กบฉ.ต่ออายุพ.ร.ก.ฉุกเฉิน 3 จว.ใต้ เป็นครั้งที่ 68 อีก 3 เดือน ตั้งแต่20 มิ.ย.-19 ก.ย. ใช้เหตุผลเพื่อความต่อเนื่องในการปฏิบัติงานของจนท. ส่วนเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามดักยิงถล่มดับอุสตาซที่หนองจิกปัตตานี เมื่อเดือนเม.ย. ระหว่างกลับจากละหมาดและประชุมจัดละศีลอด จนท.ออกหมายจับแล้ว 6 เป็นฝีมือกลุ่ม ‘ต่วน มะมูซอ’ ผู้มีอิทธิพล และพัวพันค้ายาเสพติด

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.) ครั้งที่ 2/2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดย ที่ประชุมเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการ ประกาศฯ ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ จชต. ยกเว้น อ.ศรีสาคร อ.สุไหงโก-ลก อ.แว้ง อ.สุคิริน จ.นราธิวาส, อ.ยะหริ่ง อ.ไม้แก่น อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี และ อ.เบตง อ.กาบัง จ.ยะลา ออกไปอีก 3 เดือน ครั้งที่ 68 ตั้งแต่ 20 มิ.ย.-19 ก.ย. เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและยังคงประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่อไป

นอกจากนั้นรับทราบ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า รายงานผลการดำเนินงานตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ห้วง 20 มี.ค.-5 พ.ค. ภาพรวมสถานการณ์การก่อเหตุความรุนแรงในพื้นที่มีแนวโน้ม ลดลง ประชาชนให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่รัฐด้วยดี ประกอบกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสามารถปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความเสียสละ ทุ่มเท

พบอัยการ – 37 ชาวบ้านเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น จ.สงขลา รายงานตัวที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 3 ดุสิต กทม. หลังถูกฟ้องคดีฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน กรณีชุมนุมคัดค้าน นิคมอุตสาหกรรมจะนะ อัยการนัดฟังคำสั่งเดือนก.ย.

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบความคืบหน้าผลการดำเนินงานตามแผนปรับลดพื้นที่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินมีแนวโน้มปรับลดพื้นที่ต่อเนื่อง และเห็นชอบให้ปรับลดพื้นที่ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ออกจากพื้นที่การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง เนื่องจากผ่านเกณฑ์การประเมิน และนำพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 มาบังคับใช้แทน เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างของการบังคับใช้กฎหมาย

พล.อ.ประวิตรกล่าวขอบคุณ เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ร่วมมือกันปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความเสียสละ ทุ่มเทและขอบคุณประชาชนที่มีความเข้าใจและให้ความร่วมมือร่วมใจเป็นอย่างดียิ่ง พร้อมกำชับ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เข้มงวดงานด้านการข่าวและเฝ้าระวังพื้นที่ปรับลด อาจถูกใช้เป็นแหล่งหลบซ่อนและพักพิงของกลุ่มผู้ก่อเหตุ และให้คงบังคับใช้กฎหมาย จริงจัง ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจประชาชน ต่อเนื่อง รวมทั้งให้เตรียมแผนการปรับลดพื้นที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพิ่มเติม เพื่อรองรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจและส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ ตามนโยบายของรัฐบาล ต่อไป

วันเดียวกัน จากกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามดักซุ่มยิง นายอับดุลมูตอเละ อาแว อุสตาซหรือโต๊ะครูบาบอ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 63 ม.5 บ.กูแบกีแย ต.ดาโต๊ะ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ระหว่างเดินทางกลับบ้านหลังจากประกอบพิธีละหมาดตรอเวี้ยะที่มัสยิดในพื้นที่ ม.1 และร่วมประชุมหารือกับทีมงานนายกอบต.ในการจัดกิจกรรมละศีลอดของ 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน

ผู้ตายเป็นครูสอนศาสนาที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่และยังเป็นผู้ช่วยอิหม่ามมัสยิด ชาวบ้านบอกว่าผู้ตายเป็นคนดีชอบช่วยเหลือชาวบ้าน โดยเฉพาะการไกล่เกลี่ยปัญหาของคนในพื้นที่ และไม่พบว่าผู้ตายจะมีปัญหากับใคร และยังอยู่ระหว่างกำหนดเปิดสถาบันปอเนาะใกล้บ้านซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการจดทะเบียนขออนุญาต แต่กลับเสียชีวิตสร้างความเสียใจให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมากที่ต้องสูญเสียบุคลากรที่ทรงคุณค่ายากที่จะหาแทนได้

จากการนำวัตถุพยานหลักฐาน ทั้งปลอกกระสุน และลายนิ้วมือจากรถจักรยานยนต์ที่พบในที่เกิดเหตุมาตรวจแล้วพบว่า อาวุธปืน ลายนิ้วมือบุคคล มีความเชื่อมโยงกับคดีเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ จนนำไปสู่การออกมาจับหลังพบการเคลื่อนไหว ทราบเป็นกลุ่มของนายต่วนมะ มูซอ (ผู้มีอิทธิพล, ค้ายาเสพติด) เป็นกลุ่มผู้ก่อเหตุ โดยทั้ง 6 คนที่ออกหมายจับในครั้งนี้ ได้แก่ 1.นายต่วนมะ มูซอ 2.นายนิฮะ ดือราแม 3.นายฮารง สะมะแอ 4.นายอาลี จิใจ 5.นายต่วนอันวา มูซอ และ 6.นายอาซัน อาแว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน