ลูกอดีตส.ส.นอนคุก ชวดประกันคดีซื้อ กามด.ญ. ตร.ยื่นถอนประกันคดีเก่าด้วย ผู้การสุราษฎร์ฯ เผย ออกหมายล่า 8 ผู้ต้องหา จับกุมได้แล้ว 7 หลังนักธุรกิจเข้ามอบตัว ‘จุติ’ แถลงยันเจ้าหน้าที่พม. เอี่ยวคดีค้ากามไม่เกี่ยวพรรคปชป.และตน ย้ำย้ายรองอธิบดีเด็กและเยาวชนเพื่อเปิดทางสอบเท่านั้น

จากกรณีพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) เดินหน้าขยายผลจับเครือข่ายคดีค้ามนุษย์ในพื้นที่จ.สุราษฎร์ธานี และสามารถจับกุมขบวนการค้ามนุษย์ พร้อมออกหมายจับทั้งกลุ่มเก่าจำนวนหลายราย โดยล่าสุดจับกุมได้ 5 ราย ต่อมานายแสงโรจน์ หรือโอม หรือ อ้วน กาญจนะ อายุ 52 ปี ลูกชายนายชุมพล กาญจนะ อดีตส.ส.สุราษฎร์ธานี ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวต่อสภ.เมืองสุราษฎร์ธานี และ เบื้องต้นให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

มอบตัว – นายแสงโรจน์ กาญจนะ ลูกชายอดีตส.ส.สุราษฎร์ธานี (สวมหมวก) ผู้ต้องหาซื้อบริการประเวณีและชำเราเด็กหญิงหลายคดี เข้ามอบตัวที่สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ต่อมาถูกนำส่งฝากขังและศาลสั่งไม่ให้ประกัน เมื่อวันที่ 9 พ.ค.

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่บก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.ไพศาล สังข์เทพ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสอบสวนขยายผล ภ.จว.สุราษฎร์ ธานี ร่วมประชุมผลการขยายผลในคดี

โดยพล.ต.ต.สาธิตกล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ผู้ต้องหาตามหมายจับใหม่ซึ่งเป็น นักธุรกิจในเมืองสุราษฎร์ธานี ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวที่สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เพิ่มอีกหนึ่งราย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวสอบปากคำกับเจ้าหน้าที่ชุดสอบสวนขยายผล ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งสองรายที่ติดต่อขอเข้ามอบตัวถูกดำเนินคดีในข้อหา “กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน สิบห้าปี ซึ่งมีใช่ภริยาของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, พรากหรือร่วมกันพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร, พาหรือร่วมกันพาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจารแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตามและร่วมกันชักจูง ส่งเสริม ยินยอม หรือกระทำด้วยประการใดให้เด็กกระทำผิด” เบื้องต้นในชั้นสอบสวนทางเจ้าหน้าที่ได้คัดค้านการประกันตัว ซึ่งถ้าสอบปากคำแล้วเสร็จจะดำเนินการนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งผู้ต้องหาไม่ได้ประกันตัวได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล

พล.ต.ต.สาธิตกล่าวต่อว่า ในส่วนของนายแสงโรจน์ หรือโอม หรืออ้วน กาญจนะ อายุ 52 ปี หลังสอบปากคำได้นำตัวฝากขังต่อศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี และนำตัวฝากขังที่เรือนจำสุราษฎร์ธานี ในช่วงเย็น เนื่องจากไม่ได้รับการประกันตัว ทั้งนี้นายแสงโรจน์ยังมีหมายจับของสภ.ขุนทะเลอีก 1 หมายจับ เพื่อ อายัดตัว ในคดีเดียวกันแต่ต่างกรรมต่างวาระ ทั้งนี้จากหมายจับกลุ่มเครือข่ายค้ามนุษย์ที่ทางเจ้าหน้าที่ได้ขออนุมัติหมายจับทั้งสิ้นจำนวน 8 รายนั้น สามารถติดตามจับกุมและขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่จำนวน 7 รายและยังเหลืออีกจำนวน 1 ราย ที่ยังหลบหนีทางเจ้าหน้าที่จะได้เร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป

พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภาค 8 เปิดเผยว่า หลังจากพบว่ามีผู้ต้องหาเข้าไปข่มขู่และยุ่งเหยิงกับพยาน พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องต่อศาลให้เพิกถอนการประกันตัว ผู้ต้องหา 2 รายในคดีที่ 291/2564 ซึ่งขณะนี้คดีอยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการของศาล ซึ่งปรากฏว่าศาลรับคำร้องของพนักงานสอบสวนและมีคำสั่งเพิกถอนประกันผู้ต้องหา 2 รายมีนายแสงโรจน์และนายแพทย์คนหนึ่ง นอกจากนั้นพนักงานสอบสวนจึงได้มีหนังสือขอให้ย้ายนายเอ็ม เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุราษฎร์ธานีให้ออกนอกพื้นที่ด้วย

พล.ต.ท.อำพลกล่าวว่า จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาคณะพนักงานสอบสวนทำงานอย่างตรงไปตรงมาและดำเนินการกับผู้ที่มีพยานหลักฐานสาวถึงทุกคนและในการทำงานก็ไม่สามารถมีใครมากดดันเจ้าหน้าที่ได้ และแม้ว่าในขณะนี้จะสามารถออกหมายจับและจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้จำนวนมากแล้วแต่การสอบสวนสืบสวนเพื่อขยายผลยังคงมีการดำเนินการต่อไปโดยในเร็วๆ นี้ จะมีการออกหมายจับ ผู้ต้องหาเป็นครั้งที่ 4 แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้เกรงว่าผู้ต้องหาจะไหว ตัวทัน

พ.ต.อ.กิตติพงษ์ ทองทิพย์ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศพดส. ตร ภาค 8 และ หัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามการล่วงละเมิดต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ต ภาค 8 ได้มอบให้พนักงานสอบสวนในคดีตำรวจ ภ.จว.สุราษฎร์ธานี นำตัวนายแสงโรจน์ ผู้ต้องหาปล่อยตัวชั่วคราวศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในข้อหาซื้อประเวณีเด็ก และนาย ภ (ปิดนาม) อายุ 32 ปี อาชีพแพทย์ในข้อหาซื้อประเวณีเด็ก (สภ.ขุนทะเล หมายจับที่ จ.58/2565 ลง 16 ก.พ.65) ไปรายงานตัวต่อศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยพนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขอศาลไต่สวนขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราวนายแสงโรจน์ ในคดีที่ 291/2564 ของ สภ.ขุนทะเล ที่พนักงานอัยการ กองคดีค้ามนุษย์ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้มีความเห็นส่งตัวนายแสงโรจน์ ฟ้องต่อศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อ 29 เมษายน 2565 โดยอ้างว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมเข้าไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน

ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พม. พร้อมนางพัชรี อาระยะกุล ปลัด พม. และอธิบดีในสังกัด พม. ทั้ง 5 กรม ร่วมแถลงกรณีนายพิสิฐ พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) และเจ้าหน้าที่ พม.เข้าไปเกี่ยวข้องในคดีค้ากามด.ญ. ว่า จะเดินทางไปรับฟังปัญหาจากประชาชน ภาคประชาชน และผู้ปฏิบัติงานด้วยตัวเองที่จ.สุราษฎร์ธานี ในวันที่ 11 พ.ค.นี้ ก่อนเดินสายทุกภูมิภาคต่อไป ส่วนวันนี้มีเจ้าหน้าที่ของพม.เกี่ยวข้อง 3 ราย ประกอบด้วย 1.หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจ.สุราษฎร์ธานี 2.นายเอ็ม พนักงานราชการในบ้านพักเด็กฯ และรองอธิบดีกรม ดย. ที่ถูกย้ายมาที่ พม.ส่วนกลาง ขณะนี้ได้มารายงานตัวแล้ว คงจะมีความคืบหน้าให้ทราบ และขอย้ำว่าที่ย้ายเข้ามานั้นไม่ได้เป็นการลงโทษ แต่ย้ายเพื่อให้มีการดำเนินการสอบ ข้อเท็จจริง

นายจุติกล่าวต่อว่า ส่วนผู้เสียหายบางส่วนอยู่ในการคุ้มครองของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ (คส.) ส่วนที่ไม่อยู่ในการคุ้มครองของกรมคส.ได้ให้ออกนอกพื้นที่ เพื่อความปลอดภัย ไม่ถูกกดดันจากฝ่ายใด อยากให้ประชาชนมั่นใจว่าเราจะทำอย่างตรงไปตรงมา ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย มีการคุ้มครองเด็ก ให้ความคุ้มครองสตรีทุกกรณี อีกทั้งจะปรับการทำงานให้กระชับมากขึ้น โดย พม.จะทำงานร่วมกับตำรวจ เพื่อให้ได้ข้อมูลแก้ปัญหาการค้ามนุษย์อย่างถอนรากถอนโคน

นายจุติกล่าวอีกว่า ขอให้เข้าใจคดีนี้เริ่มต้นจาก พม. ได้รับร้องเรียนว่ามีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ถูกกักขัง 11 ราย ตั้งแต่เดือนพ.ย. 2564 จึงสอบสวนพบว่ามีมูล จากนั้นได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินคดีและพบว่าเป็นคดีค้ามนุษย์ สำหรับกรณีที่เจ้าหน้าที่บ้านพักถูกกล่าวหาว่าตีเด็กเพื่อกดดันเด็กนั้น จากการสอบข้อเท็จจริงวันนี้ มีการยอมรับว่าตีเด็กจริง แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดี เป็นการตีเพื่อลงโทษตามวินัยของบ้าน ซึ่งเด็กนั้นมี 11 คน ที่ถูกตี บังเอิญ 1 ในนั้นเป็นพยานในคดีนี้ แต่ก็ต้องสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

นายจุติกล่าวด้วยว่า พม.พร้อมร่วมมือกับตำรวจในการสืบสวนเรื่องการค้ามนุษย์ ส่วนจะขยายผลไปถึงใครก็เป็นหน้าที่ของตำรวจ ขณะเดียวกันถ้าไม่กระทบกับคดี หากสามารถให้ข้อมูลต่อ พม. เพื่อสอบสวนในเชิงลึกมากขึ้น ก็อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ข้อมูลมาด้วย ขอฝากคำร้องนี้ผ่านสื่อมวลชนไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ไม่กล้าทำหนังสือไปขอโดยตรง เพราะกลัวถูกกล่าวหาว่าเข้าไปแทรกแซงการดำเนินคดี

“ยืนยันว่าเราจะมีการดำเนินการเรื่องนี้อย่างโปร่งใส ไม่มีล้มมวย ไม่ซูเอี๋ย ใครเกี่ยวข้องจะดำเนินการเอาผิดหมด ไม่ละเว้น ใครละเว้นจะถูกเอาผิดมาตรา 157” นายจุติกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้พูดคุยเรื่องนี้กับทางพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หรือไม่ นายจุติกล่าวว่า ยังไม่พูดคุย เพราะไม่มีใครเกี่ยวข้องด้วยเลย ที่มองว่ากรณีนี้เชื่อมโยงเป็นนักข่าวเอาไปเชื่อมกันเอง ข้อเท็จจริงมีอยู่ ถามมาก็จะตอบไป กล่าวหาก็จะชี้แจงไป

“ผมยืนยันว่าไม่มีเชื่อมโยง เพราะไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับทั้ง 3 คนนี้ทั้งผมและพรรค ผมเพียงเป็นผู้บังคับบัญชาที่รับผิดชอบหน้าที่กำกับนโยบายตามกฎหมาย ปลัดก็ดูแลข้าราชการไปหากมีใครละเมิดก็ต้องทำ” นายจุติกล่าว

นางพัชรี อาระยะกุล ปลัด พม. กล่าวว่า ขอให้มั่นใจว่า พม. จะทำงานด้วยความสุจริต ยุติธรรม ไม่มีการล้มมวยแน่นอน ผลก็ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง หากพบว่าเป็นความผิดทางวินัยร้ายแรง ก็จะมีการลงโทษให้ออก หรือไล่ออกจากราชการ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน