พบอีก42URL-ขอศาลสั่ง ตู่รับไม่ได้-กองทัพฮึ่มลั่น
‘ลาซาด้า’บาน ‘ดีอีเอส’ลุยปิด ทุกแพลตฟอร์ม ล่าสุดพบแล้ว 42 ยูอาร์แอล เอเยนซี่โฆษณาโดนด้วย ยันต่างชาติทำอะไรต้องเคารพความรู้สึกคนไทย ‘บิ๊กตู่’ ก็ รับไม่ได้ ผบ.ทบ.ย้ำจุดยืนทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ชี้ทุกคนมีสิทธิ์และเสรีภาพ และไม่ควรก้าวล่วงละเมิดคนอื่น

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 10 พ.ค. พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีโฆษณาลาซาด้าที่ขณะนี้มีผลต่อสังคมใน วงกว้าง โดยล่าสุดกระทรวงกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ส่งเรื่องให้ศาลขอปิดกั้นเว็บหมิ่นสถาบันแล้ว รวมถึง ทุกเหล่าทัพห้ามหน่วยงานของทหารสั่งของลาซาด้า ว่า อะไรก็ตามที่เป็นเชิงสร้างสรรค์ขอให้ช่วยกันขยาย ส่วนอะไรที่เป็นความ ขัดแย้ง เป็นข้อบิดเบือนก็ขออย่าไปเผยแพร่กันมากนัก

“เป็นเรื่องของการกระทำการถูกต้อง หรือไม่ เรารับได้หรือไม่ สื่อรับได้หรือไม่ ถ้ารับไม่ได้ ผมก็รับไม่ได้ กฎหมายว่ากันไป” นายกฯ ย้อนถามผู้สื่อข่าว

ด้านนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว. ดีอีเอส เผยถึงความคืบหน้าตรวจสอบเว็บไซต์และแพลตฟอร์มที่นำเสนอโฆษณาด้านการตลาดในลักษณะที่ก้าวล่วงสถาบันของลาซาด้าและคล้ายกันว่า ขณะนี้กำลังรวบรวมพยานหลักฐานและทำงานร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และดำเนินคดีไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีคำร้องไปที่ศาลขอให้ปิดกั้นการเข้าถึงแพลตฟอร์ม รวมถึงการแชร์ผ่านยูทูบ ทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ก เบื้องต้นพบทั้งหมด 42 ยูอาร์แอล ตามปกติหากแพลตฟอร์มเหล่านี้ได้รับการแจ้งจาก ดีอีเอสจะปิดตัวเองอยู่แล้ว เพราะหากไม่ปิดจะมีความผิดคือเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และกฎหมายอื่น

เมื่อถามว่า ขณะนี้สั่งปิดกี่ยูอาร์แอลแล้ว นายชัยวุฒิกล่าวว่า กำลังตรวจสอบอยู่ แต่คาดว่าน่าจะสามารถปิดได้เกือบทั้งหมด เพราะมีความผิดชัดเจน สำหรับมาตรการป้องกัน ไม่ให้เกิดกรณีแบบนี้อีก สิ่งที่สำคัญที่สุด เอเยนซี่โฆษณา อินฟลูเอนเซอร์ และผู้ที่อยู่ในวงการประชาสัมพันธ์ต้องมีจรรยาบรรณและมีสมาคมวิชาชีพดูแล เพื่อหารือกันว่าการทำโฆษณาต้องถูกกฎหมาย ไม่ผิดศีลธรรม ไม่บูลลี่ หรือทำให้สังคมเกิดความรู้สึกไม่ดีต้องมีการกำกับดูแลระหว่างกัน หากให้หน่วยงานหรือรัฐบาลไปสั่งคงไม่เหมาะสม เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ แต่อยากให้เคารพกฎหมายและเป็นไปตามบริบทที่สังคมไทยรับได้ อะไรที่สังคมไทยรับไม่ได้อย่าไปทำ หากทำอะไรที่ขัดความรู้สึกคนไทย สุดท้ายธุรกิจทำโฆษณาเสียหายเอง

เมื่อถามว่า การที่หน่วยงานรัฐหลายหน่วยงานออกมาแบนลาซาด้า จะกระทบต่อภาพลักษณ์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือไม่ เพราะสื่อต่างประเทศรายงานเรื่องนี้ นายชัยวุฒิกล่าววว่า เรื่องนี้เป็นสิทธิของคนไทย และองค์กรต่างๆ ที่จะตอบโต้การกระทำที่ ไม่เหมาะสม ทั้งลาซาด้าและแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่ใช้ช่องทางโซเชี่ยลมีเดียในทางที่ไม่เหมาะสม ถ้าไม่ตักเตือนและส่งสัญญาณว่าเราไม่เห็นด้วยจะทำแบบนี้กันอีกไม่จบไม่สิ้นจึงต้องส่งสัญญาณให้ภาคธุรกิจและต่างชาติรับรู้ว่าคนไทยรับไม่ได้กับสิ่งเหล่านี้ และให้หยุดการ กระทำอย่ามาทำแบบนี้ในประเทศไทย

สำหรับเอเยนซี่ผู้จัดทำโฆษณาจะมีความผิดมากกว่าลาซาด้าใช่หรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า ในหลักการต้องเริ่มจากการตรวจสอบ เอเยนซี่ผู้จัดทำโฆษณา เพราะแพลตฟอร์ม อีคอมเมิร์ซไม่ได้เป็นผู้จัดทำโฆษณา อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องมีอัลกอริทึมและกฎหมายป้องกันและแก้ไขให้ทันในส่วนนี้ด้วยเช่นกัน ไม่ใช่รอจนคนไทยด่าทั้งประเทศแล้วค่อย มาแก้

วันเดียวกัน พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ถึงจุดยืนกองทัพในการปกป้องสถาบัน ว่า กองทัพมีจุดยืนในการปกป้องสถาบันเป็นหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ทุกคนต้องเทิดทูน และปกป้อง ยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ กรณีของลาซาด้ามองว่า เรื่องสิทธิเสรีภาพเคยพูดแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน ว่าสิทธิเสรีภาพ ส่วนบุคคล เป็นเรื่องที่ทุกคนมีสิทธิ์และเสรีภาพ และไม่ควรก้าวล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพคนอื่น เหมือนเราที่ไม่อยากให้ใครก้าวล่วงสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลของเรา เมื่อก้าวล่วงแล้วต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนเองกระทำ

“เอาตัวเราเป็นหลักว่าเราชอบ หรือ ไม่ชอบ กับคนที่ยุ่ง ก้าวล่วง และลามปามเรา หรือกล่าวหาเรา หรือดูหมิ่น เหยียดหยาม โดยเฉพาะคนที่มีลักษณะพิการ ตามหลักสิทธิมนุษยชน นี่คือสิทธิ เสรีภาพตามหลักกฎหมายสากลทั่วโลก” ผบ.ทบ.กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากนี้เป็นต้นไปจะมีความเคลื่อนไหวคนที่หมิ่นสถาบัน กองทัพจะช่วยตรงนี้อย่างไรบ้าง พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า เป็นเรื่องของทางกฎหมาย เพราะเรามีกฎหมายและหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่แล้ว หน่วยงานใดมีหน้าที่ด้านไหนที่จะช่วยกันปกป้องรักษาสถาบันหลัก ก็ดำเนินการตามกฎหมาย และว่าไปตามกฎหมาย ต่อข้อถามว่า แอ๊กชั่นของกองทัพเป็นการปรามไม่ให้มีการกระทำซ้ำใช้หรือไม่ พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า เราไม่ได้ปราม แต่เป็นการทำหน้าที่ บทบาท ของกองทัพ ที่จะต้องเทิดทูน ปกป้อง รักษา สถาบันหลักไว้

เมื่อถามว่า ถ้าในอนาคตมีลักษณะการกระทำที่หมิ่นเหม่อย่างนี้ ท่านจะอยู่แถวหน้าในการปกป้องอีกหรือไม่ พล.อ.ณรงค์พันธ์กล่าวว่า เราทุกคนมีหน้าที่ ที่จะต้องทำ ตามหน้าที่บทบาทของตนเอง ทุกคน ทุกองค์กร ประเทศไทยต้องการความรัก ความสามัคคี ไม่แตกแยก

เมื่อถามว่า ห่วงว่าหากในอนาคตเกิดความวุ่นวาย กองทัพจะมีจุดยืนอย่างไรโดยเฉพาะการปฏิวัติรัฐประหาร ผบ.ทบ.กล่าวว่า ไม่มี ยืนยันจุดยืนอุดมการณ์เพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ก่อนขึ้นรถทันที

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน