กลุ่มทนายจ่อแจ้งเอาผิด คนปั้นหลักฐานคดี‘โม’

เตือนแม่ระวังโดนคดีแจ้งเท็จ ทนายเดชาชี้ข้อกฎหมายคดีแตงโม ฟ้องตรงเป็นคดีฆาตกรรมไม่ได้เพราะขาดหลักฐาน ทำได้มากสุดคือขอเข้าไปเป็นโจทก์ร่วมอัยการ เผยคดีอาจพลิก แตงโมจะตายฟรีเพราะถูกยกฟ้อง และไม่ได้เงิน 200 ล้าน อาจถูกฟ้องกลับข้อหาฟ้องเท็จ เบิกความเท็จ แถมสร้างหลักฐานเท็จได้ จึงต้องพิจารณาให้รอบคอบ เย้ยอีกไม่เกิน 10 วันก็ต้องเก็บฉาก ขณะที่กลุ่มทนายเตรียมร้องเอาผิดกลุ่มคนปั้นหลักฐาน

เมื่อวันที่ 29 พ.ค. นายเดชา กิตติ วิทยานันท์ อดีตทนายความคดีการเสียชีวิตของน.ส.ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือ แตงโม นิดา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “ผมได้รับข่าวลือมาว่าคดีแตงโม สุดท้ายแล้วไม่มีการฟ้องตรง ต่อศาลข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา/ทำได้แค่เพียงขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับอัยการเท่านั้นในข้อหาประมาทเท่านั้น #มวยล้มต้มคนดูหรือเปล่า?”

ต่อมานายเดชาให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ดังกล่าวว่า ตนทราบข่าวทางลับว่า คณะ สามช่าที่รวมตัวแถลงข่าวเป็นคดีฆาตกรรมนั้น เป็นแค่คนอยากดังมีพื้นที่สื่อ ทั้งที่รู้แก่ใจว่าการฆ่ากันตาย อ้างว่ามีมีดกรีดขา ตายบนบก หรือขับเรือชน ไม่มีหลักฐานทั้งสิ้น เป็นเพียงการปั่นกระแสไปเรื่อย พอสื่อมวลชนขอดูหลักฐานก็อ้างเปิดไม่ได้เพราะจะถูกฟ้องร้อง ตอนนี้ถึงทางตัน เป็นมวยล้มต้มคนดู แม่ภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของแตงโม ก็จะต้องไปขอเป็นโจทก์ร่วมกับอัยการในคดีประมาท แต่สุดท้ายไม่มีอะไร เพราะได้ข่าวมาว่าอีก 10 วัน คณะตลกนี้ก็เก็บฉาก เพราะคณะแตกแล้ว

เมื่อถามถึงโอกาสในการสร้างพยานเท็จ ทนายเดชากล่าวว่า เรื่องนี้ไม่มีผลกับรูปคดี แต่เชื่อว่าคนบนเรือซึ่งมีส่วนได้เสียโดยตรงอาจจะดำเนินคดีผู้ที่กล่าวหายกตัวอย่างเช่นว่าหลักฐานที่แท้จริงจะอยู่กับบังแจ๊คได้อย่างไร เพราะตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องจัดเก็บไว้ หากมีอะไรที่ส่งไปต่างประเทศก็ถือเป็นเรื่องแปลก เนื่องจาก บังแจ๊คไม่ใช่ ผู้เชี่ยวชาญอะไร

เมื่อถามว่า มีความพยายามจะทำให้คดีนี้พลิกจะคดีประมาทเป็นฆาตกรรมนั้น ทนายเดชากล่าวว่า คดีฆาตกรรมต้องมีหลักฐานชัดเจน เช่น มีประจักษ์พยานเห็นว่ามีคนฆ่ากัน มีกล้องวงจรปิด และพยานเห็นอาวุธ ซึ่งหากไม่มีก็พลิกไม่ได้ ไม่ใช่ว่ามาอาศัยกองเชียร์หรือความเห็นทางโซเชี่ยล เพราะทุกวันนี้มีแต่ศพเท่านั้น หากมีหลักฐานที่บ่งชี้เป็นคดีฆาตกรรมจะต้องอยู่ในสำนวนของตำรวจอยู่แล้ว แต่อะไรที่เกิดขึ้นหลังเกิดเหตุ ไม่ว่าจะผ้าขาวที่มีผู้อ้างว่าอยู่กับบังแจ๊ค ที่สหรัฐ อเมริกานั้น มีความน่าเชื่อถือน้อย จนถูก ตั้งข้อสงสัยเป็นหลักฐานเท็จ

ซึ่งตนทราบข่าวว่า จะมีทนายความรวมตัวไปแจ้งความกับตำรวจในข้อหาสร้างพยานหลักฐานเท็จ เช่น การนำเข้าข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ จากการไลฟ์สดผ่านยูทูบและจัดแถลงข่าว โดยกรณีนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เสียหาย ก็สามารถแจ้งความได้ หากเป็นนักการเมือง ต้องถูกสอบจริยธรรม เพราะไม่มีหน้าที่จัดหาทนายความมาสู้คดีให้บุคคลใดด้วย แต่ตนอาจไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวเพราะเคยเป็นทนายความให้แม่มาก่อน คงไม่สะดวกใจ จึงขอเป็นผู้ชมดีกว่า ทั้งนี้ ขอฝากให้แม่ระวังว่าหลักฐานใดไม่จริง อย่าไปรับรองยืนยันไม่เช่นนั้นอาจตกเป็นจำเลยในคดีได้ ซึ่งก็เคยเตือนไปแล้ว

“ตลอดเวลาที่ผ่านมา 77 วันที่เคยรับหน้าที่เป็นทนายความให้นางภนิดา แม่ของแตงโมนั้น ไม่มีพยานหลักฐานอะไรที่บ่งชี้ว่าคดีนี้เป็นการกระทำโดยเจตนา เว้นแต่เป็นการประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หากจะเป็นคดีฆาตกรรมนั้น ต้องมีประจักษ์พยานเห็นว่ามีคนฆ่า แต่กรณีนี้ ไม่มีทั้งคราบเลือดและมีดหรืออาวุธ ทั้งที่ผลชันสูตรศพแจ้งว่าแตงโมเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจจากการจมน้ำ ท้ายสุดหากพยายามทำให้คดีนี้เป็นคดีฆาตกรรม คดีนี้จะเสียหาย แตงโมจะตายฟรีเพราะคดีถูกยกฟ้อง และแม่จะไม่ได้เงิน 200 ล้านบาท และอาจถูกฟ้องกลับในข้อหาฟ้องเท็จ, เบิกความเท็จ จึงอยากให้คิดดีๆ ไปปรึกษากับนักกฎหมายก่อน” ทนายเดชากล่าวและว่า ตนเองจะยังติดตามคดีนี้ในฐานะอินฟลูเอนเซอร์ เพราะคดียังอยู่ในความสนใจของประชาชน ซึ่งผู้ใดก็สามารถนำมาวิเคราะห์ได้ตามรัฐธรรมนูญ ม.34 หากใครจะเอาผิดตนก็ไม่กลัว เพราะก็จะฟ้องกลับ เนื่องจากเป็นการวิจารณ์และพูดความรู้ทางกฎหมายโดยสุจริตทั้งนั้น

ด้านนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก ด้วยว่า “น่าเป็นห่วงว่าคดีแตงโมจะมีการสร้างพยานหลักฐานเท็จหรือไม่ กรณีการอ้างว่ามีวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ(ไทย) อยู่ๆ โผล่ไปอเมริกา แล้วคนในไทยไปเอามาใช้ในคดี ที่ห่วงคือต่อให้ตรวจเจอดีเอ็นเอ ผู้ตายจะยืนยันยังไงว่าไม่มีคนสร้างเรื่องขึ้น

นายรณณรงค์ยังโพสต์เพิ่มอีกว่า มีลูกเพจส่งมาถามว่าแม่ส่งโทรศัพท์ไป บังแจ๊คบอกว่าไม่ได้มีแค่โทรศัพท์แล้วโชว์กล่องใหญ่ อาจจะมีของใช้ส่วนตัวแตงโม ต่อมาบังแจ๊คส่งผ้าขาวกลับมา แบบนี้จะน่าเชื่อถือแค่ไหน ถ้าแม่ส่งอย่างอื่นไปด้วยที่มีดีเอ็นเอ แตงโม คือคนถาม ถามว่าเกิดมีคนเอาดีเอ็นเอ ที่ส่งจากไทยไปป้ายในผ้าขาวที่อเมริกาแล้วส่งกลับมาตรวจ แบบนี้ใช้เป็นวัตถุพยานได้ กี่เปอร์เซ็นต์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน