พท.จี้ทวงสปิริตวาระนายกฯ8ปี
บิ๊กตู่ร่ายยาวผลงาน 8 ปี ให้คนไทยในสหรัฐฟัง ชี้อยู่ที่ไหนคนไทยต้องรักกัน ลั่นไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น ใครจะไล่ ไล่ได้ก็ไล่ไป ยันไม่ได้ทำเพื่อตระกูลตัวเอง แต่ที่อยู่วันนี้เพราะต้องการทำให้ดีที่สุด ‘ไพบูลย์’คาดหากมีการยื่นตีความวาระ 8 ปีนายกฯ ศาลรธน.อาจใช้เวลาพิจารณา 4-5 เดือน ใกล้ช่วงรัฐบาลครบเทอม ‘สุทิน’ ระบุไม่รีบยื่นตีความ ให้รอดูสามัญสำนัก สปิริตนายกฯ ก่อน ‘หมอระวี’ ลั่นกมธ.เคาะสูตรปาร์ตี้ลิสต์หาร 100 สงครามยังไม่จบ ขอสู้ต่อในสภาวาระ 2-3 ปชป.สัมมนาส.ส.ภาคใต้ ปลุกผนึกกำลังสู้เลือกตั้ง
‘บิ๊กตู่’โชว์งาน8ปีให้คนไทยในสหรัฐ
เมื่อวันที่ 13 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม อยู่ระหว่างเข้าร่วมประชุม สุดยอดอาเซียน-สหรัฐ (ASEAN-U.S. Special Summit) สมัยพิเศษ ที่กรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐ ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 12-13 พ.ค.
เวลา 10.00 น. วันที่ 12 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่นประเทศสหรัฐ (เวลา 21.00 น. ของประเทศไทย) ที่โรงแรม St. Regis พล.อ. ประยุทธ์พบปะชุมชนไทยในสหรัฐ มีการไลฟ์สดผ่านเพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้า ใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วโมง จากนั้นได้ชี้แจงผลงานรัฐบาลในช่วง 8 ปีที่เข้ามาบริหาร โดยนำภาพกราฟิกประกอบด้วย
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ประเทศไทยพัฒนาเจริญไปมาก สร้างถนนหนทาง มอเตอร์เวย์ที่สวยงาม สร้างทั้งรถไฟสายต่างๆ สนามบิน การจัดระเบียบคูคลอง แก้ปัญหา โควิด-19 ได้ดีจนได้รับคำชมจากองค์การอนามัยโลก รวมทั้งแก้กฎหมายไปแล้ว 139 ฉบับ เหลืออีกกว่า 100 ฉบับที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภา ทั้งหมดล้วนเกิดขึ้นในสมัยของรัฐบาลนี้ทั้งสิ้น
คนไทยมีคติว่าไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนต้อง รักกัน ตนอยากจะมาพบอยากจะมาพูดคุย สิ่งสำคัญที่สุดคือเป็นกำลังใจให้นายกฯ เพราะต้องไปสู้อีกหลายการประชุม และจะไปพูดคุยว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยสามารถเดินไปข้างหน้าให้ได้ วันนี้หลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปเยอะ เทคโนโลยีดิจิตอลทำให้ทุกอย่างวุ่นวายไปหมด การทำงานก็ไม่ได้ง่ายนัก ต้องมีภูมิคุ้มกันที่ดีในการที่จะเสพหรืออ่านเชื่อหรืออะไรก็แล้วแต่
ยันไม่ได้ทำเพื่อตระกูลผม
“ผมเข้ามาทำงานอยู่หลายปี ผ่านวันเวลาเหล่านั้นมาอย่างอดทนเพื่อให้ทุกอย่างดีขึ้น สุดแล้วแต่ประชาชนจะว่าอย่างไร แต่จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด โดยจะต้องไม่ทุจริต ไม่แสวงหาผลประโยชน์ ไม่ทำอะไรที่ผิด นี่คือเป้าหมายของผม ทำเพื่อประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ไม่ได้ทำเพื่อผม เพื่อตระกูลผม หรือเพื่อใครสักคน ผมไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว รับราชการมาจนเกษียณอายุราชการด้วยความภาคภูมิใจ หลังจากนั้นก็กลายมาเป็นนักการเมืองโดยจำเป็น” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนเดินทางมาประชุมอาเซียน-สหรัฐ หลายคนจับตาว่าวันนี้นายกฯจะมาพูดอะไร จะไปอยู่ข้างไหน จะไปอยู่กับใคร จะไปอยู่ข้างใครก็ต้องทำให้ดีที่สุด ทำอย่างไรประเทศของเราจะไม่เสียหาย แต่ต้องเคารพกติกาเขาด้วย คือหลักการ ของเรา ไม่ขัดแย้งกับใครทั้งสิ้น
นอกจากนี้ในวาระเฉลิมฉลองครบรอบ 45 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-สหรัฐ ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 2 ที่เราเดินทางร่วมประชุมในเรื่องนี้ รวมไปถึงมีความสัมพันธ์ร่วมกันกว่า 200 กว่าปี ถือเป็นความสัมพันธ์พิเศษ ซึ่งประเทศไทยไม่เคยทำกับใครในโลกใบนี้ มีแต่ไทยกับสหรัฐ ที่ถือว่าได้สิทธิประโยชน์เท่าเทียมคนไทยทุกคน นั่นคือความเป็นมาของเรา โดยการประชุมจะมีการหารือในหลากหลายมิติ ทั้งเรื่องการค้าการลงทุน การฟื้นฟูเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เศรษฐกิจดิจิทัล และอื่นๆ อีกมากมาย
ขอดูแลคนไทยให้ดีที่สุด
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สำคัญที่สุดคือทำอย่างไรจะดูแลคนไทยให้ดีที่สุด ทำไมเขาถึงเรียกว่ามนุษย์คือคน คือคนใส่ไปในหม้อ คนมั่วไปหมด เละไปหมด ความคิดแตกต่าง ตนห้ามใครไม่ได้ แต่ต้องมีภูมิต้านทานในการที่จะเสพ จะฟัง จะเชื่อ จะอ่าน ยอมรับว่าตนอ่านทั้งหมด เช้าขึ้นมาเปิดขึ้นมาด่าตนครึ่งหนึ่ง ตนก็สบายใจของตน ไม่มีอะไร ด่าก็ด่า เพราะไม่ได้เป็นอย่างที่เขาว่า สิ่งที่ตนทำ ไม่เห็นชมเลย ไม่ได้ต้องการรับคำชมเชย แต่ต้องการให้เห็นว่าประเทศไทยเจริญขึ้นมาอย่างไร
เรื่องแก้โควิดไทยได้รับความชื่นชมและเป็นลำดับต้นๆ ของโลก บางอย่างอันดับ 1 ของโลก แต่ในประเทศด่าตนทุกวัน ด่าว่า ไม่ห้ามโน่นห้ามนี่ หากไม่กำกับดูแลจะปลอดภัยแบบนี้หรือไม่ จะลดยอดการติดเชื้อเหลือ 10,000 ได้หรือไม่ จากช่วงแรกๆ ขึ้นมาวันละหลายหมื่น ไม่มีอะไรที่ทุกคนพอใจแต่ทำให้มากที่สุด ให้ดีที่สุด นั่นคือนโยบายของตน
หลายคนตั้งคำถามว่าทำไมนายกฯ ต้องประกาศเอง นายกฯไม่ใช่หมอ แต่เป็น ผู้บริหาร ถ้าให้หมอทำคนเดียวเขาทำไม่ได้ทั้งหมด เพราะเขาสั่งทหารไม่ได้ สั่งเจ้าหน้าที่มหาดไทยไม่ได้ พอตนบูรณาการก็หาว่าเผด็จการ ทั้งที่ทุกประเทศทำแบบนี้หมด อยากจะบอกว่าเขาเลียนแบบตนด้วยซ้ำไป
ท้าใครจะไล่-ไล่ได้ก็ไล่ไป
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า นายกฯ จะเอา ทุกคนในวันนี้ไปชมที่เมืองไทยด้วยว่าต่างประเทศเขาน่ารักนั่งกันเรียบร้อย ยิ้มหวานนิ่ง พร้อมกล่าวติดตลกว่า “โห! กรุงเทพฯพร้อมตีกันทั้งวัน คือฟังวิทยุ อ่านข่าวก็โมโหแล้ว เพราะไม่ใช่เรื่องจริงทั้งนั้น นี่คือปัญหาที่ ทุกประเทศเจอ ถามกันทุกประเทศแล้ว เพราะนี่คือช่องทางสื่อสารใหม่ที่ใครก็เป็นนักข่าวได้ เป็นตำรวจได้ เป็นอะไรได้หมดเลย แสดงความคิดเห็นได้หมดแล้วคนก็เชื่อตามไป คนทำงานแทบตายผิดหมด เราต้องมีภูมิคุ้มกันที่ดี
“ยอมรับว่าคนไม่ดีก็มี นายกฯ ก็ปลดทิ้ง ไล่ออกไปเยอะแล้ว มันก็ต้องมีคนดีคนชั่ว ไม่ดีก็ไม่เอาไว้ ตราบใดถ้าผู้นำไม่ทุจริตทำได้ทั้งหมด ฉะนั้นนายกฯ ไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น ใครจะว่า ใครจะไล่ ไล่ได้ก็ไล่ไป แต่ที่อยู่ วันนี้ต้องการทำให้ดีที่สุด”
ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์สอบถามประชาชนว่า ได้กลับไปเยี่ยมประเทศไทยบ้างไหม อย่าลืมแผ่นดินเกิด เคยเจอเด็กๆ ที่กลับไปเยี่ยมเมืองไทย พูดไทยได้ รำไทยได้ อย่างน้อยก็ไม่ลืมชาติกำเนิด ทุกประเทศเขาปลูกฝังอย่างนี้มาทั้งสิ้น ขออย่าไปฟังไอ้พวกไม่มีชาติ หลายคนบอกไม่ต้องมี มันไม่ได้ ทุกคนก็รู้อยู่ ตนไม่ทะเลาะกับเขา

กระทบไหล่ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทักทายและถ่ายภาพกับนายโจเซฟ ไบเดน ผู้นำสหรัฐอเมริกา ที่ทำเนียบประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา กรุงวอชิงตัน ระหว่างร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐ เมื่อ วันที่ 13 พ.ค.
สานต่อความร่วมมือสหรัฐ
เวลา 12.00 น. วันที่ 12 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น พล.อ.ประยุทธ์ เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ผู้นำอาเซียน โดยประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเป็นเจ้าภาพ ที่รัฐสภาสหรัฐ กรุงวอชิงตัน เวลา 14.00 น. ที่โรงแรม Willard InterContinental พล.อ.ประยุทธ์พร้อมผู้นำและผู้แทนชาติสมาชิกอาเซียนพบปะผู้นำภาคเอกชนสหรัฐ
เวลา 16.00 น. ที่กระทรวงกลาโหม กรุงวอชิงตัน สหรัฐ พล.อ.ประยุทธ์ได้พบหารือกับนายลอยด์ เจมส์ ออสติน รมว.กลาโหม สหรัฐ
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า นายกฯได้ย้ำถึงความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐ ที่ดำเนินมายาวนาน กว่า 189 ปี และขอบคุณรัฐบาลสหรัฐ ที่สนับสนุนความช่วยเหลือแก่ไทยในช่วงวิกฤตโควิด-19 ซึ่งถือได้ว่าโรคระบาดถือเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ด้านนายลอยด์ เจมส์ ออสติน ชื่นชมบทบาทของนายกฯในการนำพาประเทศไทย ต่อสู้กับความท้าทายที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงทั่วโลก ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงแนวทางเสริมสร้างความร่วมมือทวิภาคีในด้านต่างๆ ด้วย อาทิ การพัฒนาศักยภาพและเสริมสร้างขีดความสามารถของกองทัพและกำลังพล การศึกษาทางทหาร การฝึก การฝึกร่วม ฝึกผสม ความร่วมมือด้านไซเบอร์และอวกาศ และความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ตลอดจนได้หารือถึงการต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมายและการปราบปรามการค้ามนุษย์
เมื่อเสร็จสิ้นการพบหารือกับรมว.กลาโหมสหรัฐแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทางไปยังทำเนียบประธานาธิบดีแห่งสหรัฐ เพื่อร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำโดยประธานาธิบดีสหรัฐ เป็นเจ้าภาพเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้นำอาเซียน
‘ไพบูลย์’ไม่ห่วงปมนายกฯ8ปี
นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ. … รัฐสภา ให้สัมภาษณ์กรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุการพิจารณาจัดทำร่างพ.ร.ป.หรือกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง จะเสร็จหลังเดือนก.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่อาจมีผู้ยื่นตีความเรื่องวาระนายกฯ 8 ปี ว่า คาดว่าการพิจารณากฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับ จะเสร็จ ก.ย. หรือ ต.ค.นี้
เชื่อว่าปมนายกฯ 8 ปีจะไม่กระทบกับกฎหมายลูก หากจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความต้องยื่นหลัง 24 ส.ค. คิดว่าผู้จะยื่นคือ ส.ส.ฝ่ายค้าน เมื่อยื่นแล้วคาดว่าศาลรัฐธรรมนูญจะใช้กระบวนการพิจารณาไม่น้อยกว่า 4-5 เดือน หรือหลัง ม.ค.2566 จึงจะมีคำวินิจฉัย ดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้วคิดว่าไม่น่ามีปัญหา เนื่องจากบทบัญญัตินี้อยู่ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 วรรคสี่ ซึ่งใช้บังคับที่มาของนายกฯ ในมาตราเดียวกัน จึงไม่มีปัญหาอยู่แล้วไม่ว่าจะอย่างไร
เมื่อถามว่ามีโอกาสที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยช่วงเกือบครบวาระของรัฐบาลในช่วง มี.ค.2566 หรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะต้องแล้วแต่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่ก็เป็นไปได้
‘สุทิน’ไม่รีบยื่นศาล-ดูสปิริตบิ๊กตู่
ด้านนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า กฎหมายลูก ถ้าคิดจะทำให้ทันเพื่อเป็นทางออกของประเทศ สามารถขอความร่วมมือกับทุกฝ่ายได้ ฝ่ายค้านยินดีให้ความร่วมมือ แต่ถ้าคิดให้มีปัญหามันจะมีปัญหา จึงฝากให้รัฐบาล คิดตรงนี้ด้วย เพราะตามกระบวนการทาง กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. จะสรุปและยื่นประธานรัฐสภาวันที่ 24 พ.ค. ตามไทม์ไลน์น่าจะเข้าสภาประมาณสัปดาห์ที่สองของเดือนมิ.ย. หากผ่านกระบวนการต่างๆ แล้วควรจบภายในเดือนก.ค. ไม่น่าจะล่วงเลยไปจนถึงส.ค.ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากเวลาใกล้กับเดือนส.ค. ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับวาระ 8 ปีนายกฯ จะมีความเสี่ยงหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า มันก็เสี่ยง อาจจะทำให้มีปัญหา เมื่อมีเวลาที่พอทำได้ อย่าไปทำให้เกิดปัญหาเลย ควรทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายดีกว่า ส่วนประเด็นการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปีของนายกฯ เบื้องต้นมีการพูดคุยกัน แต่ยังไม่สรุปชัดเจน ความเห็นของเรา มันตีความง่าย โดยเฉพาะหลักเจตนารมณ์สากล ผู้นำประเทศอยู่ไม่เกิน 8 ปี หากเกิน 8 ปีจะเกิดการสร้างสมอิทธิพล สร้างเครือข่าย สืบทอดอำนาจหรือทำลายประเทศ
สำหรับวิธีนับ 8 ปีเริ่มจากเมื่อใดเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าพล.อ.ประยุทธ์นับเลขถูกจะรู้ว่าตัวเองเป็นนายกฯ มาแล้วกี่ปี ควรจบที่ตรงไหน ส่วนตัวจะเสนอฝ่ายค้านว่าอย่าเพิ่งยื่นตีความ ต้องให้พล.อ.ประยุทธ์วินิจฉัยและใช้สำนึกของตัวท่าน ถ้าไปยื่นตีความเผือกร้อนจะตกที่ศาลรัฐธรรมนูญ ออกมาแบบใดจะถูกแต่ละฝ่ายกังขา และถ้าปล่อยไปอาจเป็นชนวนให้เกิดความขัดแย้งได้
“หากพล.อ.ประยุทธ์นับเลขถูก 1-8 ควรรู้ว่าต้องทำอย่างไร อย่าให้คนอื่นต้องเดือดร้อน จะรอดูการตัดสินใจและสปิริตของนายกฯ ถ้าไม่ตัดสินใจหลังวันที่ 23 ส.ค. ประเทศไทยจะเข้าสู่การบริหารงานโดยรัฐบาลที่สุ่มเสี่ยงทั้งหมด บรรดาข้อราชการที่สั่งการไปชอบหรือไม่ชอบ ข้าราชการเกียร์ว่างหรือไม่ จะเป็นความยุ่งเหยิงที่จะตามมาได้” นายสุทินกล่าว
‘หมอระวี’ลั่นสงครามยังไม่จบ
นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ (พธม.) กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ให้สัมภาษณ์กรณีกมธ.พิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ลงมติวิธีการ คำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ให้ใช้ 100 หารว่า แนวทางหลังจากนี้พูดได้คำเดียวว่าสงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร ยังต้องสู้กันด้วยเหตุและผลในวาระ 2 และ 3 อีกครั้ง เมื่อจบในวาระ 3 ไม่ว่าฝ่ายใดจะชนะก็ตาม ตามระเบียบรัฐสภาต้องยื่นให้องค์กรอิสระไม่ว่าจะศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือศาลฎีกาดูทั้ง 2 ฉบับ หากตีความกลับมาว่าต้องแก้ รัฐสภาก็อาจจะต้องแก้ไข แต่หากตีกลับมาว่าไม่มีอะไรที่ต้องแก้ไขถือว่าจบและสามารถนำขึ้นโปรดเกล้าฯ ได้ ฉะนั้น สิทธินี้จะจบในวาระ 3
ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดเรื่องแนวทางการยุบพรรคหรือควบรวมพรรคไว้หรือไม่ นพ.ระวีกล่าวว่า สมมติว่าหากหาร 500 เกิดพลิกชนะ พรรคเล็กทั้งในและนอกสภามีโอกาส ควบรวมพรรคน้อย เพราะทุกพรรคอาจจะสู้ได้ แต่หากหาร 100 ชนะ พรรคเล็กอาจจะดำเนินการ 2-3 รูปแบบ คือ 1.บางพรรค อาจจะถอยเลย 2.บางพรรคอาจจะควบรวมกันหรือไปรวมกับพรรคใหญ่ 3.บางพรรคอาจจะยืนหยัดสู้ต่อไป โดยแยกออกไปเป็น 2 รูปแบบ เช่น พรรคพลังธรรมใหม่สู้ต่อไปเต็มรูปแบบ หรือบางพรรคอาจจะถอยส.ส.บัญชีรายชื่อและไปลงเขตแทน เนื่องจากใช้คะแนนน้อยกว่า
ปชป.จัดสัมมนาส.ส.ภาคใต้
นายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่ภาคใต้ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 14-15 พ.ค. พรรคจัดสัมมนาประชาธิปัตย์ภาคใต้ “อุดมการณ์ทันสมัย ทำได้ไว ทำได้จริง” โดยวันที่ 14 พ.ค. จัดที่ศูนย์ประสานงาน สำนักงาน ส.ส.เดชอิศม์ ขาวทอง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา และวันที่ 15 พ.ค. จัดที่โรงแรมบุรีศรีภู อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งวันที่ 15 พ.ค. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาเป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนา จากนั้น นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช บรรยายหัวข้อ “พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่..)
หลังจากที่รับตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่ภาคใต้ ได้ประชุมส.ส.ภาคใต้ มาแล้ว 3-4 ครั้ง แต่ยังไม่ได้มีการประชุมสาขาพรรค ตัวแทนพรรค ซึ่งมีอยู่ทุกเขตในภาคใต้ จึงถือเอาวันที่ 14-15 พ.ค.นี้ เป็นการประชุมนัดแรก ที่จะพูดคุยให้นโยบาย และซักซ้อมในการลงพื้นที่หาเสียง การหามวลชนเพื่อปรับให้สอดคล้องกับความต้องการของพี่น้องประชาชนในปัจจุบัน
เปิดตัวผู้สมัครสงขลา-ผนึกกำลังสู้
“เดิมกระแสพรรคประชาธิปัตย์ดีมาก ทำให้ตัวผู้สมัคร ส.ส.บางส่วน อาจจะไม่ได้ลงพื้นที่เท่าที่ควร แต่วันนี้แตกต่างจากอดีตที่ความคิดทางการเมืองต่อพรรคการเมืองของพี่น้องประชาชนไม่เหมือนเดิม จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ดังกล่าว ต้องมาพูดคุยแลกเปลี่ยน และรับทราบนโยบายเพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน” นายเดชอิศม์
สำหรับนโยบายของภาคใต้เรื่องการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคส.ส.ภาคใต้นั้น มีนโยบายเปิดทั้งจังหวัด จังหวัดไหนที่พร้อมให้เปิดเลย จังหวัดที่มี 3 เขตพร้อมทั้ง 3 เขตก็เปิดทั้ง 3 เขต เป็นต้น ไม่ควรทยอยเปิดครั้งละเขตสองเขต ซึ่งภาคใต้ โดยเฉพาะ จ.สงขลา ถือเป็นเมืองหลวงของภาคใต้ วันนี้จากเดิม 8 เขตเป็น 9 เขต เราได้ว่าที่ผู้สมัครพร้อมแล้ว น่าจะเป็นโอกาสดีที่จะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 9 เขตต่อสาธารณะ เปิดตัวต่อสื่อมวลชนว่า จ.สงขลาทั้ง 9 เขต เราพร้อมแล้ว และเป็นหนึ่งเดียว
“ยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์จะไม่มีทีม A ทีม B อย่างที่หลายคนเข้าใจ ยุคผมไม่มี มีแต่ทีมประชาธิปัตย์ทีมเดียว 9 คน ต้องช่วยกันทั้ง 9 เขต ให้เสมือนว่าเขตอื่นก็เป็น เขตของตัวเอง ผนึกกำลังเป็นหนึ่งเดียว” นายเดชอิศม์ กล่าว
ชาวสวนเฮราคายางพุ่ง
เมื่อเวลา 10.00 น. นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรคประชา ธิปัตย์ ไปเยี่ยมจุดรับซื้อน้ำยางสดในพื้นที่อ.จะนะ และอ.นาหม่อม จ.สงขลา เพื่อสอบถามเรื่องราคาน้ำยางสด ปัญหาจากการรับซื้อ การขนส่ง รวมถึงผลกระทบจากการ ที่ต้นยางพาราในพื้นที่ภาคใต้เข้าสู่ฤดูกาล ผลัดใบ
พ่อค้ารับซื้อน้ำยางสดในต.คลองเปียะ อ.จะนะ จ.สงขลา ให้ข้อมูลว่า ในจุดที่ตนรับซื้อนี้ จะรับซื้อตั้งช่วงเช้าจนถึงเวลาประมาณ 11.00 น.ของทุกวัน โดยใช้ราคาอ้างอิงจากสหกรณ์สวนยางอำเภอจะนะ และรวบรวมน้ำยางสดไปจำหน่ายยังสหกรณ์อีกครั้งหนึ่ง และในเช้าวันที่ 13 พ.ค. ราคาน้ำยางสดรับซื้ออยู่ที่กิโลกรัมละ 64 บาท แต่ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูกาลผลัดใบของต้นยางพารา ทำให้ไม่สามารถกรีดยางได้ ส่งผลให้ปริมาณน้ำยางสดมีน้อย
ด้านจุดรับซื้อน้ำยางในพื้นที่อ.นาหม่อม จ.สงขลา ผู้ประกอบการรับซื้อน้ำยาง เปิดเผยว่า วันนี้ราคาน้ำยางสดปริมาณความเข้มข้น (30%) รับซื้ออยู่ที่กิโลกรัมละ 63 บาท โดยเฉลี่ยจะรับซื้อน้ำยางสดจากชาวสวนในพื้นที่ได้ประมาณวันละ 1,000-1,500 กิโลกรัม ช่วงนี้เป็นช่วงต้นยางพาราผลัดใบทำให้ปริมาณ น้ำยางในพื้นที่มีน้อย แต่ราคายางพาราในปัจจุบันนี้ทำให้ชาวสวนยางมีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น สามารถมีเงินหมุนเวียนนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และได้ใช้จ่ายเป็นค่าเล่าเรียนบุตรได้ทันในช่วงเปิดภาคเรียน
ขอปชป.ทำประกันรายได้ต่อเนื่อง
นายนิพนธ์กล่าวว่า ราคาน้ำยางสดพาราเฉลี่ยในช่วงเดือนพ.ค.ตั้งแต่วันที่ 1-12 พ.ค. ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร อยู่ที่กิโลกรัมละ 60-62 บาท จากการสอบถาม พี่น้องชาวสวนยางในพื้นที่ต่างพึงพอใจในราคาดังกล่าว และต้องการให้พรรคประชา ธิปัตย์ได้ทำเรื่องราคายางพารา ปาล์มน้ำมันให้คงราคาเช่นปัจจุบันนี้ต่อไป ซึ่งราคา ดังกล่าวสูงกว่าราคาประกันที่กระทรวงพาณิชย์ประกันไว้ รวมถึงราคาพืชผลทางการเกษตรทั้ง 5 ชนิดประกอบด้วย ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง และข้าว ล้วนแต่ราคาดีกว่าช่วงที่ผ่านมาและสูงกว่าราคาประกันทุกตัว
ยืนยันว่ารัฐบาลและพรรคประชาธิปัตย์จะดำเนินการเรื่องราคาพืชผลทางการเกษตรให้สูงขึ้นต่อเนื่อง และจะดูแลพี่น้องเกษตรกรให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม เพื่อให้ครัวเรือนเกษตรกรในประเทศไทยกว่า 14 ล้านครัวเรือนได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งจะมีส่วนช่วยฟื้นตัวเศรษฐกิจของประเทศหลังสถานการณ์โควิดได้อีกทางหนึ่ง
สร้างอนาคตไทยลุยนครศรีฯ
ที่หอประชุมสถาบันการเงินชุมชนบ้านวังไทร อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค และทีมผู้บริหารพรรค ได้แก่ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคและประธานภาคใต้ นายวิเชียร ชวลิต รองหัวหน้าพรรคและผู้อำนวยการพรรค นายนริศ เชยกลิ่น รองหัวหน้าพรรคและโฆษกพรรค ลงพื้นที่ชี้แจงนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แก้จนคนภาคใต้
นายอุตตมกล่าวว่า การมาครั้งนี้เพื่อรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน นำไปประกอบกับนโยบายหลักของพรรค ที่มุ่งเน้นในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ พรรคมีบุคลากรที่มีความพร้อมและเชี่ยวชาญการทำงานด้านฐานราก ที่จะขับเคลื่อนความเข้มแข็งให้พี่น้องประชาชน พื้นที่นครศรี ธรรมราชมีศักยภาพสูงมาก โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว ดังนั้นเราต้องเชื่อมโยงการท่องเที่ยวให้เป็นโครงข่ายระหว่างฝั่งอันดามันกับฝั่งอ่าวไทย เพื่อถ่ายเทนักท่องเที่ยวให้หมุนเวียนทั่วทุกพื้นที่ ถือเป็นการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขกัน เพื่อยกระดับความเข้มแข็งร่วมกัน
ด้านนายสนธิรัตน์กล่าวถึงการเตรียม ผู้สมัครส.ส.ภาคใต้ว่า ตอนนี้ยังไม่ถือว่าครบ เพราะพรรคสร้างอนาคตไทยไม่ได้เน้นว่าจะส่งผู้สมัครให้ได้มากที่สุด แต่เน้นคุณภาพของผู้สมัคร ที่จะอยู่กับพี่น้องประชาชน ทำงานกับพรรคและเป็นความหวังของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ อย่างเช่นที่นี่ เรามีนายถาวรวัฒน์ คงแก้ว อดีตรองผู้ว่าฯ นครศรี ธรรมราช เป็นตัวแทนของพรรคในอนาคต และวันนี้เรามีผู้สนใจจำนวนมากและพรรคกำลังพิจารณาในรายละเอียด