ปรับขึ้น80สตางค์2วันติด พริกขยับพรวดโล150บาท พณ.จัดช็อปชุดนักเรียนถูก
แพงสุดในรอบ 8 ปี น้ำมันเบนซินพุ่งทะลุ 49.26 บาท ขึ้นอีก 80 สตางค์ 2 วันรวด ปตท.-บางจากประกาศมีผล 7 พ.ค. หลังจากเพิ่งขึ้น 80 สตางค์เมื่อ 6 พ.ค. ส่วนโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 41.85 บาท อี 20 ขยับเป็น 40.74 บาท โซฮอล์ 91 เพิ่มเป็น 41.58 บาท ส่วนอี 85 ปรับขึ้น 50 สตางค์ต่อลิตร อยู่ที่ 34.74 บาท มีผลวันที่ 7 พ.ค. กรมการค้าภายในแจงยิบ พริกขี้หนูสวน-กุ้งขาว พุ่งกิโลละ 150 บาท ปลาทับทิม 110 บาทต่อก.ก. สาเหตุจากผลผลิตน้อยลงถูกพายุฝนถล่มพื้นที่เพาะปลูก 8 พ.ค. เปิดศึกษาภัณฑ์ ลาดพร้าว กทม. จัดมหกรรมลดราคาชุดนักเรียน ตั้งแต่ 8 พ.ค. ‘บิ๊กตู่’ ยังไม่ออกคนละครึ่งเฟส 5 ยอมรับเงินเหลือน้อย โต้ข่าวปล่อยเก็บภาษีย้อนหลัง ร้านค้าคนละครึ่ง กำชับหน่วยงานรัฐต้องเป็นตัวอย่างประหยัดพลังงานให้ประชาชน
พริกขี้หนูสวนพุ่งกิโล 150 บ.
เมื่อวันที่ 6 พ.ค. รายงานข่าวจากกรมการค้าภายใน (คน.) กระทรวงพาณิชย์ แจ้งถึงสถิติราคาขายปลีกอาหารสด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 5 พ.ค.2565 ว่า สัตว์น้ำเริ่มมีราคาปรับเพิ่มสูงขึ้นโดย กุ้งขาว ขนาด 60, 70 และ 80 ตัว ปรับขึ้น 5 บาท/ก.ก. เป็น 150, 140 และ 130 บาท/ก.ก.ตามลำดับ ขณะที่ปลาทับทิมยังปรับขึ้นราคาอีก 10 บาท เป็น 90-110 ส่วนผักสดหลายชนิดยังคงปรับราคาสูงต่อเนื่องจากผลผลิตที่ลดลงจากปัญหาพายุฝน โดยพริกขี้หนูสวน คละ ปรับขึ้น 10 บาท/ก.ก. เป็น 140-150 บาท/ก.ก., ถั่วฝักยาวคัด ปรับขึ้น 5 บาท/ก.ก. เป็น 70-75 บาท/ก.ก., ผักบุ้งจีนปรับขึ้น 5 บาท เป็น 25-30 บาท/ก.ก. และแตงกวาปรับขึ้น 5 บาท/ก.ก. เป็น 60-65 บาท/ก.ก.
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) ว่า รัฐบาลใช้เงินทุกประเภทอย่างระมัดระวัง สิ่งสำคัญที่สุดขอย้ำว่าทุกโครงการที่รัฐบาลทำไปมีเจตนามุ่งหวังที่จะให้ถึงมือพี่น้องประชาชนจริงๆ ด้วยความซื่อสัตย์ต่อกัน ซึ่งมาตรการที่รัฐบาลออกไปก็ขอให้ศึกษาในรายละเอียด เราพยายามที่จะอุดรอยรั่ว อุดช่องว่างต่างๆ ให้ได้มากที่สุด ฉะนั้น อย่าไปเชื่อคำบิดเบือนอะไรต่างๆ
“วันนี้ก็มีข่าวไม่สนับสนุนให้ร้านค้าสมัครโครงการคนละครึ่ง เพราะจะถูกเก็บภาษีย้อนหลัง ซึ่งไม่ใช่ข้อเท็จจริง เรื่องภาษี ถ้ารายได้ไม่ถึงเราจะเก็บได้อย่างไร จะเก็บภาษีย้อนหลังก็ไม่ได้ เรามีวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้ทุกคนมีการใช้จ่ายให้เกิดผลไปยังผู้ผลิตสินค้า เพราะอยู่ในวงจรเดียวกันทั้งหมด เมื่อมีคนใช้จ่ายก็ต้องมีสินค้า และผู้ประกอบการก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นมา นั่นคือการสร้างห่วงโซ่ของเรา” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ยังไม่คลอดคนละครึ่งเฟส 5
เมื่อถามว่ารัฐบาลจะเดินหน้าโครงการคนละครึ่งเฟส 5 หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เท่าที่ศึกษาดูก็จะหาทางเดินที่จะทำให้ ทั่วถึง ส่วนได้ทั้งหมดเหมือนเดิมหรือไม่ก็ต้องไปดูความเดือดร้อน ซึ่งใช้เงินประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาททุกครั้ง เงินงบประมาณก็ร่อยหรอ ต้องไปดูว่าทำได้มากแค่ไหนอย่างไรก็กำลังจะพิจารณาอยู่
ต่อมาเวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ โดยมีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง และนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมประชุม ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวก่อนการประชุมว่า สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ และอีกประการคือทุกคนต้องร่วมมือกันในการประหยัดพลังงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานให้มากขึ้น ซึ่งมีหลายแผนงานที่เราต้องดำเนินการกันต่อไป โดยหน่วยงานของรัฐจะต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับประชาชนในการประหยัดพลังงาน
“ทุกอย่างที่รัฐบาลทำนั้น ทำด้วยความตั้งใจมุ่งมั่นและเจตนารมณ์อันบริสุทธิ์ โดยขอย้ำที่ประชุมว่า ขอให้ทำหน้าที่ด้วยความสุจริตโปร่งใส มีประสิทธิภาพตรวจสอบได้และคุ้มค่า อย่าให้ถูกนำไปบิดเบือนโดยเด็ดขาด นายกรัฐมนตรีก็ช่วยกันป้องกันพวกเรา พวกเราก็ต้องช่วยกันป้องกันนายกรัฐมนตรีด้วย หากทำอะไรที่ไม่ถูกต้องมาก็มีปัญหาไปทั้งหมด เพราะมีปัญหาเกิดขึ้นแล้วก่อนหน้ารัฐบาลที่เราเข้ามา อะไรที่ถูกเตือนมามีปัญหามา ก็ต้องตรวจสอบทุกครั้ง เพื่อให้เกิดความชัดเจนเกิดขึ้นให้ได้” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
จัดลดราคาชุดนักเรียน
ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาสินค้าว่า ช่วงนี้กำลังจะเปิดเทอม ชุดนักเรียนอุปกรณ์การเรียนจะตรึงราคาไว้ ได้มีข้อสรุปเบื้องต้นและส่วนไหนที่ปรับลดราคาได้จะให้ปรับลด เพื่อเป็นโปรโมชั่น ลดภาระค่าครองชีพซึ่งวันที่ 8 พ.ค. จะไปเปิดโครงการพาณิชย์ลดราคา (Back to School) ชุดนักเรียนที่ศึกษาภัณฑ์ลาดพร้าว จะช่วยลดภาระให้กับผู้ปกครองทั่วประเทศ โดยกรมการค้าภายใน (คน.) ได้เชิญมาคุยแต่ละรายการ แต่ละหมวด เป็นนโยบายที่สั่งการไว้

ประหยัด – ผู้ปกครองนำเสื้อนักเรียนเก่าของลูกคนโตไปแก้ทรงและปักชื่อใหม่ให้ลูกคนรองสวมใส่แทนการซื้อใหม่ เพราะต้องประหยัดค่าใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอม ส่งผลให้ช่างในเขตเทศบาลนครราชสีมาได้รับงานเพิ่มอย่างคึกคัก
แห่ร้านผ้าแก้ชุดนักเรียน
ที่จ.บุรีรัมย์ บรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองต่างนำชุดนักเรียนเก่าของบุตรหลาน ทั้งของตัวเองและได้รับต่อจากญาติพี่น้องหรือรุ่นพี่ ไปซ่อม ปะ เย็บ ย่อ ขยาย และแก้ทรง ตามร้านตัดเย็บเสื้อผ้าบนทางเท้าในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ที่มีมากกว่า 10 ร้านกันอย่างคึกคัก เพื่อเตรียมไว้ให้บุตรหลานสวมใส่ในช่วงเปิดภาคเรียนในวันที่ 17 พ.ค. เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย ในช่วงโควิดระบาดและของแพง เพราะชุดนักเรียนใหม่จะมีราคาแพงเฉลี่ยชุดละตั้งแต่ 200 บาทขึ้นไป
นางเพียร การัมย์ อายุ 46 ปี อาชีพตัดเย็บเสื้อผ้าบนทางเท้าในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เผยว่า คิดค่าซ่อมเพียงตัวละ 30-80 บาทเท่านั้น ส่งผลให้ช่วงนี้มีรายได้ดีเฉลี่ยวันละ 2,000-3,000 บาท จากปกติจะได้เพียงวันละ 1,000 บาทเท่านั้น และคาดว่าจะมีผู้ปกครองนำชุดนักเรียนมาให้ซ่อมไปจนถึงเปิดเทอม
ขณะที่บรรยากาศร้านรับปักชื่อ แก้ไขชุดนักเรียน ในเขตเทศบาลนครราชสีมาเต็มไปด้วยความคึกคัก เช่นกัน โดยที่ร้าน “ช่างสมัคร ปักชุดนักเรียน” มีผู้ปกครองมารอรับเสื้อนักเรียนตัวเก่าที่นำมาให้ร้านแก้ไข โดยบางครอบครัวก็เอาชุดของพี่มาแก้ปักชื่อ น้องแทน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย

ขอขึ้น – ร้านกล้วยทอด-มันทอด เจ้าดังตลาดรามอินทรา ก.ม.2 ย่านบางเขน กทม. ติดป้ายขอขึ้นราคา 5 บาท เหตุจากวัตถุดิบทุกอย่างขึ้นราคาต่อเนื่องจนไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้ไหว เมื่อวันที่ 6 พ.ค.
ขอนแก่นวอนอุ้มดีเซล
ด้านนายทวีสันต์ วิชัยวงษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า วันนี้ราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ลิตรละกว่า 32 บาท หากไปหยุดที่ลิตรละ 40 บาทจะส่งผลต่อการทยอยปรับขึ้นราคาตลอดทั้งเดือนพ.ค.นี้ในทุกกลุ่มสินค้า ขณะที่กลุ่มน้ำมันชนิดอื่นๆ ก็ทยอยปรับขึ้นราคา ดังนั้นรัฐบาลควรควบคุมราคาน้ำมันดีเซลให้อยู่ที่ลิตรละ 35 บาท ซึ่งน่าจะเป็นราคาที่ผู้ประกอบการนั้นรับได้
ที่ตลาดสดบางลำภู เขตเทศบาลนครขอนแก่น นางสุพรรณณี ภูสีน้ำ อายุ 64 ปี แม่ค้าขายผักสดตลาดสดบางลำภู เขตเทศบาลนครขอนแก่น กล่าวว่า ผักที่มีการปรับขึ้นราคาจะมี พริกแดงจินดา, ถั่วฝักยาว, แตงกวา และผักชี โดยเฉพาะผักชีที่มีการปรับราคาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยก่อนหน้านี้ราคาก.ก. ละ 40 บาท ปรับขึ้นเป็น ก.ก.ละ 100 บาท, แตงกวา เดิมถุงละ 120 บาท ต่อ 10 ก.ก. ขึ้นเป็นถุงละ 250 บาท ต่อ 10 ก.ก. พริกแดงจินดา ก.ก. ละ 50 บาท ขึ้นมาเป็น 80 บาท, ถั่วฝักยาว เดิมก.ก.ละ 30 บาท ขึ้นเป็น 60 บาท ทั้งจากเป็นช่วงฤดูแล้งผักปลูกยาก และการปรับตัวขึ้นของน้ำมันดีเซล ส่งผลเรื่องค่าขนส่งที่แพงขึ้น
ด้านนายสมพงษ์ คลังแสง อายุ 55 ปี ผู้ประกอบการรถสองแถวสาย บขส.-ม.ใหม่ จ.มหาสารคาม เปิดเผยว่า ยึดอาชีพขับรถสองแถวมา 11 ปี ไม่เคยเจอวิกฤตขนาดนี้ ตั้งแต่ช่วงโควิดจนถึงของแพง จากเมื่อก่อนเคยวิ่งรถวันละ 6-8 เที่ยว ตอนนี้เหลือวันละ 2 เที่ยวเท่านั้น ก่อนหน้านี้มีผู้ประกอบการวิ่งรถถึง 60 คัน แต่ตอนนี้เหลือรถวิ่งแค่ 2 คันเท่านั้น ส่วนใหญ่หันไปประกอบอาชีพอื่นที่มีรายได้มากกว่านี้ ซึ่งหากราคาน้ำมันยังสูงขึ้นไปอีกคงต้องเลิกขับรถ และเปลี่ยนอาชีพไปเก็บของเก่าขาย
ปูดขบวนการปั่นราคาหมู
ขณะที่ปัญหาราคาหมูแพง นายสุนทรา ภรณ์ สิงห์รีวงศ์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีขบวนการปั่นราคาหมู และให้ข้อมูลข่าวสารด้านเดียวว่าราคาเนื้อหมูหน้าเขียงมีราคาสูงถึง 250 บาท/ก.ก. เพื่อหวังให้เกิดกระแสสังคมและใช้หลักจิตวิทยา มากดดันให้เกษตรกรผู้เลี้ยงขายหมูมีชีวิตในราคาต่ำกว่าราคาประกาศของสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ
เบนซินขึ้นอีก 80 สตางค์
ด้าน พีทีที สเตชั่น และบางจาก ปรับราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้นอีก 80 สตางค์ต่อลิตร ส่งผลให้เบนซินอยู่ที่ 49.26 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 41.85 บาท อี20 อยู่ที่ 40.74 บาท แก๊ส โซฮอล์ 91 อยู่ที่ 41.58 บาท ส่วนอี85 ปรับขึ้น 50 สตางค์ต่อลิตร อยู่ที่ 34.74 บาท มีผล วันที่ 7 พ.ค. เวลา 05.00 น.เป็นต้นไป
ขณะที่ราคาน้ำมันกลุ่มดีเซลทุกชนิดคงเดิม ได้แก่ ดีเซล บี7 บี10 และบี20 อยู่ที่ 31.94 บาทต่อลิตร ส่วนดีเซลพรีเมียม อยู่ที่ 39.36 บาทต่อลิตร
ทั้งนี้ ข้อมูลราคาน้ำมันเบนซิน ณ วันที่ 7 พ.ค. อยู่ที่ 49.26 บาทต่อลิตร ถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 8 ปี เทียบกับเมื่อวันที่ 16 พ.ค.2557 อยู่ที่ 49.15 บาทต่อลิตร