เวทีตู่ถามตอบคนโหรงเหรง

เวทีเสวนา ‘บิ๊กตู่’ ถามมา-ตอบไป คนฟังโหรงเหรง รำลึก 8 ปีรัฐประหาร อ้างคสช.เข้ามาเพราะประชาชนไม่มีความสุข บ้านเมืองไม่สงบ เปิดโพย 29 หน้าแจงยิบผลงาน ยันไม่เคยท้อทำงานเพื่อประเทศ ‘ไพบูลย์’ คาดกฎหมายลูกเลือกตั้ง ประกาศใช้ปลายก.ย.-ต้นต.ค. ‘ชวน’ นัด 31 พ.ค.-2 มิ.ย. พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบปี 66 ‘ชินวรณ์’ มั่นใจเสียงรัฐบาลโหวตผ่านฉลุย เพื่อไทยใช้ธีม ‘เจาะ จับ เจอ’ ชำแหละ ‘รัฐบาลหมดสภาพ’ กทม.เผยใช้เจ้าหน้าที่ 1.67 แสนคน หนุนเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ตั้งเป้าคนกรุงใช้สิทธิ 70% ปชป.จี้กกต.จับตา โค้งท้ายหลังได้กลิ่นซื้อเสียง

เวทีกร่อย – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นประธานประชุมเสวนา‘ถามมา-ตอบไป เพื่อประเทศไทยที่ดีกว่าเดิม’ ผู้เข้าร่วมรับฟังโหรงเหรง เก้าอี้ว่างเกือบครึ่ง ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน เขตปทุมวัน กทม. เมื่อวันที่ 19 พ.ค.

เวที‘บิ๊กตู่’ถามมาตอบไปเหงา
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 พ.ค. ที่ห้างสรรพสินค้าสยาม พารากอน ถ.พระรามที่ 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมเสวนา “ถามมา-ตอบไป เพื่อประเทศไทยที่ดีกว่าเดิม” จัดโดยรัฐบาล โดยมีสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ (สศช.) สมาคมนิสิตเก่าวิศวกรรม ศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมาคมนิสิตเก่าคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมาคมนิสิตเก่าเศรษฐศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เป็นเจ้าภาพจัดงานร่วมกัน ใช้งบประมาณ 30 ล้านบาท

แม้โฆษกรัฐบาลและสศช.มีการประชาสัมพันธ์การจัดงานล่วงหน้า แต่เก้าอี้ ผู้เข้าร่วมงานว่างเกือบครึ่ง เจ้าหน้าที่ต้อง ขอให้สื่อมวลชนและฝ่ายเจ้าหน้าที่มานั่งแทน แต่ยังดูโหรงเหรง จนมีบางคนระบุว่าประชาชนไม่ให้ความสนใจที่จะฟังการถามตอบของ พล.อ.ประยุทธ์ ขณะที่ประชาชนส่วนหนึ่งเข้าร่วมรับฟังการประชุมเสวนาในรูปแบบออนไลน์ ผ่าน http://gowatch.live/BetterThailand2022/ ที่มีการประชาสัมพันธ์ไว้ล่วงหน้าเช่นกัน ซึ่งการจัดงานมีขึ้นระหว่างวันที่ 19-20 พ.ค.

ย้อนอดีตรปห.-ตีปี๊บผลงาน 8 ปี
พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวถึงเหตุผลรัฐประหาร (รปห.) ที่มีคสช.เข้ามาบริหารประเทศ เพราะบ้านเมืองไม่สงบ ประชาชนไม่มีความสุข กระทั่งหลังเลือกตั้งปี 2562 ได้กลับมาสานต่อการบริหารดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พร้อมชี้แจงผลงานต่างๆ ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าแม้มีสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐแต่เศรษฐกิจไทยก็เติบโตได้ดีในระดับหนึ่ง

ต่อมาเกิดวิกฤตโควิด-19 ตั้งแต่ปี 2563 เป็นมหาวิกฤตครั้งที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ไทยถูกประเมินว่าจะได้รับผลกระทบมากในระดับต้นๆ ของโลก เพราะพึ่งพาการท่องเที่ยวกว่าร้อยละ 20 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) แต่ผลสัมฤทธิ์จากความร่วมมือร่วมใจของคนไทย ทุกภาคส่วน ทำให้องค์กรต่างประเทศหลายแห่งรวมถึงองค์การอนามัยโลกยอมรับและชื่นชมไทยที่รับมือกับโควิดได้ดีที่สุด เป็น ลำดับต้นๆ ของโลก ต่อมาเผชิญวิกฤตซ้อนจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน แต่รัฐบาลได้ดูแลประชาชน ลดภาระค่าครองชีพด้วยมาตรการต่างๆ

เรื่องสำคัญอีกเรื่องคือ ตนประกาศให้ ปี 2565 เป็นปีแห่งการแก้ไขหนี้ครัวเรือน ครอบคลุมลูกหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) แม้จะเจอวิกฤตซ้อนวิกฤต รวมถึงเกิดความแตกแยกทางความคิดมากมายแค่ไหนก็ตาม รัฐบาลยังเดินหน้าพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ช่วยกัน รัฐบาลเข้าใจในความขุ่นเคือง ไม่พอใจของประชาชนกับวิกฤตที่ยืดเยื้อติดต่อกันกว่า 2 ปี และมีวิกฤตซ้อนวิกฤต รัฐบาลปรารถนาเป็นอย่างยิ่งที่จะนำความสุขกลับมาสู่พี่น้องชาวไทยโดยเร็ว แต่วิกฤตเหล่านี้เป็นวิกฤตโลก เราไม่ได้ก่อหรือจะทำให้จบด้วยตัวเราเองได้

ลั่นไม่เคยท้อทำเพื่ออนาคตไทย
“สิ่งที่รัฐบาลสามารถให้ความมั่นใจได้ คือ ประเทศไทยในวันนี้ยังมีเสถียรภาพทางการเงินและการคลังที่ดี พร้อมรับมือกับวิกฤตที่ยืดเยื้อได้ มีความพร้อมจะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคตได้ และมีอุตสาหกรรมรองรับคนรุ่นใหม่ในด้านต่างๆ รวมทั้งมีโครงสร้างพื้นฐานที่จะเชื่อมต่อกับประเทศในอาเซียนทุกด้าน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในการเสวนา ครั้งนี้จะมีคำตอบในสิ่งเหล่านี้ จากรัฐมนตรีและผู้บริหารกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ขอให้ประชาชนเชื่อมั่น บางครั้งในยามวิกฤต ไม่ว่ารัฐบาลนี้หรือรัฐบาลหน้าอาจทำงานไม่ทันใจก็ขอให้เข้าใจ เห็นความจริงใจ ทุกคนมุ่งมั่นแก้ปัญหา ตั้งใจทำงาน ขอเพียงให้อดทน ร่วมมือ ร่วมใจกัน ไม่ใช่เวลาแห่งความขัดแย้ง หรือบ่อนทำลายชาติบ้านเมือง เราต้องการความร่วมมือความมุ่งมั่นและความเข้าใจเผื่อแผ่แบ่งปันซึ่งกันและกัน รัฐบาล ไม่ได้นิ่งนอนใจและไม่เคยท้อแท้ พยายาม จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เพื่ออนาคตของประเทศไทยต่อไปนานเท่านานเพื่อลูกหลาน

ทั้งนี้ การปาฐกถาของพล.อ.ประยุทธ์ เป็นการสรุปผลการดำเนินงานของรัฐบาล ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคตตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้รวม 29 หน้า เปรียบเหมือนการ แถลงผลงานรัฐบาล

จากนั้นเป็นการเสวนาหัวข้อ “เศรษฐกิจไทยยุคใหม่ ประเทศไทยก้าวต่อไปอย่างไร” โดยรัฐมนตรี ผู้บริหารหน่วยงานต่างๆ และผู้บริหารภาคเอกชนร่วมเสวนา

ส่วนการเสวนาวันที่ 20 พ.ค. มีหัวข้อเสวนา ได้แก่ “กฎหมายทันสมัย ระบบราชการทันโลก แก้คอร์รัปชั่นทันที” “สิ่งแวดล้อมยั่งยืน” “ดูแลทุกวัย ให้โอกาส ทุกชีวิต” “ลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับสวัสดิการ” “ประเทศไทยยั่งยืน มุมมองความหวังคนไทย” และผู้ร่วมการเสวนาแต่ละหัวข้อเป็นระดับรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง

ตรวจความพร้อมเจ้าภาพเอเปก
เวลา 11.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ไปตรวจติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) โดยมีผู้บริหารโครงการกล่าวรายงานความคืบหน้า ซึ่งปัจจุบันโครงการก่อสร้างมีความคืบหน้าประมาณ 88% คาดว่าจะแล้วเสร็จ 100% ภายในเดือนส.ค. และมีกำหนดส่งมอบงาน ช่วงระหว่างเดือนก.ค.-ส.ค.2565

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ และคณะ ตรวจเยี่ยมสวนป่าเบญจกิติ เพื่อติดตามความก้าวหน้าการปรับใช้พื้นที่อย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งนอกจากจะเป็นพื้นที่สำหรับออกกำลังกายพักผ่อนของทุกคนแล้ว ยังเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก (APEC 2022) และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ตลอดปี 2565 ของไทยอีกด้วย

‘ไพบูลย์’คาดกม.ลูกใช้สิ้นก.ย.
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ปฏิเสธตอบคำถาม กรณีพรรคพลังประชารัฐสนับสนุนใช้สูตร คำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ใช้ 100 หาร ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ….รัฐสภา ลงมติเห็นด้วย ไปแล้ว โดยเดินผ่านวงสัมภาษณ์ของผู้สื่อข่าว ขึ้นรถ ออกนอกทำเนียบทันที

นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ให้สัมภาษณ์ถึงขั้นตอนการดำเนินการร่างพ.ร.ป. หรือกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองว่า หลังกมธ.มีมติรับรองการแปรญัตติเรียบร้อยจะนำเสนอต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา คาดคงบรรจุเข้าวาระ 9 มิ.ย. การพิจารณากฎหมายลูก 2 ฉบับ ในวาระ 2 เชื่อว่าจะเป็นไปตามกมธ.เสนอและทุกอย่างคงจบวาระ 3 ในวันที่ 10 มิ.ย. เมื่อเสร็จแล้วก็ส่งให้เฉพาะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ได้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ โดยกกต.จะพิจารณาไม่เกิน 15 วัน และส่งกลับมา ถ้าไม่มีประเด็นใดๆ ส่งศาลรัฐธรรมนูญก็จะส่งนายกฯ

จากนั้นประมาณ 20 วัน นายกฯ จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ และอีกไม่เกิน 90 วัน ประมาณปลาย ก.ย.หรือต้น ต.ค.กฎหมายคงมีการประกาศใช้ เชื่อว่าในวาระ 2 และ 3 เสียงข้างมากในรัฐสภาจะเห็นชอบกับที่กมธ.แก้ไข ส่วนกระแสโหวตคว่ำร่างกฎหมายลูกไม่มีความเป็นไปได้เลย

เชื่อสูตรหาร 100 ไม่พลิก
ผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะพลิกกลับในชั้นรัฐสภาไปใช้สูตรหาร 500 หรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า ไม่มี เชื่อว่าเสียงข้างมากจะเห็นด้วย กมธ.ไม่ได้แก้ไข แต่คงตามร่างที่ กกต.เป็นผู้ยกร่างส่งให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ดังนั้น เมื่อกมธ.เสียงข้างมาก 32 ต่อ 11 เสียงมีมติให้คงตาม ร่างเดิม เชื่อว่าที่ประชุมรัฐสภาจะคงตามร่างเดิม ไม่มีการแก้ไข อีกทั้งการลงมติกมธ. ฝั่งส.ว.มี 14 คน เสียงไม่ได้เป็นเอกภาพ

“การใช้ 100 หาร ไม่ใช่เรื่องของพรรคใดได้เปรียบหรือเสียเปรียบ เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เพราะ กกต. องค์กรที่ดูแลโดยตรงยังยืนยันว่าหารด้วย 100 ตอนลงมติในชั้นกมธ. มี กกต. 2 คน และตัวแทนคณะกรรมการกฤษฎีกา 1 คน ก็ลงมติเห็นด้วยกับหารด้วย 100 ทั้งหมดชัดอยู่แล้ว ส่วนผู้ที่มีความเห็นเป็นอื่นก็เป็นเรื่องธรรมดา ไปพูดคุยกันในรัฐสภา” นายไพบูลย์กล่าว

เมื่อถามว่า ดูจากสัญญาณแล้ว กฎหมายลูกจะราบรื่น ก่อนที่รัฐบาลจะมีอุบัติเหตุทางการเมืองใช่หรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า รัฐบาลไม่มีอุบัติเหตุทางการเมือง อยู่ครบวาระแน่ และกฎหมายลูกก็ไม่มีปัญหาใดๆ ส่วนตัวคิดว่าถ้าลงมติหาร 100 แล้วคงไม่ได้ไปศาลรัฐธรรมนูญ เพราะชัดเจนอยู่แล้วว่า ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ จึงไม่มีประเด็นที่จะไป ศาลรัฐธรรมนูญ

‘ชวน’นัดวิป 2 ฝ่ายหารือถกงบ
นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า สำนัก งบประมาณได้จัดส่งเอกสารของร่างพ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ให้สภา แล้ว เมื่อวันที่ 18 พ.ค. และสภาได้แจ้งให้ส.ส.เข้ารับเอกสารดังกล่าวได้ตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค. เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป เพื่อให้ส.ส. นำไปศึกษารายละเอียดเพื่อเตรียมตัวอภิปรายวาระแรก ซึ่งนายชวน หลีกภัย ประธานสภา กำหนดให้พิจารณาวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย.

ขณะที่การเตรียมความพร้อมและการกำหนดระยะเวลาให้แต่ละฝ่ายอภิปรายนั้น นายชวนนัดคณะกรรมการประสานงาน (วิป) 2 ฝ่าย คือรัฐบาลและฝ่ายค้าน มาหารือ ร่วมกันวันที่ 26 พ.ค.นี้

‘ชินวรณ์’มั่นใจผ่านสภาฉลุย
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส. นครศรี ธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) รองประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ประกาศระดมเสียงคว่ำร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2566 ว่า ขณะนี้รัฐบาลยังมีเสียงมากกว่าฝ่ายค้าน โดยรัฐบาลมีเสียง 264 แต่ฝ่ายค้านหากไม่นับรวมพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) น่าจะอยู่ที่ประมาณ 220 กว่าเสียง สถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้เข้าใจว่าทุกฝ่ายยังไม่อยากให้มีการยุบสภา เพราะกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ยังไม่ผ่านเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งจะทำให้การเมืองมีปัญหามากขึ้น เชื่อว่าด้วยเหตุผลข้างต้นจะทำให้ร่างพ.ร.บ.งบประมาณผ่านสภา

ผู้สื่อข่าวถามว่ากลุ่ม 16 และพรรคเศรษฐกิจไทยยังมีท่าทีไม่ชัดเจนว่าจะอยู่ฝ่ายรัฐบาล นายชินวรณ์ กล่าวว่า กลุ่มอื่นไม่ทราบ แต่กลุ่ม 16 ทิพย์ น่าจะไม่มีปัญหาอะไร เพราะไม่แน่ใจว่าจะมีตัวตนจริงๆ หรือไม่ แต่เข้าใจว่าทุกพรรคยังต้องการให้มีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ซึ่งเป็นไปตามหลักของการบริหารแผ่นดิน ฉะนั้น การจะไม่รับหลักการในชั้นรับหลักการคงต้องมีเหตุผลเป็นพิเศษ และพรรคการเมืองอาจจะถูกลงโทษจากประชาชนว่าเล่นการเมืองมากเกินไป

ต่อข้อถามว่า ทางรัฐบาลได้เตรียมรับมือหรือไม่ นายชินวรณ์กล่าวว่า ขณะที่รัฐบาลได้เตรียมการใน 4 สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นร่างพ.ร.บ.งบประมาณ, ร่างพ.ร.ป. เกี่ยวกับการเลือกตั้ง, การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ตลอดจนหลังวันที่ 24 ส.ค. ที่อาจจะมีการยื่นเรื่องวาระ 8 ปีของนายกฯ ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องที่ต้องเป็นไปตามกลไกของรัฐธรรมนูญ แต่เรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ครม.ไม่ได้มีความกังวล ตนว่าคนที่กังวลมีแค่ฝ่ายค้านมากกว่าว่าในขณะนี้มีข้อมูลใหม่ที่จะอภิปรายมากพอกว่าครั้งที่ผ่านมาหรือไม่

พท.ใช้ธีม‘เจาะ จับ เจอ’ชำแหละ
ด้านนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค เพื่อไทยให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 66 ว่า ช่วงที่ผ่านมา ได้นำกรอบและแนวทางการอภิปรายไปชี้แจงต่อที่ประชุม ส.ส.ของพรรคเมื่อ 17 พ.ค. และให้ ส.ส.ที่ประสงค์จะอภิปรายแสดงความจำนงแจ้งชื่อมา พร้อมระบุว่าจะไปอยู่กรอบไหน อย่างไร ซึ่งคณะกรรมการเตรียมการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบฯ ได้ศึกษาและกำหนดกรอบออกมา 5 กรอบ 1.ฝีมือและผลงานของรัฐบาล ความผิดพลาด บกพร่องทั้งหลาย เราใช้ธีมว่า “รัฐบาลหมดสภาพ”โดยจะพูดถึงสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจที่ผิดพลาดเป็นภาพรวม 2.ทางตันงบประมาณปี 2566 เช่น การจัดงบขาดดุล การจัดงบชนเพดาน รายได้ และการจัดเก็บ 3.เจาะงบสิ้นหวัง เช่น การจัดสรรงบที่ไม่ตรงไปตามเป้าหมาย ไม่ตอบโจทย์ต่างๆ 4.จับงบทุจริต และ 5.เจองบประมาณฉบับเพื่อไทย ซึ่งเรา ใช้ธีม “เจาะ จับ เจอ”

เมื่อถามว่ามีงบกระทรวงไหนที่จับตาเป็นพิเศษ นพ.ชลน่านกล่าวว่า จะอยู่ในกลุ่มเจาะจับ เพราะเมื่อเจาะลงไปแล้วจะพบว่างบแต่ละกระทรวงเป็นอย่างไร จัดงบเหมาะสมหรือไม่ มีการทุจริตหรือไม่ อย่างไร จะเป็นการ เจาะรายกระทรวงลงไป

กกต.ยื้อ 1 เดือนอุทธรณ์จ่าย 70 ล.
รายงานข่าวจากกกต. เปิดเผยว่า จากกรณีที่ศาลจังหวัดฮอด จ.เชียงใหม่ ได้มีคำพิพากษา ให้สำนักงานกกต. ชำระเงินจำนวน 64.1 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน 70 ล้านบาท ให้นายสุรพล เกียรติไชยากร อดีต ส.ส. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เนื่องจากแพ้คดี ใบส้ม (เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง) และกกต.ได้มีมติตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณากำหนดประเด็นอุทธรณ์คำพิพากษา ก่อนเสนออัยการอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลจังหวัดฮอด ซึ่งครบกรอบเวลาการยื่นอุทธรณ์ในวันที่ 20 พ.ค. แต่ทางกกต. ได้ยื่นขอขยายระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์ออกไปอีก 1 เดือน เนื่องจากอยู่ระหว่างการรวบรวมประเด็นเพื่อยื่นอุทธรณ์ ซึ่งกรอบเวลาที่ยื่นขอขยายใหม่จะครบกำหนดวันที่ 20 มิ.ย.2565

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากกรณีที่นายสุรพล ยื่นฟ้องกกต. และเจ้าหน้าที่ รวม 14 คน เพื่อเรียกค่าเสียหายและเยียวยาฐานทำให้เสียชื่อเสียง ภายหลังศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องคดีบูชาเทียน เพื่อทำบุญวันเกิด จำนวน 2,000 บาท ไม่ใช่เป็นการซื้อเสียง หรือทุจริตการเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อปี 2562

21 พ.ค.เลือกซ่อมเขต 3 ราชบุรี
สำหรับการเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 3 ราชบุรี แทนน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ในวันเสาร์ที่ 21 พ.ค. ตั้งแต่ 08.00-17.00 น.

มีผู้สมัคร 3 ราย คือ หมายเลข 1 นาง ณัฐทนันต์ นิธิภณยางสง่า พรรคเสรีรวมไทย เป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.ราชบุรี เขต 3 ได้คะแนนอันดับที่ 4 ในครั้งที่แล้ว

หมายเลข 2 นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ หรือ ส.จ.เส็ง พรรคประชาธิปัตย์ เป็นอดีตสมาชิกสภา อบจ.ราชบุรี และอดีตผู้สมัคร ส.ส.ราชบุรี เขต 3 โดยได้คะแนนมาเป็นอันดับที่ 2 ในครั้งที่แล้ว และถือเป็นตัวเต็งในการชิงตำแหน่งครั้งนี้

หมายเลข 3 นายภิญโญศิลป์ สังวาลวงศ์ หรือ อาจารย์โญ พรรคเสมอภาค เป็นอดีต รอง นายก อบต.บางโตนด

โดยพื้นที่เขต 3 ราชบุรี มีประชาชนผู้มีสิทธิ์ แบ่งเป็น 2 อำเภอ คือ อ.โพธาราม 87,230 คน และอ.จอมบึง 51,032 คน รวม ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 138,262 คน

กทม.พร้อมเลือกตั้งผู้ว่าฯ
ส่วนการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(ส.ก.) และนายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา(สม.) ในวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ค. เจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อม 100% แล้ว

ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง นางสุธาทิพย์ สนเอี่ยม รองปลัดกทม. พร้อม คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ ท้องถิ่นกทม. (กกต.ทถ.กทม.) ตรวจเยี่ยมการซ้อมการประมวลผลลงคะแนน และทดสอบระบบรายงานผลคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.

นางสุธาทิพย์กล่าวว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และส.ก. วันที่ 22 พ.ค.นี้ เวลา 08.00-17.00 น. กทม. ในฐานะผู้สนับสนุนการดำเนินการการเลือกตั้ง ตามที่ กกต.ทถ.กทม. มอบหมาย ได้เตรียมความพร้อมแล้วในทุกด้าน เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยเรียบร้อย สุจริตโปร่งใส และเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดทุกขั้นตอน

จนท.พรึ่บ1.7แสน-ตั้งเป้าใช้สิทธิ์70%
นางสุธาทิพย์กล่าวว่า สำหรับแนวทางการนับคะแนน และการรายงานผลคะแนน จะเป็นการนับคะแนนพร้อมกันทั้งในส่วนของ ผู้สมัครผู้ว่าฯ และส.ก.ที่หน่วยเลือกตั้ง เมื่อแล้วเสร็จให้นำหีบบัตรเลือกตั้งและวัสดุอุปกรณ์ พร้อมทั้งแบบรายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้งมาส่งที่สำนักงานเขต โดย เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลแต่ละเขตจะมีการบันทึกข้อมูลผลคะแนนของแต่ละหน่วย เลือกตั้งผ่านระบบประมวลผลคะแนน ซึ่งจะถูกส่งไปยังศูนย์ประมวลผลใหญ่ เพื่อรวบรวมและประมวลผลในภาพรวมของ 50 สำนักงานเขตที่ห้องบางกอก อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร(ดินแดง) โดย กทม.ได้จัดเตรียมระบบประมวลผลคะแนนเลือกตั้งไว้แล้ว พร้อมติดตั้งจอรายงานผลคะแนนให้ประชาชนและสื่อมวลชนได้ติดตามบริเวณลานช้าง และโถงชั้น 1 อาคารไอราวัตพัฒนา

ส่วนด้านบุคลากรเพื่อสนับสนุนการจัดการเลือกตั้ง รวมทั้งสิ้น 167,298 คน ประกอบด้วย กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง 61,353 คน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 13,634 คน อาสาสมัครสาธารณสุข 13,634 คน เจ้าหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย 405 คน ข้าราชการและบุคลากรของกทม. 78,272 คน ส่วนหน่วยเลือกตั้ง รวมทั้งสิ้น 6,817 หน่วย แบ่งเป็นหน่วยเลือกตั้งที่ตั้งอยู่ ในอาคาร 2,956 หน่วย และเป็นเต็นท์ 3,861 หน่วย

ด้านนายสมชัย สุรกาญจน์กุล ประธานกกต.ทถ.กทม. กล่าวว่า ในส่วนของผู้มีสิทธิ์ที่ติดโควิด-19 สามารถมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้โดยจะเตรียมพื้นที่และคูหาไว้ให้เป็นการเฉพาะ เมื่อถึงเวลาหย่อนบัตรจะมีกรรมการประจำหน่วยยกหีบบัตรไปให้หย่อน ทั้งนี้ ตั้งเป้าจะมีผู้มาใช้สิทธิ์ 70% และคาดว่าจะทราบผลราวเที่ยงคืนของวันที่ 22 พ.ค.

บช.น.เผยยังไร้ความผิดรุนแรง
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น. ในฐานะโฆษกบช.น. เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ว่า ได้ระดมกำลังตำรวจจากหลายหน่วยงาน ทั้ง บช.น. ตำรวจภูธรภาค 1 และภาค 7 ตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจตระเวนชายแดน ไว้ 16,817 นาย ดูแลหน่วยเลือกตั้ง รวม 6,817 จุด ทั่วกรุงเทพฯ โดยมีจำนวนผู้มีใช้สิทธิ์กว่า 4 ล้านคน ตั้งแต่วันที่ 9-15 พ.ค.ที่ผ่านมา ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีการทำลายป้ายหาเสียง 6 คดี ทราบตัวผู้ต้องหาที่สน.หนองค้างพลู 1 คดี ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง แค่ไม่ให้ปิดบังหน้าร้านเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีอีก 10 คดี แจ้งความไว้เป็นหลักฐานรวม 16 คดี เกี่ยวกับการทำลายป้ายหาเสียง ส่วนข้อมูลด้านการข่าวในภาพรวมไม่มีเหตุความรุนแรง ด้านความผิดรุนแรงส่งผลกระทบความเลือกตั้งยังไม่มีเกิดขึ้น

บช.น.ได้ประชาสัมพันธ์ให้ห้ามจำหน่ายจ่ายแจกหรือจัดเลี้ยงสุรา ตามกฎหมายตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค. เวลา 18.00 น. ถึงวันที่ 22 พ.ค. เวลา 18.00 น. รวมถึงการหาเสียงที่ห้ามตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค.เวลา18.00 น. ถึงวันที่ 22 พ.ค. เวลา 17.00 น. นอกจากนี้ขอให้ไม่ให้มีการ กระทำผิดในการฉีกบัตรเลือกตั้ง

ปชป.จี้กกต.จับตาโค้งท้าย
พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รอง ผอ.ศูนย์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้เตรียมความพร้อมในการติดตามผลการ เลือกตั้งวันที่ 22 พ.ค. โดยจัดให้มีอาสาสมัครไปประจำตามหน่วยเลือกตั้งต่างๆ และตั้ง วอร์รูมในวันนับคะแนน เพื่อติดตามการ นับคะแนนอย่างใกล้ชิดและเฝ้าติดตามสถานการณ์ต่างๆ ตามหน่วยเลือกตั้ง

ตั้งแต่วันที่เกิดฝนตกใน กทม. เป็นต้นมา ตนได้รับทราบข้อมูลจากในหมู่ผู้สมัคร และมีการพูดคุยกันหนาหูขึ้นเรื่อยๆ ว่า ขณะนี้มีการเก็บบัตรประชาชน มีการพูดถึงการซื้อเสียงในชุมชน และตามพื้นที่ต่างๆ แล้ว จึงอยากให้ผู้ที่กำกับการเลือกตั้ง หรือ กกต.จับตาเป็นพิเศษในช่วงโค้งสุดท้าย 2-3 วันนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งขอให้สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่อยู่ในแต่ละเขต หากได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อเสียงขอให้รายงานได้ที่ผู้สมัคร ส.ก. แต่ละเขต เพื่อประสานมายังศูนย์เลือกตั้ง และส่งเรื่องไปยัง กกต. ให้ดำเนินการต่อไป

‘ดร.เอ้’เชื่อคนกรุงให้โอกาส
วันเดียวกัน นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 4 พร้อมด้วย น.ส.สุชาดา เวสารัชตระกูล ผู้สมัคร ส.ก. เขตบางเขน หมายเลข 6 ลงพื้นที่เดินตลาดยิ่งเจริญ เชิญชวนให้พี่น้องประชาชนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ในวันที่ 22 พ.ค.

นายสุชัชวีร์ให้สัมภาษณ์ถึงความเชื่อมั่นต่อกระแสของพรรคประชาธิปัตย์ที่จะนำพาให้ได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม.ว่า ตนเชื่อมั่นในพี่น้องประชาชน เพราะทั้งตน และ ส.ก. ทั้ง 50 เขต มีความชัดเจนตั้งแต่วันแรกในการประกาศวิสัยทัศน์ร่วมกัน ทำงานร่วมกัน เพื่อเปลี่ยนกรุงเทพฯ #เราทำได้ เมื่อยิ่งเดิน และได้เห็นสายตาของพี่น้องประชาชนที่เขาเห็นความตั้งใจของเรา ก็มีความมั่นใจว่าตนและทีม ส.ก. จะได้ทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนในครั้งนี้

ส่วนเวทีปราศรัยใหญ่นัดสุดท้ายวันที่ 20 พ.ค.จะมีไม้เด็ดอะไรบ้างนั้น นายสุชัชวีร์กล่าวว่า ได้งัดมาทุกไม้แล้ว แต่ไม้สำคัญคือ 1.ตัวเองที่มาพร้อมกับความพร้อมจริงๆ กรุงเทพฯ ต้องบริหารตามหลักวิชาการ เอาใครที่ไม่รู้ ไม่เข้าใจมามั่วก็ไม่ได้ 2.ตนทำมาแล้วทุกอย่าง ไม่ว่าจะงานวิศวกรรม งานการศึกษา งานสาธารณสุข งานเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงองค์กร

3.มาพร้อมกับวิสัยทัศน์ชัดเจน เปลี่ยนกรุงเทพฯ เป็นเมืองสวัสดิการให้ทุกคนได้ประคองตัวขึ้นมาอยู่ได้อย่างแข็งแรง ตนมั่นใจว่ายิ่งเดินก็ยิ่งรักคนกรุงเทพฯ ว่าคนไทยมีศักยภาพ เหลือแต่การมีผู้นำที่ผลักดันศักยภาพนี้ และ4.ปัญหากรุงเทพฯ หนักหนาสาหัส จำเป็นต้องใช้คนหนุ่มที่มีความรู้ มีพลัง และผู้ว่าฯ คนเดียวทำงานไม่ได้ แต่ต้องมาพร้อมกับ ส.ก. 50 คน 50 เขต ที่มีพลังมีความมุ่งมั่น มีจุดเริ่มต้นเดียวกัน

‘อัศวิน’ห่วงฝนถล่ม
ด้านพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม.หมายเลข 6 ได้แสดงความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชนชาว กทม. เนื่องจาก มีประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศ จากกรมอุตุนิยมวิทยา ว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 20-23 พ.ค. ซึ่ง กทม.จะได้รับผลกระทบด้วย

พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า ดูประกาศเตือนจากกรมอุตุฯ ว่าฝนจะตกหนักอีก จึงมีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนป็นอย่างมาก อยากเข้าไปแก้ปัญหาด้วยตัวเอง แต่ขณะนี้สถานะเป็นเพียงผู้สมัครผู้ว่าฯ จึงไม่สามารถลงไปแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้ ถึงแม้ว่าจุดเสี่ยงน้ำท่วมที่แก้ไขไปแล้วตอนนี้มีทั้งหมด 15 จุด ซึ่งแทบไม่มีปัญหาน้ำท่วมจากฝนที่ถล่มเมื่อวันที่ 17 พ.ค.แต่เหลืออีก 9 จุดที่ต้องเฝ้าระวัง และยังคงเป็นปัญหาอยู่ ถ้าได้กลับมาเป็น ผู้ว่าฯ อีก จะผลักดันจุดทำที่เหลือให้ได้ ปัญหาความเดือดร้อนเรื่องน้ำท่วมเวลาฝนตกลงมาปริมาณมากๆ ของพี่น้องประชาชนจะได้ลดลง

‘อภิชัย’ยันทีมส.ก.พปชร.ไม่แตก
นายอภิชัย เตชะอุบล ผู้อำนวยศูนย์การเลือกตั้ง ส.ก. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงทีมผู้สมัครส.ก.ของพรรคบางส่วน ไปสนับสนุนนายสกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.เป็นการส่งสัญญาณว่าทีมส.ก.ของพรรคแตกว่า ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง ทุกคนยังสวมเสื้อพลังกรุงเทพ พลังประชารัฐ ส่วนจะถูกเชิญไปขึ้นเวทีสนับสนุนใคร จะไปหรือไม่ไป ถือเป็นสิทธิของเขา เพราะพรรคพลังประชารัฐคัดเลือกผู้สมัครส.ก. ที่มีศักยภาพ เป็นคนเก่ง คนดี ใครๆ ก็อยากได้ไปสนับสนุน

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐสั่งการให้เชียร์ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. คนหนึ่งคนใด ก็ไม่เป็นความจริง และไม่เคยมาสั่งการเรื่องนี้ และจะเป็นไปได้อย่างไร เพราะผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ก็ส่งผู้สมัคร ส.ก.ของเขาลงสนามเช่นกัน อย่างไรก็ตามแม้เราจะไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ขอให้ชาว กทม. เชื่อมั่นและเทคะแนนให้เราเข้าไป ตรวจสอบ พัฒนากทม.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน