ดันภูเก็ตโมเดลน้ำบาดาลเกาะ
ดันภูเก็ตโมเดลต้นแบบน้ำบาดาลเกาะ หลังพบน้ำบาดาลขนาดใหญ่บนเกาะภูเก็ต กรมน้ำบาดาลสำรวจเจอ 14 บ่อใน 4 พื้นที่ปริมาณน้ำมาก เร่งพัฒนาแก้ขาดแคลนน้ำ ฟื้นฟูการท่องเที่ยวในพื้นที่เศรษฐกิจ นำร่องเป็นต้นแบบศึกษาแหล่งน้ำบาดาลในพื้นที่หมู่เกาะอื่นๆ ที่มีลักษณะทางธรณีวิทยาใกล้เคียงกัน

บาดาลเกาะ – นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล นำสำรวจพบแหล่งน้ำบาดาลขนาดใหญ่บนเกาะภูเก็ต เตรียมเจาะสูบน้ำขึ้นมาใช้แก้ปัญหาขาดแคลน และนำร่องต้นแบบน้ำบาดาลเกาะอื่นๆ เมื่อวันที่ 26 พ.ค.
เมื่อวันที่ 26 พ.ค. นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล (ทบ.) เปิดโครงการสำรวจและประเมินศักยภาพน้ำบาดาลระดับลึก เพื่อการบริหารจัดการ จ.ภูเก็ต เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคของประชากรในจังหวัด โดยมีนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผวจ.ภูเก็ต และผู้แทนองค์กรส่วนท้องถิ่น ต้อนรับ
สืบเนื่องจากการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ครั้งที่ 3/2563 เมื่อวันที่ 3 พ.ย.2563 ที่จ.ภูเก็ต โดยมติที่ประชุมเสนอให้สำรวจ และประเมินศักยภาพน้ำบาดาลในจ.ภูเก็ต ในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ เพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวในพื้นที่เศรษฐกิจ ภูเก็ต ซึ่งนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้ กรมทบ.จัดทำโครงการเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว
นายศักดิ์ดากล่าวว่า จ.ภูเก็ตเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีพื้นที่รวมกว่า 543 ตารางกิโลเมตร ลักษณะพื้นที่เป็นภูเขา และหาดทรายที่สวยงาม ซึ่งมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้คนในท้องถิ่นเป็นจำนวนมาก มีภาคเกษตรกรรมที่ครอบคลุมไปยังพื้นที่ส่วนใหญ่ของเกาะด้วย และจากการขยายตัวของชุมชนเมืองอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อความต้องการในสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานต่างๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งทรัพยากรน้ำถือเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่เป็นปัจจัยในการพัฒนา แต่ด้วยระบบการบริหารจัดการน้ำและแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่มีจํากัด จึงทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคขึ้น ดังนั้นเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนในพื้นที่จึงเป็นภารกิจสำคัญ ที่กรมทบ. ในฐานะเป็นหน่วยงานหลักที่มีภารกิจหลักในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบาดาลของประเทศ เข้ามาดำเนินงาน ภายใต้โครงการ “สำรวจและประเมินศักยภาพน้ำบาดาลระดับลึก เพื่อการบริหารจัดการ จังหวัดภูเก็ต”
นายศักดิ์ดากล่าวต่อว่า กรมทบ.ได้เริ่มการวางแผนงานเพื่อสำรวจธรณีฟิสิกส์ สำรวจธรณีวิทยา อุทกธรณีวิทยา เจาะบ่อสำรวจ เจาะบ่อผลิต และเจาะสำรวจชั้นน้ำบาดาลระดับลึก ภายใต้โครงการสำรวจและประเมินศักยภาพน้ำบาดาลระดับลึก เพื่อการบริหารจัดการ จ.ภูเก็ต เพื่อนำข้อมูลที่ได้ทั้งหมดมาวิเคราะห์ประมวลผลข้อมูลสรุปศักยภาพ น้ำบาดาลระดับลึก ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ โดยจากการดำเนินโครงการไปแล้วมากกว่าร้อยละ 50 เจาะทดสอบไปแล้วทั้งสิ้น 45 บ่อ พัฒนาเป็นบ่อน้ำบาดาลปริมาณมากกว่า 5 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง (ลบ.ม./ช.ม.) 14 บ่อ พบแหล่งน้ำบาดาลขนาดใหญ่ ปริมาณน้ำบาดาลมากกว่า 10 ลบ.ม./ช.ม. 4 พื้นที่ ได้แก่ ต.รัษดา อ.เมือง ต.วิชิต อ.เมือง ต.เชิงทะเล อ.ถลาง และต.ไม้ขาว อ.ถลาง เมื่อสูบทดสอบปริมาณน้ำพบว่า ต.รัษดา มีปริมาณน้ำที่สามารถสูบได้สูงสุด 25 ลบ.ม./ช.ม.
นายศักดิ์ดากล่าวอีกว่า เมื่อการเจาะสำรวจแล้วเสร็จ จะนำข้อมูลที่ได้ทั้งหมดมาวิเคราะห์ประมวลผลข้อมูล สรุปศักยภาพน้ำบาดาลระดับลึก ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ พร้อมทั้งออกแบบระบบสูบน้ำบาดาลและระบบกระจายน้ำ เพื่อใช้สำหรับจัดทำแนวทางการบริหารจัดการน้ำและการพัฒนาทรัพยากรน้ำบาดาลอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ประชาชนมีแหล่งน้ำบาดาลสำหรับอุปโภค-บริโภค มีแนวทางพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลในพื้นที่หมู่เกาะ และเป็นต้นแบบในการศึกษาแหล่งน้ำในพื้นที่หมู่เกาะอื่นๆ ที่มีลักษณะทางธรณีวิทยาที่ใกล้เคียงกันต่อไปในอนาคต