2สส.โต้พัลวันไม่หวั่นถูกเฉดพิธาส่ง‘ไอติม’นั่งกรรมาธิการ‘หนู’ยันจบแล้วศึกชาดา-ณัฐวุฒิ

ฉลุย 278 ต่อ 194 เสียง โหวตร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2566 วาระแรก เผย 7 งูเห่าเพื่อไทยกับ 4 ก้าวไกล1 ประชาชาติ ลงมติช่วยรัฐบาล พรรคธรรมนัส-กลุ่ม 16 ยกมือเห็นชอบครบ ตั้งกมธ. 72 คน พรรคเล็กดีลลงตัวได้โควตาครม. ‘เรืองไกร’ ก็ได้ด้วย ‘ไอติม’ นั่งกมธ.สัดส่วนก้าวไกล เพื่อไทยชงตั้งกก.จริยธรรม เฉดหัว 7 ส.ส.งูเห่า ‘จักรพรรดิ-นิยม’ เมินถูกขับ ลั่นเป็นฝ่ายค้านไม่ได้งบ ‘อุ๊งอิ๊ง’ นำทัพบุกสุรินทร์ ถกทำนโยบายแก้จน ‘อนุทิน-วราวุธ’ กอดโชว์สยบปมร้าว ชี้‘ชาดา-ณัฐวุฒิ’ เคลียร์กันแล้ว แค่เรื่องขี้ปะติ๋ว เย้ยฝ่ายค้าน ห่างตั้ง 84 เสียง มั่นใจเสถียรภาพรัฐบาลแน่นปึ้ก สุชาติโวศึกซักฟอกไร้ปัญหา ด้าน ‘ชัชชาติ’ แจงข่าวไม่พบนายกฯ ลั่นเป็นผู้น้อย ถ้าเรียกก็พร้อมไป

ผ่านฉลุยงบ 66-ตั้งกมธ. 72 คน
เมื่อเวลา 01.03 น. วันที่ 3 มิ.ย. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ 2565 วงเงิน 3.185 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 1 โดยหลังเสร็จสิ้นการอภิปราย นายชวน หลีกภัย ประธานสภา เป็นประธานที่ประชุม ได้ให้สมาชิกลงมติรับหลักการ 278 ไม่รับหลักการ 194 งดออกเสียง 2 ตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบฯ 72 คน สัดส่วนครม. 18 คน พรรคการเมือง 54 คน แบ่งเป็นพรรคเพื่อไทย 15 คน พลังประชารัฐ 11 คน ภูมิใจไทย 7 คน ประชาธิปัตย์ 6 คน ก้าวไกล 6 คน เศรษฐกิจไทย 2 คน ชาติไทยพัฒนา 1 คน เสรีรวมไทย 1 คน ประชาชาติ 1 คน เศรษฐกิจใหม่ 1 คน เพื่อชาติ 1 คน รวมพลังประชาชาติไทย 1 คน พลังท้องถิ่นไท 1 คน ระยะแปรญัตติ 30 วัน และเชิญประชุมในวันที่ 6 มิ.ย. เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุมงบประมาณ

‘ไอติม’มีชื่อสัดส่วนก้าวไกล
จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม กล่าวขอบคุณสมาชิก ทุกคนที่ร่วมกันพิจารณาและมีมติเสียงส่วนใหญ่ให้ความเห็นชอบ พร้อมฝากกมธ.นำความเห็นและข้อสังเกตของสมาชิกประกอบการพิจารณาให้เกิดประโยชน์กับประชาชนตามที่มุ่งหมายทุกประการ ก่อนที่นายชวนสั่งปิดการประชุมในเวลา 01.28 น.

สำหรับรายชื่อกมธ.วิสามัญพิจารณางบฯ 72 คน มีบุคคลที่น่าสนใจ อาทิ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคเศรษฐกิจไทย นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทรักธรรม อยู่ในสัดส่วนครม. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือไอติม จากสัดส่วนพรรคก้าวไกล นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง จากพรรคเพื่อไทย นายสมชัย ศรีสุทธิยากร จากพรรคเสรีรวมไทย และนายประวีณ แซ่จึง สามีของนางผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ได้เป็นกมธ.ในโควตาพรรคภูมิใจไทย

ศท.-กลุ่ม 16 โหวตเห็นชอบครบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผลการลงคะแนนร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 66 ซึ่งให้ความเห็นชอบ 278 เสียง มาจากเสียงส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค ได้แก่ พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังท้องถิ่นไท พรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคชาติพัฒนา ไม่มีแตกแถว รวมถึงเสียงของกลุ่มตัวแปรอย่างพรรคเศรษฐกิจไทย 16 เสียง ของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และส.ส.กลุ่ม 16 จำนวน 18 คน ประกอบ ด้วยส.ส.พรรคเล็กบางส่วน ได้แก่ พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย พรรคครูไทยเพื่อประชาชน พรรคไทรักธรรม พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคเพื่อชาติไทย พรรคพลังชาติไทย ที่ให้ความเห็นชอบครบทุกคน

7 งูเห่าเพื่อไทยเปิดหน้าชัด
ขณะเดียวกันยังได้เสียงสนับสนุนจากพรรคเพื่อไทยซึ่งโหวตสวนมติพรรค มาร่วมด้วยอีก 7 คน โดยเป็นส.ส.ศรีสะเกษ 3 คนที่เตรียมย้ายไปพรรคภูมิใจไทย ได้แก่ นาย จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ นายธีระ ไตรสรณกุล นางผ่องศรี แซ่จึง ส่วนอีก 4 คน ได้แก่ นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก นายสุชาติ ภิญโญ ส.ส.นครราชสีมา

รวมถึงกลุ่มส.ส.งูเห่าหน้าเก่า 4 คนจากพรรคก้าวไกล ที่โหวตสวนมติพรรค มาลงคะแนนเห็นชอบให้ฝ่ายรัฐบาลได้แก่ นายขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายพีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย และนายเอกภพ เพียรวิเศษ ส.ส.เชียงราย นอกจากนี้ยังมีนายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาชาติ ที่เป็นอีกหนึ่งงูเห่าหน้าเดิมที่ลงคะแนนให้ฝ่ายรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจักรพรรดิ มีรายงานว่าจะไปอยู่พรรคไทยสร้างไทย ที่มีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นประธานพรรค

พรรคฝ่ายค้านเสียงหายอื้อ
ขณะที่คะแนนไม่เห็นชอบ 194 เสียง มาจากซีกฝ่ายค้าน ประกอบด้วยพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรคพลังปวงชนไทย และพรรคเศรษฐกิจใหม่ 1 เสียง คือ นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล ส่วนคะแนนงดออกเสียง 2 คนคือ นายชวน หลีกภัย ประธานสภา และนายเกษมสันต์ มีทิพย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่เป็นอีกหนึ่งส.ส.งูเห่าในพรรค

ทั้งนี้ คะแนนของฝ่ายค้านถือว่าหายไป 14 เสียง จากยอดส.ส.ฝ่ายค้านทั้งหมด 208 คน โดยหายไปจากงูเห่าพรรคเพื่อไทย 7 คน พรรคก้าวไกล 4 คน พรรคประชาชาติ 1 คน และมีส.ส.พรรคเพื่อไทยอีก 2 คนที่ขาดประชุม ได้แก่ นายคมเดช ไชยศิวามงคล ส.ส.กาฬสินธุ์ และนายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.ชัยภูมิ

พท.ชงตั้งสอบจริยธรรม 7 งูเห่า
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย ฐานะคณะกรรมการจริยธรรมพรรค กล่าวถึง 7 ส.ส.งูเห่าโหวตสวนมติพรรค ในการโหวตร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2566 วาระแรกว่า คงต้องมีมาตรการบางอย่างออกมาดำเนินการกับทั้ง 7 คน เพราะเป็นที่รู้กันในพรรคว่าทั้ง 7 คนไม่ค่อยมาร่วมกิจกรรมพรรคในช่วงหลัง ดูแนวโน้มไม่น่าจะอยู่ร่วมกับพรรคในสมัยหน้า บางคนมีพฤติกรรมตั้งแต่โหวตซักฟอกรอบที่แล้ว บางคนก็ไปเปิดตัวกับพรรคอื่นชัดเจน ทั้งนี้ ในวันที่ 7 มิ.ย. จะมีการประชุมพรรค เพื่อหารือเรื่องอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบ ตนจะเสนอให้ตั้งคณะกรรมการสอบจริยธรรมทั้ง 7 คน เพื่อลงมติขับออกจากพรรค ส่วนตัวมองว่าคนเหล่านี้ไม่ใช่ลูกผู้ชาย อยากไปก็ให้ไปเลย วันที่ยังไม่ได้เป็นส.ส.มาขออยู่ร่วมกับพรรค ใช้โลโก้ ใช้เงินพรรค หาเสียง แต่พอได้เป็นส.ส. ในวันที่พรรคเป็นฝ่ายค้าน ก็หนีไปหาพรรคอื่นที่อุดมสมบูรณ์ หวังลาภยศมากกว่าอุดมการณ์ทางการเมือง ขอให้รีบไป เพื่อไทยจะได้สะอาดขึ้น

นายวิสุทธิ์กล่าวต่อว่า เชื่อว่าหลังจากนี้ไม่น่าจะมี ส.ส.ไหลออกจากพรรคอีก คงสิ้นสุดแค่ 7 คนนี้ พรรคไม่ได้มีแต่เลือดไหลออก ไหลเข้าก็มีเยอะแยะ เพียงแต่ขอเข้ามาในช่วงที่ยุบสภาไปแล้ว ส่วนส.ส.อีก 2 คนที่ไม่ได้มาร่วมประชุมพรรคคือ นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.ชัยภูมิ เนื่องจากติดโควิดตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว พรรครับทราบเป็นที่เรียบร้อย ส่วนนายคมเดช ไชยศิวามงคล ส.ส.กาฬสินธุ์ แจ้งพรรคว่า น่าจะเกิดจากกดปุ่มลงคะแนนผิด ฟังแล้วน่าจะเป็นเรื่องจริง ไม่โกหก เพราะพฤติกรรมนายคมเดช ทำงานกับพรรคด้วยดีมาตลอด ไม่เคยมีพฤติกรรมโหวตสวนมติพรรคเลย น่าจะเป็นเรื่องจริง

‘จักรพรรดิ’ไม่สน-ถูกขับออก
นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี พรรค พท. กล่าวถึงกรณีโหวตสวนมติพรรคว่า เป็นเอกสิทธิ์ของส.ส.ในการโหวตลงมติ โดยปกติแล้วการโหวตพ.ร.บ.งบประมาณ ที่ผ่านมา ฝ่ายค้านจะงดออกเสียง ไม่เคยลงมติไม่เห็นด้วย แต่ครั้งนี้ พท. ตั้งเป้าไม่เห็นด้วย ซึ่งขัดกับวัฒนธรรมการลงมติในอดีต ตนดูแล้วไม่น่าจะถูกต้อง จึงตัดสินใจโหวตสวนรับหลักการร่างพ.ร.บ.งบประมาณฉบับดังกล่าว

“น่าแปลกที่พรรคโหวตไม่รับหลักการ แต่กลับไปร่วมเป็นกมธ. ในวาระสอง ดูแล้วไม่ค่อยดี ไม่เคยปรากฏมาก่อน หลังจากนี้หากพรรคจะเรียกไปชี้แจงต่อคณะกรรมการบริหารพรรคหรือคณะกรรมการจริยธรรมพรรค ผมก็พร้อมไปชี้แจง และจะตั้งคำถามกลับด้วยว่า เหตุใดจึงให้โหวตไม่รับหลักการ ซึ่งพรรคต้องตอบคำถามให้ได้ ไม่ใช่แค่ตอบผม แต่ตอบข้อสงสัยของประชาชน ผมไม่ใช่พนักงานบริษัทที่ใครจะมาสั่งอะไรได้ แต่มาจากประชาชนจึงมีเอกสิทธิ์ในการโหวต” นายจักรพรรดิกล่าว

ส่วนอนาคตทางการเมืองที่ถูกมองว่าจะไปอยู่พรรคไทยสร้างไทยของคุณหญิงสุดารัตน์ นั้น นายจักรพรรดิ กล่าวว่า ยังไม่สามารถตอบได้ ให้เป็นเรื่องของอนาคต รวมถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี ก็ไม่สามารถตอบล่วงหน้าได้เช่นกันว่า จะโหวตในทางใดเพราะยังไม่ถึงเวลา หากพรรคจะมีมติขับออกเพราะไม่ปฏิบัติตามมติพรรค ตนก็ยินดีรับบทลงโทษ แต่พรรคต้องมีความชัดเจนตอบคำถามข้อสงสัยของตนให้ได้เช่นกัน

งูเห่ารับย้ายซบภูมิใจไทย
นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก พรรคพท. กล่าวถึงกรณีโหวตสวนมติพรรคว่า ตน ไม่เห็นด้วยกับมติพรรค ที่ให้โหวตไม่รับหลักการ เพราะงบประมาณเป็นเรื่องเกี่ยวกับประโยชน์ของประชาชน ยังไงก็สมควรโหวตให้ หรือเต็มที่ก็งดออกเสียง ที่ผ่านมา พรรคโหวตงดออกเสียงมาตลอด แต่ครั้งนี้ให้ไม่รับหลักการจึงจำเป็นต้องโหวตสวนมติพรรค ส่วนอนาคตทางการเมืองนั้น คงไม่ได้อยู่กับพท.อีก จะไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทย ตนเป็นส.ส.อยากทำงานให้ประชาชน แต่การเป็นฝ่ายค้านไม่มีงบประมาณลงพื้นที่ไปช่วยแก้ปัญหาให้ชาวบ้านได้ ถ้าเป็นรัฐบาลอย่างน้อยก็ช่วยประสานขอ งบประมาณไปแก้ไขปัญหาได้ จึงตัดสินใจไปร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย ถ้าพรรคจะมีมติขับออกจากส.ส.ก็พร้อมรับมติพรรค

‘ตู่’วอนนำรัฐนาวาผ่านมรสุม
เมื่อเวลา 01.35 น. ที่รัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม กล่าวภายหลังที่ประชุมสภามีมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 66 ถึงเสียงสนับสนุนให้รับร่างมากกว่าจำนวนส.ส.ฝ่ายรัฐบาลว่า ขอบคุณและรู้สึกสบายใจที่ผ่านไปได้ด้วยดี แสดงว่าส.ส.หลายคนเข้าใจ แต่ก็มีอีกหลายคนยังไม่เข้าใจ ซึ่งเขาอาจจะพยายามไม่เข้าใจ แต่ตนรับได้ทั้งหมด ทั้งนี้ ขอขอบคุณหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค ที่สนับสนุนการทำงานของรัฐบาล เพื่อจะร่วมกันนำรัฐนาวาคือประเทศไทยให้แล่นผ่านมรสุมไปให้ได้ เราต้องใช้เวลามากพอสมควรในการฟื้นคืนสภาพ ยืนยันว่ารัฐบาลจะดูแลประชาชนทุกคนให้ดีที่สุด

เมื่อถามว่าคิดว่าเสถียรภาพรัฐบาลดีขึ้นแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ตอบ พร้อมเดินจากวงสัมภาษณ์ เมื่อถามถึงกรณีเกิดเหตุทะเลาะกันระหว่างส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ส่ายหัว พร้อมกล่าวสั้นๆ ว่า ไม่เห็น เมื่อถามย้ำว่าผลการลงมติในวันนี้จะสะท้อนถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า อย่าเพิ่งมองไปไกล

‘เสี่ยหนู-ท็อป’ยันไร้รอยร้าว
เวลา 01.40 น. ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรค ภท. ตบหน้านายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ระหว่างการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบ กรณีผิดคิวการอภิปรายว่า ไม่มีอะไร เมื่อถามว่าได้เคลียร์ใจแล้วหรือไม่ นายอนุทินกล่าวย้ำว่า ไม่มีอะไร

ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ ชทพ. กล่าวว่า ตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ไม่มีอะไร เวลาผิดคิวกันนิดหน่อย เมื่อถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีการปะทะกันถึงขั้นถึงเนื้อถึงตัว นายวราวุธกล่าวว่า ไม่มี บางคนรายงานข่าวเหมือนอยู่ในเหตุการณ์ ตนอยู่บนบัลลังก์ยังไม่เห็นเลย คุยกันเรียบร้อยแล้ว คนกันเองทั้งนั้นก็แยกย้ายกันไป เชื่อว่าจะไม่เป็นรอยร้าวในรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการเดินทางกลับออกจากรัฐสภา นายอนุทินได้โผเข้ากอดนายวราวุธ เพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่มีรอยร้าวระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง

อนุทินย้ำแค่เรื่องขี้ปะติ๋ว
ต่อมาเวลา 07.45 น. ที่สนามหลวง นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาที่นายชาดาตบหน้านายณัฐวุฒิ ในสภาว่า ตนได้ถามนายชาดา แล้วว่าไม่ได้มีเรื่องกระทบกระทั่งกัน นายชาดายืนยันไม่ได้ผลักอก แต่นายณัฐวุฒิ ไม่ทราบว่านายชาดาได้รับการโอนคิวมาจากสมาชิกคนหนึ่ง แต่เอกสารในมือของนาย สุชาติ ตันเจริญ ประธานที่ประชุม มีชื่อของนายชาดาอยู่แล้ว จึงไม่มีอะไร มั่นใจเรื่องที่เกิดขึ้นไม่กระทบสัมพันธ์ระหว่าง 2 พรรค แค่บังเอิญถูกคู่พอดี คนเราบางทีมีอะไรกึกกักนิดหน่อย ทุกคนต่างมีเหตุผล แต่ไม่มีปัญหา ไม่ได้ทำอะไรที่ดูไม่ดี โดนฝ่ายค้านวิจารณ์หนักกว่ามาก เรื่องนี้ขี้ปะติ๋ว และนายกฯ ก็ไม่ได้สอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

โวเสียงห่าง 84 เสียง-รัฐบาลยังปึ้ก
นายอนุทินกล่าวถึงเสียงโหวตรับร่างพ.ร.บ.งบประมาณว่า ดูจากคะแนนเสียงแล้ว ทำให้เสียงของรัฐบาลมีความมั่นคงในส่วนที่เพิ่มมา 16 เสียง ในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ไม่ได้เป็นเรื่องของฝ่ายค้านหรือรัฐบาล หากส.ส.คนใดเห็นว่า มีงบที่สามารถนำไปพัฒนาจังหวัดของแต่ละคน และมีประโยชน์ต่อประชาชน ก็มีสิทธิ์เห็นชอบ เป็นเรื่องประโยชน์ของประชาชนและบ้านเมืองมากกว่า

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีกระแสข่าวว่าเสียงที่ เกินมา เป็นการดีลสำเร็จของ ภท. นายอนุทินกล่าวพร้อมหัวเราะอย่างอารมณ์ดีว่า “โอ้โห ให้ราคาขนาดนั้นเลยหรือ พรรคพูดเสมอว่าสนับสนุนร่างพ.ร.บ.งบฉบับนี้ การที่ได้รับความเห็นชอบ ด้วยเสียงที่ห่างกัน 84 เสียง ทำให้เห็นว่า เนื้อหาของพ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี

วราวุธชี้แค่สีสัน-จบแล้ว
ด้านนายวราวุธ ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์นายชาดาตบหน้านายณัฐวุฒิ ว่า เป็นสีสันระหว่างการประชุมสภา เมื่อประชุมใช้เวลายาวนาน สมาชิกบางคนอาจรอนาน เหนื่อยล้า เกิดอาการหงุดหงิด เป็นเรื่องปกติ แต่ส.ส.ทุกคนเป็นพี่น้องกัน นายชาดาเคยอยู่พรรคชาติไทย กับนายณัฐวุฒิก็คุ้นเคยกัน มีเข้าใจผิดกันบ้างนิดๆ หน่อยๆ เป็นเรื่องปกติ ที่สำคัญเมื่อจบก็แยกย้ายกันไป ไม่ได้ติดใจกัน

“ผมได้คุยกับทั้งพี่ณัฐวุฒิ และพี่ชาดา ตอนอยู่ในห้องประชุมก็คงหงุดหงิดทั้งคู่ ขึ้นเสียงกันบ้าง ส่วนที่คนไปรุมกันเยอะนั้น คล้ายไปกันเอาไว้ เพราะกลัวว่าหากอารมณ์ร้อนกันทั้งคู่ จึงเข้าไปแยกย้ายห้ามปรามกันเท่านั้น แต่จบแล้วก็เลิกรากันไป และพูดคุยกับหัวหน้าอนุทิน ทุกอย่างปกติ ไม่มีปัญหาเรื่องการเมือง ไม่ได้เกี่ยวกับการเมือง” นาย วราวุธกล่าว

‘ชาดา-ณัฐวุฒิ’เคลียร์กันแล้ว
ขณะที่นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เรื่องแค่นี้ไม่มีอะไร และไม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาล เป็นเรื่องส่วนตัว และไม่ใช่เรื่องรุนแรงหรือโกรธแค้นกันมากมาย อาจมีหงุดหงิดกันบ้าง เพราะอภิปรายนานและรอคิวกันอยู่

“เขาก็เคลียร์กันจบแล้ว มันไม่ใช่เรื่องถึงขนาดเอาเป็นเอาตาย ส.ส.ทุกคนรู้จักกันทั้งนั้น และนายชาดา ก็มาจากพรรคชาติไทย และเชื่อว่าคงไม่ถึงกับตบ ไม่มีอะไรหรอก นิดๆ หน่อยๆ ไม่กระทบกับความสัมพันธ์รัฐบาล ถ้าแค่นี้กระทบ รัฐบาลก็อยู่ยากแล้ว” นายชัยวุฒิกล่าว

ชัยวุฒิปัดล็อบบี้ฝ่ายค้าน
เมื่อถามถึงเสียงโหวตสนับสนุนพ.ร.บ.งบประมาณที่เกินมา 16 เสียง โดยมีกระแสข่าว ภท.ไปดีลให้รัฐบาล นายชัยวุฒิกล่าวว่า ต้องถามภูมิใจไทย แต่เข้าใจว่างบประมาณ เป็นกฎหมายสำคัญนำไปใช้บริหารราชการแผ่นดิน และเห็นว่าส.ส.ฝ่ายค้าน บางคนก็เห็นด้วยการรับร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ คงไม่ได้เป็นไปตามมติฝ่ายค้านทั้งหมด เพราะคิดถึงประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลัก ไม่ใช่การล็อบบี้ทางการเมือง

เมื่อถามว่าเสียงที่เพิ่มขึ้น ทำให้รัฐบาลมั่นใจในเสียงสนับสนุนการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งหน้าหรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า จากการประเมินเสียงของสมาชิกในสภา เชื่อว่ารัฐบาลจะผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจไปได้ ไม่มีปัญหา

สุชาติมั่นใจศึกซักฟอกไร้ปัญหา
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และผอ.พรรค พปชร. ในฐานะผู้ประสานงานพรรคเล็ก กล่าวว่า เสียงโหวตเป็นไปตามที่เราคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว และเสียงที่ได้มาก็เกิดจากหลายส่วน เมื่อถามว่าเสียงของฝ่ายค้านหายไปมาก จะทำให้เกมในสภาและการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ดูจากภาพก็เห็นแล้วว่าเป็นอย่างไร มั่นใจไม่มีปัญหา ซึ่งรัฐบาลทำงานด้วยดีมาตลอด

เมื่อถามว่าเสียงส่วนหนึ่งของฝ่ายค้าน เป็นเพราะจะมาร่วมงานกับ พปชร.และภท. ในอนาคตใช่หรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า อาจป็นช่วงนับถอยหลังการเลือกตั้ง ส.ส.บางคนพยายามไปอยู่พรรคใหม่ หรือ อยู่ฝ่ายค้านก็อยากมาอยู่รัฐบาลก็ต้องมีบ้าง ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์ของส.ส.มากกว่า

เพื่อไทยฉะโปรยงบดูดส.ส.
นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ว่า ในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ รัฐมนตรีชี้แจงแบบข้าราชการเขียนงบ อย่างนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรค ภท. กลับมาโปรโมตกระทรวงตัวเอง ตอบในสิ่งที่ไม่ได้ถาม คืองบที่กระจุกอยู่ที่จ.บุรีรัมย์ และศรีสะเกษ เหมือนเอางบลงไปเป็นเหยื่อล่อ และดูดคนของเราไปด้วย เป็นการใช้อำนาจหน้าที่เหมือนให้รางวัลและโบนัสของคนที่จะไปอยู่ด้วย ทำให้ระบบการเมืองไม่ดี สร้างระบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา ส่วนจะนำประเด็นที่รัฐมนตรีชี้แจงไม่ชัดเจนมาอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า อาจมีบางส่วนที่ต้องนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ

เมื่อถามว่ากังวลว่าคะแนนโหวตที่ออกมาจะส่งผลต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ เพราะมีส.ส.ฝ่ายค้านโหวตสวนหลายคน นายสมคิดกล่าวว่า เราไม่กังวลเรื่องงูเห่า ตราบใดที่รัฐบาลยังใช้การเมืองจ่ายในห้องน้ำแบบนี้ จะทำให้ประเทศเสียหาย และจะไม่มีใครมาทำงานเพื่อส่วนรวมและประชาชน เพราะมีต้นตอมาจากรัฐธรรมนูญ ทำให้พรรคอ่อนแอ เกิดงูเห่า ลิงกินกล้วย นี่คือปัญหาที่ทำให้ภาพพจน์การเมืองเสียหาย

เมื่อถามถึงรายชื่อกมธ.ที่เพิ่มขึ้นจาก 64 เป็น 72 คน นายสมคิดกล่าวว่า รายชื่อเพิ่มขึ้นเพราะตำแหน่งมีไม่เพียงพอ ที่รัฐบาลจะให้โบนัสกับพรรคเล็กที่มาต่อรองได้เข้าไปนั่งในกมธ.

‘อุ๊งอิ๊ง’นำทัพพท.บุกสุรินทร์
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่านและหัวหน้าพรรค พท. กล่าวว่า พรรคจัดกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทย บ้านหลังใหญ่ หัวใจเดิม ครั้งต่อไปที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จ.สุรินทร์ ในวันที่ 5 มิ.ย. นำโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมพรรค และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วยตน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคามและรองหัวหน้าพรรค เพื่อพบปะประชาชนและรับฟังปัญหาจาก เกษตรกรผู้ปลูกข้าวอินทรีย์ ผู้เลี้ยงปศุสัตว์ หม่อนไหม และกลุ่มนวัตกรรมต่างๆ เพื่อนำปัญหาและความต้องการมาประมวลผล จัดทำนโยบายของพรรคที่แก้ไขปัญหาให้ประชาชน นำประเทศหลุดพ้นจากวิกฤตและหลุมดำที่เกิดจากความบกพร่องผิดพลาดของผู้มีอำนาจในปัจจุบัน ดังนั้น ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป เราต้องไม่ใช่แค่ชนะ แต่ต้องชนะให้ขาด พรรคต้องแลนด์สไลด์ ได้ส.ส.ในสภาที่มากกว่า 250 ที่นั่ง

พบกันแล้ว – พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย รับไหว้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ที่ทักทายระหว่างร่วมพิธีทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.

‘ชัชชาติ’ปรี่ไหว้บิ๊กป๊อก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.00 น. ที่สนามหลวง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2565 โดยหลังเสร็จพิธี พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินสวัสดี ทักทายพูดคุยกับผู้ใหญ่หลายคน อาทิ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา และคณะรัฐมนตรีบางส่วน ก่อนจะเดินกลับมาขึ้นรถ โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด และยังไม่ได้มีโอกาสพบกับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มพิธีทำบุญตักบาตร นายชัชชาติเดินทางมาถึงโดยได้รับความสนใจจากข้าราชการระดับสูงเข้ามาทักทายและพูดคุยแสดงความยินดี และเมื่อพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย มาถึงงาน นายชัชชาติได้เดินเข้าไปยกมือไหว้ ซึ่งถือเป็นการพบกันครั้งแรก โดยนายชัชชาติกล่าวกับพล.อ.อนุพงษ์ว่า “ช่วยกันครับท่าน เดี๋ยวจะไปหารือ มีอะไรให้รับใช้ ได้ครับ” ขณะที่พล.อ.อนุพงษ์กล่าวเพียงว่า โอเค

จ่อคุย‘ศักดิ์สยาม’ปมสายสีเขียว
อย่างไรก็ตาม นายชัชชาติได้สวัสดีทักทายนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ซึ่งกำกับดูแลโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว นายชัชชาติกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า เดี๋ยวไว้ไปหารือกัน

ต่อมาเวลา 09.50 น. ที่สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ นายชัชชาติให้สัมภาษณ์ถึงการพบกับพล.อ.อนุพงษ์ และนายศักดิ์สยามว่าได้พบทั้ง 2 ท่านและทักทายกัน ซึ่งวันที่ 6 มิ.ย. เวลา 13.30 น. ตนพร้อมคณะเข้าไปพบรมว.มหาดไทย เพื่อแนะนำตัว มีเรื่องต่างๆ เรียนให้ทราบว่าทางกรุงเทพฯ มีโครงการอะไรบ้าง และโครงการอะไรที่ทำร่วมกับมหาดไทยได้ ส่วนเรื่องที่ค้างอยู่ อาจเป็นเรื่องรถไฟฟ้าบีทีเอส เรื่องงบประมาณที่รัฐบาลนำไปในเรื่องของภาษีที่ดินสิ่งปลูกสร้าง หักของเราไป 90% ก็ขอคืนมาหน่อย และอาจพูดเรื่องเบี้ยคนชรา ส่วนนายศักดิ์สยามได้พูดคุยเพียงเล็กน้อยว่า เดี๋ยวเรามาหารือกันในเรื่องรถไฟสายสีเขียว

แจงข่าวไม่พบนายกฯ-คลาดเคลื่อน
นายชัชชาติกล่าวว่า ในช่วงเช้ายังได้พบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ตนได้สวัสดีทักทายท่าน แต่ไม่ได้พูดคุยอะไรเพราะยืนห่างกัน

“ข่าวที่ลงนั้นผิด บอกว่าผมไม่ยอมไปพบนายกฯ ไม่ใช่ ผมเป็นผู้น้อย ผมจะไปหาท่านได้อย่างไร ถ้าจะไปพบ นายกฯ ต้องเรียกผมเข้าไปหา อยู่ดีๆ ผมจะเข้าไปหาท่านได้อย่างไร เขาออกไปว่าชัชชาติไม่ยอมไปหาท่าน จริงๆ แล้วตามสายงาน ผมต้องไปที่รมว.มหาดไทย ซึ่งเป็นสายงานตรง ซึ่งหากท่านนายกฯให้ไปพบผมก็พร้อมตลอด ถ้าท่านสั่งการมา แต่มาอยู่ดีๆ แล้วผมเข้าไปพบท่านนายกฯ เลย คงไม่ได้เพราะท่านเป็นผู้ใหญ่” นายชัชชาติกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน