ทนายแห่ลุยเต้ แม่พบกมธ.สว. ขอดู‘ผ้า’บังแจ๊ค

‘คดีแตงโม’ อลวนหนัก ทนายแห่แจ้งจับกันนัว เอาผิดส.ส.เต้ โทร.ขู่ส่งคนมากระทืบ ขณะที่เจ้าตัวอ้างแค่หยอกล้อ ฮึ่มดำเนินคดีกลับฐานดักฟังโทรศัพท์ ก่อนพา ‘แม่แตงโม’ พบ ‘กมธ.วุฒิสภา’ ขอรับวัตถุพยานจากผู้หวังดี ‘หมอพรทิพย์’ อ้าง ‘บังแจ๊ค’ ส่งมาให้จากสหรัฐ เป็นผ้าสีขาว ส่วนอัยการจังหวัดนนทบุรีมีหนังสือตอบกลับตร. มีความเห็นสั่งฟ้อง 5 คนบนเรือ กับ 1 กุนซือ ตามข้อหาที่พนักงานสอบสวนแจ้ง

เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายเดชา กิตติวิทยานันท์ อดีตทนายความ คดีดาราสาวแตงโม แจ้งความกับพนักงานสอบสวน กก.1 ป. ให้ดำเนินคดีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรค ไทยศรีวิไลย์ และส.ส.บัญชีรายชื่อ

นายเดชากล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อคืนวันที่ 29 พ.ค. นายมงคลกิตติ์โทรศัพท์มาข่มขู่ทำนองว่าจะส่งคนมากระทืบ จะใช้วิธีนอกระบบ ส่งไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ให้กลับมาอีก กรณีออกความเห็นคดีแตงโม นอกจากข่มขู่ตน ยังมีนักข่าวและทนายความอื่นๆ ถูกโทร.ไปคุกคามอีกด้วย จึงถอดคำพูดใส่แผ่นซีดีมาแจ้งความดำเนินคดีฐานทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว ความผิดต่อเสรีภาพ ยืนยันจะเอาผิดถึงที่สุด ไม่รับคำขอโทษ โดยจะยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และประธานรัฐสภาตรวจสอบจริยธรรมร้ายแรงด้วย จะไม่ได้เป็นส.ส.อีกต่อไป

ขณะเดียวกัน ที่รัฐสภา นายมงคลกิตติ์กล่าว ชี้แจงกรณีพูดจาข่มขู่นายเดชาว่า แค่หยอกล้อ การใช้คำไม่สุภาพเพราะคุยกันในฐานะเพื่อน ขณะนี้พรรคไทยศรีวิไลย์มารับผิดชอบคดีแล้ว บางทีการออกความเห็นทำนองข่มขู่โจทก์ แม่แตงโมก็อายุมากแล้ว อยากให้ออกความเห็น เชิงวิชาการที่ไม่กระทบคดีมากกว่า มิเช่นนั้นจะผิดมารยาททนายความ ตั้งแต่แรกที่ตนตั้งทีมทนายความดูแลคดี ก็หมิ่นประมาทว่าเป็นคณะตลก แต่เห็นว่าเป็นเพื่อนกัน จึงไม่อยากดำเนินคดี ตนมีสมาชิกพรรคเป็นหมื่นคน หากมีสมาชิกพรรคไปแจ้งความดำเนินคดีในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ไม่อยากให้ลำบากกัน ขอร้องนายเดชาถ้าไม่จำเป็นอย่าออกมาให้ความเห็น

นายมงคลกิตติ์กล่าวอีกว่า การที่นายเดชาดำเนินคดีข้อหาข่มขู่นั้น การคุยโทรศัพท์กัน 2 คน มีกฎหมายระบุชัดเจนว่าการเอาข้อความที่โทร.คุยกัน 2 คนไปเปิดเผย มีความผิดฐานดักฟังโทรศัพท์ มีโทษจำคุก 6 เดือน ถือว่า มีความผิดแน่ถ้าเอาข้อความที่โทร.คุยกันไปเผยแพร่ โดยที่ตนไม่อนุญาต

แม่เข้าสภา – นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ พานางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของแตงโม ยื่นขอรับวัตถุพยานเกี่ยวกับคดีจากกมธ.ของวุฒิสภา ส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจสอบ เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ที่รัฐสภา

ต่อมานายมงคลกิตติ์พานางภนิดา ศิระยุทธ โยธิน แม่แตงโม ยื่นหนังสือถึงนายสมชาย แสวงการ ส.ว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา เพื่อขอรับวัตถุพยาน จากกมธ.ไปส่งให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ตรวจสอบต่อไป

นายสมชายกล่าวว่า ได้รับพัสดุจากผู้อ้างตัว ว่าเป็นผู้หวังดี โดยประสานผ่าน พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ส.ว. ในฐานะกมธ. ต่อมาพญ.คุณหญิงพรทิพย์ เสนอกมธ.ว่า จะรับพัสดุไว้พิจารณาหรือไม่ ที่ประชุมมีมติรับไว้ แต่ไม่ยืนยันว่าข้างในเป็นอะไร เนื่องจาก ยังไม่ได้แกะห่อที่ส่งมาจากสหรัฐอเมริกา จากนั้นทำหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่แจ้งกลับมาว่าสรุปปิดสำนวนไปแล้ว กมธ.จึงทำหนังสือถึงอัยการ แต่ยังไม่ตอบกลับมา กมธ.คงให้พัสดุกับนางภนิดาไม่ได้ เนื่องจากพัสดุที่ส่งมาไม่ได้ระบุชื่อนางภนิดา ไม่รู้ว่าเป็นผ้า หรือกระดาษ หรืออะไร เราจะยังไม่เปิด จนกว่าอัยการจะตอบกลับมา

ส่วนพญ.คุณหญิงพรทิพย์กล่าวว่า บังแจ๊ค ติดต่อมา เพราะต้องการจะส่งผ้าสีขาว จึงส่งที่อยู่ในนามกมธ.ให้ แต่พอพัสดุส่งมากลับกลาย เป็นระบุชื่อตนเป็นผู้รับ และส่งมาที่สภา สาเหตุที่ต้องเก็บพัสดุไว้นานถึง 3 สัปดาห์ เพราะไม่มีอำนาจที่จะทำอะไรต่อ แต่พยายามประสานทุกหน่วยงานจนกระทั่งเห็นนางภนิดา เปลี่ยนใจ และเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของแตงโม จึงอยากให้มารับรู้และทำให้ถูกวิธีการ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าเราดึงเรื่อง แต่เราไม่มีอำนาจหน้าที่

ผู้สื่อข่าวสอบถามนางภนิดาเกี่ยวกับพัสดุดังกล่าว นางภนิดากล่าวว่า แม่มั่นใจว่าจะเป็นสิ่งสำคัญในคดี จากนั้นนางภนิดายกมือไหว้และกล่าวว่า ขอความกรุณานายสมชาย ใช้อำนาจหน้าที่เร่งเรื่องนี้ให้ด้วย หลังยื่นหนังสือ เสร็จ นางภนิดายกมือไหว้พญ.คุณหญิงพรทิพย์ ซึ่งก่อนหน้านี้ทั้งคู่มีความบาดหมางกันเรื่องคดีแตงโม และจับมือปรับความเข้าใจกัน

จากนั้นนางภนิดาให้สัมภาษณ์ว่ารู้สึก มีความหวังมากขึ้น แต่ต้องทำตามระเบียบราชการ และรู้สึกดีใจที่พญ.คุณหญิงพรทิพย์มาช่วยได้กล่าวขอโทษพญ.คุณหญิงพรทิพย์ถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ตั้งแต่นายเดชาเป็นทนายความ ซึ่งตอนนั้นไม่ค่อยได้พูด ไม่กล้าขัดใจนายเดชา ที่ผ่านมาไม่ได้คิดว่าเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากไม่มีใครแนะนำ นายเดชาก็ไม่ได้แนะนำ โดยบอกแค่ว่าอย่าทำ เดี๋ยวหาทางลงไม่ได้ และย้ำอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งฟ้าเปิดได้มาเจอนายมงคลกิตติ์ จึงได้ทำอะไรทุกอย่างที่จะเป็นความจริงและเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ได้บอกกับแตงโมทุกวันว่าจะหาความยุติธรรม ให้แตงโมให้ได้ ถึงจะเหนื่อยแต่ก็ยินดีทำให้ลูก

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าคุณแม่อยากฝากอะไรถึงนายเดชาหรือไม่ นางภนิดาหัวเราะก่อนกล่าวว่า “เลิกคิดถึงคุณแม่ได้แล้ว คุณแม่ จ่ายค่าข้าวไปแล้ว ทำไมต้องปล่อยให้เป็นข่าวหลายวัน หากนายเดชาคิดถึงคุณแม่ก็ขอให้เงียบๆ คิดถึงในใจ ตอนนี้คุณแม่ไม่รักนายเดชา แล้ว ไม่ให้เปอร์เซ็นต์ แต่ยังคิดถึงอยู่ สามารถคิดถึงกันได้” แม่แตงโมกล่าว

ก่อนหน้านี้นายมงคลกิตติ์ให้สัมภาษณ์ เพิ่มเติมกรณีนายเดชาจะยื่นเรื่องสอบจริยธรรม นักการเมืองว่า เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่าง คนสองคนพูดคุยกัน ยืนยันว่ายังไม่เคยใช้ความรุนแรง เราสองคนรู้จักกัน ที่ผ่านมา เขาก็หมิ่นประมาทหลายรอบ ถือว่าเป็นคนรู้จักกัน ต้องพูดคุยกันดีๆ ต้องเตือนกัน เพราะถ้าไปดำเนินคดีก็จะผิดใจกัน หรือแม้กระทั่งไปร้องสอบมารยาททนายความก็เหมือนกับการไปทำหลายอาชีพเขา

ผู้สื่อข่าวถามว่าหมายความว่าจะฟ้องกลับทนายเดชาหรือไม่ นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า ถ้าฟ้องร้องตน ก็ต้องรักษาสิทธิ์ตามกฎหมาย และเมื่อถามถึงกรณีที่ทนายเดชาจะยื่นเรื่องให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร สอบจริยธรรม นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า ก็ให้ยื่นร้องเรียนไป แต่เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาอะไร เพราะเป็นการพูดคุยกันของคนสองคน

ส่วนนายชวนกล่าวว่า ทนายเดชายังไม่ได้ยื่นร้องเรียนตรวจสอบนายมงคลกิตติ์ อะไร ที่เป็นเรื่องส่วนตัว แต่หากทำผิดต่อจริยธรรมนักการเมือง คณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนฯ ต้องตรวจสอบ แม้กระทั่งคำพูดที่ไม่เหมาะสมก็ร้องเรียนได้ โดยจะต้องมีคนร้องเรียนเข้ามาก่อน จากนั้นคณะกรรมการจริยธรรม จะส่งเรื่องให้อนุกรรมการฯ ที่เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพสูง และตรงไปตรงมาตรวจสอบ

แจ้งจับ‘เต้’ – ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ อุ้มสุนัขขึ้นสภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี แจ้งความดำเนินคดีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรี วิไลย์ ไลฟ์สดในเฟซบุ๊กข่มขู่คุกคาม หลังแสดงความเห็นเชิงกฎหมายคดีการเสียชีวิตของดาราสาวแตงโม เมื่อวันที่ 30 พ.ค.

ขณะเดียวกัน ที่สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม อุ้มสุนัข ชื่อถุงเงิน เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีนายมงคลกิตติ์ กรณีไลฟ์เฟซบุ๊ก ในทำนองข่มขู่ให้ระวังตัวที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ คดีแตงโม อีกทั้งมีคดีความที่ต้องเดินทางไปต่างจังหวัด โดยเฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกรงจะไม่ปลอดภัย

นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวกรณีกมธ.สิทธิมนุษยชนฯ วุฒิสภา อ้างมีวัตถุพยานคดีแตงโมว่า หากกมธ.ขอให้อัยการไปร่วมตรวจสอบ อัยการจะดูว่าพยานหลักฐานดังกล่าวมีความสำคัญเกี่ยวข้องโดยตรงในประเด็นของคดีหรือไม่ น่าเชื่อถือ มีน้ำหนักหรือไม่ การจะนำพยานหลักฐานเข้ามาในสำนวน ก็ไม่ต่างจากการทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรม เมื่ออัยการสนใจก็เข้าไปดู เมื่อดูแล้ว ถ้าสนใจอีก ก็จะให้เข้ามาในสำนวนเป็นพยานหลักฐาน โดยอัยการอาจจะสั่งให้พนักงานสอบสวนไปสอบสวน โดยสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม เพราะพยานแต่ละชิ้นจะเข้ามาในสำนวนได้ ต้องผ่านการสอบสวนโดยชอบของพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบเสียก่อน

วันเดียวกัน พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี ได้รับมอบหมายจากพล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช. ภาค 1 เดินทางเข้าพบน.ส.สุภาภรณ์ นิปวณิชย์ อัยการจังหวัดนนทบุรี โดยหารือนานกว่า 1 ชั่วโมง จากนั้นพ.ต.อ.จาตุรนต์กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผบช.ภาค 1 ทำหนังสือถึงอัยการจังหวัดนนทบุรี เพื่อขอทราบถึงผลการสั่งฟ้องในคดีแตงโม อัยการจังหวัดนนทบุรีมีหนังสือตอบกลับมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 5 คนบนเรือลำเกิดเหตุ และ 1 คนที่ปรึกษา ตามข้อหาที่คณะพนักงานสอบสวนแจ้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน