่าไหร่ ให้นายจ้างอยู่ได้ ลูกจ้างพอไปได้ และที่มาเรียกร้องพอถามว่าได้ค่าแรงเท่าไหร่ ก็พบว่าได้มากกว่าค่าแรงขั้นต่ำหลายเท่า แต่ที่เขา กลัวว่าการปรับฐานค่าจ้าง จะกระทบหมดเป็นลูกโซ่ และวันนี้แรงงานไทยมีทักษะฝีมือ ไม่มีใครไปทำงานกรรมกรก่อสร้าง ได้ค่าแรงขั้นต่ำ พี่น้องเราทำงานในออฟฟิศ

จี้เพิ่มค่าแรง- กลุ่มผู้ใช้แรงงานตั้งขบวนเดินจากอนุสาวรีย์ ประชาธิปไตยไปทำเนียบ รัฐบาล ยื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำรวมทั้งเพิ่มสวัสดิการอื่นๆ เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ และวันกรรมกรสากล เมื่อวันที่ 1 พ.ค.

14 ข้อเรียกร้อง คสรท.
เวลา 09.00 น. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กลุ่มคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) และสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) นำโดยนายสาวิทย์ แก้วหวาน คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) นายมานพ เกือรัตน์ เลขาธิการสรส. น.ส.สุธาสินี แก้วเหล็กไหล นักสิทธิแรงงาน เครือข่าย เพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติ เข้าร่วมกิจกรรม วันกรรมกรสากล และยื่นข้อเรียกร้อง วันกรรมกรสากลปี 2565 ต่อนายกฯ ที่ประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล โดยมีกลุ่มแรงงานรัฐวิสาหกิจจำนวน 800 คนเข้าร่วมกิจกรรม

ทั้งนี้ ได้มีแกนนำ สลับกันขึ้นปราศรัย ในข้อเสนอให้กับรัฐบาลจำนวน 14 ข้อ โดยสรุป คือ 1.ปรับค่าจ้างชั้นต่ำ 492 บาท เท่ากันทั้งประเทศ 2.ควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค โดยเฉพะราคาน้ำมัน 3.หยุดการแปรรูปรัฐวิสาหกิจและให้ปฏิรูปรัฐวิสาหกิจเพื่อให้เกิดการพัฒนาศักยภาพในการให้บริการที่ดี 4.ให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว 5.ปฏิรูปการประกันสังคม อาทิ ตั้งร.พ.ประกันสังคม, ตั้งธนาคารแรงงาน เป็นต้น

6.ด้านสาธารณสุข ประชาชนทุกคนต้องเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มี 7.ต้องให้สัตยาบันอนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) 8.ยกเลิกนโยบายการจำกัดอัตรากำลังบุคลากรภาครัฐ เลิกนโยบายการลดสิทธิประโยชน์ สวัสดิการของพนักงาน 9.กำหนดให้ลูกจ้างภาครัฐในหน่วยงานราชการต่างๆ ทั้งส่วนกลาง ท้องถิ่น รับค่าจ้างจากงบประมาณ แฝนดิน และต้องบรรจุเป็นเจ้าพนักงาน หรือลูกจ้างประจำ 10.ดูแลให้มีการปฏิบัติ และการบังคับใชักฎหมายอย่างเคร่งครัดกรณีก็นายจ้าง เลิกจ้างคนงานโดยไม่จ่ายค่าชดเชย หรือจ่ายไม่ครบ

11.ตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงจากการลงทุน เพื่อเป็นหลักประกันในการคุ้มครองสิทธิ์ของลูกจ้าง 12.รัฐต้องพัฒนากลไกเข้าถึงสิทธิและการบังคับใช้กฎหมายความปลอดภัยชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน อย่างจริงจัง 13.ยกเลิกการจ้างงานที่ไม่มั่นคง เช่น การจ้างงานแบบชั่วคราว รายวันรายชั่วโมง เหมาค่าแรง เหมางาน เหมาบริการ และการจ้างงานบางช่วงเวลา ทั้งภาครัฐและเอกชน และ 14.เพื่อคุ้มครองสิทธิแรงงานข้ามชาติ ขอลดค่าใช้จ่ายในการทำเอกสาร ให้สามารถอยู่ในราชอาณาจักรไทย (วีซ่า) ได้ 2 ปี

จากนั้นเวลา 09.40 น. กลุ่มเครือข่าย เเรงงานต่างๆ ตั้งขบวนเดินเท้าบริเวณแยก ไฟแดง ถ.ราชดำเนินกลาง แยกผ่านฟ้า เข้าถนนราชดำเนินนอก มุ่งหน้าประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล โดยบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรั้วเหล็ก และรถสายตรวจมาปิดกั้นสะพาน โดยให้ใช้สะพานด้านกระทรวงศึกษาธิการแทน ต่อมานายวรรณรัตน์ ศรีสุขใส รองปลัดกระทรวงแรงงาน มารับข้อเสนอจากทางกลุ่มผู้ชุมนุมก่อนที่แกนนำจะประกาศยุติการชุมนุม

ส.ส.ก้าวไกลร่วมขบวนแรงงาน
ขณะเดียวกัน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค นายสุเทพ อู่อ้น นายทวีศักดิ์ ทักษิณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายจรัส คุ้มไข่น้ำ ส.ส.ชลบุรี พรรคก้าวไกล ได้ร่วมเดินขบวนไปพร้อมกับกลุ่มสหภาพแรงงานที่มารวมตัวกันหน้าทำเนียบรัฐบาล

นายพิธากล่าวว่า ถึงเวลาที่พวกเราต้องสู้เรื่องรัฐสวัสดิการ จะไปสู่จุดนั้นได้ต้องเริ่มจากการลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นลง นำมา สร้างรัฐสวัสดิการให้กับประเทศไทย พรรคก้าวไกลเสนอให้มีเบี้ยบำนาญเพื่อคนหลัง วัยเกษียณถ้วนหน้า 3,000 บาท มีการจ้างงานและระบบพัฒนาคนทำงานเพื่อไปดูแลผู้สูงอายุ เพราะจะทำให้คนอีกจำนวนมากที่ต้องยอมออกจากงานไปดูแลพ่อแม่หรือผู้สูงอายุที่บ้าน ได้รับศักยภาพของเขากลับคืนมาแล้วออกไปทำงานได้อีกครั้ง พรรคก้าวไกล ขอร่วมต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิไปกับผู้ใช้แรงงาน ไม่ว่าจะเป็นแรงงานในระบบ แรงงานอิสระ แรงงานข้ามชาติ ทุกคนคือประชาชน และพรรคก้าวไกลพร้อมต่อสู้เพื่อพี่น้องแรงงานทุกคนแน่นอน สิทธิในการทำงานด้วยคุณภาพ ชีวิตที่ดีและสิทธิในการรวมตัวกัน เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนต้องได้รับตามรัฐธรรมนูญ พรรคก้าวไกลได้ยื่นร่าง พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ เพื่อสนับสนุนสิทธิดังกล่าวที่เทียบเท่ากับมาตรฐานสากลเข้าสู่สภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการรับฟังความเห็นจากประชาชนตาม มาตรา 77 จึงอยากขอเชิญชวนให้ทุกคนเข้าไปแสดงความเห็นกันให้มากๆ เพื่อส่งเสียงถึง ส.ส. ในสภาไม่ว่าฝ่ายค้านหรือรัฐบาลให้ช่วยกันผลักดันร่างกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้แรงงานทุกคน ตนสัญญาว่าทุกปีจะมาเจอ ในการเดินขบวนแบบนี้แน่นอน

‘ยิ่งลักษณ์’ร่วมอวยพร
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กในวันแรงงานว่า “วันนี้เป็นวันแรงงานสากลดิฉันขอยกย่องหัวใจผู้ใช้แรงงานทุกท่านค่ะ เพราะเรารู้ว่าท่านจะต้องตรากตรำทำงานหนักเพียงไรเพื่อให้มีรายได้มาเลี้ยงครอบครัว และกลับบ้านต้องมาดูแลครอบครัว แถมช่วงสถานการณ์โควิดที่มีการล็อกดาวน์ พี่น้องผู้ใช้แรงงานก็ไม่สามารถหยุดงานได้ ต้องฟันฝ่าเดินทางเสี่ยงกับการ ติดเชื้อเพียงเพื่อไม่ต้องการให้รายได้ขาดหาย ดังนั้น ดิฉันจึงขอให้ทั้งภาครัฐและเอกชน ช่วยส่งเสริม พัฒนาฝีมือทักษะในการรองรับเทรนด์ที่เกิดขึ้นในอนาคต และดูแลผู้ใช้แรงงาน อย่าปล่อยให้พวกเขาโดดเดี่ยวเลย”

ขณะที่นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกพรรคเพื่อไทย(พท.) เจ้าของฉายา อีโต้อีสาน อดีตส.ส.อุดรธานี พรรคไทยรักไทยและอดีตรมช.เกษตรและสหกรณ์ เรียกร้องพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ออกมาขอโทษประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องแรงงานที่ไม่สามารถทำตาม นโยบายหาเสียงของพรรคพลังประชารัฐ ที่จะทำให้ค่าแรงขั้นต่ำ 400-425 บาท ปริญญาตรีเงินเดือน 2 หมื่นและอาชีวะ 1.8 หมื่น ซึ่งอยู่ในอำนาจมา 3 ปีแล้วก็ยังทำไม่ได้

แรงงานครวญสินค้าแพง
วันเดียวกันผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปที่ไซต์ คนงานก่อสร้างบริเวณ ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยนายสุริยา ศักดาเดช อายุ 42 ปี หนึ่งในผู้ใช้แรงงานก่อสร้าง ชาว อ.เมืองนครราชสีมา กล่าวว่า ทุกวันนี้รายได้ของตนเองและเพื่อนร่วมงานที่มีอาชีพก่อสร้าง ค่อนข้างที่ต่ำมาก สวนทางกับสิ่งของอุปโภคบริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้นทุกอย่าง ทำให้เกิดความไม่สมดุลระหว่างรายได้กับรายจ่าย การใช้ชีวิตจึงมีความยากลำบากมากยิ่งขึ้นด้วย เพราะเงินที่ได้มายังเท่าเดิม แต่การกิน การใช้ ต้องใช้เงินซื้อมาด้วยราคาที่แพงขึ้น ขณะที่สินค้าบางอย่างที่ไม่เคยขึ้นราคา ก็ขึ้น เช่น มาม่า ปลากระป๋อง ซึ่งเป็นอาหารแสนประหยัด ที่คนงานมักจะนิยมซื้อมาทำอาหารกินกัน ในแคมป์คนงาน ตอนนี้ก็ราคาสูงขึ้นทุกอย่าง ประกอบกับค่าน้ำมัน ค่าแก๊สหุงต้ม ค่าวัสดุก่อสร้าง ก็พากันขึ้นราคากันหมด ตอนนี้ ค่าจ้างรายวันแทบจะไม่เหลือเก็บ แค่ใช้ประทัง ชีวิตไปวันๆ ได้ก็เก่งมากแล้ว หลายคนที่สมาชิก ในครอบครัวตกงาน ก็ขาดรายได้ ต้องไปกู้หนี้ยืมสินจากธนาคารบ้าง จากเพื่อนบ้านบ้าง เพื่อมาใช้จ่ายในครอบครัวให้อยู่รอดในสภาวะ เศรษฐกิจเช่นนี้

ตอนนี้ได้ข่าวว่าผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ อยากให้รัฐบาลปรับค่าแรงขั้นต่ำขึ้นเป็น 492 บาท ซึ่งตนเองก็อยากให้เป็นเช่นนั้น แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลน่าจะทำไม่ได้ จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ถ้าปรับค่าแรงขึ้นไม่ได้ถึง 492 บาท ก็ขอให้ปรับขึ้นมาสัก 400-450 บาทก็ยังดี แต่ก็ขอให้ไปปรับราคาสินค้าอื่นๆ ที่ส่งผล กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของแรงงานก็ได้ ขอใช้โอกาสเนื่องในวันแรงงานแห่งชาตินี้ ให้ผู้บริหารประเทศได้รับรู้ถึงความเดือดร้อนของแรงงานด้วย

ถึงคิว‘ข้าวสาร-ข้าวเหนียว’ขยับ
รายงานข่าวจากกรมการค้าภายใน กระทรวง พาณิชย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาจำหน่ายปลีกน้ำมันพืชที่ใช้ในการประกอบอาหาร ช่วงสัปดาห์สุดท้ายเดือน เม.ย.2565 เปรียบเทียบช่วงต้นสัปดาห์ (25 เม.ย.) กับปลายสัปดาห์ (29 เม.ย.) ว่าภายในสัปดาห์เดียวนั้นพบว่าน้ำมันพืชทุกรายการ มีการปรับขึ้นราคาจำหน่ายเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เป็นผลพวกจากราคาวัตถุดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น

1.น้ำมันปาล์ม บรรจุขวด 1 ลิตร ปรับขึ้น 1 บาท/ขวด เป็น 64-68 บาท/ขวด เนื่องจากผลปาล์ม ทะลาย ปรับขึ้น 50-60 สตางค์/ก.ก. เป็น 10.70-11.60 บาท/ก.ก. เพราะโรงสกัดยังคงแข่งขันรับซื้อผลปาล์ม ในราคาสูง เพื่อส่งมอบน้ำมันปาล์มดิบ ที่มีการซื้อขายล่วงหน้าแล้ว โดยส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันปาล์มดิบมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น 2.น้ำมันรำข้าวบรรจุ ขวด 1 ลิตร ปรับขึ้น 3 บาท/ขวด เป็น 73-75 บาท/ขวด เนื่องจากราคา ขายรำข้าวปรับสูงขึ้น และ 3.น้ำมันถั่วเหลือง บรรจุขวด 1 ลิตร ปรับขึ้น 2 บาท/ขวด เป็น 63-68 บาท/ขวด

นอกจากนี้ ราคาขายส่งข้าวสาร (ข้าวใหม่) เริ่มปรับราคาเพิ่มขึ้น ส่วนขายปลีกยังไม่ปรับราคา โดยขายปลีกข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 1 บรรจุกระสอบ ขนาด 100 ก.ก. ปรับขึ้น 100 บาท/กระสอบ เป็น 2,840-2,850 บาท/กระสอบ, ข้าวขาว 5% ปรับขึ้น 100 บาท/กระสอบ เป็น 1,450-1,460 บาท/กระสอบ, ข้าวเหนียว กข. 6 ปรับเพิ่มขึ้น 200 บาท/กระสอบ เป็น 1,780-1,800 บาท/กระสอบ และข้าวเหนียว 10% เมล็ดยาว ปรับขึ้น 50 บาท/กระสอบ เป็น 1,960-1,980 บาท/กระสอบ

หมูแพง – ชาวบ้านซื้อเนื้อสุกรจากเขียงหมูในตลาดสดบางลำภู เขตเทศบาลนครขอนแก่น แต่ต้องตกใจ เพราะราคา 210 บาทต่อกิโลฯ เพิ่มจากวันก่อน 5 บาท พ่อค้าแม่ค้าระบุผลจากการลอยตัวน้ำมันดีเซลทำให้ต้นทุนขนส่งขึ้น เมื่อวันที่ 1 พ.ค.

เนื้อหมูขึ้นเป็นกก.ละ 210 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานจากที่ตลาดสดบางลำภู เขตเทศบาลนครขอนแก่น พบราคาเนื้อหมูมีการ ปรับราคาขึ้น ทั้งหมูสามชั้น และสันคอหมู อยู่ที่ก.ก.ละ 210 บาท นายสมหมาย ทองบ้านทุ่ม อายุ 40 ปี พ่อค้าขายหมู กล่าวว่า ราคาหมูมีการปรับขึ้นราคามาต่อเนื่องตั้งแต่ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และเมื่อคืนหลังมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล ส่งผลกระทบชัดเจน เนื่องจากราคาหมูมีการปรับราคาขึ้นอีก โดยเฉพาะ ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มอยู่ที่ก.ก.ละ 102 บาท

สำหรับชิ้นส่วนหมูที่มีราคาสูง และขาดตลาดคือหมูสามชั้น และสันคอหมู ราคาจำหน่ายวันนี้ อยู่ที่ ก.ก.ละ 210 บาท หมูเนื้อแดงก.ก.ละ 180 บาท โดยสาเหตุที่หมูราคาสูงขึ้นนั้นชัดเจนว่าเป็นเพราะน้ำมันแพงทำให้ค่าขนส่งมีต้นทุนสูงขึ้น เช่นเดียวกันกับอาหารสัตว์ที่มีการปรับราคาขึ้นเช่นกัน จึงทำให้ภาพรวมราคาหมูต้องทยอยปรับราคาสูงขึ้นอีกครั้ง และมีแนวโน้มราคาจะสูงขึ้นไปอีกเพราะเมื่อขึ้นแล้วจะลงยาก ซึ่งจากการปรับราคาขึ้นนั้นลูกค้าที่มาซื้อก็มีบ่นบ้าง และพฤติกรรมการซื้อเปลี่ยนไป คือซื้อน้อยลงชัดเจน และบางราย ก็หันไปรับประทานเนื้อสัตว์ประเภทอื่นแทน

แทบร้าง – บรรยากาศปั๊มน้ำมันในเขตเทศบาลนครขอนแก่น แทบกลายเป็นปั๊มร้าง ไร้ยานพาหนะเข้าไปใช้บริการ หลังชาวบ้านแห่เติมกักตุนไว้ล่วงหน้า ก่อนราคาน้ำมันดีเซลพุ่งขึ้นลิตรละกว่า 32 บาท เมื่อวันที่ 1 พ.ค.

ปั๊มน้ำมันเงียบเหงา
หลังราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับขึ้นเป็น 32 บาท ต่อลิตรตั้งแต่เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา เช้านี้ผู้สื่อข่าว ลงพื้นที่สำรวจการใช้บริการที่สถานีบริการน้ำมัน ต่างๆ ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น นครราชสีมา และมหาสารคราม พบว่าบรรยากาศโดยทั่วไปเป็นไปอย่างเงียบเหงาโดยเฉพาะในกลุ่มน้ำมัน ดีเซลซึ่งประชาชนส่วนใหญ่แห่มาเติมไว้เต็มถัง เมื่อวานนี้ ขณะที่นายสมคิด กิ่งกรดกลาง นายก สมาคมขนส่งสินค้าภาคอีสาน ได้เรียกร้องเสนอทางรัฐบาลถึงมาตรการควบคุมราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งหากรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ทางสมาคมขนส่งสินค้าภาคอีสาน อาจต้องมีการปรับราคาค่าขนส่งเพิ่มขึ้น

แทบร้าง – บรรยากาศปั๊มน้ำมัน ย่านถนนรามอินทรา กทม. แทบกลายเป็นปั๊มร้างไร้ยานพาหนะเข้าไปใช้บริการ เช่นเดียวกับปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ หลังชาวบ้านแห่เติมกักตุนไว้ล่วงหน้า ก่อนราคาน้ำมันดีเซลพุ่งขึ้นลิตรละกว่า 32 บาท เมื่อวันที่ 1 พ.ค.

ผู้ใช้รถรายหนึ่งกล่าวว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น มีผลกระทบต่อรายจ่ายบ้าง แต่ก็ต้องยอมเพราะเราผลิตเองไม่ได้ ยังมีความจำเป็นต้องใช้น้ำมันทั้งสำหรับรถเดินทางและเติมน้ำมันเพื่อการเกษตร เพราะช่วงนี้กำลังเข้าสู่ฤดูทำนา ต้องเติมน้ำมันสำหรับใส่เครื่องสูบน้ำ ใส่รถไถ และอุปกรณ์การเกษตรที่ใช้ทุ่นแรงต่างๆ ทั้งนี้แม้ราคาน้ำมันที่จะขึ้นไปจนถึงลิตรละ 35 บาท ก็ต้องจำยอมรับผลกระทบเพราะประชาชนต้องอาศัยพึ่งพาน้ำมัน

เรือท่องเที่ยวตรังยังตรึงราคา
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการท่องเที่ยวทางทะเลของจังหวัดตรัง ที่ท่าเรือปากเมง ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง นักท่องเที่ยวยังคงคึกคัก ยิ่งในช่วงวันหยุดนักท่องเที่ยวประมาณ 800 คนต่างทยอยลงเรือท่องเที่ยวแบบทริป วันเดย์ทัวร์ ขณะผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวในทะเลต่างได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น และไม่สามารถปรับราคาให้นักท่องเที่ยว จ่ายเพิ่มขึ้นได้ จำยอมต้องลดรายได้ลงเพื่อให้มี รายได้เข้ามา

ขณะที่ นายสมศักดิ์ เสือบุญทอง นายกสมาคมการท่องเที่ยวและโรงแรมจังหวัดตรัง ผู้ประกอบการจาระวีทัวร์ กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ทางผู้ประกอบการเรือทัวร์ ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ผู้ประกอบการเรือทัวร์แบกรับภาระนี้มานานแล้ว ทั้งราคาสินค้าขยับตัวขึ้น น้ำมันปรับตัวขึ้น แต่ทางผู้ประกอบการเองยังไม่ปรับราคาค่าทัวร์นักท่องเที่ยว ยังคงสภาพราคาเท่าเดิม ต้องรอดูสถานการณ์ว่า จะเป็นอย่างไร ปีหน้าค่อยว่ากันใหม่ ถ้าจะปรับ ก็คงต้องปรับขึ้นบ้างเล็กน้อยเพราะไม่เช่นนั้นผู้ประกอบการเองอยู่ไม่ได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน