ถอดพ้นบัญชียาเสพติด สั่งยกฟ้อง-ให้ปล่อยตัว ต้องคืน‘ของกลาง’ด้วย แต่ออกกฎขับห้ามเสพ คุมเข้มจัดปาร์ตี้มั่วสุม

นิรโทษคดีกัญชา ดีเดย์ 9 มิ.ย. หลังจากปลดล็อกออกจากยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ให้ถือว่าไม่เคยมีความผิด ใครถูกดำเนินคดี ก็ต้องพ้นจากคดี ใครติดคุกในความผิดดังกล่าวก็ต้องพ้น และใครถูกฝากขังระหว่างพิจารณาก็ต้องปล่อยตัว ถ้าคุมประพฤติก็ต้องยกเลิก ให้ถือว่าไม่เคยได้กระทำความผิดมาก่อนเลย และไม่ให้เป็นเหตุพิจารณาเพิ่มโทษ ขณะที่รองปลัดสธ.เผยเตรียมออกข้อกำหนดห้ามใช้กัญชาสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ ยึดหลักเสมือนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนจัดปาร์ตี้กัญชายังมีความผิดตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข ฐานสร้างความรำคาญ พร้อมประสานแก้กฎหมาย คุมการใช้-โฆษณาไม่ให้ผิดวัตถุประสงค์

เมื่อวันที่ 29 พ.ค. นายธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัด ประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการในหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานกระบวนการยุติธรรม สถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด ให้ความเห็นข้อกฎหมายผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว กรณีสำนักงานศาลยุติธรรม ออกหนังสือเวียน เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2565 เรื่องข้อพิจารณาความผิดเกี่ยวกับพืชกัญชาตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั่วไปที่ควรจะได้รับทราบไว้ จึงขอสรุปสาระสำคัญตามหนังสือเวียนดังกล่าว

ความว่า ตามประกาศกระทรวงสาธารณ สุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษ ในประเภท 5 พ.ศ.2565 นับตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. 2565 ซึ่งประกาศฯ มีผลใช้บังคับ พืชกัญชาไม่จัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติดอีก

ดังนั้น การผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย เสพ หรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งพืชกัญชา หรือการกระทำอื่นเกี่ยวกับพืชกัญชาก่อนวันที่ 9 มิ.ย. 2565 ซึ่งเดิมเคยเป็นความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 และตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติด จึงไม่เป็นความผิดอีกต่อไป

ซึ่งเป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วรรคสอง ที่บัญญัติว่า ถ้าตามบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติใน ภายหลัง การกระทำเช่นนั้นไม่เป็นความผิด อีกต่อไป ให้ผู้ที่ได้กระทำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิด และถ้าได้มี คำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษแล้ว ก็ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดนั้น ถ้ารับโทษอยู่ก็ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลง

ผลทางกฎหมายจากการที่พืชกัญชา ไม่จัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติดอีกต่อไป จึงกล่าวโดยสรุปได้ดังนี้

1.ผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีหรือจำเลยที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลในความผิดเกี่ยวกับพืชกัญชา ดังกล่าวพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิด

2.สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (5)

3.ศาลไม่อาจขังผู้ต้องหาหรือจำเลยไว้ในระหว่างสอบสวนหรือระหว่างการพิจารณาคดีของศาลได้อีกต่อไป ดังนั้นเมื่อสำนวนความปรากฏแก่ศาลก็ต้องยกเลิกการฝากขัง ปล่อยตัวผู้ต้องหา หรือตรวจคืนหลักประกันในการปล่อยชั่วคราว (ถ้ามี) หรือหากคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ก็ต้องพิพากษายกฟ้อง

4.คดีความผิดเกี่ยวกับพืชกัญชาที่มี คำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว จำเลยที่ได้รับโทษอยู่ก็ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลง ดังนั้น หากจำเลยอยู่ระหว่างการถูกกักขังแทน ค่าปรับ ศาลก็ต้องปล่อยตัวจำเลย เนื่องจากไม่มีโทษปรับที่จะกักขังแทนค่าปรับต่อไปได้ หรือหากจำเลยอยู่ระหว่างการคุม ความประพฤติ ก็ต้องยกเลิกการคุมความประพฤติ และหากจำเลยอยู่ระหว่างการถูกจำคุกในการ กระทำความผิดฐานอื่นด้วย ก็จะต้องมีการแก้ไขหมายจำคุก เพื่อยกเลิกการบังคับโทษสำหรับความผิดเกี่ยวกับ พืชกัญชา

5.ไม่อาจนำคดีความผิดเกี่ยวกับพืชกัญชาซึ่งศาลเคยมีพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกจำเลยในคดีก่อนมาเป็นเหตุเพิ่มโทษ บวกโทษ หรือไม่รอการลงโทษในคดีหลังได้ เนื่องจากตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วรรคสอง ดังที่กล่าวไป ถือว่าจำเลยไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดเกี่ยวกับพืชกัญชาในคดีก่อน

6. พืชกัญชาไม่เป็นยาเสพติดให้โทษ ในประเภท 5 อีกต่อไป จึงมิใช่ทรัพย์สินที่ต้องริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 และประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 134

ด้านนพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีการปลดล็อกกัญชาไม่ใช่ยาเสพติดที่จะมีผลบังคับใช้วันที่ 9 มิ.ย.นี้ แต่พ.ร.บ.กัญชา กัญชงยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภา ทำให้มีข้อกังวลและเรียกร้องให้เฝ้าระวังการใช้กัญชาที่อาจมีผลต่อปัญหาอุบัติเหตุจราจรว่า ขณะนี้กรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่างการผลักดันและเตรียมออกข้อกำหนด ห้ามผู้ขับรถสาธารณะใช้กัญชา เหมือนกรณีการห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากตรวจพบจะมีความผิดฐานเดียวกัน อยู่ระหว่างออกข้อกำหนดในการตรวจส่วนประชาชนทั่วไปที่ขับรถ คาดว่าจะมีการออกกฎหมายหรือข้อกำหนดตามมา แต่เนื่องจากไม่ใช่กฎหมายที่ สธ. ออกเอง จึงต้องติดตามต่อไป ส่วนกฎหมายที่เราดูอยู่ตอนนี้คือ พ.ร.บ.การสาธารณสุข เกี่ยวกับกลิ่นควันกัญชากัญชงเป็นเหตุรำคาญ

“ขณะนี้ปัญหาการเอาไปใช้ไม่เหมาะสม คือการสูบแทบทั้งสิ้น เข้าข่ายความผิดเหตุรำคาญตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข โดยเฉพาะกรณีมีการจัดปาร์ตี้กัญชา หรือจัดกิจกรรม ซึ่งขณะนี้ประสานไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ว่าห้ามไม่ให้มีการโฆษณาเชิญชวนใช้กัญชา เช่น กัญชาไนท์ ถือเป็นการใช้ ผิดวัตถุ ประสงค์” รองปลัด สธ. กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีมีการโฆษณาและวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกัญชาในร้านสะดวกซื้อ จะมีการควบคุมจำกัดการเข้าถึงของเด็กอย่างไร นพ.ธงชัยกล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ. กัญชา กัญชง พ.ศ. … ที่ออกมาจะถูกกำหนดไว้ด้วยว่าห้ามจำหน่ายให้ใครอย่างไร ปริมาณเท่าไร และ พ.ร.บ.อาหาร ก็มีการกำหนดเอาไว้ว่า ให้มีส่วนผสมของกัญชา หรือผสมได้ไม่เกินปริมาณเท่าไร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน