โพลชี้ศึกผู้ว่าฯกระทบรัฐบาล ฝ่ายค้านโหมโรงเขย่างบ 66 พิธาซัดช้างป่วย-พท.บี้บินรบ

ลุ้นผลวันนี้ กกต.ถกประกาศรับรอง ‘ชัชชาติ’ นั่งผู้ว่าฯ กทม.เต็มตัว หลังถูกยื่นร้อง 2 เรื่อง กกต.กทม.ระบุ จำนวนล้านคะแนนไม่มีผลต่อการพิจารณา ขณะที่เจ้าตัวเดินหน้าลงพื้นที่ต่อเนื่อง ชาวชุมชนแห่ให้กำลังใจ เพื่อไทย-ก้าวไกลย้ำคว่ำร่างพ.ร.บ.งบฯ ปี 66 วาระแรก ‘ยุทธพงศ์’ จองกฐิน ถลกซื้อเครื่องบินรบ ‘พิธา’ เปรียบงบช้างป่วย ปรับตัวไม่ได้ จัด 15 ขุนพลชำแหละ รัฐบาลแจงยิบใช้ 2.7 แสนล้านแก้จน ปชป.ออกโรงติง จัดงบไม่รองรับสังคม ผู้สูงวัย นิโรธมั่นใจ ‘ธรรมนัส’ ไม่โหวตคว่ำ บุญสิงห์ยันพรรคเศรษฐกิจไทยโหวตให้ผ่าน

รัฐบาลแจงยิบงบ 66-2.7แสนล.แก้จน
วันที่ 29 พ.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยถึงการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย.ว่า เป็นโอกาสสำคัญที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหมจะได้ชี้แจงความจำเป็นและแนวทางการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย แผนงานโครงการตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และแก้ไขปัญหาสืบเนื่องจากความท้าทายต่างๆ โดยเฉพาะการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมในช่วงหลังโควิด-19 ครอบคลุมด้านความมั่นคง การสร้างความสามารถทางการแข่งขัน โดยมีวงเงินงบประมาณรวม 3.18 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 8.5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นรายจ่ายประจำ 78.2% และรายจ่ายลงทุน 21.8%

การดำเนินการของปี 2566 รัฐบาลกำหนดแผนงาน โครงการที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาความยากจนแบบพุ่งเป้า งบประมาณรวม 2.7 แสนล้านบาท เกี่ยวข้อง 14 กระทรวง 265 โครงการ มีเป้าหมายคนจนลดลงอย่างยั่งยืน แบ่งเป็น 5 ด้าน 1.ด้านรายได้ งบประมาณ 1.73 แสนล้านบาท อาทิ ช่วยเหลือประชาชนเพื่อบรรเทาความยากลำบาก ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.4 ล้านคน คนพิการไม่น้อยกว่า 2.09 ล้านคน เด็กเล็ก 2.58 ล้านคน ผู้ป่วยเอดส์ 8.8 แสนคน ลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกร เพิ่มพื้นที่ชลประทาน เป็นต้น

วอนส.ส.ติติงอย่างสร้างสรรค์
2.ด้านการศึกษา 1.81 หมื่นล้านบาท อาทิ สร้างโอกาสทางการศึกษาสำหรับนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ 2.62 ล้านคน ดูแลเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 6.6 แสนคน 3.ด้านสุขภาพ 7.01 หมื่นล้านบาท อาทิ ดูแลค่ารักษาผู้มีสิทธิ์ในระบบหลักประกันสุขภาพฯ 13.45 ล้านคน 4.ด้านความเป็นอยู่ 7.16 พันล้านบาท อาทิ จัดที่ดินทำกินแก่ประชาชนที่ยากจน และ 5.ด้านการเข้าถึงบริการภาครัฐ 2.16 พันล้านบาท อาทิ คุ้มครองผู้ประสบภัยทางสังคม แก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์

ขอเชิญชวนประชาชนติดตามการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบฯ เพื่อทราบแนวทางการบริหารประเทศของรัฐบาล โครงการที่เป็นประโยชน์ และเป็นโอกาสการมีส่วนร่วมทางการเมือง การตรวจสอบของภาคประชาชน งบรายจ่ายเป็นงบที่ใช้ดูแลคนไทยทั้งประเทศภายใต้ปัจจัยความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกและโควิด-19 ที่ยังไม่สามารถ นิ่งนอนใจได้ รัฐบาลจึงหวังว่าการติติงและข้อเสนอจากส.ส.จะเป็นไปอย่างสร้างสรรค์

ปชป.จัดสรรงบให้คนชราน้อยไป
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธานส.ส.และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงร่างพ.ร.บ.งบว่า แบ่งออกเป็น 6 ยุทธศาสตร์ และรายการค่าดำเนินการภาครัฐ เมื่อพิจารณาพบว่ายุทธศาสตร์ที่ได้รับการจัดสรรงบสูงสุดคือ ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 759,861.3 ล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ 23.9 ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่ภาครัฐคำนึงถึงเรื่องดังกล่าว ส่วนที่ได้งบน้อยที่สุดในยุทธศาสตร์คือ แผนงาน บูรณาการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสังคมสูงวัยได้เพียง 448.7 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าภาครัฐยังไม่เห็นความสำคัญที่จะดูแลสังคมสูงวัยมากเท่าที่ควร

ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว ภาครัฐควรเห็นความสำคัญมากกว่านี้ เพราะตัวเลขผู้สูงวัยมีจำนวนมากขึ้นต่อเนื่องทุกปี โดยเฉพาะผู้สูงวัยในสังคมชนบทที่มีฐานะทางเศรษฐกิจไม่เข้มแข็ง ขอเรียกร้องให้ภาครัฐจัดสรรงบประมาณโดยคำนึงถึง ผู้สูงวัยที่มากขึ้น บนพื้นฐานของการมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขจนถึงวันสุดท้ายของชีวิตด้วย

ภท.ขอฝ่ายค้านอย่าคว่ำงบ
ที่จ.อ่างทอง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงการจ้องล้มงบปี 66 ว่า การจะไปทำให้มีอุปสรรคปัญหา ผู้ได้รับผลกระทบก็คือประชาชนและประเทศ ในสภาหากไม่ชอบการปฏิบัติงานของรัฐมนตรีคนใดก็มีวาระของการอภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่แล้ว ไม่อยากให้ไปใช้วิธีทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ เพราะเป็นปีสุดท้ายของสภานี้แล้ว หากงบตกไปประชาชนเดือดร้อน กระทบการพัฒนาประเทศ จึงอยากให้ใช้เวทีให้ถูก

ส่วนที่ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขา ธิการพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) มั่นใจมี 40 เสียงในมือ ต้องช่วยหาเสียงมาเติมเพื่อรักษาเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่นั้น นายอนุทินย้ำว่า ภท.เป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ทำหน้าที่พรรคร่วม แต่ไม่ได้หมายความว่าจะโหวตสุ่มสี่สุ่มห้า หากสิ่งใดที่ไม่ถูกต้อง ผิดกฎหมาย ภท.ก็ต้องถือประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นหลัก ไม่ใช่หมูในอวย ซึ่งส.ส.ของพรรคทุกคนฟรีโหวตอยู่แล้ว ภท.มีคนเยอะ ไม่สามารถทำให้คนหมู่มากเห็นไปในทิศทางเดียวกันได้ แต่เมื่อชี้แจงอธิบายแล้วเสียงข้างมากเป็นอย่างไรก็ถือเป็นมติพรรค ส.ส.ก็มีสปิริตที่จะปฏิบัติตาม ส่วนจะมีใครโหวตสวนหรือไม่นายอนุทินกล่าวติดตลกว่า คงจะมีหัวหน้าคนเดียวที่อ่อนแอที่สุด

นิโรธเชื่อธรรมนัสไม่คว่ำงบ 66
นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาภายในศท. จะกระทบการลงมติร่างพ.ร.บ.งบหรือไม่ ว่า ไม่มีผลกระทบ เพราะ ร.อ.ธรรมนัส มีจิตวิญญาณการเป็น ผู้แทนราษฎร เรื่องงบเขาทราบดีว่าเป็นเรื่องที่ต้องดูแลประชาชนและบริหารประเทศ ด้วยจิตและวิญญาณของศท. ไม่คว่ำร่างพ.ร.บ.งบฯ แน่นอน และในส่วนของรัฐบาลยังเหนียวแน่น โหวตผ่านร่างพ.ร.บ.งบฯ แน่นอน ครั้งที่แล้วที่ฝ่ายค้านชี้แนะรัฐบาลก็ปฏิบัติตาม เช่น เรื่องเรือดำน้ำ ก็มีการถอนงบประมาณออก ดังนั้น ไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่รับฟังอย่าเพิ่งคิดคว่ำขอให้ดูให้ละเอียดก่อน คนที่จะคว่ำถือว่าไม่มีจิตวิญญาณการเป็นผู้แทนราษฎร

เมื่อถามว่าหากในชั้น กมธ.งบฯ ฝ่ายค้านไม่ส่งคนเข้าร่วมด้วยจะมีปัญหาหรือไม่ นายนิโรธกล่าวว่า ส่งอยู่แล้ว ฝ่ายค้านเห็นเสียงสู้ไม่ได้ก็คงโหวตงดออกเสียง สร้างภาพให้ประชาชนเห็น ซึ่งก็ทำอยู่แค่นี้ไม่สร้างสรรค์ หากฝ่ายค้านไม่เข้ามาทำหน้าที่ก็ลาออกไป จะมาเป็นผู้แทนฯ ทำไม

ศท.ยันโหวตผ่านกฎหมายงบ
นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ รักษาการนายทะเบียน ศท.กล่าวถึงท่าทีของ ศท.ในการโหวตร่างพ.ร.บ.งบฯ หลังพล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ลาออกหัวหน้าพรรค ว่า ยังคงให้ผ่านเหมือนเดิม พรรคเห็นความสำคัญเรื่องงบประมาณที่จำเป็นต่อชาติบ้านเมือง งบหลายอย่างประชาชนได้ประโยชน์ แต่หลายอย่างไม่ก่อให้เกิดการขับเคลื่อนบ้านเมือง ไม่คุ้มค่า แต่ก็ต้องเข้าไปดูในรายละเอียดต่อไป ส่วนการอภิปรายพรรคได้จัดสรรเวลา 47 นาที และเตรียมคนอภิปรายไว้แล้ว

คว่ำงบ – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแกนนำพรรค ร่วมกิจกรรม “Hackathon งบ 66 : ร่วมออกแบบ #งบประมาณฉบับก้าวไกล ที่เราอยากเห็น” พร้อมประกาศคว่ำพ.ร.บ.งบปี 66 วาระแรก ที่อาคารอนาคตใหม่ เมื่อวันที่ 29 พ.ค.

พิธาเปรียบงบ 66 ช้างป่วย
เวลา 10.00 น. ที่อาคารอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล(ก.ก.) จัดกิจกรรม“Hackathon งบ 66: ร่วมออกแบบ#งบประมาณฉบับก้าวไกล ที่เราอยากเห็น” ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค กล่าวถึงแผนการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบ66 ว่า พรรคจะชี้แจงให้เห็นว่าความจริงปีนี้เป็นปีแห่งการฟื้นฟูประเทศ การท่องเที่ยวน่าจะกลับมา การจัดงบประมาณในช่วงที่น้ำขึ้นต้องรีบตัก เป็นหน้าที่ของรัฐบาลจัดงบให้สอดคล้องกับการฟื้นฟูประเทศ ทำให้ประชาชนมีความหวัง

แต่เมื่อดูงบปี 66 เหมือนงบช้างป่วยที่ปรับตัวไม่ได้ งบที่ได้รับมากที่สุดคืองบกลางประมาณ 5 แสนกว่าล้านบาท โดย 80% เป็นงบบำเหน็จ บำนาญ และงบรักษาพยาบาลของข้าราชการ งบที่ปรับสูงมากที่สุดเมื่อเทียบกับปีที่แล้วคือ งบของรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานที่ได้รับสูงสุดเช่น ธ.ก.ส. เป็นงบที่นำไปจ่ายอุดหนุนการเกษตรย้อนหลังถึงปี 51 งบที่จัดสรรแทนที่จะเป็นเรื่องการฟื้นฟูประเทศกลับเป็นงบของอดีต สมมติเก็บภาษีได้ 100 บาท 70 บาทใช้จ่ายกับอดีตจนหมด ทั้งเงินบำนาญและสวัสดิการข้าราชการ เงินกู้ จะมีเหลืออยู่เพียง 30 บาทที่สำหรับบริหารอนาคต

ลั่นให้ผ่านวาระแรกไม่ได้
ปีแรกฝนกับพายุกำลังจะเข้าก็จัดแบบนี้ ปีสองฝนเริ่มหนักก็จัดแบบนี้ ปีสามพายุเข้าก็ยังจัดแบบนี้ ปีนี้ฟ้าใหม่และฟ้าเปิด เป็นปีที่เราต้องสร้างความหวัง หากทำงบปีนี้ให้ดีไทยจะมีความหวังไปข้างหน้าและปรับตัวได้ใน 10 ปี ถ้าจัดงบแบบเดิมก็จะถอยหลังไปอีก 10 ปีเช่นกัน ฉะนั้น พรรค ก.ก.คงไม่สามารถให้งบประมาณผ่านวาระแรกไปได้ ในอดีตเห็นใจใช้วิธีงดออกเสียง และไปพิจารณาวาระ 2 แต่ให้โอกาสมา 2-3 ครั้งในการแก้ตัวก็ไม่ดีขึ้น

พี่น้องข้าราชการต้องมาช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรให้การบริหารราชการว่องไวมากขึ้น แก้ปัญหาให้ประชาชนได้เร็วมากขึ้น หนึ่งสิ่งคือการกระจายอำนาจให้ข้าราชการไปอยู่กับท้องถิ่นมากขึ้น ขณะเดียวกันเรื่องดูแลให้ข้าราชการกับประชาชนเท่ากัน เช่น งบบำนาญในงบกลางประมาณ 3 แสนล้านบาท เพื่อดูแลข้าราชการที่เกษียณแล้ว 8 แสนคน ขณะที่งบดูแลผู้สูงอายุประมาณ 8 หมื่นล้านบาท ดูแล 10 ล้านคน งบบำนาญข้าราชการสูงกว่างบสวัสดิการคนชรา 57 เท่า สูงเกินไป การเก็บภาษีประชาชนมาดูแลรัฐราชการอุ้ยอ้ายที่ไม่สามารถตอบโจทย์ประชาชนได้

ไอติมชี้ 2 โจทย์ใหญ่
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ในฐานะผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบายของ ก.ก. กล่าวว่า เราไม่ได้ตั้งคำถามกับการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ อย่างเดียว แต่เราตั้งความหวังให้ประชาชนด้วย การจัดงบครั้งนี้สิ่งที่ยังตกหล่นอยู่ โจทย์แรกคือ เรื่องเศรษฐกิจ เครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจเคียงข้างกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งในงบ 66 งบการลงทุนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลดลง 10% โดยงบส่วนใหญ่ใช้ไปกับการสร้างถนนหนทาง โจทย์สอง คือ เรื่องของสวัสดิการ ประชาชนทุกช่วงวัยกำลังเดือดร้อน แต่งบบางส่วนไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลประชาชน เช่น เบี้ยผู้สูงอายุ

จัด 15 ขุนพลชำแหละ
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้า ก.ก. ฝ่ายนโยบาย ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบ ว่า พรรคเตรียม ผู้อภิปรายไว้ประมาณ 15 คน เช่น นายพิธา ที่จะอภิปรายภาพรวม นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค อภิปรายงบกลาโหมส่วนตนไม่ได้อภิปรายเป็นกระทรวงแต่จะตรวจการบ้านแทน พล.อ.ประยุทธ์ ว่าสิ่งที่มอบนโยบายให้หน่วยงานราชการไปทำ สรุปแล้วหน้าตาเป็นอย่างไร รวมถึงตรวจผลงาน 3 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ บรรลุเป้าหมายหรือไม่

กระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องงบกลางที่ได้งบมากที่สุด งบกลาโหมมากกว่างบกระทรวงสาธารณสุขนั้น งบกลางในส่วนที่เพิ่มขึ้นคือสวัสดิการของข้าราชการ ขณะที่กระทรวงกลาโหมส่วนที่เพิ่มขึ้นคืองบบุคลากร สะท้อนปัญหาหลายอย่างของโครงสร้างงบประมาณกับระบบราชการไทยว่าใหญ่เทอะทะไปด้วยขนาดของกำลังคนภาครัฐ กลาโหมมีกองทัพที่เต็ม ไปด้วยคน ยืนยันพรรค ก.ก.โหวตคว่ำร่างพ.ร.บ.งบฯ วาระ 1 แน่นอน เมื่อถามว่า หลายคนมองว่าเล่นเกมการเมืองมากเกินไป น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า กลุ่มที่จะเป็นตัวแปรสำคัญไม่ใช่พรรคฝ่ายค้าน แต่คือกลุ่มที่แตกย่อยมาจาก ฝั่งรัฐบาล แน่นอนเขาจะเล่นเกมการเมืองในกฎหมายใหญ่ๆ อยู่แล้ว ก็ปล่อยให้เขาเล่นไป

พท.โวซักฟอกเด็ดชีพรมว.
เวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายยุทธพงศ์ จรัสเสภียร รองหัวหน้าพรรค แถลงถึงการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า การประชุมพรรค 24 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้หารือกันแล้วจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 15 มิ.ย.นี้ และเมื่อยื่นแล้ว นายชวน หลีกภัย ประธานสภา จะใช้เวลาตรวจสอบญัตติภายใน 1 สัปดาห์ แล้วส่งครม.เพื่อตอบกลับมาว่าพร้อมวันไหน คาดว่าจะได้อภิปราย ช่วง 18 ก.ค. ซึ่งการอภิปรายน่าจะใช้เวลา 4 วัน ถึงวันที่ 21 ก.ค.เพราะข้อกล่าวหาของพล.อ.ประยุทธ์ ฉกาจฉกรรจ์มาก

ความพร้อมของฝ่ายค้านในการอภิปรายมั่นใจว่ามีหลักฐานเด็ดชีพรัฐมนตรีระดับ รมว.ให้ตายกลางสภา เพราะมีใบเสร็จด้วย ถ้าเปิดหลักฐานออกมารับรองกรี๊ดกร๊าดสนั่นสภาแน่นอน รับรองได้ว่ามีส.ส.ผู้หญิงบางคนอาจทนดูการอภิปรายของฝ่ายค้านไม่ได้ ต้องเดินออกไปร้องไห้ข้างๆ ห้องประชุมก็ได้

โจ้จองกฐินงบซื้อบินรบ
นายยุทธพงศ์ยังกล่าวถึงการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบ 66 ว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติว่าจะคว่ำร่างพ.ร.บ.งบฯ เพราะกู้จนเต็มเพดาน งบพัฒนาประเทศแทบไม่มี ประชาชนเดือดร้อน อดอยาก หิวโหย น้ำมันแพง ของแพง รัฐบาลบอกไม่มีเงินช่วย แต่มีเงินไปซื้อเครื่องบินรบรุ่นใหม่ล่าสุด F-35 โดยกองทัพอากาศ งบ66 จะซื้อก่อน 2 ลำ ราคาลำละ 78 ล้านเหรียญดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทย 2,700 ล้านบาท ซึ่งจะซื้อทั้งหมด 8 ลำ ปรากฏเป็นเครื่องบินเปล่าไม่มีอาวุธ จึงต้องนำไปอภิปรายว่าจะซื้อมาทำไม จะไปรบกับใคร พล.อ.ประยุทธ์ ต้องตอบในฐานะเป็นนายกฯ และรมว.กลาโหม นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ พท.ไม่สามารถรับหลักการ งบฯ 66 ได้

นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ส.ส.นนทบุรี พท. กล่าวว่า ตนจะอภิปรายเกี่ยวกับทางตันของงบ 66 การจัดงบมีมูลค่าถึง 3.18 ล้านล้านบาท แต่รัฐบาลจัดเก็บรายได้แค่ 2.4 ล้านล้านบาท ก็ต้องกู้เงินมาเสริมให้งบประมาณเพียงพอ 695,000 ล้านบาท 8 ปี พล.อ.ประยุทธ์มาเป็นนายกฯ การจัดเก็บรายได้ไม่เข้าเป้า และที่น่าส่งสัยเมื่อจัดเก็บรายได้ไม่พอบวกกับงินกู้ก็ยังไม่พอ แต่กลับกู้เงียบโดยปีงบ 63 และ 64 จำนวนเงินกู้มากกว่างบที่ขอกู้ในสภา งบตัวนี้อนุมัติโดยครม.โดยใช้พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ ที่แก้ไขปรับปรุงเมื่อปี 61 ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีสภาที่มาจากการเลือกตั้ง และการออกนโยบายจัดเก็บภาษีลักษณะเสือนอนกิน ขูดรีดภาษีจากประชาชน โดยเฉพาะภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่ออกก่อนจะมีการเลือกตั้งใหญ่ปี 62

สมคิดต่อคิวถล่มงบมั่นคง
ด้าน นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) รองประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงความพร้อมของ พท. ว่า พรรคมีมติในเบื้องต้นแล้วว่าจะโหวตไม่ให้ร่างพ.ร.บ.งบฯ 66 ผ่านตั้งแต่วาระแรก เท่าที่ทราบพรรคร่วมฝ่ายค้านส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าวคือจะไม่ให้ผ่านตั้งแต่ชั้นรับหลักการ พรรคร่วมฝ่ายค้านจะประชุมร่วมกันเพื่อสรุปท่าทีการพิจารณาร่างพ.ร.บ. ในวันที่ 30 พ.ค.นี้อีกครั้ง จากที่ได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบ ยังไม่ตอบโจทย์การฟื้นฟูประเทศจากวิกฤตโควิด-19 ที่เริ่มคลี่คลาย โดยเฉพาะงบด้านการกระตุ้นเศรษฐกิจ แก้ปัญหาปากท้องน้อยมากไม่สอดคล้องกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศในขณะนี้

พท.ติดใจการจัดงบในส่วนความมั่นคงมากกว่าความจำเป็น สูงถึง 2.2 แสนล้านบาท ตนจะอภิปรายเพื่อชี้ให้เห็นถึงความไม่จำเป็นที่งบความมั่นคงจะสูงถึงขนาดนี้ รวมทั้งจะมีน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. ร่วมอภิปรายงบกลาโหมและการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพด้วย

ถลกงบ – นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายสันติ กีระนันทน์ รองหัวหน้าพรรค แถลงภาพรวมเศรษฐกิจ การเมือง และงบประมาณปี 2566 ที่จัดสรรไม่สอดรับกับสถานการณ์ประเทศ ที่ทำการ พรรคฯ วันที่ 29 พ.ค.

อุตตมชี้งบผ่านแบบรุ่งริ่ง
เวลา 10.00 น. ที่ทำการพรรคสร้างอนาคตไทย(สอท.) นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายสันติ กีระนันทน์ รองหัวหน้าพรรค แถลงภาพรวมเศรษฐกิจ การเมืองและงบปี 66

นายอุตตมกล่าวว่า วิกฤตต่างๆ ที่กระทบเข้ามาพร้อมกันการใช้เครื่องมือที่มีอยู่จึงต้องเป็นแนวทางที้ไม่ใช่แบบภาวะปกติ วันนี้ยังไม่สายเกินไปที่จะปรับเปลี่ยน มองว่างบครั้งนี้รัฐบาลก็คงผ่านไปได้ แต่จะผ่านแบบฉลุยหรือแบบรุ่งริ่งต้องรอดู และขอให้กำลังใจ นายกฯ ในการทำงาน

นายสันติกล่าวว่า มี 8 เรื่องที่ท้วงติง คือ 1.รัฐบาลไม่สามารถจัดเก็บรายได้ได้ตาม เป้าหมายและพลาดเป้าทุกปี 2.โครงสร้างการจัดสรรงบไม่สอดคล้องสถานการณ์จริง งบปี 66 ต้องฟื้นฟูแต่กลายเป็นการทำงบแบบรูทีน 3.งบให้หน่วยรับ คือ กระทรวง ทบวง กรมเป็นงบบุคลากร แสดงให้เห็นว่าติดหล่ม 4.รายจ่ายลงทุน 21.28% รวมค่าตอบแทบคนทำโครงการ แต่แยก 15.46% เป็นงบลงทุนสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ซึ่งน้อยมาก เป็นเหตุให้ตั้งงบ 3.185 ล้านล้านบาท

จับตาชั้นกมธ.-นักการเมืองสั่งได้
5.งบที่เป็นเงินอุดหนุน 35-26% ตรวจสอบยาก และเป็นงบกระทรวง 60.55% 6.งบกลางกว่า 590 ล้านบาท หรือ 18.54% ที่แก้ฉุกเฉิน ไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง 7.ส่วนงบบูรณาการเกือบ 7% ใน 15 แผนงาน เป็นการซุกงบ และ 8.งบซื้ออาวุธ อยู่ในยุทธศาสตร์เพิ่มขีดความสามารถกองทัพ เกือบ 6 หมื่นล้านบาท และยังมีแผนระยะยาวกว่า 4 แสนล้านบาท ใน 10 ปี ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ควรลดแล้วเอางบไปใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจให้ประชาชนทำกินได้ก่อน

“ขอให้ประชาชนจับตาเพราะนักการเมืองไปล็อกงบตั้งแต่กระบวนการจัดทำคำขอตั้งแต่ท้องถิ่นแล้ว ส่งมาที่ส่วนกลางคือสำนักงบประมาณ เวลามาอยู่กมธ.คือมานั่งเฝ้าชิ้นปลามัน และเป็นช่วงต่อรองกัน เรื่องงบมีนักการเมืองที่มีอิทธิพลไปสั่งได้ เป็นการเหยียบหิมะแบบไร้ร่องรอย” นายสันติกล่าว

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการ สอท.กล่าวกรณีฝ่ายค้านเตรียมคว่ำ พ.ร.บ.งบฯวาระแรก ว่า เป็นการส่งสัญญาณ เร่งรัดใช้สภาเปลี่ยนรัฐบาล และคงมีข้อมูลอะไรบางอย่างที่ฝ่ายค้านมั่นใจว่ามีโอกาส เมื่อถามว่ากรณีส.ส.รัฐบาล-ฝ่ายค้านร่วมพูดคุยตอกย้ำคว่ำงบได้หรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ก็มีโอกาสที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลง เมื่อประกอบกับอุปสรรคที่ถาโถมเข้ามาก็มีโอกาสได้ทั้งนั้น

วัชรพลยันสส.ชพน.หนุนรัฐบาล
ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคชาติพัฒนา(ชพน.) กล่าวถึงกระแสข่าวมีชื่อตนเอง และ นายดล เหตระกูล นายสมัคร ป้องวงษ์ ส.ส.ชพน. ในนามกลุ่ม 16 ส.ส.+ 2 ของนายพิเชษฐ สถิรชวาล เคลื่อนไหวจ้องล้มรัฐบาลว่า ชพน.มีจุดยืนอยู่แล้ว เราทำการเมืองแบบสร้างสรรค์ การร่วมรัฐบาลอย่างน้อยเรามีมารยาท ส่วนการจะโหวตล้มรัฐบาลหรือไม่นั้นเป็นเรื่องของที่ประชุมสภา ยกตัวอย่างเช่นเรื่องงบประมาณก็ต้องมาพิจารณาร่วมกัน ไม่ใช่จู่ๆ จะไปร่วมกับกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ ที่มีชื่อตนไปอยู่ในกลุ่มอื่นก็ต้องถามคนที่นำชื่อ ของตนไปใส่ว่าเหตุใดจึงเอาชื่อของตนไปใส่เช่นนั้น

ยืนยัน ส.ส.ชพน.ทุกคนยังอยู่ร่วมกับรัฐบาลแน่นอน เพราะเราต้องการให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ เดินหน้าบริหารประเทศต่อไปได้ วันนี้ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาบ้านเมืองก็วุ่นวายมากพอแล้ว ต้องประคับประคองให้รัฐบาลเดินหน้าไปได้ ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็เป็นเรื่องเหตุและผลถ้ารัฐบาลหรือรัฐมนตรีตอบกระทู้ไม่ได้ก็ไปว่ากันอีกที ไม่ใช่อยู่กับรัฐบาลแล้วต้องเดินร่วมทางกันทุกเรื่อง ยืนยันว่าไม่มีเรื่องกล้วยเข้ามาเกี่ยวข้องเพราะ ชพน.ไม่ใช่พรรคเล็ก

กกต.ไม่สั่งสอบเพิ่ม-ร้องชัชชาติ
นายสำราญ ตันพานิช ผอ.กต.กทม. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 23 และ 26 พ.ค กกต.กทม.ได้รายงานผลการเลือกตั้ง เรื่องร้องเรียนและสำนวนการสอบสวน รวมทั้งความเห็นของกกต.กทม. เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ก. และ ผู้ว่าฯ กทม.ไปยังกกต.กลางแล้ว และทราบว่าวันที่ 24 พ.ค. ผู้ตรวจการเลือกตั้งก็ได้รายงานผลการตรวจสอบไปยังกกต.กลางแล้วเช่นกัน หลังจากนี้อยู่ที่ที่ประชุม กกต.จะพิจารณาวินิจฉัย และกรณีสำนวนเรื่องร้องเรียนที่ กกต.กทม.สืบสวนและมีความเห็นส่งไปแล้วนั้น จนถึงขณะนี้ทางสำนักงานกกต.หรือกกต.กลางยังไม่ได้ส่งกลับ หรือมีคำสั่งให้สอบ เพิ่มเติม

สำนวนร้องเรียนที่กกต.กทม.เสนอไป กกต.กลางจะพิจารณาว่าเกี่ยวข้องทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ ตามมาตรา 17 พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562 กำหนด หากพบว่ามีผลทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรมก็จะยังไม่ประกาศผลการเลือกตั้ง โดยต้องไปดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อไป ซึ่งมีเวลา 60 วันตามที่กฎหมายกำหนด แต่ถ้าเรื่องร้องเรียนพิจารณาแล้วไม่ได้ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตก็จะประกาศผลการเลือกตั้ง

ล้านคะแนนไม่เกี่ยวรับรอง
เมื่อถามว่าคนมองว่านายชัชชาติได้คะแนนเสียงเป็นล้านคะแนน หากพรุ่งนี้ กกต.ไม่รับรองอาจไม่เป็นธรรม นายสำราญกล่าวว่า กกต.จะดูว่าเรื่องร้องเรียนทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ เป็นหลักการพิจารณาที่ใช้กับการเลือกตั้งทุกระดับ ไม่เกี่ยวว่าผู้ได้รับเลือกตั้งหรือผู้สมัครได้คะแนนนิยมมากหรือน้อย

ลุ้นผลกกต.พิจารณาวันนี้
แหล่งข่าวจากกกต.ระบุ กรณีดังกล่าวจะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม กกต.วันที่ 30 พ.ค. โดยการพิจารณาประกาศผลการเลือกตั้งของ กกต.ยึดหลัก จะไม่ประกาศเมื่อมีเหตุที่เชื่อได้ว่าทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม เช่น พบมีการซื้อเสียง ไม่ใช่มีเรื่องร้องเรียน ร้องคัดค้านแล้วไม่ประกาศรับรองผลทันที เพราะกฎหมายให้อำนาจ กกต.สอบสวนเรื่องร้องเรียน ร้องคัดค้านภายหลังได้อยู่แล้ว ส่วนการเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาเมืองพัทยามีปัญหาเรื่องบัตรหายยังอยู่การตรวจสอบ สำนักงาน กกต.จึงยังจะไม่เสนอให้ที่ประชุม กกต.พิจารณา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรื่องร้องเรียนผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.และผู้สมัครส.ก.มีทั้งสิ้น 24 เรื่อง นายชัชชาติ ถูกร้องเรียน 2 ประเด็น คือ กรณีทำป้ายหาเสียงเข้าข่ายให้ เสนอให้ ประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้เพื่อจูงใจผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง และข้อกล่าวหาพูดลักษณะดูถูกระบบราชการ

ขณะเดียวกัน ในโลกโซเชี่ยล โดยเฉพาะทวิตเตอร์ #ผู้ว่ากทม. มีการรีทวีตวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องร้องเรียนนายชัชชาติดังกล่าว รวมถึงชื่นชมการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ลงพื้นที่ – นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. ลงพื้นที่ชุมชนหลัง สน.ทองหล่อ ทั้งชุมชนคลองเป้งสามัคคี ชุมชนลีลานุช สำรวจการทำงานด้านการส่งเสริมสุขภาพชุมชนและระบบปฐมภูมิ ที่เขตวัฒนา กทม. เมื่อวันที่ 29 พ.ค.

ชาวชุมชนเชียร์ชัชชาตินายกฯ
เวลา 08.40 น. ที่ชุมชนหลังสน.ทองหล่อ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่า ฯกทม. ปั่นจักรยานจากบ้านพักลงพื้นที่สำรวจปัญหา พร้อมนางเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัทเสนาดีเวลลอปเมนท์ อดีตอาจารย์คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ นายสัณห์สิทธิ์ เนาถาวร ว่าที่ส.ก.เขตวัฒนา พรรคก้าวไกล และนายอนรรฆ พิทักษ์ธานิน นักวิจัยจากสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ น.ส. สุชิรา ศิลานนท์ ผอ.เขตวัฒนา ร่วมลงพื้นที่

นายชัชชาติเดินสำรวจปัญหาพร้อมทักทายประชาชนในชุมชนหลัง สน.ทองหล่อ ชุมชนคลองเป้งพัฒนา และชุมชนลีลานุช โดยมีชาวชุมชนขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึก บางคนตะโกนว่า “ท่านไม่เหมาะที่จะเป็นผู้ว่า แต่เหมาะที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี ขอให้เป็นนายกฯ แสดงความยินดี” ขณะเดียวกันผู้ที่อยู่บนแฟลตโบกมือทักทายตลอดเส้นทาง จากนั้นไปดูการทำงานด้านการส่งเสริมสุขภาพชุมชนและระบบปฐมภูมิ สำรวจคลินิกชุมชนอบอุ่น เครือข่าย สปสช.ลงฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้ชาวชุมชน โดยรับฟังปัญหาตลอดการเดินสำรวจ

แจงแก้ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว
นายชัชชาติกล่าวถึงความชัดเจนที่ กทม.จะเข้ามาดูแลและบริหารจัดการรถไฟฟ้า สีเขียว ว่า ยังตอบไม่ได้ เพราะ กกต.ยังไม่รับรองผลการเลือกตั้ง แต่มองว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะเป็นการไปดูสิ่งที่คนอื่นทำ แล้วนำผลมาชี้แจง สิ่งที่ต้องไปดูคือเรื่องสัญญาต่างๆ เบื้องต้นวางกรอบว่าจะใช้เวลา ดูเอกสารทั้งหมด 1 เดือน ยืนยันว่าทำงานโดยคำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก ไม่ได้ใช้อารมณ์หรือความรู้สึกส่วนตัว ส่วนเรื่องหนี้หลัง ปี 2572 รถไฟฟ้าสายสีเขียวจะอยู่ในความดูแลของ กทม. สิ่งแรกที่ต้องประเมินคือจำนวนหนี้สินที่ กทม.ต้องแบกรับ ซึ่งจะนำเข้ามาหารือในสภา กทม.ด้วย

นักร้องแจ้งตร.อีก
วันเดียวกัน ที่สน.ลำผักชี นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ นายชัชชาติ ที่ไม่ยอมเก็บป้ายหาเสียง โดยบริเวณริมถนนสุวินทวงศ์ เขตหนองจอก ปรากฏว่ามีป้ายหาเสียงของนายชัชชาติ และผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.คนอื่นอีกหลายคนที่ปล่อยทิ้งขวาง ไม่จัดเก็บ อาทิ ป้ายของ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ น.ต.ศิธา ทิวารี และยังมีป้ายของผู้สมัคร ส.ก.เขตหนองจอก เขตมีนบุรี อีกหลายคนที่ยังไม่ยอมเก็บป้ายหาเสียง เช่น นายมังกร ศิริศรีโพธิ์ พรรคไทยสร้างไทย น.ส.ณัฐิดา เตาเฟ็ส พรรคประชาธิปัตย์ นายไพฑูรย์ อิสระเสรีพงษ์ และนายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ พรรคเพื่อไทย เป็นต้น จึงแจ้งความร้องทุกข์ผู้สมัครทั้งหมดที่สน.ลำผักชีสน. สุวินทวงศ์ และสน.มีนบุรี และวันที่ 30 พ.ค. เวลา 09.00 น.จะไปร้องต่อกกต.

โพลชี้‘ชัชชาติ’ชนะกระทบรัฐบาล
วันที่ 29 พ.ค. ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจ เรื่อง “ผลกระทบของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ต่อการเมืองระดับชาติ” สำรวจระหว่าง 25-27 พ.ค. 2565 จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค รวม 1,322 หน่วยตัวอย่าง

ถามถึงความรู้สึกต่อการที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้รับเลือกตั้งให้เป็นผู้ว่าฯ กทม. ร้อยละ 77.76 ระบุว่า ไม่แปลกใจเลย เพราะเป็นคนเก่ง มีคุณสมบัติเพียบพร้อม มีความมุ่งมั่น ตั้งใจทำงาน และลงพื้นที่รับฟังเสียงจากประชาชนอย่างสม่ำเสมอ รองลงมาร้อยละ 8.85 ระบุไม่ค่อยแปลกใจ เพราะมีภาวะผู้นำ เป็นกลางทำงานได้กับทุกฝ่าย และคนกทม.ต้องการการเปลี่ยนแปลง ร้อยละ 7.34 ระบุแปลกใจมาก เพราะผลงานในการพัฒนา กทม.ยังไม่มี และ ไม่คิดว่าคะแนนจะถล่มทลายขนาดนี้ ร้อยละ 6.05 ระบุว่า ค่อนข้างแปลกใจ เพราะลงสมัครในนามอิสระ

ถามถึงผลกระทบต่อการเมืองในระดับชาติจากการที่ นายชัชชาติ ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. ร้อยละ 38.88 ระบุจะส่งผลในทางลบต่อคะแนนนิยมของรัฐบาล รองลงมาร้อยละ 32.53 ระบุจะไม่ส่งผลใดๆ ต่อคะแนนนิยมของรัฐบาล ร้อยละ 15.96 ระบุเป็นแค่การเลือกตั้งในจังหวัดหนึ่งเท่านั้น ร้อยละ 9.53 ระบุอาจมีการยุบสภาเร็วขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ ร้อยละ 8.40 ระบุจะส่งผลต่อการเลือกตั้ง ส.ส.ในกทม.เท่านั้น ร้อยละ 6.43 ระบุสังคมไทยจะเผชิญกับความขัดแย้งหรือการแบ่งฝ่ายทางการเมืองมากขึ้น ร้อยละ 6.35 ระบุสังคมไทยได้ก้าวข้ามความ ขัดแย้งหรือการแบ่งฝ่ายทางการเมืองแล้ว ร้อยละ 4.99 ระบุพรรค/กลุ่มการเมือง ฝ่ายค้านจะเกาะกระแสนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในการต่อต้านรัฐบาล ร้อยละ 3.33 ระบุรัฐบาลจะอยู่ยาวเพื่อหาทางสร้างคะแนนนิยมเพิ่มมากขึ้น และร้อยละ 2.12 ระบุบางพรรคอาจ ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลเพื่อเอาตัวรอด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน