บอกปัดข้อเสนอบิ๊กป้อมนัดคุย20สส.พรรคเล็กชี้บิ๊กน้อยอ่อนการเมือง‘สุชาติ’ล็อบบี้วุ่นกลุ่ม16โหวตผ่านงบ66-หนุนตู่
‘ธรรมนัส’ มีโลกใบใหม่ ยันไม่ย้ายกลับพรรค พปชร. ประกาศจุดยืน ถกงบ-ซักฟอกยึดประโยชน์ประชาชน เหน็บ ‘บิ๊กน้อย’อ่อนการเมือง เผยเลือกกก.บห.ชุดใหม่ 7 มิ.ย. พร้อมขยับขึ้นนั่งหัวหน้าพรรค นัดคุย 20 ส.ส. พรรคเล็ก รัฐบาลส่ง ‘เสี่ยเฮ้ง’ ล็อบบี้กลุ่ม 16 โหวตหนุนร่างพ.ร.บ.งบฯ ปี 66 ยกมือ ‘บิ๊กตู่’ ผ่านศึกซักฟอก ‘บิ๊กป้อม’ ชิ่งสื่อ หนีตอบปมร้อนพรรคเศรษฐกิจไทย ‘ปลัดแต’ เฮ ศาลยกคำร้องคดีใบเหลือง ได้กลับทำหน้าที่นายกอบจ.สมุทรสาคร ‘บิ๊กตู่’ ถึงญี่ปุ่น เตรียมร่วมประชุมนิกเคอิ ฟอรั่ม
‘บิ๊กตู่’ลั่นนายกฯรับผิดชอบทุกเรื่อง
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 25 พ.ค. ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการเปิดงาน การสัมมนาวิชาการระดับชาติ เรื่อง ความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 15 “ทศวรรษใหม่ วิถีใหม่ ขับขี่ปลอดภัยต้องมาก่อน” และกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “บทบาทผู้นำประเทศ”
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องการขับขี่ปลอดภัยอยากให้หน่วยงานภาครัฐและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เยาวชน คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วม อะไรที่ไม่ควรทำก็อย่าทำ ต้องหาวิธีการร่วมมือกันให้ได้ ไม่ใช่มัวแต่ติคนนั้นคนนี้ไปเรื่อย ถ้ามัวแต่ติ ก็ทำไม่ได้แน่นอน เพราะถือเป็นความรับผิดชอบของทุกคน นายกฯ รับผิดชอบทุกเรื่อง เพราะเป็นหน้าที่ ไปหาวิธีการทำให้ได้ ค่อยๆ เดิน เพราะบางอย่างเดินช้า บางอย่างก็เดินเร็ว อันไหนช้าก็เร่งเดินให้เร็วขึ้นหน่อย ปัญหา แม้เล็กน้อย ตำรวจที่อยู่ในคณะทำงานต้องพูดให้หมด ข้อมูลอยู่ที่ไหนบ้าง ไม่ใช่เรื่องการแก้ตัว ต้องแถลงหรือพูดต่อที่ประชุมให้รู้เรื่องว่าต้องแก้ที่ไหนอย่างไร ถนนเส้นทางต้องทำอย่างไร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับถนน ต้องทำอย่างไร แต่วันนี้หลายอย่างความแออัดทางถนนก็มี
“รถติดก็ดีอยู่อย่าง ถนนที่ติด รถมันติด อุบัติเหตุก็น้อย ไม่ตาย อย่างน้อยก็ไม่ตาย เพราะรถวิ่งเร็วไม่ได้ไง แต่บางพื้นที่ถนนบ้านเรา ไปดูได้เลย ไปเทียบถนนบ้านอื่นขับสบาย โล่งแจ้ง ความเร็วไม่เบรกกันสักคน ฉะนั้นทุกอย่างอยู่ที่จิตสำนึก” พล.อ.ประยุทธ์พูดจบก็ใช้มือทุบที่อกข้างซ้าย 3 ครั้ง
บินไปประชุมที่ญี่ปุ่น
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีกำหนดการเดินทางเยือนกรุงโตเกียว ประเทศ ญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 25-27 พ.ค.เพื่อร่วมประชุม International Conference on the Future of Asia (Nikkei Forum) ครั้งที่ 27 ภายใต้หัวข้อหลัก ได้แก่ Redefining Asia’s role in a divided world (การทบทวนบทบาทของเอเชียในโลกที่แบ่งฝ่าย) ตามคำเชิญของบริษัท Nikkei ซึ่งเป็นสื่อรายใหญ่และมีอิทธิพลในกลุ่มนักธุรกิจญี่ปุ่น และเป็นครั้งแรกที่นายกฯ เข้าร่วมประชุมด้วยตัวเอง โดยมีกำหนด เดินทางจากประเทศไทยวันที่ 25 พ.ค.เวลา 22.00 น. ถึงกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เวลา 06.30 น. วันที่ 26 พ.ค. ซึ่งเวลาท้องถิ่นของญี่ปุ่นเร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมง
การประชุมครั้งนี้ ได้เชิญผู้นำรัฐบาล ผู้บริหารระดับสูง และนักวิชาการชั้นนำ ของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ร่วมเพื่อหารือและแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์เกี่ยวกับ ทิศทางและพัฒนาการทางเศรษฐกิจในภูมิภาคตามหัวข้อของการประชุม และมีผู้แทนระดับสูงของประเทศต่างๆ ที่ตอบรับเดินทางเยือนญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมการประชุม ได้แก่ นายกฯ สิงคโปร์ รองนายกรัฐมนตรีเวียดนาม และนายมหาธีร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกฯ มาเลเซีย ขณะที่ประธานาธิบดีศรีลังกา นายกฯ กัมพูชา นายกฯ สปป.ลาว นายกฯ บังกลาเทศ และรมว.ต่างประเทศอินเดีย ตอบรับเข้าร่วมการประชุมในรูปแบบออนไลน์
นายกฯ เยือนญี่ปุ่นในรอบ 3 ปี หลังจากเข้าร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 22-23 ต.ค.2562 และจะเป็นโอกาสพบหารือระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ และนายคิชิดะ ฟูมิโอะ นายกฯญี่ปุ่น ที่เคย เดินทางมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 1-2 พ.ค. ที่ผ่านมา
‘บิ๊กป้อม’ถกกก.บห.-กทม.แพ้ยับ
รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า หลังการประชุมพรรคเมื่อวันที่ 24 พ.ค. ซึ่งพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค ไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย แต่ได้เรียกกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) หัวหน้าภาค รวมถึงนายอภิชัย เตชะอุบล ผู้อำนวยการศูนย์เลือกตั้งส.ก.พรรคประชุมด่วนในช่วงเย็นวันดังกล่าว ที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด มี กก.บห. เข้าร่วม อาทิ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ประธานยุทธศาสตร์พรรค นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม รองหัวหน้าพรรค นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) รองหัวหน้าพรรค นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ผู้อำนวยการพรรค เพื่อประเมินสถานการณ์ในพรรคหลังเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) รวมถึงเตรียมการเรื่องนโยบายสำหรับหาเสียงเลือกตั้ง รวมทั้งปรับปรุงการทำงานภายในพรรค เช่น การสื่อสาร
ที่ประชุมได้วิเคราะห์ถึงผลการเลือกตั้งสนามกทม.ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงทำให้พรรคได้ส.ก.เพียง 2 ที่นั่งจากทั้งหมด 50 เขต โดยนายอภิชัยระบุว่ามาจากหลายปัจจัยประกอบกัน รวมถึงการทำงานรวมกันของทีมงาน และการที่พรรคไม่ได้ส่งชิงผู้ว่าฯ กทม. อาจทำให้การหาเสียงยากเล็กน้อย ส่วนบุคคล และพรรค ที่ได้คะแนนมาก ปัจจัยหนึ่งมีผลมาจากการใช้โซเชี่ยลมีเดีย เข้ามาช่วย ทำให้เข้าถึงประชาชน ได้มากขึ้น
ตั้งคณะทำงานโซเชี่ยล-ปลุกกระแส
ขณะที่ พล.อ.ประวิตรระบุว่าโซเชี่ยลมีเดีย มีส่วนอย่างมากในการทำงาน นอกจากเรื่องกระแสบุคคล จึงอยากให้ปรับการทำงานภายในพรรค ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้น ผ่านมาแล้วให้ผ่านไป เวลานี้ทุกคนต้องช่วยกันทำงาน
ด้านนายสุริยะสะท้อนถึงปัญหาภายในพรรค พร้อมเสนอว่าต้องจริงจังในการแก้ไข โดยหลักยึดการทำงานร่วมกัน พร้อมกับนำเรื่องโซเชี่ยลมีเดียมาใช้ในการสื่อสาร ให้เกิดประโยชน์กับพรรค นอกจากนั้นให้ผู้แทน นำนโยบายพรรค ลงไปสู่การปฏิบัติให้ประชาชน ได้เห็นเป็นรูปธรรม
โดยที่ประชุมเห็นสอดคล้องกัน พล.อ.ประวิตร จึงให้ตั้งคณะทำงานดูแลเรื่องโซเชี่ยลมีเดีย มีนายชัยวุฒิเป็นผู้รับผิดชอบ และตั้งคณะทำงานเรื่องนโยบายพรรคมาสรุป เพื่อเตรียมพร้อมการเลือกตั้งในช่วงเวลา 10-11 เดือนที่เหลือ โดยมีนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้
นอกจากนั้น ที่ประชุมยังพูดคุยความพร้อม ในการส่งผู้สมัครส.ส.ของพรรค โดยให้หัวหน้า ภาค ทั้ง 10 ภาค คัดกรองบุคคล ยึดหลักพิจารณาผู้สมัครคนเก่าก่อน และดูว่าบุคคลที่จะส่งลงสมัครต้องมีสิทธิ์ชนะ หากพื้นที่ใด มีตัวบุคคลมากกว่า 1 รายชื่อให้แต่ละภาค คัดกรอง ก่อนนำเสนอ ไม่เกิน 2 รายชื่อ เพื่อให้ กก.บห.พิจารณา ต่อไป
ชิ่งตอบปมร้อนพรรคเศรษฐกิจไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าวันที่ 25 พ.ค. พล.อ.ประวิตร ที่มีภารกิจเป็นประธานการประชุม คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล แต่ทีมงานของพล.อ.ประวิตร แจ้งเปลี่ยนสถานที่ ไปประชุมที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด แทน
การเปลี่ยนสถานที่ประชุมครั้งนี้ คาดว่าพล.อ.ประวิตร อาจไม่ต้องการตอบคำถามถึงกระแสข่าวเตรียมดึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) กลับมาอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ รวมถึงความขัดแย้งภายในพรรคเศรษฐกิจไทย เกี่ยวกับจุดยืนจะสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ ต่อไปหรือไม่ ซึ่งร.อ.ธรรมนัส ประกาศชัดเจน ว่าไม่สนับสนุน แต่พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เห็นว่าควรสนับสนุนไปก่อน กระทั่ง กก.บห. 15 คน ลาออก ขณะที่พล.อ.วิชญ์ ได้ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคเมื่อค่ำ วันที่ 24 พ.ค. ทำให้กก.บห.สิ้นสภาพ โดยอัตโนมัติ ตามข้อบังคับพรรค และต้องเลือกกก.บห.ใหม่ ช่วงต้นเดือนมิ.ย.นี้ โดยมีข่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส จะขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค คนใหม่
‘ธรรมนัส’ลั่นไม่กลับพปชร.
ที่รัฐสภา ร.อ.ธรรมนัส ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวพล.อ.ประวิตร จะเชิญให้กลับมาอยู่ พรรคพลังประชารัฐว่า “พรรคพลังประชารัฐมีโครงสร้างหมดแล้ว เราจะไปแทรกแซงอะไรเขา ถามว่าจะกลับไปจะไปทำอะไร หรือกลับไปจะไปทะเลาะกันเหมือนเดิม ผมมีโลกใบใหม่ของผมแล้ว ไม่กลับไปเด็ดขาด เพราะสมาชิกพรรคมองถึงการเลือกตั้งสนามการเมืองใหญ่ที่กำลังจะมาถึงว่าต้องดึงตนกลับมาดูแลการเลือกตั้ง ดูแลผู้สมัครของพรรค เหมือนเดิม”
ผู้สื่อข่าวถามว่ายังยืนเคียงข้าง พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า หากรัฐบาลทำสิ่ง ที่ถูกต้อง เราพร้อมสนับสนุนรัฐบาล แต่หากไม่ทำอะไรเลยปล่อยให้สถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างนี้ ที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ทุกหย่อมหญ้า เรามีความจำเป็นต้องประกาศจุดยืนของพรรค
ต่อข้อถามถึงกระแสข่าวที่จะไปร่วมกับฝ่ายค้านเพื่อล้มพล.อ.ประยุทธ์ ในการอภิปราย ไม่ไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้บอบช้ำมากพอแล้ว การที่จะทำ อะไรโดยที่ไม่มีเหตุไม่มีผล เอาแต่อารมณ์ ตัวเองไม่ได้เด็ดขาด อนาคตของประเทศชาติเป็นเรื่องสำคัญ หากฝ่ายค้านเห็นว่าไม่ถูกต้องและมีข้อมูลสนับสนุนข้อเท็จจริง เราจะคุยกัน แต่ไม่ใช่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลทุกเรื่อง ส่วนจุดยืน ในการโหวตร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ต้องดูว่าการจัดงบมีรายละเอียดอย่างไร เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนหรือไม่ ไม่ใช่ว่าล้มอย่างเดียว
เหน็บ‘บิ๊กน้อย‘อ่อนการเมือง
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีปัญหากับพล.อ.วิชญ์ หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตนพาพี่น้อง ทั้ง 18 ชีวิตออกมาจากพรรคพลังประชารัฐ และรับปากว่าจะดูแลพวกเขาในทุกเรื่อง โดยเฉพาะในเรื่องการกลับเข้าเป็นส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ทุกคนจึงได้ฝากความหวังและอนาคตทางการเมืองไว้กับตน กก.บห. ที่ผ่านมาคือชุดเฉพาะกิจ จากนี้เราจะทำให้พรรคมีจุดขายที่ชัดเจน และมีจุดยืนเพื่อพี่น้องประชาชน
ต่อข้อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการใช้ พล.อ.วิชญ์ เป็นหุ่นเชิดใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า พรรคเศรษฐกิจไทยตั้งต้นโดยตน แต่ตั้งพล.อ.วิญช์ เป็นหัวหน้าพรรค และตนเป็นเลขาธิการพรรค เพื่อติดต่อประสานงานกับพรรคเล็ก ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.วิชญ์ ไม่สบายใจเพราะไม่ได้รับความสำคัญภายในพรรค ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า “มีหลายเรื่อง ที่พล.อ.วิชญ์อาจไม่คุ้นเคยกับการเมือง เพราะชีวิตอยู่แต่ในกรม ในกอง ในสังคมการเมืองไม่สามารถใช้ระบบทหารมาปกครอง นักการเมืองได้ ตรงนี้เป็นเป็นสาระสำคัญมาก จึงทำให้ท่านไม่สบายใจ”
พร้อมนั่งหน.เศรษฐกิจไทย
ต่อข้อถามถึงการลาออกของกก.บห. พรรคเศรษฐกิจไทย 15 คน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า จุดยืนของพรรคชัดเจนว่าอยู่ข้างพี่น้อง ประชาชน ดังนั้นวาระสำคัญของสภา เราจะยึดหลักของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง รวมถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลด้วย ที่จะพิจารณา เป็นประเด็นและเป็นรายบุคคลไป ว่าบุคคล ที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเรื่องใด ส.ส.ของเราทั้ง 18 คนจะดูสาระสำคัญเป็นที่ตั้ง ถ้าเป็นประโยชน์กับประชาชนเราจะไม่คัดค้าน แต่หาก เป็นการทุจริตคอร์รัปชั่น และทำให้พี่น้องประชาชนเสียผลประโยชน์ เราจะไม่เห็นด้วยอย่างเด็ดขาด
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนอยู่ต่างประเทศ และเป็นเหตุการณ์ที่ตนไม่สามารถควบคุมได้ ส.ส.หลายคนไม่สบายใจจึงตัดสินใจลาออก และตนเคารพการตัดสินใจของทั้ง 15 คน โดยตนไม่ได้ลาออกด้วย และได้เรียก 18 ส.ส. มาประชุมแล้ว จากนั้นวันที่ 7 มิ.ย.จะประชุมเลือกหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค นายทะเบียน พรรค และเหรัญญิกพรรค เมื่อถามว่าพร้อมจะเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตนพร้อมทำทุกหน้าที่แต่ขึ้นอยู่ว่า กก.บห.จะเห็นสมควร
เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับพรรคเล็กหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตนได้คุยพรรคเล็ก โดยเฉพาะกลุ่มของนายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ที่ได้พูดคุยกันทุกวัน และมีการนัดหมายว่า จะหารือกันเรื่องนี้ใน 1-2 วันนี้
‘บุญสิงห์’โต้เกมไล่หัวหน้า
ด้านนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจไทย และอดีต นายทะเบียนพรรค ให้สัมภาษณ์ถึงความขัดแย้ง ภายในพรรคว่า มีปัญหาเรื่องความไม่เข้าใจกันภายในพรรคที่เป็นปัญหาค่อนข้างรุนแรง ระหว่างหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค เมื่อกก.บห. ทราบก็หารือร่วมกันว่าหากปล่อยให้ความขัดแย้งระหว่างผู้ใหญ่ของพรรค เนิ่นนาน จะทำให้พรรคเสียหายและบอบช้ำ จึงเป็นที่มาที่ กก.บห.15 คน จาก 22 คน ยื่นหนังสือลาออกเพื่อให้สถานะของ กก.บห.ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าและเลขาธิการพรรค สิ้นสภาพทั้งหมด และต้องจัดประชุมใหญ่ภายใน 45 วัน เลือกชุดใหม่
ผู้สื่อข่าวถามว่าอดีตกก.บห. 15 คนได้พูดคุย กับร.อ.ธรรมนัส ก่อนลาออกหรือไม่นายบุญสิงห์ กล่าวว่า ไม่ได้คุยทั้งหัวหน้าและเลขาธิการพรรค เป็นการตัดสินใจกันเองของทั้ง 15 คน เนื่องจากเรามีประสบการณ์เคยพบปัญหานี้ มาก่อนสมัยอยู่ พรรคพลังประชารัฐ
ต่อข้อถามว่าเหตุใดทั้ง 15 คน ไม่รอให้พล.อ.วิชญ์ และร.อ.ธรรมนัส พูดคุยกันก่อนลาออก เหมือนกับเป็นเกมปลด พล.อ.วิชญ์ พ้นจากหัวหน้าพรรค นายบุญสิงห์กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ได้เป็นเกม แต่เป็นกลไกของพรรค ที่ต้องรีบหยุดปัญหา ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมจึงนำปัญหาความขัดแย้งออกไปข้างนอก จนเกิดผลกระทบต่อพรรค
ย้ำยังอยู่พรรคร่วมรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีกระแสข่าวว่าความเห็นที่ไม่ตรงกันนี้คือการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ต่อไปหรือไม่ นายบุญสิงห์ กล่าวว่า พรรคเศรษฐกิจไทยได้แสดงท่าทีชัดเจนแล้วว่า ยังเป็นพรรคร่วมรัฐบาล พรรคมี ส.ส. 18 คน เป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่ไม่มีตำแหน่งรัฐมนตรี และยังสนับสนุนสิ่งที่เกิดประโยชน์กับประชาชน ขับเคลื่อนบ้านเมืองให้เดินไปข้างหน้าได้ เช่น กรณีการพิจารณาร่างพ.ร.บ. งบประมาณปี 2566 ถือเป็นเรื่องใหญ่และประชาชนได้ประโยชน์ หากรายการไหน ไม่เกิดประโยชน์และไม่คุ้มค่าก็ต้องไปพิจารณาตามขั้นตอนของคณะกรรมาธิการ (กมธ.)
ต่อข้อถามว่าใครเหมาะสมเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ นายบุญสิงห์กล่าวว่า ยังไม่ได้มอง พล.อ.วิชญ์ อาจตัดสินใจอยู่กับพรรค ต่อไปก็ได้ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการประชุมใหญ่ ของพรรค หัวหน้าพรรค อาจเป็นพล.อ.วิชญ์ หรือร.อ.ธรรมนัส ก็ได้ หรือเป็นคนอื่นก็ได้ มีโอกาสทั้งนั้น
เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะกลับเข้าพรรคพลังประชารัฐ นายบุญสิงห์กล่าวว่า ตนก็ทราบจากข่าว แต่หลังมาอยู่กับพรรคเศรษฐกิจไทยแล้ว เราตั้งใจและมุ่งหวังอยากทำพรรคให้เป็นสถาบันการเมือง และเป็นพรรค ที่เข้มแข็ง ขับเคลื่อนบ้านเมืองได้ ยืนยันว่า จะขับเคลื่อนพรรคเศรษฐกิจไทยต่อไป และไม่กลับไปพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันพรรคเศรษฐกิจไทยไม่แตก และวันนี้เรามีสมาชิกพรรค 2 หมื่นกว่าคน ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจะยิ่งสร้างพรรคให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น
พรรคเล็กดินเนอร์‘ธรรมนัส’-ส่อซบ
นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค หัวหน้าพรรค ไทรักธรรม เปิดเผยว่า วันที่ 26 พ.ค. หรือ 27 พ.ค. กลุ่มพรรคเล็กประมาณ 20 คน นัดรับประทานอาหารกับ ร.อ.ธรรมนัส เพื่อกำหนดทิศทางทางการเมือง หลัง ร.อ.ธรรมนัสเดินทาง กลับจากสิงคโปร์ เพื่อหารือทั้งสถานการณ์การเมือง การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ทิศทาง การเมืองของพรรคเล็กหลังจากนี้
“เป็นไปได้ที่พรรคเล็กอาจไปรวมพรรคอื่น จุดหลักอาจเป็นพรรคของ ร.อ.ธรรมนัส เพราะมีความสนิทสนมกัน ก่อนหน้านี้พรรคเล็ก ได้รับการทาบทามให้ไปอยู่กับ ร.อ.ธรรมนัสมานานแล้ว แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจ ถือเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละพรรค” นายพีระวิทย์กล่าว
ในส่วนของพรรคไทรักธรรมคงต้องพิจารณา หลายปัจจัย โดยเฉพาะสูตรการคำนวณส.ส. บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) แม้ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.หรือกฎหมายลูกเกี่ยวกับเลือกตั้ง ให้ใช้ 100 หาร แต่อาจพลิกไปใช้ 500 หารได้ หากเป็น 100 คนหารต้องปรับกลยุทธ์กันใหม่ ทราบดีว่าบรรดาบิ๊กๆ ชิงดี ชิงเด่นเรื่องหาร 100 หาร 500 เหมือนกัน สงครามยังไม่จบอะไรก็เกิดขึ้นได้
ส่วนการไปรับประทานอาหารกับพรรคเพื่อไทย (พท.) เมื่อ 23 พ.ค.ที่ผ่านมาได้หารือถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคเพื่อไทยให้ข้อมูลว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจมี 4 ประเด็น พรรคเล็กมีข้อมูลระดับหนึ่ง จึงต้องคุยกันว่าจะพิจารณาอย่างไรในการร่วมอภิปรายหรือไม่
รัฐบาลส่ง‘เสี่ยเฮ้ง’โร่ล็อบบี้
หลังจากมีข่าว ร.อ.ธรรมนัส นัดพรรคเล็กรับประทานอาหาร เพื่อหารือสถานการณ์ทางการเมืองนั้น ปรากฏว่าช่วงสายๆ วันที่ 25 พ.ค. นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ ที่มีหน้าที่ประสานงานกับพรรคเล็ก ได้นัดพูดคุยทำความเข้าใจกับส.ส.กลุ่ม 16 อาทิ นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะ หัวหน้ากลุ่ม 16 นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทรักธรรม นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชี รายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังไทยรักไทย นายปรีดา บุญเพลิง ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคครูไทยเพื่อประชาชน นายสุรทิน พิจารณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ นายดำรง พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย และนายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่
โดยพูดคุยทำความเข้าใจและขอความร่วมมือ กับกลุ่ม 16 ในการช่วยรักษาองค์ประชุมสภา การลงมติให้ความเห็นชอบในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2566 วาระ 1 ระหว่าง วันที่ 30 พ.ค.-2 มิ.ย.2565 และการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขอให้ช่วยสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เพราะเกรงว่า ส.ส.กลุ่ม 16 จะไปอยู่ร่วมกับร.อ.ธรรมนัส
กลุ่ม 16 รับฟังแต่ไม่รับปาก
นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ หัวหน้ากลุ่ม 16 เปิดเผยว่า นายสุชาติมาพูดคุยขอความร่วมมือจากกลุ่ม 16 จริง ขอให้ช่วยทั้งการเป็นองค์ประชุมสภา การโหวตสนับสนุนร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2566 การโหวตสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และขอให้อยู่ฝ่ายรัฐบาล เพราะเป็นการทำงานปีสุดท้ายอยากให้ ร่วมมือกันทำงาน
กลุ่ม 16 ได้เล่าถึงปัญหาวิธีคำนวณส.ส. บัญชีรายชื่อ หารด้วย 100 ที่ทำให้พรรคเล็กประสบปัญหา ซึ่งนายสุชาติก็รับฟัง การขอความร่วมมือของนายสุชาตินั้น กลุ่ม 16 ก็รับฟังไว้ แต่ไม่ได้รับปากเพราะต้องไปหารือกันในกลุ่มถึงทิศทางการทำงานและลงมติที่จะไปทางเดียวกันก่อน ยังตอบไม่ได้จะโหวตให้หรือไม่
ส่วนกระแสข่าวพรรคเล็กจะไปอยู่ร่วมกับพรรคเศรษฐกิจไทยของ ร.อ.ธรรมนัสนั้น ยังไม่มีความชัดเจน ขอรอดูวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อก่อน ขณะนี้ยังไม่แน่จะใช้การหารด้วย 100 ตามวิธีที่กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. เสนอมา สุดท้ายแล้วการลงมติวาระ 2-3 อาจพลิก เป็นหารด้วย 500 ได้ เพราะฝ่ายรัฐบาลเอง ก็กลัวจะเกิดปรากฏการณ์แลนด์สไลด์ หากใช้วิธีหารด้วย 100 เมื่อมีความชัดเจนแล้ว พรรคเล็ก จึงจะมีแนวทางชัดเจนออกมา
‘วิษณุ’คาดสูตรปาร์ตี้ลิสต์ถึงศาล
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีส.ส.และส.ว.เป็นห่วงเรื่องร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับเกี่ยวกับการเลือกตั้งว่า รัฐบาลไม่ได้เป็นห่วงเพราะร่างยังไม่เสร็จ และต้องไปโหวตในที่ประชุมร่วมของทั้ง 2 สภา วิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ระหว่างใช้สูตรหารด้วย 100 หรือ 500 ถือเป็นเรื่องใหญ่อีกเรื่องหนึ่ง เชื่อเถอะ เดี๋ยวต้องส่งไปถามคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดีไม่ดีอาจไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ไทม์ไลน์กฎหมายลูก 2 ฉบับจะแล้วเสร็จเมื่อใด นายวิษณุกล่าวว่า คาดว่ากมธ.จะนำเข้าสภาพิจารณา ในเดือนมิ.ย. จากนั้นเมื่อโหวตวาระ 3 แล้วส่ง กกต.พิจารณา 1 เดือน จากนั้นส่งกลับมาที่รัฐสภา ระหว่างนั้นหากใครสงสัยส่งศาลรัฐธรรมนูญได้ ถ้าไม่มีใครส่งก็นำขึ้นทูลเกล้าฯ โดยมีเวลา 90 วัน
เมื่อถามว่าหากช่วงนั้นมีอุบัติเหตุทางการเมืองจะส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า คงเป็นเช่นนั้น แต่ถ้าทูลเกล้าฯ ไปแล้วก็เบาไปเปลาะหนึ่ง แม้จะเกิดอะไรขึ้น เพราะกระบวนการก็เดินต่อไปเรื่อยๆ และกฎหมายจะมีผลบังคับใช้ต่อไป
แขวะกลับ‘โทนี่’โยนบาป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โทนี่ วู้ดซัม หรือ นายทักษิณ ชินวัตร ร่วมสนทนา ในรายการ CARE Talk ครั้งที่ 34 ตอน เปิดใจโทนี่ : เบื้องหลังรัฐประหารที่ไม่เคยเล่า เมื่อค่ำวันที่ 24 พ.ค. โดยระบุตอนที่เป็นรัฐบาล จะมีการทำบุญประเทศที่วัดพระแก้ว คนที่เป็นมัคนายก ประจำครม.คือนายวิษณุ เครืองาม เป็นคนประสานทุกฝ่าย และรู้ดีเรื่องระเบียบพิธี และนายวิษณุ ยังแต่งตั้งรักษาการสมเด็จ พระสังฆราชในสมัยนั้นด้วย
นายวิษณุให้สัมภาษณ์ว่า ทราบจากที่มีคนมาเล่าให้ฟัง ก็ไม่มีอะไรจะพูด ลืมไปเยอะแล้ว จำไม่ค่อยได้ เพราะเรื่องนี้ผ่านมา 17-18 ปี ทั้งตนและนายทักษิณจำกันแทบไม่ได้แล้ว แต่นึกเหมือนกันว่าวันหนึ่งเดี๋ยวเรื่องดีๆ เหล่านี้ คนจะลืม จึงเขียนเล่าเอาไว้ในหนังสือ “โลกนี้ คือละคร” ขอให้ลองไปดูในนั้นมีหมดทุกเรื่อง และตอนที่เขียนเราก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น กลัวว่าต่อไปคนรุ่นหลังจะจำไม่ได้เลยเขียนเอาไว้
“ไม่เป็นไร ก็โยนมาเถอะ ผมเป็นรอง นายกฯ ท่านเป็นนายกฯ ไม่เป็นไร เรื่องข้าวก็เห็นโยนให้ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ เรื่องบ้านเอื้ออาทร ก็โยนให้ นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์”
ผู้สื่อข่าวถามว่าไม่ได้ติดใจสิ่งที่นายทักษิณ พูดใช่หรือ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ได้คิดอะไรอยู่แล้ว นายทักษิณเป็นหัวหน้ารัฐบาล ตนเป็นรองนายกฯ ก็คิดกันเอง และไม่มีรัฐบาลไหนที่ให้รองนายกฯ ลุกขึ้นมาทำโน่นทำนี่โดยที่หัวหน้ารัฐบาลไม่รู้เรื่อง แต่หลายเรื่องตนจำไม่ได้ และยังไม่มีโอกาสไปเปิดหนังสือโลกนี้ คือละคร แต่เก็บเอกสารไว้หมด
ต่อข้อถามว่า ถ้าเก็บเอกสารไว้ ทำไมไม่นำ ออกมาเปิดเผย นายวิษณุกล่าวว่า จะมีประโยชน์ อะไร ไม่มีประโยชน์อะไรเลย
ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้าไม่ออกมาเปิดเผย คนอาจ เข้าใจผิดได้ นายวิษณุกล่าวว่า คิดว่าไม่และเชื่อมั่นอย่างนั้น เมื่อถามว่าเสียความรู้สึกกับเรื่องนี้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่เสียความรู้สึก
‘ชลน่าน’ชี้คว่ำงบ 66 อาจมีปย.กว่า
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาร่างพ.ร.บ. งบประมาณปี 2566 ว่าเป็นปรากฏการณ์ทางการเมือง ที่พรรคฝ่ายค้านสนใจว่าผลการพิจารณาจะเป็นอย่างไร เพราะเป็นกฎหมายสำคัญ ถ้าสภาไม่ให้ผ่านจะส่งผลต่อตัวนายกฯ และรัฐบาล ซึ่งมีทางเลือก 2 ทาง คือไม่ยุบสภา ก็ต้องลาออก พรรครวมฝ่ายค้านได้ดูเนื้อหาสาระของแผนงานงบประมาณ มีความเห็น ไปในทิศทางเดียวกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2566 ไม่ผ่านสภาจะกระทบประชาชนหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า บทบัญญัติทางรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ แม้ร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2566 ไม่ผ่าน สามารถใช้งบเดิม คือ พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2565 ไปพลางก่อน เว้นแต่เป็นเรื่องงบลงทุนที่จะสร้างใหม่ ดังนั้น แผนงานโครงการต่างๆ ที่เป็นเรื่องประจำสามารถทำได้ต่อ แต่ไม่อนุญาตให้เอาไปลงทุนในสิ่งที่เห็นว่าไม่ชอบ ถ้าหากปล่อยไปอาจจะกระทบต่อ พี่น้องประชาชนมากกว่า นี่เป็นทางเลือก ที่ต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วน เพราะการไม่ให้ผ่านอาจเกิดประโยชน์กับประชาชนมากกว่า แล้วปล่อยให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาจัดสรร งบประมาณแทน
เมื่อถามถึงกรณีพรรคเศรษฐกิจไทย มีปัญหาภายในพรรค จะดึงเข้ามาเป็นแนวร่วมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยหรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ปัญหาภายในพรรค เป็นมิติทางการเมือง ส่วนสาเหตุของปัญหาเกิดเพราะอะไร ประชาชนต้องติดตาม ส่วนจะดึง มาร่วมฝ่ายค้านหรือไม่ นพ.ชลน่านตอบสั้นๆ ว่า ไม่ต้องดีล เขามาเอง
‘ชวน’ขอเพิ่มเวลาประชุมสภา
เวลา 09.40 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญประจำปีครั้ง 1 พ.ศ.2565 มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทน ราษฎร เป็นประธาน ซึ่งสมัยนี้มีส.ส.ปฏิบัติหน้าที่ได้ 476 คน องค์ประชุมกึ่งหนึ่ง 238 คน
นายชวนกล่าวว่า สมัยประชุมนี้เป็นปีสุดท้าย ซึ่งเป็นสมัยที่ 7 ส่วนสมัยที่ 8 จะเป็นสมัยสุดท้าย สมัยประชุมที่แล้วเสียเวลาประชุมเนื่องจากโควิด-19 ต้องหยุดทำงานเป็นเดือน จึงมีงานที่ค้างอยู่บ้างไม่มากนัก แต่จะทำให้จบในสมัยประชุมนี้ ตนเรียนผู้นำฝ่ายค้าน สมาชิก และตัวแทนรัฐบาลไว้บางส่วนแล้ว ว่าจะประชุมตามปกติ แต่สมัยประชุมนี้จะมีวาระมากทั้งงบประมาณ ประชุมรัฐสภา ดังนั้น ในส่วนของสภา ขอประชุมวันศุกร์เดือนละประมาณ 2 ครั้ง สัปดาห์ใดที่ไม่ประชุม วันศุกร์ขอเพิ่มชั่วโมงประชุม ประมาณ 1-2 ชั่วโมง เช่น จากเลิกประชุม 19.00 น. เป็นเลิกประชุม 21.00 น. โดยที่ไม่ต้องเพิ่มวันประชุม ซึ่งจะมีการหารือกับตัวแทนต่อไป
ส่วนวันที่ 26 พ.ค.นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา นัดประชุมคณะกรรมการประสานงาน(วิป)ทั้งสองฝ่าย จะหารือถึงประเด็น ที่จะใช้เวลาประชุมแต่ละเรื่อง เช่น ร่างพ.ร.บ. งบประมาณปี 2566 ที่จะพิจารณาวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย.
เลื่อนพ.ร.บ.กัญชาถกก่อน
จากนั้นนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) หารือว่า เนื่องจากประกาศกระทรวงสาธารณสุขการระบุชื่อ ยาเสพติดประเภทที่ 5 มีผลบังคับใช้วันที่ 8 มิ.ย.นี้ ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด แต่เนื่องจาก พ.ร.บ.กัญชา กัญชง (ฉบับที่….) พ.ศ… ที่อยู่ในระเบียบการประชุมเป็นเรื่อง ที่เสนอใหม่อยู่ในวาระ 6.3 พ.ร.บ.ดังกล่าว จะเป็นกฎหมายบังคับใช้ที่เกิดประโยชน์ ทั้งทางการแพทย์และเศรษฐกิจ ฉะนั้น จะทำให้เกิดช่องว่าง จึงขอเสนอญัตติเลื่อนการพิจารณาออกไปหลังการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2566
ที่ประชุมยังตกลงกันไม่ได้ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอให้ พักการประชุม 5 นาที เพื่อไปตกลงกันก่อน สุดท้ายเมื่อกลับมาประชุมสภาอีกครั้ง ที่ประชุม ยินยอมให้เลื่อน พ.ร.บ.กัญชามาพิจารณาก่อนเรื่องที่ กมธ.พิจารณาแล้วเสร็จในวันที่ 8 มิ.ย.
สภาทำแอพฯแจ้งส.ส.ลงมติ
เวลา 15.00 น. ที่รัฐสภา นายณัฐกานต์ ชูชนะ เลขานุการคณะทำงานทางการเมืองประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุม คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือวิป 2 ฝ่าย ว่าเพื่อให้การดำเนินงานของสภามีประสิทธิภาพ และเห็นผลงานมากขึ้น จึงมีข้อสรุปเพิ่มวันประชุมวันศุกร์ เดือนละ 2 ครั้ง โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า แต่หากไม่มีประชุม นัดพิเศษจะเพิ่มเวลาการประชุมในวันพุธ และวันพฤหัสบดี 1-2 ชั่วโมง
นอกจากนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ ส.ส. ที่ต้องประชุมในห้องประชุมใหญ่ และส.ส. ที่ประชุมกมธ.ในคณะต่างๆ สำนักสารสนเทศ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดทำแอพพลิเคชั่น “TH Parliament” เพื่อใช้ เรียกเตือนสมาชิกในการลงมติ โดยจะแจ้งผ่านข้อความ อีกทั้งมีปฏิทินกำหนด วันนัดประชุมสภา และแจ้งข้อมูลการเข้าประชุม และลา ประชุมของสมาชิก หวังว่าจะช่วยแก้ปัญหาองค์ประชุม และเป็นปัจจัยที่ทำให้การประชุมราบรื่นมากขึ้น
‘ปลัดแต’เฮ-ศาลยกคดีใบเหลือง
ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ภาค 7 เพื่อสั่ง ให้มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมุทรสาครใหม่ แทนนายอุดม ไกรวัตนุสสรณ์ หรือปลัดแต และสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ของนายสุรวัช เรืองศรี อดีตผู้สมัคร ส.อบจ.เขต 5 กระทุ่มแบน ในนามผู้สมัครอิสระ ตาม พ.ร.บ. เลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562 มาตรา 108 วรรคสอง รวมทั้งให้ดำเนินคดี อาญากับนายสุรวัชตามมาตรา 65(1) ประกอบมาตรา 126 นั้น
จากกรณีที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งรายหนึ่งติดต่อขอให้นายสุรวัช ช่วยฝากหลานเข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ต่อมาปรากฏภาพการสนทนาที่นายสุรวัชได้นำไปโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว “ได้ช่วยฝากหลานของผู้มีสิทธิเลือกตั้งคนดังกล่าวเข้าโรงเรียนเรียบร้อยแล้วและขอให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งคนดังกล่าวลงคะแนนให้แก่นายอุดม” จึงเข้าลักษณะเป็นการจัดทำ ให้ เสนอให้สัญญาฯ กกต.เห็นว่านายอุดมย่อมได้รับประโยชน์ในการเลือกตั้งจากการกระทำของนายสุรวัช จึงให้ใบเหลืองนายอุดม
เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีดังกล่าว ภายหลังจากมีการสืบพยานเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ต้นเดือนพ.ค.2565 โดยมีคำพิพากษาให้ยกคำร้องนายอุดม และยกคำร้องนายสุรวัชร ส่งผลให้บุคคลทั้ง 2 สามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่และใช้สิทธิ ทางด้านกฎหมายการเลือกตั้งได้ตามปกติ
นายอุดม ให้สัมภาษณ์ว่า ขอขอบคุณศาลอุทธรณ์ภาค 7 ที่มอบความยุติธรรมคืนให้กับตนเอง ตนจะกลับเข้ามาทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนชาวจ.สมุทรสาครทันที ให้สมกับที่มอบความไว้วางใจเลือกตนให้เข้ามาทำงาน ส่วนงานที่ต้องเร่งเดินหน้าต่อนั้น ขอไปตรวจสอบ ดูว่ามีงานอะไรที่ยังคงคั่งค้างอยู่บ้าง หรือในช่วงที่หยุดปฏิบัติหน้าที่มีเรื่องใหม่อะไรเข้ามาบ้าง แต่ที่แน่ๆ คือ บางเรื่องอาจต้องหารือร่วมกับผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ เพื่อให้เกิดความร่วมมือกันในการพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาพื้นที่รอยต่อระหว่างสมุทรสาครกับกรุงเทพฯ เช่น ปัญหาน้ำเสีย คลองภาษีเจริญ หรือสิ่งแวดล้อม รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่ต้องร่วมกันทำ เป็นต้น
ส่วนเรื่องของคดีความนั้น จะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไปหรือไม่ คงต้องให้ทีมกฎหมายปรึกษาหารือกันอีกครั้ง แต่ส่วนตัวไม่ต้องการมุ่งไปตรงจุดนั้น เพราะตอนนี้ต้องการโฟกัสเรื่องงานซึ่งต้องกลับมาทำในหน้าที่ของนายก อบจ.สมุทรสาคร เพื่อพี่น้องประชาชนให้เต็มที่

ลุยงาน – นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. สำรวจพื้นที่บริเวณแยกลำสาลี เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาการจราจรติดขัด จากการสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีส้ม โดยจะเร่งรัด การก่อสร้างเพื่อคืนพื้นที่สัญจร เมื่อวันที่ 25 พ.ค.