รวมตัวร้องทนายช่วย เร่งรวมหลักฐานเอาผิด
31 คู่รักโดนออร์แกไนซ์ตุ๋น เทงานแต่ง ต้องจ้างเจ้าอื่นทำแทน-เลื่อนแต่งไร้กำหนด ผู้เสียหายรวมตัวร้องทนายรัชพลช่วยดำเนินคดี เผยเห็นโพสต์โชว์ผลงานเฟซบุ๊ก หลงเชื่อว่าจ้าง ให้โอนเงินไปก่อนร่วมแสน หลังได้เงินก็ติดต่อไม่ได้อีก ด้านทนายแนะแจ้งความออนไลน์ในเพจ Thai Police Online ไว้เป็นคดีก่อนในเบื้องต้น และจะประสานตร.ไซเบอร์ดำเนินคดีอีกครั้ง
เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่สำนักงานทนายรัชพล ศิริสาคร ถนนประชาราษฎร์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี น.ส.ปานปรียา ศรีจันทร์ หรือเฟิร์น อายุ 26 ปี ชาวจังหวัดนนทบุรี, น.ส.สุพรรณี ศรีบุรินทร์ อายุ 29 ปี หรือผิง ชาวจังหวัดเลย และน.ส.สาริศา พวงแก้ว อายุ 28 ปี หรือจ๋อม ชาว จ.ลพบุรี ซึ่งตกเป็นผู้เสียหายจากการตกลงว่าจ้าง น.ส.พัชรินทร์ หรือ ยุ้ย ออร์แกไนเซอร์ซึ่งรับจัดงานแต่งงานแบบวงจร โดยโอนเงินค่าจัดงานแต่งงานไปให้แล้ว ปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อ น.ส.พัชรินทร์ คนรับจัดงานได้อีก ทำให้ผู้เสียหายต้องว่าจ้างออร์แกไนซ์รายอื่นมาจัดงานให้แทน ต้องเสียเงินค่าจัดงานแต่งงานถึง 2 รอบ
กลุ่มผู้เสียหายระบุด้วยว่า ออร์แกไนซ์รายนี้หลอกเงินจากว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวไปหลายคู่แล้ว ทำให้กลุ่มผู้เสียหายรวมตัวเพื่อตรวจสอบความเสียหาย พบว่ามีคู่บ่าวสาวกว่า 30 คู่ ที่ถูกออร์แกไนซ์รายนี้หลอกเงินไป จึงได้รวบรวมหลักฐานพร้อมข้อมูลเป็นตัวแทนกลุ่มเดินทางเข้าร้องเรียนและปรึกษาทนายรัชพล เพื่อหาทางดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เนื่องจากการตรวจสอบในเฟซบุ๊กตามกลุ่มรับจัดงานแต่งงานตามกลุ่มต่างๆ ยังพบว่าออร์แกไนซ์รายนี้ยังคงแอบอ้างนำภาพการจัดงานแต่งงานของคนอื่นๆ มาลงประกาศรับจัดงานอยู่

ถูกเทงานแต่ง – กลุ่มคู่รักถูกสาวอ้างเป็นออร์แกไนซ์จัดงานแต่งงาน หลอกให้โอนเงินค่าจัดงานแล้วทิ้งงานไม่สามารถติดต่อได้ รวมตัวร้องทนายรัชพล ศิริสาคร ช่วยเหลือดำเนินคดี เมื่อวันที่ 15 พ.ค.
น.ส.ปานปรียากล่าวว่า ตนและแฟนเตรียมจัดงานแต่งงานในวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา ช่วงเดือน ก.พ. จึงได้ค้นหาดูว่ามีออร์แกไนซ์รายไหนที่รับจัดงานแต่งงานในกลุ่มเฟซบุ๊ก ก็พบหญิงสาวที่ชื่อยุ้ย เป็นออร์แกไนซ์รับงานอยู่ โดยมีทั้งโปรไฟล์และรีวิวเกี่ยวกับการจัดงานในหลายๆ กลุ่มในเฟซบุ๊ก จึงได้ติดต่อสอบถามไปเกี่ยวกับรายละเอียดและโปรโมชั่น การจัดงาน จนหลงเชื่อโอนเงินค่าจ้างทั้งหมดเป็นเงิน 51,400 บาท ระหว่างนั้นยังติดต่อสอบถามเรื่องรายละเอียดการจัดงานอยู่ตลอดเวลา ทำให้เชื่อมั่นและไม่สงสัยอะไร กระทั่งเริ่มเห็นผู้เสียหายหลายรายมาโพสต์ประจานในกลุ่มเฟซบุ๊กว่า ออร์แกไนซ์รายนี้ไปโกงค่าจัดงานแต่งงานมาแล้วหลายราย พฤติกรรมคือเรียกเงินค่าจัดจ้างแล้วให้ผู้เสียหายโอนเงินมาให้ก่อนทั้งหมด โดยอ้างว่าต้องไปซื้อของมาจัดงาน จึงรู้สึกไม่สบายใจพยายามโทร.ติดต่อไปสอบถามกับเขาในเรื่องนี้ แต่ปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อเขาได้อีกเลย จึงรู้ตัวว่าตนก็ถูกหลอกตกเป็นผู้เสียหายไปแล้วเช่นกัน แต่ด้วยความจำเป็นเพราะออกการ์ดเชิญแขกไปหมดแล้ว ตนกับแฟนจึงต้องหาออร์แกไนซ์รายใหม่มาจัดงานแต่งงานต่อไป หมดเงินไปอีกประมาณ 80,000 กว่าบาท
“จากพฤติกรรมของเขาเท่าที่ได้พูดคุยกับผู้เสียหายรายอื่นๆ จึงรู้ว่าเขาหากินด้วยวิธีการแบบนี้ บนความเดือดร้อนของคู่บ่าวสาวที่กำลังจะมีความสุขเดินหน้าสร้างครอบครัว แต่ถูกคนแบบนี้ฉวยโอกาสหลอกลวงแบบไม่น่าให้อภัย ตนจึงต้องการเอาเรื่องให้ถึงที่สุด จึงได้นัดหมายผู้เสียหายรายอื่นๆ มาปรึกษากับทนายรัชพลเพื่อเอาผิดกับออร์แกไนซ์ รายนี้ต่อไป” น.ส.ปานปรียากล่าว
ด้านน.ส.สุพรรณีกล่าวว่า เจอออร์แกไนซ์รายนี้ในกลุ่มเฟซบุ๊กเช่นกัน มีรีวิวไว้ดี มีภาพการจัดงานแต่งงานหลายๆ งาน ดูน่าเชื่อถือจึงตัดสินใจทักไปหาและขอรายละเอียดในการจัดงานจนในที่สุดก็ตกลงให้เขารับงานนี้ไป ต่อมาออร์แกไนซ์รายนี้ก็ขอให้วางเงินมัดจำ รวมทั้งค่าจองตัวพิธีกร ค่าวงดนตรีและค่าชุดตรวจเอทีเค สำหรับคนที่มาร่วมงาน ด้วยความที่ไม่ได้เอะใจเพราะเห็นแต่รีวิวในด้านดีเท่านั้น จึงโอนเงินค่าจัดงานแต่งงานประมาณ 7 หมื่นกว่าบาท พอใกล้ถึงกำหนดงานแต่งงานในวันที่ 15 พ.ค. ก็ติดต่อกับออร์แกไนซ์รายนี้ไม่ได้อีกเลย เมื่อรู้ว่าถูกหลอกแล้ว ทำให้ตนกับแฟนต้องเลื่อนการจัดงานออกไปโดยไม่มีกำหนดเพราะออร์แกไนซ์รายนี้ จึงอยากฝากเตือนคนที่จะจัดงานแต่งงาน แค่ดูรีวิวดูภาพในเฟซบุ๊กเพียงอย่างเดียวคงไม่พอแล้ว เพราะไม่รู้ไปเอาภาพเอารูปของใครมาแอบอ้างเป็นผลงานตัวเองหรือไม่ คงต้องตรวจสอบมากกว่านี้ ถ้าจะให้ดีต้องรู้จักตัวตนรู้จักบ้านหรือที่ทำงานเพิ่มก็จะดีกว่า
ทนายรัชพลกล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลหลักฐานพบว่าออร์แกไนซ์รายนี้กระทำความผิดเข้าข่ายนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จด้วยการไปนำภาพผลงานของคนอื่นมาแอบอ้างเป็นของตนเพื่อใช้ในการหลอกลวงให้ ผู้เสียหายหลงเชื่อ และเมื่อมีผู้เสียหายเป็นนับสิบๆ รายนี้แบบนี้ก็เข้าข่ายฉ้อโกงทรัพย์สินอีกด้วย ในเบื้องต้นตนได้แนะนำให้ผู้เสียหาย 31 ราย แจ้งความออนไลน์ในเพจ Thai Police Online ไว้เป็นคดีก่อนในเบื้องต้น หลังจากนี้ตนจะประสานงานกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บช.สอท. เพื่อนำหลักฐานพร้อมผู้เสียหายเดินทางเข้าพบต่อไปอีกครั้ง