เปิดทีม-เข้าทำงานทันทีวันนี้ 5สก.จาก5พรรคโดนแขวน ถกงบ66-ฝ่ายค้านถล่มเละ ซัดสิ้นหวัง-ค่าไถ่พรรคร่วม ตู่โต้ยิบ-แขวะหนี้‘จำนำข้าว’

กกต.ประกาศรับรอง ‘ชัชชาติ’ เป็นผู้ว่าฯ กทม.แล้ว ตีตก 2 คำร้องปมป้ายรีไซเคิล- ดูหมิ่นราชการ เจ้าตัวลั่นขอเป็นผู้ว่าฯ ของ ทุกคน ขอบคุณทุกการตรวจสอบ สภาถกร่างพ.ร.บ.งบฯปี 66 ‘ตู่’ ยันใช้3.18 ล้านล้าน พัฒนาฟื้นฟูผลกระทบโควิด ลุกแจงฝ่ายค้านเป็นระยะ แซะหนี้จำนำข้าวเป็นภาระรัฐบาล ‘ชลน่าน’ ฉะจัดงบแบบสิ้นหวัง จ่ายค่าไถ่พรรคร่วมรัฐบาล ‘พิธา’ ย้ำงบช้างป่วย 75% จมไปกับรายจ่ายประจำ ‘ทวี’ จวกอยุติธรรม เทงบบำนาญข้าราชการ ไม่มีประชาชนในหัวใจ ปชป.เตือนคว่ำงบเหมือนถอดท่อหายใจประชาชน

เจ้าหน้าที่กกต.หูชาแต่เช้า
วันที่ 31 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมกกต.ยังไม่ได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้รับเลือกตั้งมาด้วยคะแนน 1,386,215 คะแนน โดยสำนักงาน กกต.ระบุเหตุผลว่าอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ และที่ประชุมกกต.จะพิจารณาเรื่อง ดังกล่าวในการประชุมวันนี้

ปรากฏว่าตั้งแต่เช้า เวลา 08.00 น. มีประชาชนโทร.เข้ามาผ่านสายด่วนกกต.1444 อย่างต่อเนื่อง ทั้งสอบถามและระบายความรู้สึก อาทิ “กกต.จะมีประชุมประกาศรับรองผลวันนี้จริงหรือไม่” “ประชุมกกต.วันนี้จะรับรองนายชัชชาติเลยหรือไม่” “ประชุมหรือยัง ทำงานกินเงินภาษีประชาชน ต้องประชุมแต่เช้า ไม่ใช่ประชุมบ่าย” “ทำไมกกต.ยังไม่รับรอง ไม่รู้หรือว่าประชาชนรออยู่” หลายสายที่โทร.เข้ามาใช้ถ้อยคำหยาบคายแต่ เจ้าหน้าที่พยายามรับฟัง และชี้แจงว่า กกต.จะประชุมพิจารณาในเวลา 13.30 น. คงมีผลอย่างใดอย่างหนึ่ง

ทั้งนี้ เมื่อ 30 พ.ค. สำนักงานกกต.ก็รับสายที่โทร.สอบถามเรื่องดังกล่าวเกือบ 300 สาย และหลังออกเอกสารข่าวชี้แจงว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบเบื้องต้น กกต.ยังไม่มีมติ ทำให้ช่วงค่ำประชาชนจำนวนมากแสดงความไม่พอใจต่อการทำหน้าที่ของกกต.ผ่านโลกโซเชี่ยล

มีมติรับรอง‘ชัชชาติ’แล้ว
เวลา 13.30 น. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. เป็นประธานการประชุมกกต. ผ่านระบบออนไลน์โปรแกรม Zoom Cloud Meeting เพื่อพิจารณาผลคะแนนการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และส.ก. ต่อเนื่องเป็นวันที่สองหลัง 30 พ.ค. สำนักงานกกต.เสนอความเห็นต่อที่ประชุม กรณีนายชัชชาติถูกร้องเรียน เรื่องป้ายหาเสียงอาจเข้าข่ายทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม และกกต.ยังไม่มีมติรับรอง

เวลา 14.45 น. กกต.เผยแพร่มติระบุ สำนักงานกกต.เสนอผลการตรวจสอบเบื้องต้นและเห็นควรประกาศผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ 1 ราย และ ส.ก. 5 ราย ซึ่ง กกต.ตรวจสอบ เบื้องต้นแล้วมีเหตุอันควรเชื่อว่าผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม จึงมีมติประกาศผลการเลือกตั้ง ตามมาตรา 17 พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือ ผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 โดยนายชัชชาติ เป็นผู้ว่าฯ กทม. และส.ก. 5 ราย ได้แก่ 1.นายพินิจ กาญจน ชูศักดิ์ เขตสัมพันธวงศ์ 2.นายนวรัตน์ อยู่บำรุง เขตหนองแขม 3.นายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย เขตบึงกุ่ม 4.นาย ปวิน แพทยานนท์ เขตบางคอแหลม และ 5.นายณภัค เพ็งสุข เขตลาดพร้าว

แขวน 5 สก.-ตีตก 2 คำร้อง
เหลือ 5 คนที่ยังไม่ได้ประกาศรับรอง คือ เขตดินแดง นางอนงค์ เพชรทัต (พลังประชารัฐ) เขตบางพลัด นายภิญโญ ป้อมสถิตย์ (ประชาธิปัตย์) เขตพญาไท นายพีรพล กนกวลัย (ก้าวไกล) เขตสายไหม น.ส.รัตติกาล แก้วเกิดมี (ไทยสร้างไทย) เขตวังทองหลาง นายอนุรักษ์ เลิศวัฒนาไพบูลย์ (เพื่อไทย)

การที่ กกต.ไม่อาจประกาศผลเลือกตั้งได้ทันทีที่ได้รับรายงานผลนับคะแนน เนื่องจากสำนักงาน กกต.ต้องตรวจสอบเบื้องต้นตามมาตรา 17 พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นฯ เสียก่อนว่ามีเหตุอันควรเชื่อว่าผลเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ ไม่ว่าจะมีผู้ร้องเรียนหรือไม่ก็ตาม โดยพิจารณาจากรายงานของผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำ กทม. และรายงานของ ผอ.การเลือกตั้ง ประจำกทม. ประกอบการพิจารณาเสนอ กกต.เพื่อประกาศผล

ทั้งนี้ ก่อนมีมติ กกต.ได้พิจารณาสำนวนเรื่องร้องเรียน นายชัชชาติ ทั้ง 2 เรื่อง คือกรณีจัดทำป้ายหาเสียงจูงใจเพื่อให้ผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนให้ตนเอง และกรณีถูกกล่าวหา พูดจาดูหมิ่นระบบราชการ โดยมีมติเป็นเอกฉันท์ตามที่สำนักงานเสนอไม่รับเป็นเรื่องร้องเรียน เนื่องจากเห็นว่าไม่ได้ทำให้การ เลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตเที่ยงธรรม ทำให้หลังจากนี้นายชัชชาติ สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวลกับการต้องถูกดำเนินการสอบสวนจากเรื่องร้องเรียน ดังกล่าว

ขณะเดียวกัน สำนักงานกกต.กทม. ได้จัดสถานที่เตรียมรองรับผู้ว่าฯ กทม.และส.ก.ทั้ง 45 คน ที่นัดหมายให้มารับประกาศผลการเลือกตั้งในวันที่ 1 มิ.ย. เวลา 11.00 น. ก่อนนำไปรายงานตัวต่อมหาดไทยเพื่อเริ่มปฏิบัติหน้าที่

ผู้ว่าฯคนใหม่ – นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ ไหว้ขอบคุณ หลังกกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.อย่างเป็นทางการ ระหว่างลุยงานสำรวจแฟลตเคหะชุมชนดินแดง ที่ลานกีฬาดินแดง เขตดินแดง เมื่อวันที่ 31 พ.ค.

ชัชชาติลั่นเป็นผู้ว่าฯของทุกคน
ที่แฟลตดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าฯกทม. กล่าวภายหลังกกต.รับรองเป็นผู้ว่าฯ กทม. ว่า ขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่เลือกและไม่ได้เลือก กกต.รับรองแล้วเราก็ก้าวเดินต่อไป และจะเป็นผู้ว่าฯของทุกคน การลงพื้นที่ที่ผ่านมาเป็นบทพิสูจน์ว่า กทม.มีความหวัง ทุกพรรคการเมืองเดินไปด้วยกัน เราเชิญทุกคนอย่างยินดี ประชาชนไม่สนใจว่าเป็นพรรคไหน แต่อยากได้ชีวิตที่ดี มีความหวัง และดีใจว่านโยบายหลายข้อข้าราชการ เจ้าหน้าที่กทม.เริ่มขยับแล้ว แม้เรายังไม่ได้เข้าไปทำงาน เป็นนิมิตหมายที่ดี เชื่อว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดี มีพลัง

