ผัวเมียบุรีรัมย์แจ้งตร. เผยเคยถูกจับมาแล้ว
สองสามีภรรยาชาวบุรีรัมย์สุดช้ำซื้อรถดัมพ์บรรทุก 6 ล้อ จากเต็นท์รถมือสองชื่อดัง อ.สตึก 5.5 แสน วางเงินทันที 5 แสนเอารถมาใช้ ที่เหลือนัดจ่าย วันโอน แต่ถูกบ่ายเบี่ยงมานาน สุดท้ายส่ง ลูกน้องมาขโมยเอารถไปดื้อๆ ไปตามอ้าง ‘ผิดสัญญา’ เจ็บซ้ำสองพอมารู้ว่ารถคันนี้มีคนเอามาฝากเต็นท์ขาย เผยเต็นท์นี้บิ๊กโจ๊กเคยจับแถลงข่าวใหญ่ มีผู้เสียหายกว่า 200 ราย
เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการ ร้องเรียนจากนายพวง จุติประโคน อายุ 50 ปี ชาวบ้านศิลาชัย ต.อิสาน อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ว่าถูกเจ้าของเต็นท์รถใหญ่ชื่อดังในจ.บุรีรัมย์ ขโมยรถบรรทุก 6 ล้อแบบดัมพ์ที่จอดไว้อยู่หน้าบ้านตัวเองไป และเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังมาทราบว่าเจ้าของเต็นท์รถแห่งนี้ มีผู้มีอิทธิพลหนุนหลังและมีปัญหากับลูกค้ามาแล้วนับไม่ถ้วน พร้อมกับนำคลิปจากกล้องวงจรปิดหน้าบ้าน ระหว่างที่รถถูกขโมยมาเป็นหลักฐาน
นายพวงเล่าว่าเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 64 ได้ขับรถผ่านเห็นเต็นท์รถแห่งนี้เป็นเต็นท์รถขนาดใหญ่โอ่อ่า จึงชะลอรถเพราะต้องการซื้อรถ 6 ล้อบรรทุกดัมพ์เอาไว้รับจ้างขนดิน จึงจอดรถไปดูรถ จากนั้นเจ้าของเต็นท์ ได้พาไปดูรถดัมพ์ พูดจาดีกับตนเหมือนกับให้โอกาสทุกอย่าง เห็นว่าน่าจะเป็นคนดีจึงตกลงซื้อขายกันในราคา 550,000 บาท โดยเจ้าของเต็นท์ได้ให้ตนขับรถไปได้เลย แต่ตนเกรงใจจึงไปถอนเงินสดที่ธนาคารมาจ่ายก่อน 500,000 บาท ส่วนที่เหลือตกลงกันจะจ่ายให้หมดในวันโอนรถ
พอตนได้เอารถมาก็นำไปซ่อมแซมให้ใช้ได้ดี หมดเงินไปอีกกว่า 10,000 บาท หลังจากนั้นได้โทรศัพท์นัดวันโอนกับเต็นท์รถ แต่ถูกบ่ายเบี่ยงมาตลอด นัดครั้งละ 15-45 วัน ซึ่งเจ้าของเต็นท์พยายามจะให้เอาเงินที่เหลือ 50,000 บาท ให้ไปจ่ายให้หมด แต่ตนยัง ยืนยันตามสัญญาคือจะจ่ายที่เหลือในวันโอนกรรมสิทธิ์รถเท่านั้น จนวันเกิดเหตุเมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมามีเพื่อนบ้านโทรศัพท์มาบอกว่ามีคนมาขับรถดัมพ์ไป ตนตกใจมากจึงไปดูภาพจากกล้องวงจรปิดเมื่อเวลา 11.00 น. พบว่าคนที่มาขโมยรถใช้รถยนต์ 2 คันและรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ซึ่งตนจำได้ว่าเป็นลูกน้องของเต็นท์รถเต็นท์นี้ ต่อมาเจ้าของเต็นท์โทรศัพท์มาบอกว่า “รถอยู่ที่เต็นท์นะ” เมื่อขับรถไปตามก็อ้างว่าตนผิดสัญญาไม่จ่ายเงินที่เหลือ จึงเข้าแจ้งความกับพ.ต.ท.ธนัช นครไธสง สารวัตร(สอบสวน) สภ.เมือง บุรีรัมย์ เพื่อเอาผิดเจ้าของเต็นท์แต่คดีไม่คืบหน้า
ขณะที่นางทองคำ ทวีทรัพย์ อายุ 51 ปี ภรรยานายพวงบอกด้วยว่า ที่เจ็บช้ำมากกว่านี้เมื่อมาทราบทีหลังว่ารถดัมพ์คันนี้มีคนเอามาฝากเต็นท์รถขาย และตนกับสามีกลับเอามาใช้ โดนเจ้าของรถแจ้งความจับซ้ำอีก ตอนนี้ตนไม่มีที่พึ่งเพราะทราบว่าเจ้าของเต็นท์รายนี้เป็นผู้กว้างขวาง มีผู้มีอิทธิพลด้านกฎหมายเป็นที่ปรึกษา หาช่องโหว่ของกฎหมายมาหลอกลูกค้า มีผู้ถูกหลอกและแจ้งความไว้แล้วกว่า 200 คดีแต่ยังสามารถเปิดกิจการได้ต่อไปอีกอย่างยิ่งใหญ่ จึงอยากจะวิงวอนให้ ผู้มีอำนาจหรือใหญ่กว่าเต็นท์รถเต็นท์นี้เอาผิดเจ้าของกิจการเพราะทำบาปกับประชาชน เอาไว้มาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับเต็นท์ดังกล่าวมีประชาชนมาร้องทุกข์กับสื่อมานานกว่า 10 ปีว่าถูกหลอก แต่ไม่สามารถเอาผิดได้เพราะเจ้าของเต็นท์รู้ช่องทางกฎหมาย เช่น ถ้าจะเอารถมาแลกเปลี่ยนให้เซ็นเอกสารชุดโอนลอยเอาไว้ก่อน แต่รถคันที่ลูกค้าซื้อไปยังติดสัญญาเช่าซื้อ หรือเป็นคนอื่น โดยไม่สามารถเอารถคันที่ตีแลกกลับคืนมาได้เพราะโอนเอาไว้แล้ว ที่ผ่านมาเคยมีคนแจ้งความที่เป็นคดีได้กว่า 200 คดี โดยปี 2562 พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ หักพาล ซึ่งตอนนั้นเป็นผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินประชาชน เคยบุกจับแล้วยึดรถเอามาแถลงข่าวใหญ่มาแล้ว แต่ยังสามารถเปิดกิจการที่ใหญ่โตได้เหมือนเดิม