สั่งทุกวัดคุมเข้ม กาโตะโผล่พบตร. ขอโทษสื่อนครฯปมจ่ายเงิน3แสน
มหาเถรฯ สั่งจัดการ 10 คดีพระฉาวโฉ่ จริยวัตรไม่เหมาะสม ผิดพระธรรมวินัย ให้เจ้าคณะผู้ปกครองทุกระดับ พระอุปัชฌาย์ เจ้าอาวาสเข้มงวดคัดกรองบุคคลที่จะเข้ามาบวช ควบคุมพระเณรอย่างเคร่งครัด ด้าน ‘กาโตะ’ โผล่พบตร.สอบปมให้เงินนักข่าว 3 แสน ยกมือไหว้ขอโทษสื่อเมืองคอนทุกคน อ้างรู้เท่า ไม่ถึงการณ์ ชี้แจงหลังเกิดเรื่องเสพเมถุนก็ตั้งใจจะสึกอยู่แล้ว แต่ ‘พระดอน’ โทร.มา บอกจะเคลียร์นักข่าวให้ จึงโอนเงินไปให้ สุดท้ายพระดอนก็เอาเงินไป
เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีนายพงศกร จันทร์แก้ว อายุ 23 ปี หรืออดีตพระกาโตะ เสพเมถุนสีกา และจ่ายเงินให้ผู้สื่อข่าว ว่าเมื่อเย็นวันที่ 8 พ.ค.ที่ ผ่านมา อดีตพระกาโตะ พร้อมด้วยพ่ออายุ 62 ปี ซึ่งเป็นอดีตตำรวจ เข้าพบพ.ต.ท.อาคม จ้อนนุ้ย รองผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อให้ปากคำคดีที่นายยุทธนา แต่งวงศ์ นายกสมาคมสื่อมวลชน จ.นครศรีธรรมราช และนายไพฑูรย์ อินทศิลา อุปนายกสมาคมสื่อมวลชน จ.นครศรีธรรมราช แจ้งลงบันทึกประจำวันกรณีจ่ายเงิน 300,000 บาทให้ผู้สื่อข่าวเพื่อปิดข่าวเสพเมถุน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อมาถึงอดีตพระ กาโตะแจ้งกับตำรวจว่าอยากพบนายยุทธนาและนายไพฑูรย์ เพื่อกราบขอโทษที่ทำให้ เสียหาย และเสื่อมเสียชื่อเสียง ต่อมานายยุทธนาและนายไพฑูรย์เดินทางมา สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ทันทีที่ทั้ง 2 ฝ่ายพบกัน อดีตพระกาโตะส่งยิ้มให้ และยกมือไหว้ขอโทษ
“ผมต้องกราบขอโทษและยอมรับผิดต่อทั้งน้ายุทธนา น้าไพฑูรย์ และพี่น้องนักข่าวนครศรีธรรมราชทุกท่าน ผมไม่ได้ตั้งใจกล่าวหา แต่ผมถูกพระคนกลางโทร.มาเร่งว่าเรื่องแดงขึ้นมาแล้ว ต้องรีบเอาเงินไปเคลียร์นักข่าว 300,000 บาท เพื่อไม่ให้เรื่องฉาวไปมากกว่านี้ ผมจึงนำเงินสดโอนเข้าบัญชีส่วนตัว และโอนเข้าบัญชีพระดอน 300,000 บาท เช้าวันที่ 22 เม.ย. ก็แปลกใจเหมือนกันว่าให้เงินไปแล้ว ทำไมยังเปิดโปงคลิปฉาวต่อเนื่อง ถึงถามพระดอน ท่านก็บอกว่าจะปิดข่าวเลยทีเดียวคงไม่ได้ เพราะทางบ.ก.สั่งให้ติดตาม แต่เรื่องจะค่อยๆ เงียบไปในที่สุด” อดีตพระกาโตะกล่าว และทั้ง 2 ฝ่ายจับไม้จับมือกัน
อดีตพระกาโตะกล่าวอีกว่า ความจริงตั้งใจจะสึกปลายปี 2565 เพราะการก่อสร้างโครงการสำคัญต่างๆ ในวัดจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ แต่เมื่อเกิดเรื่อง และพระดอนโทร.มาสอบถาม ก็เล่าความจริงให้ทราบทั้งหมด ยอมรับผิดจะสึก เพราะรู้ตัวว่ากระทำผิดร้ายแรงเสพเมถุนต้องปาราชิก แต่พระดอนบอกว่าไม่ต้องสึก ขอให้โอนเงิน 300,000 บาท เพื่อนำไปให้นักข่าวปิดข่าว ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และอยู่ในความสับสนกับเรื่องที่เกิดขึ้น จึงรีบโอนเงินไปให้พระดอน แต่ข่าวก็ยังออกต่อเนื่อง
นายพงศกรกล่าวว่า จากนั้นตัดสินใจสึกในคืนวันที่ 30 เม.ย. ที่กุฏิพระดอน วัดวังตะวันออก และก็ไม่ได้สอบถามเรื่องเงิน เพิ่งมาสอบถามวันที่โฟนอินรายการโหนกระแส จึงรู้ว่าพระดอนไม่ได้จ่ายเงินเคลียร์นักข่าว เงิน 300,000 บาทยังอยู่ครบถ้วน และกล่าวระบุในรายการว่าจ่ายเงินให้นักข่าว ทำให้นักข่าวท้องถิ่น จ.นครศรีธรรมราช เสื่อมเสียชื่อเสียง จึงกราบขอโทษนักข่าวทุกคนใน จ.นครศรีธรรมราช และขณะนี้ไม่สามารถติดต่อพระดอนได้ และขอให้นำเงิน 300,000 บาทมาคืนให้ด้วย

แจ้งจับเพิ่ม – นายประทวน นิจเนตร หรือนายหนังชวน สงวนศิลป์ ผู้ดูแลวัด มุจลินทราวาส ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าอาวาส ให้แจ้งความดำเนินคดีพระครูวินัยธร สุวิจักขณ์ ปัญญังวโร หรือพระดอน หลอกเอาเงินวัดไปเกือบ 5 หมื่นบาท ที่สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 9 พ.ค.
ขณะเดียวกัน นายประทวน นิจเนตร หรือนายหนังชวน สงวนศิลป์ อายุ 61 ปี นายหนังตะลุง ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าอาวาสวัดมุจลินทราวาส ต.บางจาก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เข้าแจ้งความ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อให้ดำเนินคดีพระครูวินัยธรสุวิจักขณ์ ปัญญังวโร หรือพระดอน ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดวังตะวันออก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช หลอกเอาเงินวัดไป 49,999 บาท โดยอ้างจะนำไปสร้างเหรียญพระเครื่องให้เจ้าอาวาสวัดมุจลินทราวาส
นายประทวนกล่าวว่า ก่อนหน้านี้พระดอนเชิญชวนให้ทำเหรียญพระเจ้าอาวาสวัด ใช้เงิน 99,999 บาท แต่วัดไม่มีเงินขนาดนั้น มีเพียงเงินที่ชาวบ้านทำบุญใส่ตู้บริจาค ประมาณกว่า 40,000 บาท แต่ก็ยังไม่พอตามที่พระดอนต้องการ ตนจึงสมทบไปอีก 9,000 บาท เพื่อรวมให้ได้ 49,999 บาทมอบ ต่อมาพระดอนต่อว่าที่ก่อนหน้านี้ชาวบ้านร่วมกันทำเหรียญที่ระลึก โดยบอกว่าผิดวัตถุประสงค์ จากนั้นพระดอนก็หายไปพร้อมกับเงิน
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และนายสิปป์บวร แก้วงาม ผอ.พศ. ร่วมแถลงกรณีพระสงฆ์กระทำผิดพระธรรมวินัย และตอบข้อซักถามกรณีอดีตพระกาโตะ โดยนายอนุชากล่าวว่ามหาเถรสมาคม (มส.) มอบหมายให้สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ในฐานะประธานฝ่ายปกครองของมส. ตั้งคณะกรรการกำหนดหลักเกณฑ์ และกำหนดโทษแก่พระที่ปฏิบัติไม่เหมาะสม และเจ้าคณะผู้ปกครองที่ปล่อยปละละเลย ซึ่งกรณีอดีตพระกาโตะนั้น ตรวจสอบอยู่ทั้งในส่วนของธรรมและทางโลก ยืนยันว่าตรวจสอบอย่างเข้มงวด ไม่มีการช่วยเหลืออย่างแน่นอน และสอบไปจนถึงการปาราชิกก่อนที่พระกาโตะจะสึกในภายหลัง
ขณะที่นายสิปป์บวร กล่าวว่าตามหลักศาสนา ถ้าพระเสพเมถุนเป็นหนึ่งในความผิดปาราชิกทันที และถ้าปาราชิกจะพ้นจากการเป็นพระสงฆ์โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องลาสิกขา พ้นตั้งแต่ที่เสพเมถุนแล้ว ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าแสดงว่ามีผลตั้งแต่เสพเมถุนบนสันเขื่อนตามที่อดีตพระกาโตะยอมรับ นายสิปป์บวรกล่าวว่าใช่ และจะกลับมาบวชในพระพุทธศาสนาไม่ได้ ถือเป็นบุคคลต้องห้าม
วันเดียวกัน มหาเถรสมาคมมีมติเรื่องพระภิกษุมีจริยวัตรไม่เหมาะสม ประพฤติตน ไม่เอื้อต่อพระธรรมวินัย ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง ประกาศ และมติมหาเถรสมาคม มีจริยวัตรไม่เหมาะสมกับสมณสารูป 1.หลอกให้โยมขายที่ดินเอาเงินมาทำบุญ เหตุเกิด จ.พิจิตร 2. พระไม่ร่วมทำกิจของสงฆ์ขัดแย้งกับชาวบ้าน จ.เพชรบุรี 3. พระจัดทัวร์ ท่องเที่ยว กทม. 4.พระเบียดบังเอาทรัพย์และที่ดิน จ.นครนายก 5.พระขับขี่รถยนต์เพื่อรับกิจนิมนต์ จ.ร้อยเอ็ด 6. พระปักหลักบิณฑบาต กทม. 7.พระเมาเหล้าแล้วเต้นรำ จ.อุบลราชธานี 8.พระเมาเหล้า แกว่งมีดในวัด จ.พิษณุโลก 9.รักร่วมเพศ ชายรักชาย จ.อุบลราชธานี และ จ.นนทบุรี พระมีเพศสัมพันธ์กับสีกา จ.นครศรีธรรมราช 10.พระหลอกลวงญาติโยม อ้างรู้จักรัฐมนตรี ฝากเข้ารับราชการ ทำงานบริษัทต่างๆ จ.มหาสารคาม
ที่ประชุมให้เจ้าคณะผู้ปกครองทุกระดับทราบและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด 1.กำชับให้พระอุปัฌาย์ปฏิบัติตามกฎมส. และต้องเข้มงวดในการคัดกรองบุคคลที่จะเข้ามาบรรพชาอุปสมบทอย่างเคร่งครัด 2.กำชับให้เจ้าอาวาส ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาใกล้ชิด ควบคุมบังคับบัญชาพระภิกษุสามเณรในปกครองประพฤติตามพระธรรมวินัย กฎหมาย กฎมส. ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง ประกาศ และมติมส.อย่างเคร่งครัด 3.กำชับให้เจ้าคณะผู้ปกครอง ในแต่ละระดับตรวจตราพระภิกษุผู้อยู่ในปกครองในแต่ละระดับประพฤติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย หากพบเห็นหรือทราบข่าวเกี่ยวกับพฤติการณ์พระภิกษุในปกครองที่ไม่เหมาะสม ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาให้ยุติโดยเร็ว และให้ดำเนินการได้ทันที