ขอบคุณทุกการตรวจสอบ ยิ่งตรวจสอบเราก็ยิ่งชอบธรรม ดีกว่าไม่ตรวจสอบ ขอบคุณ กกต. นายศรีสุวรรณ จรรยา ที่ดำเนินการตามขั้นตอน ไม่มีการเร่งรัด กดดัน ที่ผ่านมาเราก็ให้เกียรติ กกต. และพร้อมรับการตรวจสอบ

ในวันที่ 1 มิ.ย. จะเดินทางไปกกต. เพื่อรับหนังสือรับรอง ก่อนไปศาลาว่าการกทม.1 เสาชิงช้า ในเวลา 13.00 น. เพื่อไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนเปิดตัวทีมผู้บริหาร ทั้งรองผู้ว่าฯกทม. เลขานุการผู้ว่าฯกทม. ทีมที่ปรึกษา และทีมเทคนิค ซึ่งทีมนี้ไม่ได้รับเงินเดือน จากนั้นจึงจะเชิญผู้บริหารมาหารือ เพื่อรับฟังความเห็น

ตู่ยินดี-บอกต้องมาคุยนายกฯ
ที่รัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์แสดงความยินดีกับนายชัชชาติว่า ก็ยินดีด้วยที่ได้ทำงาน เมื่อถามว่ามีอะไรจะฝากถึงนายชัชชาติหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “คงต้องมาคุยกับนายกฯ ก่อน เขาต้องมาอยู่แล้ว”

วิษณุยันงบเลือกตั้งมีแล้ว
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ ถึงข้อสังเกตไม่ได้จัดทำงบสำหรับการเลือกตั้งใหญ่ไว้ใน ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2566 ทั้งที่รัฐบาลจะครบวาระและมีเลือกตั้งปี 66 ว่า ครม.ตั้งข้อสังเกตนี้เมื่อหลายเดือนก่อน ผอ.สำนักงบประมาณชี้แจงว่ากกต.จัดตั้งไว้ให้ทุกปีเพราะไม่รู้ว่าจะเกิดการเลือกตั้งเมื่อไร และเคยจัดไปแล้ว 3,000 ล้านบาทเมื่อ 2 ปีก่อน เมื่อยังไม่ได้ใช้ก็ไม่ต้องนำมาใส่ในพ.ร.บ.งบ 66 แต่เงินยังอยู่ที่กกต. มีเลือกตั้งก็นำงบนี้มาใช้ได้ ถ้ายังขาดอีกคงไม่มาก ขอใช้งบกลางได้

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) รองประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่าที่ฝ่ายค้านระบุจัดงบปีนี้เหมือนช้างป่วยนั้นกล่าวหาเกินเลยไป ที่ผ่านมาประเทศเกิดวิกฤตใหญ่ต่อเนื่อง 3 ปี ทั้งโรคระบาด ดูแลความเหลื่อมล้ำ ค่าตอบแทนอสม. ให้ท้องถิ่นพัฒนาประเทศ สร้างเรื่องพื้นฐาน ใช้งบจำนวนมาก ยืนยันว่าเราไม่ใช่ช้างป่วย แต่เป็นช้างที่ลากซุง เดินไปข้างหน้าพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ หากสถานการณ์โรคอุบัติใหม่และปัญหาในอเมริกาและจีน เราจะเป็นช้างวิ่งต่อไป

รัฐบาลมั่นใจเสียงโหวต
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวยืนยันถึงเสียงรัฐบาลว่า เราคุยกับหัวหน้าพรรคร่วมในครม.ทุกคนให้ความมั่นใจ และจะไปดูแลสมาชิกในพรรคให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันคือสนับสนุน ร่างพ.ร.บ.งบ ภท.ก็ให้ความมั่นใจกับครม.พร้อมสนับสนุน เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า มั่นใจ ต้องมั่นใจ ในส่วนพรรคเล็กพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) บอกว่าจะไปพูดคุยให้รู้เรื่อง

นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ผอ. พปชร. และผู้ประสานงานพรรคเล็ก ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกับพรรคเล็กว่า พล.อ.ประวิตรดูแลอยู่แล้ว 30 พ.ค.ที่ผ่านมาก็พูดชัดเจนแล้ว ขอให้ฟังท่านคนเดียว เมื่อถามว่าพรรคเล็กไว้ใจได้ใช่หรือไม่ เพราะ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตเลขาธิการเศรษฐกิจไทย (ศท.) ระบุก่อนลงมติจะนัดหารือกับกลุ่มพรรคเล็ก นายสุชาติกล่าวว่า เมื่อวานพล.อ.ประวิตรก็ดูแลทุกอย่างและให้สัมภาษณ์ชัดเจนแล้ว ส่วนที่ฝ่ายค้านขู่จะคว่ำงบนั้นประชาชนจับตาดูอยู่ ก็ลองดูไม่เป็นไร

พท.ฉะจัดงบวางยารัฐบาลใหม่
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ผู้นำฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงความมั่นใจที่จะโหวตคว่ำพ.ร.บ.งบว่า หลายคนอาจใช้พี่น้องประชาชนเป็นตัวประกัน ว่าหากคว่ำงบประชาชนจะเดือดร้อน เรามีคำตอบการคว่ำงบทำให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยกว่าปล่อยให้ร่างฉบับนี้ผ่านไป สังเกตหรือไม่ว่างบ 66 รัฐบาลบริหารได้มากที่สุดแค่มี.ค.66 จึงจัดงบเอื้อต่อการจัดเม็ดเงินที่จะใช้ให้หมดในไตรมาสสอง หมายถึงงบลงทุน แต่สิ่งที่จะเป็นปัญหาคือรัฐบาลที่มารับช่วงต่อจะก่อวิกฤตมาก เพราะเป็นการจัดงบแบบวางยา และจัดงบลงไปในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม แสวงหาโอกาสในช่วงใกล้เลือกตั้ง

ตู่ร่วมถกงบ-สส.พปชร.แห่รับ
เวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม เดินทางมาถึงรัฐสภา เพื่อร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 โดยมีแกนนำพปชร. นำโดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม และสมาชิกพรรคกว่า 30 คน รอรับ โดยบรรดา ส.ส.กรูเข้าไปสวัสดีและแสดงตัว ซึ่งนายกฯ ทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมกล่าวว่า “ฝากด้วยนะ ช่วยกัน” เมื่อถามว่ากังวลอะไรหรือไม่ นายกฯ ส่ายหน้า เมื่อถามว่าพร้อมหรือไม่ นายกฯ หันมาพยักหน้า

ย้ำ 3.18 ล้านล.ใช้พัฒนา-ฟื้นฟู
เวลา 09.30 น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุมพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ กรอบวงเงิน 3.18 ล้านล้านบาท วาระที่ 1

พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงหลักการและเหตุผลว่า ร่างพ.ร.บ.งบ 66 จำเป็นต้องดำเนินนโยบายการคลังแบบขยายตัวผ่านการจัดทำงบขาดดุล เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยกำหนดรายได้สุทธิ 2.49 ล้านล้านบาท เงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุล 9.45 แสนล้านบาท รวมเป็นรายรับ 3.18 ล้านล้านบาท เท่าวงเงินงบรายจ่าย

ฐานะการคลัง หนี้สาธารณะคงค้าง ณ 31 มี.ค. 65 มี 9.9 ล้านล้านบาท ร้อยละ 60.6 ของจีดีพี หนี้สาธารณะข้อผูกพันจากการกู้ยืมเงินโดยตรงและการค้ำประกันเงินกู้ 9.47 ล้านล้านบาท ส่วนฐานะเงินคงคลัง ณ 30 เม.ย.65 มี 3.98 แสนล้านบาท ฐานะการเงินด้าน ต่างประเทศอยู่ในเกณฑ์ดี มูลค่าเงินสำรองระหว่างประเทศ ณ 22 เม.ย.65 มี 2.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือว่าอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง ร่างพ.ร.บ.งบนี้มีเป้าหมายให้ประเทศได้รับการพัฒนาและฟื้นฟูจากผล กระทบของโควิด ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรมนุษย์ ความมั่นคง และ สิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี

กัน 9.59 หมื่นล.เป็นงบฉุกเฉิน
วงเงิน 3.18 ล้านล้านบาท จำแนก เป็นรายจ่ายประจำ 2.39 ล้านล้านบาท รายจ่ายลงทุน 6.9 แสนล้านบาท รายจ่ายชำระ คืนต้นเงินกู้ 1 แสนล้านบาท, จำแนก ตามกลุ่มงบรายจ่าย เป็นงบกลาง 5.9 แสนล้านบาทงบของหน่วยรับงบ 1.09 ล้านล้านบาท งบบูรณาการ 2.18 แสนล้านบาท งบบุคลากร 7.7 แสนล้านบาท งบทุนหมุนเวียน 2.6 แสนล้านบาทงบชำระหนี้ภาครัฐ 3.06 แสนล้านบาท

จำแนกตามยุทธศาสตร์ได้ 6 ยุทธศาสตร์ 1 รายการ ดังนี้ ด้านความมั่นคง 2.96 แสนล้านบาท ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน 3.96 แสนล้านบาท ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 5.49 แสนล้านบาท ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 7.59 แสนล้านบาท ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 1.22 แสนล้านบาท ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ 6.58 แสนล้านบาท รวมถึงค่าดำเนินการภาครัฐ 4.02 แสนล้านบาท งบกลางรองรับกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 9.59 หมื่นล้านบาท ซึ่งรวมถึงแก้โควิด

ชลน่านชี้ผ่านงบเท่ากับทำร้ายปชช.
เวลา 11.10 น. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ผู้นำฝ่ายค้านในสภา อภิปรายคนแรกว่า งบประมาณมีความสำคัญ ทุกปีสภาไม่เคยปฏิเสธ แต่ครั้งนี้รัฐบาลไม่เห็นหัวประชาชน มติพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่สามารถรับหลักการได้ เพราะการรับหลักการคือการทำลายประเทศ สูญเสียโอกาสไปมาก

เหตุผลที่ไม่รับงบฉบับนี้ให้รัฐบาลบริหารได้เพราะเป็นรัฐบาลหมดสภาพ ไม่สามารถบริหารจัดการอะไรได้เลย นายกฯ ขาดความรู้ ความสามารถแล้วยังนำพาประเทศล้มเหลว “นายกฯ เป็นคนมีบุคลภาพแปรปรวนแบบ นาซิซีติส หรือโรคหลงตัวเอง ตอนนี้กระแสประชาธิไตยฟีเวอร์เทคะแนนเกือบ 1.4 ล้านเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. จนเป็นสีเขียวทั้งประเทศไม่เฉพาะกทม. และเป็นคู่เทียบ นายกฯ ยิ่งตอกย้ำคุณลักษณะผู้นำ เป็นนายกฯ ที่ขาด 2 M คือ 1.(money) หาเงินไม่เป็น หารายได้ไม่เก่ง และ 2. empathy คือไม่มีภาพเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ พร้อมบวกทุกอย่าง

นายกฯ ยังฝากมรดกหนี้ไว้ ทั้งหนี้สาธารณะ หนี้ครัวเรือน หนี้เสีย คนจนเพิ่ม ตกงานพุ่ง มาตรการซอฟต์โลนล้มเหลว งบก้อนนี้ถ้าอนุมัติให้รัฐบาล ให้นายกฯ ที่หมดสภาพไม่เห็นอกเห็นใจประชาชน เท่ากับทำลายประเทศ ทำร้ายพี่น้องประชาชน นายกฯ เป็นกองปัญหาของประเทศ ควรเปลี่ยนผู้นำเพื่อพาประเทศพ้นวิกฤต งบก้อนนี้เปลี่ยน นายกฯ ได้ หากสภาเห็นพ้องต้องกันลงมติไม่รับหลักการ เชื่อมั่นนายกฯ จะมีจิตสำนึก ควรยุบสภาหรือลาออก

ซัดงบสิ้นหวัง-จ่ายค่าไถ่
ร่างงบฯปี 66 ถือเป็นทางตันทุกมิติซ่อนงบ ซ่อนตัวเลขไว้อย่างแนบเนียนตั้งตัวเลขจัดเก็บรายได้ 2.49 ล้านล้านบาทตั้งตัวเลขงบไว้ 3.18 ล้านล้านบาท ก็ต้องกู้ 6.95 แสนล้านบาท แต่วงเงินที่กู้ได้มีแค่ 7.1 แสนล้านบาท เชื่อจัดเก็บรายได้จะไม่ตามเป้าทำให้ส่อผิดวินัยการคลัง และงบนี้เป็นงบตกแต่งตัวเลข ไม่ตอบโจทย์แก้ปัญหา จัดงบให้กระทรวงต่างๆ ไม่ตอบโจทย์วิกฤตประเทศ เป็นงบสิ้นหวัง อาทิ งบเอสเอ็มอีถูกตัดถ้วนหน้าแต่ไปเพิ่มงบความมั่นคง โดยเฉพาะงบด้านความปลอดภัยไซเบอร์ เพิ่ม 120% งบการศึกษาก็ไม่ได้ รับความสำคัญ สิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นคือ งบส่อเอื้อประโยชน์ หรืองบส่อโกง จัดเม็ดเงินลงในโครงสร้าง พื้นฐาน เช่น งบกรมทางหลวง งบกรมทางหลวงชนบท งบโลจิส ติกส์พุ่งสูงขึ้น

จัดงบเสมือนถูกเรียกค่าไถ่จากพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อให้อยู่ในอำนาจยาวต่อ งบกลุ่มจังหวัดก็ถูกปู้ยี่ปู้ยำส่อเอื้อพวกพ้อง กระจุกตัวในจังหวัดเป้าหมายทางการเมือง ส่อโกงเพื่อประโยชน์ มีแต่งบสิ้นหวังทุกหน้ากระดาษ สรุปคือเป็นรัฐบาลที่สิ้นหวัง จัดงบแบบสิ้นคิด ส่อโกง เอื้อพวกพ้อง ไม่อาจรับหลักการงบรายจ่ายฉบับนี้ได้ ไม่ต้องไปแก้ไขในชั้นกมธ.เพราะไม่แก้วิกฤต ต้องตกไปอย่างเดียว 3 วันหลังจากนี้

ถกงบ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ชี้แจงพ.ร.บ. งบประมาณปี 2566 จำนวน 3.18 ล้านล้านบาท ขณะที่นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้าน ชำแหละงบประมาณอย่างเผ็ดร้อน ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 31 พ.ค.

นายกฯโยนกมธ.หั่นงบลงทุน
เวลา 11.57 น. พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงงบลงทุนที่ลดลงว่า รัฐบาลเสนองบ 6.2 แสนล้าน เมื่อถึงชั้น กมธ. ปรับลดลง 1.2 หมื่นล้าน เหลืองบลงทุน 6.1 แสนล้าน ตัดแล้วเอาไปใส่งบกลางนั้น งบกลางตนไม่ได้สั่งใช้เองได้ทั้งหมด ต้องเสนอโครงการเข้าครม. ส่วนเรื่องส่อโกงขอให้ไปพิสูจน์ในกระบวนการยุติธรรม ย้อนกลับไปดูด้วยว่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้น มีติดคุกหนีคดีหรือไม่ ทุกปีเวลาเสนองบกว่าจะปรับลดลงได้ต้องให้สอดคล้องความต้องการประชาชนในพื้นที่ ไม่ใช่นึกจะให้ใครก็ให้ ไม่เหมือนสมัยก่อน บางคนประกาศว่าถ้าไม่เลือกก็ไม่ให้

จากนั้น นายวีระกร คำประกอบ ส.ส. นครสวรรค์ พปชร. อภิปรายว่า ที่ฝ่ายค้านต่อว่า งบขอทานจัดงานวันเกิด งบช้างป่วย งบเรียกค่าไถ่ งบส่อโกง และงบสิ้นหวัง ทั้งหมดเป็นเรื่องของตาบอดคลำช้าง พร้อมชมเชยนายกฯ และนายอนุทิน ที่แก้ปัญหา โควิด 2-3 ปีมาได้แม้ใช้งบมากขึ้นมาแก้ ยันรัฐบาลใช้งบเยอะแต่ใช้อย่างคุ้มค่าเกิดประโยชน์ การจัดงบปีนี้ยอดเยี่ยมเข้ากับสภาวะ ไม่ใช่งบหลอกลวงสิ้นหวัง ไม่ใช่งบขอทานจัดงานวันเกิด

พิธาย้ำช้างป่วย-75%จมที่ประจำ
เวลา 12.30 น. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) อภิปรายว่า ปีนี้เป็นปีแห่งการฟื้นฟูประเทศ เป็นปีแห่งความหวังจะลืมตาอ้าปาก งบปีนี้จึงเป็นปีหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ ถ้าจัดงบปีนี้ดีประเทศจะทะยานไปข้างหน้า เป็นจุดตัด จุดเปลี่ยนของประเทศ แต่การจัดงบปีนี้เป็นงบช้างป่วยที่ปรับตัวไม่ได้ รายได้ผันผวน รายจ่ายแข็งตัว การกู้จะหลุดกรอบ เพราะรายได้ 2.49 ล้านล้านบาท ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ต้องกู้เพิ่มอีก 6.95 แสนล้านบาท แต่ปัจจัยเสี่ยงการเก็บภาษีของเราถดถอยลง ประกอบกับภาวะเงินเฟ้อสูงทำให้ภาระเงินกู้สูงขึ้นด้วย

ส่วนของเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ ข้าราชการ วงเงิน 3 แสนกว่าล้านบาท สูงเท่ากับกระทรวงศึกษาธิการทั้งกระทรวง นี่คือปัญหาของช้างป่วยที่ปรับตัวไม่ได้ โครงสร้างงบตั้งแต่ปี 2557-65 งบ 75% เป็นงบประจำทั้งสิ้น การตั้งงบไม่ได้ตอบสนองกับวิกฤตหรือโอกาสในปีหน้า เป็นยาขมที่พวกเราทุกคนต้องกลืน เป็นโครงสร้างงบที่น่ากลัว ปล่อยไว้แบบนี้ประเทศจะพัฒนาได้อย่างไร

เตือนขัดวินัยคลัง-เรื่องใหญ่
จากนั้น นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.และ รองหัวหน้า พปชร. อภิปรายท้วงติงฉายางบขอทาน ว่าเป็นการด้อยค่างบที่จะมาถึงประชาชน มองว่างบปี 2566 ไม่ใช่งบช้างป่วย แม้จะพบสารพัดโรค แต่พล.อ.ประยุทธ์ยังขับเคลื่อนประเทศเหมือนช้างทรงพลัง สู้วิกฤตทุกอย่าง

นายวิรัตน์ วรศสิริน ส.ส.พรรคเสรีรวมไทย อภิปรายว่า ห่วงจะมีการทำผิดกฎหมายคือ งบลงทุน ตามพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังประเทศระบุต้องจัดสรรไม่น้อยกว่า 20% ของงบรายจ่ายทั้งหมด แต่งบ65 จัดสรรงบลงทุนไปแค่ 19.74% ต่ำกว่า 20% นายกฯ จะอ้างว่าที่ต่ำกว่า 20% เพราะถูกกมธ.และสภาลงมติตัดงบ ต้องรับผิดชอบร่วมกันทั้งหมด ระวังจะเป็นเรื่องใหญ่ตามมา

โหวตคว่ำ – นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย นพ.นิยม วิวรรธน ดิฐกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ แถลงโต้พรรคร่วมรัฐบาลที่จะนับคะแนนเสียงของนพ.นิยม โหวตผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2566 เพราะร่วมทำกิจกรรมกับพรรคเพื่อไทยมากว่า 1 ปีแล้ว จึงจะลงมติคว่ำแน่นอน ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 31 พ.ค.

เตือนคว่ำงบถอดท่อหายใจ
เวลา 13.40 น.นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส. ปชป. อภิปรายว่า คนไทยกำลังรบกับสงครามหนี้ 1.4 ล้านล้านบาท งบฉบับนี้แทบไม่ได้พูดถึงโครงการที่จะแก้ปัญหาหนี้ ขอร้องกมธ.ที่จะตั้งขึ้นหยุดราดน้ำมัน 3 ถัง คือ งบรายจ่ายเกินตัวที่ไม่จำเป็น เช่น ค่าเช่ารถประจำตำแหน่ง 900 กว่าล้าน ค่าไปต่างประเทศ 2-3 พันล้านบาท ค่าจ้างสารพัดที่ปรึกษาเป็นหมื่นล้านบาท งบหลังกำแพง งบซ่อนแอบ เลิกบรรจุคนเพิ่ม ต้องอุดช่องคอร์รัปชั่น

ได้ยินข่าวจะคว่ำงบตนไม่เห็นด้วย ร่างพ.ร.บ.นี้ไม่ต่างอะไรกับถังออกซิเจนพยุงชีวิต ช่วยต่อลมหายใจประชาชน การคว่ำงบก็ไม่ต่างอะไรกับการถอดท่อหายใจที่จะช่วยประชาชน ขอร้องเปลี่ยนจากคว่ำมาเป็นแนะนำในชั้นกมธ. อย่าซ้ำเติมเพลิงเศรษฐกิจด้วยพิษการเมืองเลย

‘ทวี’ซัดตู่จัดงบอยุติธรรม
เวลา 14.00 น. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส. และเลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า การจัดงบรัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับสวัสดิการประชาชน ไม่กระจายงบจัดไม่คุ้มค่า ซ้ำซ้อน ไม่เกิดผลสัมฤทธิ์ จัดงบที่เป็นความอยุติธรรมกับประชาชน บำนาญข้าราชการตอนที่นายกฯ ยึดอำนาจใช้งบเพียง 1 แสนกว่าล้าน ผ่านมาวันนี้นายกฯ จัดงบ 3.2 แสนล้านบาท แต่บำนาญประชาชน 12 ล้านคน นายกฯ ให้ 7.1 หมื่นล้านบาท เหลื่อมล้ำมากขนาดนี้ เกิดจากนายกฯ ชิงออกพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง โดยระบุว่าบุคลากรของรัฐต้องมีงบประมาณและสวัสดิการอย่างเพียงพอ ไม่มีประชาชนอยู่ในหัวใจเลย จึงใช้ข้าราชการหรือคนรอบข้างไปกดทับประชาชน

นายกฯแซะจำนำข้าว
เวลา 14.40 น. พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงเรื่องงบลงทุนว่า จัดงบลงทุนกว่า 6.9 แสนล้านบาท คิดเป็น 21.72% ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย ภาครัฐยังลงทุนรูปแบบอื่นอีก 9.8 หมื่นล้านบาท รวมแล้วถือว่าปี 66 รัฐมีงบลงทุน 7.94 แสนล้านบาท และยังมีความร่วมมือระหว่างรัฐกับเอกชนด้วย

งบการเกษตรที่บอกว่าเป็นงบในอดีตนั้น เราทำวันนี้เพื่ออนาคต เพิ่มเติมหลายอย่าง นอกจากการประกันราคาข้าว ประกันราคาสินค้าการเกษตร “ถ้าพูดเรื่องข้าวที่พูดว่างบวันนี้เป็นงบอดีต ตั้งแต่ปี 54 โครงการจำนำข้าวขาดทุนกว่า 9.5 แสนล้าน รัฐบาลนี้ตั้งงบชำระหนี้ไปแล้ว 7.8 แสนล้านบาท คงเหลือเงินต้นและดอกเบี้ยอีก 3 แสนล้าน เงินตรงนี้เอามาทำอะไรได้อีกเยอะ ถามว่าใครทำเอาไว้ ผมไม่อยากจะพูด ไม่อยากย้อนกลับ” และที่บอกไม่จัดลำดับความสำคัญ เราข้อมูลจากทุกจังหวัด ถ้ารัฐบาลไม่สนใจคงไม่ดูแลแบบนี้ ย้อนกลับไปดูพฤติกรรมตัวเองกันบ้าง ตนพยายามอย่างยิ่งยวดไม่ใช้อารมณ์ อดทนพอ แต่หลายเรื่องที่พูดไม่ใช่ข้อเท็จจริง

เวลา 15.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภาพรวมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบวันแรก ว่า ไม่มีอะไร ประชาชนจะตัดสินใจเอาเอง ตนยังไม่ได้ชี้แจงเท่าไรเลย รัฐมนตรีเป็นคนชี้แจง นายกฯ พูดแต่หลักการกว้างๆ เมื่อถามว่าดูเหมือนนายกฯ จะตอกกลับฝ่ายค้านหลายครั้ง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “จะตอกกลับเขา ทำไมล่ะ เป็นการอธิบายกลับ ใช้คำพูดให้มันดีหน่อย”

ช่วงเย็นถึงค่ำการอภิปรายราบรื่น นาย สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.พรรค ก.ก. อภิปรายแฉงบซ่อมถนนของจ.บุรีรัมย์ นำโด่ง ต่อด้วยนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พท. นายคารม พลพรกลาง ส.ส.พรรค ก.ก. ก่อนที่พล.อ.ชาญชัย ช้างมงคล รมช.กลาโหม ชี้แจงถึงงบกลาโหม ถึงความจำเป็นในการจัดซื้อเครื่องบินเอฟ 35 จากนั้น นางอนุรักษ์ บุญศล ส.ส.สกลนคร พท. อภิปรายทวงคำสัญญาค่าแรง 425 บาท และนายอนุชา ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ลุกชี้แจงตัวเลขคนตกงาน

และดำเนินการไปจนถึงเวลา 01.00 น. วันที่ 1 มิ.ย. และพักการประชุม และเริ่มพิจารณาต่ออีกครั้งเป็นวันที่สอง ในเวลา 09.30 น. วันที่ 1 มิ.ย.

สั่งเลือกนายกพัทยาใหม่ 2 หน่วย
น.ส.วิชชุดา เมฆานุวงศ์ ผอ.กต.ชลบุรี ให้สัมภาษณ์ว่า สำนักงานกกต.ชลบุรี ได้รับหนังสือแจ้งจากกกต.กลาง มีคำสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนนายกเมืองพัทยาใหม่ ในเขต 1 หน่วยเลือกตั้งที่ 2 และเขตเลือกตั้งที่ 4 หน่วยเลือกตั้งที่ 20 ในวันอาทิตย์ที่ 12 มิ.ย.นี้ เนื่องจากปรากฎว่าทั้ง 2 หน่วยมีจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ออกเสียงลงคะแนน โดยไม่ทราบสาเหตุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากกต.ได้ประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยา 24 ราย ครบทั้ง 4 เขต สำหรับผลเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา หมายเลข 1 กลุ่มเรารักพัทยา ได้คะแนนสูงสุด 14,349 คะแนน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน