โต้กลับทุกปม! ย้ำหลักฐานชัด
ตร.แถลงโต้ โดนกล่าวหา สร้างหลักฐานเท็จ ‘คดีแตงโม’ มีขบวนการลักศพ ชี้แจงยันกระบวนการชันสูตร ตรวจพิสูจน์ สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานเป็นไปตามกฎหมาย ชี้บางคนเอาภาพ หรือข้อมูลบางส่วนมาแถลงไม่ครบ เปรียบเหมือนเห็นแค่ปลายพู่ แล้วไปบอก เป็นช้าง ไม่ได้เห็นช้างทั้งตัว ยันไม่หวั่นไหว มั่นใจนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ กระบวนการยุติธรรมจะพิสูจน์การทำงานของตำรวจถูกต้องแค่ไหน

เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพล.ต.ต.อุดร ยอมเจริญ รองผบช.ภาค 1 แถลงกรณีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม อ้างมีหลักฐานใหม่คดีดาราสาวแตงโม และมีขบวนการลักศพแตงโมไปทดสอบกับใบพัดเรือ เพื่อสร้างหลักฐานเท็จให้สอดคล้องกับคำให้การนาย วิศาพัช หรือแซน มโนมัยรัตน์ หนึ่งใน ผู้ต้องหา

พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวว่าการเอาภาพ หรือข้อมูลมาแถลง อาจมีเฉพาะบางส่วน ไม่ครบบริบท กระบวนการชันสูตร ตรวจพิสูจน์ สอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐาน ทุกอย่างเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาทุกประการ ไม่มีใครกล้าทำนอกเหนือกฎหมาย ถ้ามีใครบอกว่าตำรวจกล้าทำอย่างนั้น บ้านเมืองนี้อยู่กันไม่ได้

“สิ่งที่เราทำอาจมีคนที่เห็นบางส่วนแล้วไปบอกว่าทำไมถึงทำอย่างนี้ คือเห็นแค่ปลายพู่ แล้วไปบอกว่าเป็นช้าง แต่ไม่ได้เห็นช้างทั้งตัว พนักงานสอบสวนรวบรวมกล้องเป็นร้อยตัว คลิปวิดีโอ 200 กว่าคลิป พยานบุคคลหลายร้อยคน ไม่ได้ฟังคนใดคนหนึ่งแล้วตัดสินว่าเป็นอย่างนั้น เรารวบรวมพยานหลักฐานทุกมิติ ชั่งน้ำหนักพยาน แล้วสรุปสมมติฐานที่พนักงานสอบสวนตั้งขึ้นมา” โฆษกตำรวจกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าตำรวจสามารถอธิบายคำว่าลักศพได้หรือไม่ โฆษกตำรวจกล่าวว่าในกรณีทั่วไป ถ้าวัตถุพยานอยู่ในความครอบครองของเจ้าพนักงานตามกฎหมาย อยู่ระหว่างกระบวนการสอบสวน พนักงานที่มีอำนาจสามารถนำมาตรวจพิสูจน์ เพื่อหา เหตุผลและหลักฐานเพิ่มเติมได้ ส่วนบาดแผล 11 แผลนั้น ไม่มีใครเคยพูดถึง แต่จำนวนอื่นเป็นเรื่องเทคนิค วิธีคิด เวลา ที่ไม่ได้ทำให้สาระการตรวจเปลี่ยนไป และให้ย้อนไปดูที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม แถลงไม่ได้มีประเด็นต้องสงสัยใดๆ เลย และไม่มีประเด็นความขัดแย้งกับนิติเวชตำรวจ

ขณะที่พล.ต.ต.อุดร รองผบช.ภาค 1 กล่าวเสริมว่าได้คุยกับผอ.สถาบันนิติเวช ยืนยันว่าทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนกฎหมาย กลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องในสำนวน อำนาจและหน้าที่ทุกอย่างทำโดยชอบด้วยกฎหมาย ถ้าไม่ได้เห็นสำนวนทั้งหมดมีโอกาสผิดพลาดและคลาดเคลื่อนได้ ยืนยันว่าพนักงานสืบสวนและสอบสวนตั้งใจทำจริงๆ ไม่มีอะไรแอบแฝงว่าจะทำคดีให้ผิดเพี้ยนจากรูปอื่น สำหรับจำนวนแผลนั้นได้คุยกับนิติเวช ยกตัวอย่างมี 10 แผลถลอก พอกาลเวลาเปลี่ยนไป แผลถลอกนี้จะเปลี่ยนไป 10 อาจเหลือ 8 เพราะฉะนั้นจำนวนแผลที่ต่างกันไม่มีนัยยะในคดี

ต่อข้อถามว่าตำรวจกังวลการแถลงของนายอัจฉริยะ ซึ่งจะทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่นการทำงานของตำรวจหรือไม่ พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวว่าสภาพสังคมเปลี่ยนไป ใครก็ได้ออกมาทำหน้าที่กูรู ใครก็ได้ออกมาแสดงความเห็น แต่เมื่อไหร่ก็ตามความเห็นที่ออกมา สู่สังคม แล้วทำให้กระบวนการยุติธรรม เสียหาย ขาดความเชื่อมั่น จะพิจารณาแง่มุมกฎหมายที่จะดำเนินการ ไม่ได้กังวล ทำตามหน้าที่ กระบวนการยุติธรรมจะพิสูจน์การทำงานของตำรวจถูกต้องแค่ไหน ไม่ใช่เอาเรื่องเข้ากระบวนการโซเชี่ยลมีเดีย

ตรงไปตรงมา – พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 ให้สัมภาษณ์ถึงคดีแตงโมซึ่งยังมีผู้ตั้งข้อสงสัยว่าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนทำคดีอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นไปตามกฎหมาย และพยานหลักฐาน ขอให้ประชาชนมั่นใจตำรวจทำคดีด้วยความซื่อสัตย์ เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่บช.ภ.1

ส่วนพล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภาค 1 ร่วมกล่าวว่ามั่นใจการทำงานของคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ทำคดีอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส ตรวจสอบได้ ทำตามกฎหมาย และพยานหลักฐาน ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าตำรวจทำคดีด้วยความซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา กรณีที่มีผู้กล่าวหาคณะพนักงานนั้น ก็ไม่หวั่นไหว หากมีใครจะฟ้องร้อง ขอให้มั่นใจว่าสามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ จากนี้ขอให้กระบวนการยุติธรรมได้ทำงาน ซึ่งคลิป ที่เปิดเผยมานั้นไม่เป็นความจริง คณะทำงานทำตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ

ผบช.ภาค 1 กล่าวอีกว่าส่วนกรณีที่มี หลักฐานไปปรากฏสู่บุคคลภายนอกนั้น ยืนยันไม่มีเกลือเป็นหนอน ใครทำอะไรก็ขอให้รับผิดชอบ ไม่เสียกำลังใจแต่อย่างใด การชันสูตรเป็นไปตามหลักสากล เมื่อถึงชั้นอัยการความจริงจะปรากฏ กระบวนการยุติธรรมไม่ได้จบแค่ที่ตำรวจ ส่วนกรณี 20 ประเด็นที่อัยการสั่งสอบเพิ่มนั้น ตำรวจไม่ได้ทำสำนวนอ่อน แต่เพื่อให้สำนวนรอบคอบมากขึ้น และเป็นอำนาจของพนักงานอัยการอยู่แล้ว เพราะเป็นคดีที่มีรายละเอียด

“ผมไม่ทราบเจตนาของบุคคลที่ออกมาแถลงข่าว หากมีหลักฐานอะไรก็ขอให้นำมามอบให้ตำรวจ หากนำมาให้ตำรวจตั้งแต่ต้น ก็คงได้ช่วยเหลือกัน ผมก็ต้องการให้คดีกระจ่าง พูดมาตลอดว่าพร้อมรับหลักฐาน ตั้งแต่ที่ผ่านมาบุคคลดังกล่าวก็ยังไม่เคยนำหลักฐาน หรือข้อมูลมามอบให้กับทางตำรวจแต่อย่างใด” ผบช.ภาค 1 กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน