ชัชชาติ-วิโรจน์-เอ้-ศิธา ตอบปมอำนาจพ่อเมืองป้องสิทธิ์ม็อบ-ต้านปฏิวัติ
‘มติชนทีวี’ จัดดีเบตเดือด 4 ตัวเก็งผู้ว่าฯ กทม. โชว์วิสัยทัศน์ ‘ชัชชาติ’ชี้ปัญหากรุงเป็นเส้นเลือดฝอย ต้องครีเอทีฟแก้ไข ส่วนปัญหาโครงสร้างต้องร่วมมือหน่วยงานอื่น ‘วิโรจน์’ ย้ำเดินหน้าสวัสดิการ ลั่นต้านรัฐประหาร ‘ดร.เอ้’ ลั่นเดินหน้าไวไฟฟรี ‘ศิธา’ ลั่นผลักดันทุกนโยบายเพื่อประชาชนพร้อมให้ทุกคนรับไปดำเนินการต่อ ด้านอัศวินลุยหาเสียง ไม่หวั่นวาทกรรมนอกเกม ยันลูกผู้ชายชื่ออัศวินไม่เคยให้ร้ายใคร
เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ที่ตึกข่าวสด มติชนทีวี เชิญ 4 ผู้สมัครผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจากโพลมติชน ทีวี ได้แก่ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สังกัดพรรคก้าวไกล (ก.ก.) นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ สังกัดอิสระ และน.ต.ศิธา ทิวารี สังกัดพรรคไทยสร้างไทย มาร่วมเวทีเสวนา ‘คุณถามมา… (ผู้สมัคร) ผู้ว่าฯ กทม. ตอบ’ จัดเต็ม 20 คำถามสุดเฉียบ จาก 20 คนกรุงเทพฯ อาทิ นายธงทอง จันทรางศุ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์, ท็อป-จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ บิทคับ, ธันย์-ณิชชารีย์ เป็นเอกชนะศักดิ์ ผู้ส่งเสริมศักยภาพผู้พิการ, มายด์-ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล นักกิจกรรมทางสังคมรุ่นใหม่, อ๋อม-สกาวใจ พูนสวัสดิ์ นักแสดง ฯลฯ ซึ่งปัญหาจะครอบคลุมประเด็นต่างๆ ทั้งปัญหาเชิงโครงสร้าง คุณภาพชีวิตและบริการ เศรษฐกิจและการทำกิน การมีส่วนร่วม และปัญหาทั่วไป รวมถึงปัญหาจากชาวกรุงเทพฯ ที่อยากทราบการจัดการกับปัญหารถติด หาบเร่ ขยะในคลอง ฯลฯ
นายชัชชาติกล่าวว่า หัวใจการทำงานของ กทม.ให้มีประสิทธิภาพได้ต้องร่วมกับคนอื่น หน่วยงานอื่น จึงต้องเริ่มจากความเข้าใจก่อนว่า มีปัญหาอย่างไร ปัญหาส่วนใหญ่เป็นเส้นเลือดฝอย ทางเดินทางน้ำ สุขอนามัย ดังนั้นต้องเข้าใจกฎระเบียบด้วยว่ามีอย่างไร และต้องมีครีเอทีฟในการแก้ปัญหา การขนส่ง ควันดำ ไซต์งานก่อสร้าง ข้าราชการ ลูกจ้าง ของกทม. ต้องมีหน่วยซิงเกิลคอมมานด์เซ็นเตอร์ เป็นเจ้าภาพจริงจังในการดูแลช่วยกัน ร่วมงานตำรวจ ขนส่ง รถไฟฟ้า ขสมก. ภาคประชาสังคม ภาคราชการ ก็ต้องให้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาเพื่อความครบถ้วนสมบูรณ์ในทรัพยากรที่มี
นายชัชชาติยังกล่าวถึงการชุมนุมทางการเมืองว่า หน้าที่ของผู้ว่าฯ กทม.ต้องดูแลคนกรุงเทพฯ ทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะคิดเห็นอย่างไร เห็นต่างจากรัฐบาลอย่างไร พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะ จะต้องอำนวยความสะดวก เก็บขยะ ห้องน้ำ น้ำดื่ม แพทย์ฉุกเฉิน กล้องซีซีทีวี ความปลอดภัย ต้องดูแลให้เต็มที่ กทม.จะต้องเตรียมพื้นที่ชุมนุมสาธารณะตามมาตรา 9 ของพ.ร.บ.ชุมนุมเพื่ออำนวยความสะดวก เวลาชุมนุมก็มาชุมนุมได้เลย ไม่ต้องไปขออนุญาตตำรวจ ถ้ามีเหตุการณ์รัฐประหาร แพทย์ของกทม.ต้องเตรียมพร้อมทั้งหมด รถพยาบาลฉุกเฉิน จะต้องเต็มที่ ดูแลประชาชน ไม่ใช่ดูแลคนล้อมปราบประชาชน วันที่ 22 พ.ค. ครบรอบปฏิวัติพอดี เราไม่สนับสนุนการรัฐประหาร แต่เรายืนข้างประชาชน ไม่สนับสนุนการปฏิวัติเพราะผิดขั้นตอนประชาธิปไตย จะยืนข้างประชาชนไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
นายวิโรจน์กล่าวว่า ถ้าตนได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. ตนจะทำ 1.การรับมือกับน้ำท่วม โดยนำงบกลางที่อยู่ในมือผู้ว่าฯ กทม. คนก่อน ไปบำรุงรักษาสถานีสูบน้ำ และเครื่องสูบน้ำแบบเคลื่อนที่ เพื่อรับมือจุดวิกฤตที่น้ำท่วมขัง 2.เปิดเมืองให้ได้ ให้ผู้ประกอบการ และประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ และ 3.เปิดร่างสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าบีทีเอสเพื่อเลิกความลึกลับดำมืดเสียที นอกจากนั้นต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมด้วยการกระจายอำนาจที่แท้จริงคือ 1.การกระจายงบประมาณไปถึงชุมชน และ 2.การแก้ไขข้อบัญญัติให้เป็นธรรม ยกตัวอย่างการเก็บค่าเก็บขยะจากนายทุนให้แพงขึ้น และทำให้เกิดการคัดแยกขยะ
นายวิโรจน์กล่าวถึงการชุมนุมทางการเมือง ว่า พ.ร.บ.รักษาความสะอาด ถูกนำไปใช้อย่างไม่เป็นธรรม แม้ติดกระดาษแสดงความคิดเห็นก็ถูกนำกฎหมายนี้มาใช้แล้ว ส่วนผู้ที่นำตู้คอนเทนเนอร์มาขัดขวางประชาชนและเอาลวดหนามหีบเพลงมาขวางการเดินเท้าของประชาชน ผู้ว่าฯ กทม. ต้องนำกฎหมายฉบับนี้มาบังคับใช้กับคนพวกนี้ด้วย และที่ผ่านมาไม่เก็บลวดหนามหีบเพลง เมื่อมีประชาชนพลเมืองดีไปเก็บให้ กลับถูกกล่าวหาดำเนินคดีว่าลักทรัพย์ของทางราชการ ถ้าเป็นอย่างนั้นตนจะให้เทศกิจไปเก็บแล้วนำไปคืนกองทัพ ไม่ใช่นำมาวางเกะกะทำให้คนเดินเท้าต้องเดือดร้อน หากมีการรัฐประหารเกิดขึ้น ผู้ว่าฯ กทม. ก็จะกลายเป็นประชาชน การลุกขึ้นสู้ของประชาชนจะต้องมีผู้ว่าฯ กทม. ที่ชื่อวิโรจน์เคียงข้าง และยืนเคียงข้างเพื่อปกป้องประชาชนอย่างแน่นอน
นายสุชัชวีร์กล่าวว่า ให้นโยบายมาตั้งแต่ต้นแล้วว่า ต้องการที่จะทำกรุงเทพฯให้เป็นเมืองที่ทันสมัย เป็นเมืองต้นแบบ สวัสดิการ ประชาชนทุกคนต้องเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม มิฉะนั้นสวัสดิการให้ฟรีก็ป่าวประโยชน์ สำคัญที่สุดเลย 1.สิ่งที่จะได้เห็นคนกรุงเทพฯ เมื่อตนได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. คือ การเข้าถึงและใช้อินเตอร์เน็ตฟรี 2.สวัสดิการที่สำคัญที่สุดสำหรับเรา ภายใน 4 ปี จะได้เห็นโรงเรียนที่ดีที่สุดที่ใกล้บ้าน 3.มีบริการสาธารณสุขที่อยู่ใกล้บ้าน จนเข้าถึงได้โดยเฉพาะโรคของผู้สูงอายุ กรุงเทพฯ ต้องเป็นเมืองต้นแบบเป็นเมืองสวัสดิการที่ทันสมัย ทั้งนี้ มั่นใจว่าเมื่อเป็น ผู้ว่าฯ กทม.ก็จะทำให้ดีที่สุด เมื่อครบ 4 ปีแล้ว ก็อยากจะเป็นต่ออีก4 ปี จะเป็นผู้ว่าฯ ที่ดีที่สุด
นายสุชัชวีร์กล่าวถึงการชุมนุมทางการเมืองว่า ตนคิดเสมอว่าพี่น้องประชาชน คือครอบครัวของตน เพราะฉะนั้นสิทธิขั้นพื้นฐานของการแสดงออก ตนต้องดูแลประชาชน ดูแลเรื่องความปลอดภัย นี่คือเรื่องของชีวิตและทรัพย์สิน สำคัญที่สุดการันตีเลยว่า กล้องวงจรปิดที่จะใช้คือ Wi-Fi ฟรี ก็ทำให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ตลอด ไม่เหมือนในปัจจุบัน ทำอะไรก็ไม่มีใครรู้ หากท่านทำความรุนแรงกับประชาชน ท่านจะไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ว่าฯ กทม. ที่ชื่อ ‘สุชัชวีร์’ แน่นอน เพราะว่าเขาต้องใช้หลายเรื่อง ต้องใช้ทรัพยากรของกทม. ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ท่านจะได้รับความร่วมมือ หากใช้ความรุนแรงกับประชาชน จะไม่ได้รับความร่วมมือจากกทม.อย่างแน่นอน เพราะประเทศนี้เป็นประเทศประชาธิปไตย
น.ต.ศิธากล่าวว่า เป้าหมายแรก หากตนได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. ตนสามารถทำทุกนโยบายและทุกแนวความคิดที่ตนคิดจะทำให้บ้านเมืองนี้ได้ เป้าหมายที่สอง แม้ไม่ได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. แต่นโยบายที่พูดไป ใครจะเอาไปทำไม่มีการสงวนลิขสิทธิ์และไม่ต้องมาบอกว่าเป็นนโยบายตน จะนำไปใช้อะไรก็ได้ เป้าหมายที่สามคือ นโยบายทั้งหมดที่ตนให้ไปเป็นนโยบายของพรรคไทยสร้างไทย ที่มองว่าประเทศนี้ต้องแก้ไขไปในทิศทางที่ถูกต้อง จะไปแก้ไขและใช้วิสัยทัศน์แบบเดิมไม่ได้ กทม.คือโครงการนำร่องที่ตนและพรรคไทยสร้างไทยจะนำเสนอให้ประชาชน
ส่วนคำถามสุดท้ายจากพิธีกรถามว่า ถ้าได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. แล้วมีเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง แล้วรัฐบาลใช้กำลัง ฉีดน้ำ แก๊สน้ำตา โล่กระบอง เข้าสลายการชุมนุม หรือถ้าชุมนุมมากจนมีการรัฐประหาร ผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร มีจุดยืนอย่างไรกับเรื่องนี้ น.ต.ศิธากล่าวว่า อำนาจหน้าที่ของผู้ว่าฯ กทม. คือ ต้องบริหารจัดการให้คนอยู่อย่างมีความสงบสุข
ขณะที่พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม.ได้ลงพื้นที่ขอคะแนนเสียงในพื้นที่เขตหนองแขมจากนั้นดินทางต่อไปยังเขตพระนคร โดยพล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า การลงพื้นที่ได้รับผลตอบรับดี ที่สำคัญต้องสานต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ และนำสายสื่อสารลงดินอย่างเร่งด่วน รวมไปถึงจราจรที่จะแก้ไขเป็นระบบการจราจรแบบอัจฉริยะ ขณะนี้พื้นที่นี้มีปัญหาน้ำท่วมน้อยลงเนื่องจากได้ดำเนินการแก้ไขแล้ว ซึ่งมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำ ส่วนการสร้างวาทกรรมเล่นนอกเกมการเมืองช่วงโค้งสุดท้ายนั้น พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า มีมาตลอด แต่ไม่คิดอะไร ความจริงคือความจริง เชื่อว่าประชาชนตัดสินใจได้เองใครให้ร้ายว่ากล่าว ตนไม่ได้ว่าหรือถือโทษอะไรใคร ชีวิตลูกผู้ชายอัศวินไม่เคยให้ร้ายใคร แต่ใครให้ร้าย ขออโหสิ กรรมให้ทั้งหมด
วันเดียวกันนี้ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” หรือสถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.65 รอบที่ 3 ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 9-10 พ.ค. 2565 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพฯ ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขต จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะเลือกให้เป็นผู้ว่าฯ กทม. พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 45.13 ระบุว่าเป็น ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (อิสระ) เพราะเป็นคนมุ่งมั่น ตั้งใจทำงาน มีภาวะการเป็นผู้นำ มีความน่าเชื่อถือ อันดับ 2 ร้อยละ 11.37 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง (อิสระ) เพราะทำงานด้วยความตั้งใจ มีประสบการณ์ และต้องการให้เข้ามาสานต่องานที่ได้ทำไว้ อันดับ 3 ร้อยละ 9.75 ระบุว่าเป็น นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร (พรรคก้าวไกล) เพราะเป็นคนรุ่นใหม่ มีวิสัยทัศน์ กล้าคิด กล้าทำ อันดับ 4 ร้อยละ 9.23 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ เพราะขอดูการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้สมัครก่อน ขณะที่บางส่วนระบุว่ายังหาคนที่จะทำตามนโยบายให้ชัดเจนไม่ได้
อันดับ 5 ร้อยละ 8.94 ระบุว่าเป็น ดร. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคประชาธิปัตย์) เพราะเป็นคนรุ่นใหม่ มีความรู้ความสามารถ อันดับ 6 ร้อยละ 3.77 ระบุว่าเป็น นายสกลธี ภัททิยกุล (อิสระ) เพราะเป็นคนรุ่นใหม่ มีวิสัยทัศน์ มีประสบการณ์ทำงาน อันดับ 7 ร้อยละ 3.69 ระบุว่า ไปลงคะแนน ไม่เลือกใคร (Vote NO) อันดับ 8 ร้อยละ 3.32 ระบุว่าเป็น น.ส.รสนา โตสิตระกูล (อิสระ) เพราะเป็นคนที่ทำงานด้วยความตั้งใจ มีผลงานเพื่อสังคม อันดับ 9 ร้อยละ 2.29 ระบุว่าเป็น น.ต.ศิธา ทิวารี (พรรคไทยสร้างไทย) เพราะชื่นชอบนโยบายและเชื่อมั่นในพรรคไทยสร้างไทย อันดับ 10 ร้อยละ 1.62 ระบุว่า จะไม่ไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง และร้อยละ 0.89 ระบุว่า อื่นๆ ได้แก่ พันโทหญิง ฐิฏา รังสิตพล มานิตกุล (อิสระ) นายวีรชัย เหล่าเรืองวัฒนะ (อิสระ) และ ดร.ประยูร ครองยศ (อิสระ)

โชว์กึ๋น – นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานเครือมติชน น.ส.ปานบัว บุนปาน กก.ผจก.มติชน พร้อมคณะผู้บริหาร ต้อนรับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์, นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์, นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร และน.ต.ศิธา ทิวารี 4 ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่มาร่วมรายการเสวนา ‘คุณถามมา (ผู้สมัคร) ผู้ว่า กทม. ตอบ’ จัดโดยมติชนทีวี ที่อาคารข่าวสด เมื่อวันที่ 13 พ.ค.