เพื่อนสมัยเรียนหลอกกู้-ลงทุน

ทันตแพทย์หญิงเมืองลำพูนแจ้งความจับเพื่อนสมัยมัธยมต้มตุ๋น มาตีสนิทหลอกให้ลงทุนสูญเงินเกือบ 70 ล้านบาทตั้งแต่ปี 62 ทั้งหน้ากากอนามัย เหล็กแปรรูป และทองแดง เผยพฤติการณ์หลอกให้โอนเงินผ่านบัญชีม้า มีผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด 12 คน หลอกให้กู้เงินนอกระบบทำให้แบกหนี้อื้อ

เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากหมอกระต่าย (นามสมมติ) ทันตแพทย์ ที่เปิดคลินิกทันตกรรม อยู่ย่านตัวเมืองลำพูน เปิดเผยว่า ถูกเพื่อนสมัยเรียนมัธยมศึกษา หลอกให้ลงทุนหลายอย่าง ทั้งหน้ากากอนามัย ส่งเหล็กแปรรูปขาย และลงทุนซื้อทองแดง สูญเงินไปทั้งหมดเกือบ 7 ล้านบาท และแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว

หมอกระต่ายเผยว่า เปิดคลินิกทันตกรรม จนเมื่อปี 2562 ได้พบเพื่อนร่วมรุ่นสมัยเรียนคนหนึ่งชื่อ น.ส.กบ (นามสมมติ) ทำงานอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งย่านนิคมอุตสาหกรรม จ.ลำพูน เข้ามาทักทายพูดคุยจนสนิทกัน หลังจากนั้น น.ส.กบ ลงทุนเช่าอาคารพาณิชย์เปิดบริษัทข้างคลินิก อ้างว่าทำธุรกิจรับซื้อกากอุตสาหกรรม จากนิคมอุตสาหกรรมลำพูน นำไปขายต่อให้กับโรงงานรีไซเคิล ย่านภาคตะวันออก หลังจากนั้นก็เริ่มมีความสนิทชิดเชื้อไปมาหาสู่กันเป็นประจำ

หมอกระต่ายเผยว่า ต่อมาตนประกาศขายที่ดิน 6 ไร่ในราคา 7.8 ล้าน น.ส.กบจึงบอกว่าสนใจซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวเพื่อขยายโรงงาน จึงได้ขายที่ดินให้ และโอนโฉนดที่ดินให้เพื่อยื่นกู้ขอสินเชื่อจากธนาคาร 10 ล้านบาท แต่นำเงินให้ตนครึ่งหนึ่ง จำนวน 3.9 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 3.9 ล้านบาท กลับนำเงินไปจ่ายหนี้กับเจ้าหนี้รายอื่น เมื่อทวงถามหลายครั้งก็ทยอยจ่ายทีละ 1-2 แสนจนเหลืออยู่ 1.9 ล้านบาท

จากนั้นต้นปี 2563 น.ส.กบอ้างว่าได้ประมูลซื้อขายหน้ากากอนามัยจากโรงพยาบาลขนาดใหญ่ 3 แห่งใน จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย และจ.ลำปาง พูดจาหว่านล้อมให้ร่วมลงทุนด้วย โดยอ้างว่าจะนำกำไรที่ได้คืนให้ตนทั้งหมด จนตัดสินใจเปิดหจก. โดยมีน.ส.กบถือหุ้นด้วย พร้อมกับจ่ายค่าธรรมเนียมและเสียภาษี หมดเงินไป 3.3 แสนบาท และได้สั่งออร์เดอร์หน้ากากอนามัยจากบริษัทแห่งหนึ่งด้วย แต่ต่อมาอ้างว่าถูกบริษัทประมูลได้ไปแล้ว

ต่อมา น.ส.กบได้เสนอโปรเจ็กต์ว่าประมูลเศษเหล็กจาก 2 บริษัทในนิคมอุตสาหกรรม และจ.พระนครศรีอยุธยาได้อีกหนึ่งบริษัท โดยอ้างว่าจะนำไปขายให้บริษัทรีไซเคิลแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี เจ้าของชื่อ “เฮียประกิต” ตนก็ลงทุนไปอีก 1.1 ล้านบาท ได้กำไร เดือนละ 3 ล้านบาท ต่อมาบอกว่าทางโรงงานที่อยุธยา ต้องการเร่งนำเศษเหล็กออกและต้องลงทุนเพิ่ม และชวนประมูลทองแดง จากโรงงาน 4 แห่งในนิคมอุตสาหกรรม จ.ลำพูน โดยได้อ้างมีญาติและเพื่อนในโรงงานทั้ง 4 แห่งช่วยเหลือในการประมูล หลอกให้ตนถอนเงินสดมามัดจำค่าทองแดงอีก 11.1 ล้านบาท และได้ส่งทองแดง จาก 2 บริษัท จ.ลำพูนโดยมีเฮียหมูมารับซื้อไป ไปโรงงานรีไซเคิล ย่านจ.ชลบุรี แล้ว แต่ติดปัญหาไม่ได้เสียภาษีต้นทาง จึงถูกศุลกากรจับ ต้องจ่ายภาษี และเงินใต้โต๊ะอีก 5.4 ล้านบาท ต้องโอนเงินให้ หัวหน้าศุลกากร จ.เชียงใหม่ ชื่อ “ประวิทย์ ฤาชา” ซึ่งความจริงคือบัญชีม้า โดยมีเฮียหมูมารับซื้อทองแดง

จากนั้นได้แนะนำนายทุนเงินกู้นอกระบบ 30 รายมาให้ตนกู้เงินจำนวน 3.5 ล้านบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 20 อ้างว่าเพื่อนำเงินมาหมุนเวียนในระบบธุรกิจ โดยน.ส.กบเป็น ผู้ค้ำประกัน ต้องจ่ายเงินคืนวันละ 2 แสนบาท ต่อมาเฮียหมูกับภรรยาน้อยประสบอุบัติเหตุ และเมื่ออาการดีขึ้นก็อ้างว่าเฮียหมูกำลังกู้เงินจำนวน 68 ล้านบาท มาซื้อทองแดง แต่ระหว่างรอสินเชื่อได้ถูกธนาคารขึ้นแบล็กลิสต์เพราะไปปลอมแปลงเอกสารกู้ และอ้างว่าทางธนาคารเรียกเงินใต้โต๊ะ หว่านล้อมให้ตนโอนเงินให้อีก 5 ล้านบาท ให้ผ่านบัญชีภรรยาเฮียหมู ชื่อทวีรัก แต่ความจริงเป็นบัญชีม้า

ต่อมาอ้างว่าเฮียหมูและภรรยา รวมทั้งเฮียประกิตและภรรยา ถูกจับข้อหาเช็กเด้ง ต้องนำโฉนดที่ดินที่ตนให้ไว้มาจำนองเพื่อขอประกันตัว และเฮียหมูจะชดใช้เงินที่ร่วมลงทุนทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ย 50 ล้านบาท

หลังจากนั้นพอเวลาที่จะจ่ายเงินคืนมีหน้าม้าแอบอ้างเป็นภรรยาเฮียประกิตโทร.มาอ้างจะคืนเงินให้ 30 ล้านบาท โดยผ่อนชำระสัปดาห์ละ 10 ล้าน พอถึงเวลาขอลดเหลือ 5 ล้านบาท 6 เรื่อยๆ จนเหลือ 2 ล้านต่อเดือน และชวนลงทุนบริษัทเหล็กที่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น อีก

หมอกระต่ายเผยอีกว่า จากนั้นตนเริ่มสงสัย จึงไปตรวจสอบระบบการเงินทราบว่าเงินทั้งหมดที่โอนไปให้แต่ละบัญชีเป็นบัญชีม้า และโอนไปให้น.ส.กบก่อนโอนให้แฟนทอมบอยของน.ส.กบ และทราบว่าเงินที่โอนให้ภรรยาเฮียหมูก็เป็นบัญชีม้าของน.ส.ตาล ที่สนิทกับน.ส.กบมานานกว่า 10 ปี ส่วนหัวหน้าศุลกากร ชื่อประวิทย์ ฤาชา ก็เป็นแฟนของน.ส.ตาล โดยพบว่ามีผู้เกี่ยวข้องด้วยในการหลอกลวงตนครั้งนี้ถึง 12 คน ส่วนใหญ่มีส่วนเกี่ยวข้องกับน.ส.กบทั้งหมดจนต้องขายอาคารพาณิชย์ ขายรถใช้หนี้จนครอบครัว แตกสลาย เป็นหนี้นอกระบบ 3.5 ล้านบาท ต้องจ่ายดอกเบี้ยวันละ 2 แสนบาทด้วย จึงเข้าปรึกษาทนายเข้าแจ้งความร้องทุกข์เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน