‘บิว’นักวิ่งวัย16ทุบสถิติ ซิวเหรียญ-แชมป์200ม.
ทัพนักกีฬาทีมชาติไทยทำได้อีก วันเดียวเก็บเพิ่ม 8 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน 12 เหรียญทองแดง แซงขึ้นรั้งอันดับ 2 ตารางเหรียญรวมแล้ว โดย “บิว” ภูริพล บุญสอน ลมกรดวัย 16 ปี 4 เดือนทุบสถิติซีเกมส์รอบ 23 ปีด้วยเวลา 20.37 วินาที คว้าเหรียญทองซีเกมส์ตั้งแต่ครั้งแรกที่ลงแข่งขัน ด้านฟุตบอลชายโอกาสเข้ารอบรองชนะเลิศสดใสด้วยการถล่มกัมพูชา 5-0 นัดสุดท้ายแค่เสมอลาวจะกอดคอมาเลเซียเข้าตัดเชือก สำหรับวันนี้มีชิงทั้งหมด 60 เหรียญทอง ทีมไทยเตรียมเฮตะกร้อทีมชุดทั้งชายแหละหญิง รวมถึงจักรยานดาวน์ฮิลล์ เปตองชายคู่-หญิงคู่
มหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่เวียดนาม วันที่ 14 พ.ค. มีชิงทั้งหมด 44 เหรียญทอง จากกรีฑา 11 เหรียญทอง ว่ายน้ำ 8 เหรียญทอง เรือกรรเชียง 8 เหรียญทอง เพาะกาย 4 เหรียญทอง ยูยิตสู 3 เหรียญทอง วูซู 3 เหรียญทอง บาสเกตบอล 3X3 ชิง 2 เหรียญทอง อีสปอร์ต 2 เหรียญทอง ฟันดาบ 2 เหรียญทอง และยิมนาสติก 1 เหรียญทอง
ไฮไลต์ทัพนักกีฬาไทย ได้ลุ้นจากกรีฑา ที่มี ดิงห์ สเตเดียม กรุงฮานอย ซึ่งจะประเดิมชิงเหรียญวันแรก ชิง 11 เหรียญทอง เริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 น. โดยที่ต้องจับตามองคือวิ่ง 200 ม.ชาย ทีมชาติไทยที่มี “บิว” ภูริพล บุญสอน เด็กหนุ่มจากสมุทรปราการ วัยเพียง 16 ปี 4 เดือนที่ลงแข่งในซีเกมส์เป็นครั้งแรก และชยุตม์ คงประสิทธิ์ โดยเฉพาะ “บิว” ภูริพล ดาวรุ่งพุ่งแรง ที่สร้างความฮือฮา สร้างสถิติใหม่ประเทศไทยในกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 47 ที่จังหวัดศรีสะเกษ ที่เวลา 20.58 วินาที
โดยในช่วงเช้ารอบคัดรอบคัดเลือก แต่ทัพกรีฑาไทยสร้างเซอร์ไพรส์จาก “บิว” ภูริพล บุญสอน ลมกรดหนุ่มดาวรุ่งทำเวลา 20.41 วินาที ทำลายสถิติซีเกมส์เดิมของรุ่นพี่อย่าง เหรียญชัย สีหะวงษ์ ซึ่งเคยทำไว้ด้วยเวลา 20.69 วินาที ที่บรูไน ปี 2542 หรือเมื่อ 23 ปีที่แล้ว
จากนั้น ในรอบชิงชนะเลิศซึ่ง “บิว” ภูริพล ยังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมแม้ว่าจะไม่ต้องเร่งความเร็วมากนัก แต่ยังเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกคว้าเหรียญทองแรกให้ทัพกรีฑาทีมชาติได้สำเร็จ ด้วยเวลา 20.37 วินาที ทำลายสถิติซีเกมส์ 2 ครั้งติดต่อกัน นอกจากนี้ไทยยังได้อีก 1 เหรียญทองแดงจากผลงานของ ชยุตม์ คงประสิทธิ์ 20.77 วินาที ซึ่งโดนแซงก่อนเข้าเส้นชัยเพียงไม่ถึงวินาที ส่วนเหรียญเงิน เหงิน หงอก เหงียะ จากเวียดนาม สถิติ 20.74 วินาที

สถิติใหม่ – ‘บิว’ ภูริพล บุญสอน ลมกรดดาวรุ่งวัย 16 ปี พุ่งเข้าเส้นชัยวิ่ง 200 เมตร รอบชิงชนะเลิศด้วยเวลา 20.37 วินาที คว้าทองพร้อมทุบสถิติที่ทำไว้ในรอบคัดเลือกและสถิติเดิมเมื่อ 23 ปีด้วย ในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่ฮานอย เมื่อวันที่ 14 พ.ค.
หลังจบการแข่งขัน ภูริพล เผยว่า ดีใจมากๆ ที่วันนี้สามารถคว้าเหรียญทองได้สำเร็จ ก่อนมาไม่คิดว่าจะทำได้เนื่องจากมีอาการตึงกล้ามเนื้อเล็กน้อยและเป็นการแข่งขันซีเกมส์ครั้งแรกของตัวเองด้วย ทำให้มีความกังวลอยู่บ้าง
“ก่อนเข้าร่วมการแข่งขันซีเกมส์ ถือว่าซ้อมมาหนักมากๆ และหนักขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งต้องขอบคุณโค้ช อาจารย์ทุกคนที่เป็นส่วนสำคัญทำให้ประสบความสำเร็จในวันนี้ ซีเกมส์ ครั้งนี้ยังเหลือโปรแกรมลงสนามอีก 2 รายการ คือ 100 เมตร และผลัด 4 คูณ 100 เมตร เป้าหมายคือการคว้าเหรียญทองให้ได้เช่นเดียวกัน หลังจากนี้เป้าหมายคือการทำลายสถิติของตัวเองไปเรื่อยๆ แต่จะไม่กดดันตัวเองมากนักก็หวังว่าจะทำได้” บิว ภูริพลกล่าว
ขว้างค้อนซึ่งเดิมทีเจ้าภาพจะไม่จัดแข่งขัน แต่เนื่องจากสมาพันธ์กรีฑาเอเชีย กดดันว่าหากไม่จัดแข่งขันจะไม่ยอมรับสถิติกรีฑา ทุกชนิดในซีเกมส์ครั้งนี้ ดังนั้นเวียดนามจึงชิง 2 เหรียญทองในประเภทชายและหญิง โดยประเภทชาย ไทยส่ง กิตติพงศ์ บุญมาวัน ผลปรากฏว่าขว้างค้อนหนุ่มไทยทำสถิติสูงสุด 64.54 เมตร คว้าเหรียญเงินมาครองได้สำเร็จ ส่วนเหรียญทอง แจ๊กกี หว่อง (มาเลเซีย) สถิติ 66.49 เมตร และเหรียญทองแดง ซาดัต มาร์ซูกี อาจิซาน (มาเลเซีย) สถิติ 58.86 เมตร
ขว้างค้อนหญิง ทีมชาติไทย ส่งนักกีฬา เข้าร่วม 2 คนคือ มิ่งกมล คุ้มผล กับ ปานวาศ กินสร้าง ซึ่งสองสาวไทยกวาดมาได้ 1 เหรียญเงิน กับ 1 เหรียญทองแดง โดยเหรียญเงินได้จาก มิ่งกมล คุ้มผล สถิติ 50.28 เมตร และ ปานวาศ กินสร้าง คว้าเหรียญทองแดง สถิติ 49.64 เมตร ส่วนเหรียญทอง เกรซ หว่อง (มาเลเซีย) สถิติ 57.13 เมตร
สำหรับผลการแข่งขันล่าสุดของทีมชาติไทย เขย่งก้าวกระโดดหญิง ปริญญา เฉื่อยมะเรือง จากไทย คว้าเหรียญทองไปครองได้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน หลังกระโดดได้ 13.66 เมตร เหรียญเงินเป็นของ ง็อก ฮา วู ธิ จากเวียดนาม 13.52 เมตร และเหรียญทองแดง มาเรีย ลอนดา นาตาเลีย จากอินโดนีเซีย 13.45 เมตร
สำหรับปริญญาวัย 24 ปี ได้เหรียญทองในซีเกมส์เมื่อปี 2019 ที่ฟิลิปปินส์ และเคยได้เหรียญทองแดงเมื่อปี 2017 ที่มาเลเซีย รวมถึงยังเคยได้เหรียญเงินเอเชียนเกมส์เมื่อปี 2018
เพาะกาย ที่สนามฮานอย สปอร์ต เทรนนิ่ง แอนด์ คอมเพติชั่น เซ็นเตอร์ กรุงฮานอย เมื่อวันที่ 14 พ.ค. เป็นการแข่งขันวันที่สอง ชิง 4 ทอง จากประเภทเพาะกายชาย รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 70 กิโลกรัม, รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 75 กิโลกรัม, รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 80 กิโลกรัม, รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 85 กิโลกรัม โดยทัพเบ่งกล้ามไทยลงแข่งครบทั้ง 4 รุ่น
รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 80 กิโลกรัม เอกพล สุขทอง แชมป์โลกปี 2019 ได้เหรียญทองไปครอง ส่วนเหรียญเงิน มิน ซอ อู (เมียนมา) ทองแดง ไซนัล อารีฟ บิน ไซนัล อาริฟิน (มาเลเซีย)
รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 85 กิโลกรัม “อาร์ม” อภิชัย วันดี ดีกรีแชมป์โลก 4 สมัย คว้าเหรียญทองตามโผ เหรียญเงิน ขิ่น มิก คยอว์ (เมียนมา) ทองแดง มูฮัมหมัด อูแซร์ บิน มัต นัวร์ (มาเลเซีย)
รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 75 กิโลกรัม วิชัย สิงห์ทอง แชมป์โลกปี 2015 ได้ทองแดง โดยมี ดี ทรวน ทราน ฮอง (เวียดนาม) ได้เหรียญทอง ขณะที่เหรียญเงิน ซามูรัล อัล อาดัม พูลูตัน อับดุลลาห์ (มาเลเซีย)
รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 70 กิโลกรัม เดชณรงค์ ประเทศ แชมป์โลกปี 2019 ได้ที่ 5 ส่วนเหรียญทอง ยี ตุน เนียง (เมียนมา) เหรียญเงิน บูดา อานัก อันชะ (มาเลเซีย) เหรียญทองแดง ภูสวรรค์ สิทสมภู (ลาว) ที่ 4 ก๊วก วอง ทราน เบ๋า (เวียดนาม)
บาสเกตบอล 3 x 3 ที่ธันห์ ตรี ดิสตริกต์ ยิมเนเซียม กรุงฮานอย เป็นการแข่งขันรอบจัดอันดับในช่วงบ่าย ต่อด้วยรอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศในช่วงเย็น โดยการแข่งขันวันนี้ทีมชาติไทยทั้งทีมชาย และทีมหญิงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ในรอบจัดอันดับ คว้าตั๋วเข้ามาเล่นในรอบ 4 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ และต้องพบกับฟิลิปปินส์ ทั้งสองประเภท
ทีมชายไทยที่มี 3 นักกีฬาลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ทั้ง แอนโทนิโอ ไพรซ์ สุนทรโชติ หรือ ทรา โฮลเดอร์, โมเซส มอร์แกน และเฟรดดี ลิช รวมไปถึง “เจ้าโอม” ชนาธิป จักรวาฬ ทำผลงานยอดเยี่ยม เอาชนะฟิลิปปินส์ แชมป์เก่า 21-17 เข้ารอบชิงชนะเลิศพบเวียดนาม ซึ่งต้องเล่นท่ามกลางเสียงเชียร์กดดัน โดยเกมนี้สู้กันสูสี หมดเวลาเสมอกัน 17-17 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไป และสุดท้ายไทยเฉือนเวียดนาม 19-17 คะแนน คว้าเหรียญทองไปครองได้สำเร็จ
ขณะที่ทีมหญิงไทย ประกอบไปด้วย วารุณี กิจรักษา, รุจิวรรณ บุญสินพร้อม, อัมพวา ท้วนอ้น และกนกวรรณ ประจวบสุข เอาชนะฟิลิปปินส์แชมป์เก่าในรอบรองชนะเลิศ 21-14 เข้าไปดวลกับทีมหญิงเจ้าภาพ ก่อนจะเอาชนะหวุดหวิด 21-19 คะแนน คว้าเหรียญทองไปครอง และเป็นการคว้าเหรียญทองซีเกมส์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของทีมบาสเกตบอล 3 x 3 ทั้งชายและหญิงของทีมชาติไทยตั้งแต่เริ่มจัดการแข่งขันมา 2 ครั้ง
วิ่งผลัดผสม 4 x 400 เมตร ทีมไต้ฝุ่นไทยที่ประกอบด้วย ศิริพล พันธุ์แพ, ศุภานิช พูลเกิด, จอชชัว โรเบิร์ต แอทคินสัน และเบนนี่ โนนทะนำ ผงาดแซงช่วงท้ายก่อนเข้าเส้นชัยเป็นทีมแรกด้วยเวลา 3.19.29 นาที คว้าเหรียญทองเพิ่มให้กับทัพกรีฑาไทย ส่วนเหรียญเงินเป็นของเวียดนาม เวลา 3.19.37 นาที และเหรียญทองแดง ฟิลิปปินส์ 3.31.53 นาที
ยูยิตสู รุ่นน้ำหนัก 62 ก.ก.ชาย ซึ่งในรุ่นนี้แข่งขัน 5 คนแบบพบกันหมด 4 ครั้ง เพราะมีนักกีฬาของสิงคโปร์ติดโควิด-19 โดย “ฟร้อน” สุวิจักขณ์ ขุนทอง เข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ และดวลกับนักกีฬาฟิลิปปินส์ เจ้าของเหรียญทองครั้งก่อนปี 2019 ปรากฏว่าสุวิจักขณ์ชนะไปหลังเสมอกันในเวลา 6 นาที 2-2 และเด็กไทยเอาชนะไปในกติกาแอตเวนเทจ คว้าเหรียญทองไปครอง
นอกจากนี้ ทีมยูยิตสูไทยยังคว้าอีก 1 เงินจากอรภา เสนาธรรม ในรุ่น 62 ก.ก.หญิง รอบชิงชนะเลิศแพ้นักกีฬาจากฟิลิปปินส์ไป 2 แต้ม ส่วนความหวังสูงสุดของไทย กัญจุฑา ภัทรบุญซ่อน รุ่น 48 ก.ก.หญิง ที่เพิ่งหายป่วยจากการติดเชื้อโควิด-19 พลาดท่าแพ้นักกีฬาเจ้าภาพ เวียดนาม ในรอบรองชนะเลิศ ทำให้ได้เหรียญทองแดงปลอบใจ
ส่วนฟุตบอลชาย ที่เธียน ตรวง สเตเดี้ยม เมืองนัม ดินห์ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ลงสนามนัดที่สอง กลุ่มบี พบกัมพูชา โดยสถานการณ์ก่อนเกมไทยลงสนามไปแล้ว 2 นัด แพ้มาเลเซีย 1-2 ชนะสิงคโปร์ 5-0 รั้งอันดับ 3 ส่วนกัมพูชา ชนะลาว 4-1 และแพ้สิงคโปร์ 0-1 รั้งอันดับ 4
เริ่มเกมทั้งสองทีมเปิดหน้าสู้กันอย่างสนุก โดยกัมพูชาใช้การโต้กลับเร็วด้วยการจ่ายบอลทะลุช่องเกือบจะได้จบสกอร์หลายครั้ง แต่ว่านาทีที่ 4 ทีมชาติไทยได้ฟรีคิกนอกกรอบ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ เปิดผ่านหน้าปากประตูไปเสาสองบอลชนเสากระดอนมาเข้าทางชนภัช บัวพันธ์ ตามซ้ำตุงตาข่ายให้ไทยขึ้นนำ 1-0
หลังจากนั้นกัมพูชาพยายามเร่งเกมหวังตีเสมอให้ได้และมีจังหวะยิงแบบได้ลุ้นเพียงแต่ยังไม่เฉียบคมมากพอ กระทั่งนาที 31 ทีมชาติไทยได้โอกาสจากการที่วีระเทพ ป้อมพันธุ์ จ่ายทะลุช่องให้กรวิชญ์ ทะสา หลุดเข้าไปยิงตุงตาข่ายให้ทัพช้างศึกหนีห่าง 2-0
เกมกัมพูชาเริ่มเร่งไม่ขึ้นหลังจากที่โดนนำห่าง 2-0 และเกมเดินมาถึงนาที 41 วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ พาบอลตะลุยเข้ากรอบเขตโทษแล้วจ่ายย้อนกลับมาให้วีระเทพ ป้อมพันธุ์ ได้ยิงเต็มข้อ ผู้รักษาประตูกัมพูชาป้องกันได้ในจังหวะแรก แต่บอลกระดอนเข้าทางวรชิตตามซ้ำพาทีมชาติไทยทิ้ง 3-0 ในครึ่งเวลาแรก
ครึ่งหลังทีมชาติไทยที่ได้เปรียบจากการทำประตูทิ้งห่างเป็นฝ่ายครองบอลได้มากกว่าอย่างชัดเจนและมีจังหวะยิงแบบได้ลุ้นประตูหลายครั้ง เพียงแต่เปลี่ยนโอกาสเป็นประตูทิ้งห่างไม่ได้ กระทั่งนาที 71 พาตริก กุสตาฟส์สัน กองหน้าตัวสำรองได้หลุดเข้าไปยิงตุงตาข่ายส่งทีมชาติไทยหนีไปไกล 4-0
นาที 88 พาตริก กุสตาฟส์สัน ยิงประตูที่ 2 ของตัวเองให้ไทยถล่มกัมพูชา 5-0 เก็บเพิ่มเป็น 6 คะแนนจาก 3 นัด ขึ้นไปรั้งรองจ่าฝูง โดยนัดสุดท้ายแค่เสมอกับลาว วันที่ 16 พ.ค. จะเข้ารอบตัดเชือกทันที
สรุปเหรียญประจำวันที่ 14 พ.ค. ทีมนักกีฬาไทยทำได้เพิ่มอีก 8 เหรียญทอง จากกรีฑา 200 เมตรชาย, วิ่งผลัดผสม 400 x 400 เมตร, เขย่งก้าวกระโดดหญิง, เพาะกาย 2 เหรียญทอง, ยูยิตสู และบาสเกตบอล 3 x 3 ชาย-หญิง รวมเป็น 14 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน 12 เหรียญทองแดงแล้ว และก้าวขึ้นเป็นอันดับที่ 2 รองจากเจ้าภาพ เวียดนาม
ส่วนโปรแกรมชิงเหรียญวันที่ 15 พ.ค. ทวีความเข้มข้นขึ้นตามลำดับ มีชิงทั้งหมด 60 เหรียญทอง จากว่ายน้ำ กรีฑา วูซู กีฬาละ 8 เหรียญทอง ลีลาศ 6 เหรียญทอง ยิมนาสติก 5 เหรียญทอง เพาะกาย หมากรุกสากล-จีน ยูยิตสู กีฬาละ 3 เหรียญทอง และบิลเลียด จักรยาน ฟันดาบ กอล์ฟ เซปักตะกร้อ เทเบิลเทนนิส เทนนิส เปตอง กีฬาละ 2 เหรียญทอง
ทัพนักกีฬาไทยได้ลุ้นหลายชนิดกีฬา ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ตะกร้อทีมชุดชายและหญิงที่แข่งขันในระบบพบกันหมด ทีมที่มีคะแนนดีที่สุดได้เหรียญทองไปครอง โดยที่ทีมหวดลูกพลาสติกไทยรอกวาดทั้ง 2 เหรียญทอง ทีมชายไทยส่งท้ายนัดที่ 3 พบกัมพูชา เวลา 09.00 น. ส่วนทีมหญิงไทยเล่นนัดที่ 3 เช่นกัน เจอกับมาเลเซีย เวลา 13.00 น.
ส่วนจักรยานชิง 2 เหรียญทอง จากประเภทดาวน์ฮิล ชายและหญิง นักปั่นไทยมีโอกาสทั้งฝ่ายชาย เมธาสิทธิ์ บุญเสน่ห์, ชินพัฒน์ สุขจรรยา และฝ่ายหญิง จ่าอากาศโทหญิง วิภาวี ดีคาบาเลส, ศิรภัสสร ชาติกำเนิด ขณะที่กรีฑาชิง 8 เหรียญทอง
ด้านเปตองมีลุ้นเช่นกันจากชายคู่และหญิงคู่ โดยชายคู่ไทยส่งเอกรินทร์ แก้วลา กับ รัชตะ คำดี และหญิงคู่มีพรทิพย์ บุญเพชร กับ รสสุคนธ์ ทองถนอม ลงสู้ เริ่มเวลา 09.00 น. ส่วนฟุตบอลหญิง รอบแรก ทีมไทย พบ สปป.ลาว เวลา 19.00 น.
แฟนกีฬาติดตามชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ผ่านทางช่อง T Sports 7 PPTV HD ช่อง 3 HD และ TrueID ได้ตลอดวัน เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป