ผลพวงสินค้าราคาแพง น้ำมันพุ่ง2สัปดาห์รวด คลังวุ่น-เร่งกู้หมื่นล้าน
ดีเซลขึ้นอีกจ่อลิตรละ 34 บาท บอร์ดกองทุนนํ้ามันไฟเขียวปรับราคา 1 บาท เป็น 33.94 บาท มีผลวันนี้ แจงให้ปรับขึ้น 2 สัปดาห์รวดเพราะน้ำมันโลกผันผวน ต้องลดจัดเก็บแก๊สโซฮอล์ 91-95 เข้ากองทุนทดแทน ขณะที่ปตท.-บางจาก แจ้งลดราคาเบนซินลงลิตรละ 60 สตางค์ อยู่ที่ 51.46 บาท, โซฮอล์ 95 อยู่ที่ 44.05 บาท, อี20 อยู่ที่ 42.94 บาท และ โซฮอล์ 91 อยู่ที่ 43.78 บาท ยกเว้น อี85 ปรับลง 40 สตางค์ มีผลวันนี้เช่นกัน รมว.คลัง ยังวุ่นหากู้เงินอุ้มกองทุนน้ำมันที่ขาดทุนบักโกรกอยู่ 8.6 หมื่นล้าน ไม่ค้านหากจะขึ้นดีเซลเต็มเพดาน 35 บาท พาณิชย์แจง เงินเฟ้อ พ.ค. พุ่งกระโดดไปที่ 7.1% สูงสุดในรอบ 13 ปี คาดมิ.ย.ดีดขึ้นอีก เหตุน้ำมันแพง ส่งผลให้ค่าน้ำ-ไฟ-แก๊ส ขยับ ส่วนสินค้าขยับขึ้น 298 รายการแล้ว ข้าวแกง-ตามสั่ง-น้ำมันพืช แพงพุ่ง 32% สภาอุตฯ ห่วงข้าวของขาดตลาด
เงินเฟ้อพุ่ง7.1%-สูงสุดรอบ13ปี
เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ ผอ.สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงดัชนีราคาผู้บริโภค หรืออัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย เดือนพ.ค.2565 พบว่า อยู่ที่ 7.1% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ทำสถิติสูงที่สุดในรอบ 13 ปี ขณะที่เดือนเม.ย. อยู่ที่ 4.65% โดยสาเหตุที่เงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะราคากลุ่มสินค้าพลังงานสูงขึ้น 37.24% โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสูงขึ้น 35.89%, ค่ากระแสไฟฟ้า สูงขึ้น 45.43% ตามการปรับเพิ่มค่าไฟฟ้าผันแปร (เอฟที) ในรอบเดือนพ.ค.-ส.ค., ราคาแก๊สหุงต้ม สูงขึ้น 8.00% จากการทยอยปรับ ตั้งแต่เดือนเม.ย. รวมทั้งราคาอาหารก็ปรับตัวสูงขึ้น 6.18% อาทิ เนื้อสุกร ไก่สด ไข่ไก่ ตามต้นทุนการเลี้ยง
นายรณรงค์ เดือนพ.ค. สินค้ามีการปรับราคาเพิ่มขึ้น 298 รายการ โดยเฉพาะค่ากระแสไฟฟ้า ค่าน้ำประปา น้ำมันเชื้อเพลิง ข้าวแกง อาหารตามสั่ง อาหารเช้า เพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบ โดยน้ำมันพืชราคาเพิ่มขึ้นมากถึง 32.18% ส่งผลกระทบโดยตรงทำให้ราคาอาหารสำเร็จรูปที่ทำกินเองในบ้านเพิ่มขึ้น 6.84% และอาหารตามสั่ง หรืออาหารเดลิเวอรี่สูงขึ้น 6.28% รวมไปถึงสินค้ากลุ่มของใช้ส่วนบุคคลก็ปรับราคาเพิ่มขึ้น อาทิ แชมพู ยาสีฟัน สบู่ เนื่องจากสิ้นสุดโปรโมชั่น
ชี้เหตุดีเซล-แก๊ส-แพงยกแผง
“คาดว่าเงินเฟ้อในเดือนมิ.ย. จะปรับสูงกว่าเดือนพ.ค.ซึ่งอยู่ที่อัตรา 7.1% เพราะน้ำมันยัง ไม่ลดลง ยังมีการปรับราคาดีเซล ราคาก๊าซ และราคาสินค้า สำหรับแนวโน้มเงินเฟ้อช่วงไตรสมาส 2, 3 และ 4 นั้นคาดว่าจะสูงกว่า 4.75% ซึ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยช่วงไตรมาสที่ 1 โดยช่วงไตรมาสที่ 3 เงินเฟ้อมีแต่จะเพิ่มสูงขึ้นอีกตามราคาน้ำมัน แต่ไตรมาส 4 จะลดลง เพราะฐานเงินเฟ้อปีก่อนสูงมาก ส่วนทั้งปีคาดว่าจะอยู่ในอัตราไม่เกิน 6-7%” นายณรงค์กล่าว
อย่างไรก็ตาม สนค.ได้ติดตามอัตราเงินเฟ้อของไทยอย่างใกล้ชิด พบว่ายังเป็นอัตราที่ต่ำ โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ จัดให้ไทยอยู่ในประเทศกลุ่มที่ 5 คือกลุ่มที่มีเฟ้อต่ำที่สุด แต่หากสนค.ทบทวนประมาณการเงินเฟ้อใหม่อีกครั้ง คาดว่าไทยอาจหลุดออกจากบัญชีกลุ่มประเทศที่มีเงินเฟ้อต่ำที่สุด โดยอาจถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มที่ 4 ทั้งนี้ ช่วงเดือนเม.ย. กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ ได้คาดการณ์ว่าในปี 2565 ไทยจะมีอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 3.5% จัดอยู่ในอันดับที่ 163 จาก 192 ประเทศทั่วโลก อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีภาวะเงินเฟ้อต่ำกว่า 5% หรือต่ำที่สุดในโลก ซึ่งในภาพรวมถือว่าไทยมีอัตราเงินเฟ้อในระดับที่ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นทั่วโลก
สำหรับอัตราเงินเฟ้อในเดือนเม.ย.2565 ของประเทศต่างๆ เมื่อเทียบกับไทยจะเห็นว่า ไทยอยู่ที่ 4.65% ซึ่งเป็นอัตราที่ไม่สูงมาก ขณะที่มาเลเซียอยู่ที่ 2.3% อินโดนีเซีย 3.47% ฟิลิปปินส์ 4.9% จีน 2.1% ญี่ปุ่น 2.5% ลาว 9.86% สหรัฐอเมริกา 8.3% อังกฤษ 9% อินเดีย 7.7% และอียู (19 ประเทศ) 7.4%
คลังมึนตึ้บ-หากู้โปะกองทุน
ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ อยู่ระหว่างการหารือเพื่อหาทางออกเกี่ยวกับการให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงกู้เงินจากสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (แบงก์รัฐ) จำนวน 3 หมื่นล้านบาท
“ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อยุติ ยังไม่รู้ว่าทางออกของการกู้เงินให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะเป็นอย่างไรยังไม่รู้ เพราะยังอยู่ระหว่างการหารือ และต้องหารือกับสำนักงานกฤษฎีกาก่อนถึงสถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงว่าสามารถที่จะกู้เงินได้หรือไม่” นายอาคมกล่าว
นายอาคมกล่าวอีกว่า สำหรับช่องทางที่รัฐบาลจะใช้งบกลางในการอุดหนุนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงก็ทำได้ แต่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องหาวิธีการในการช่วยเหลือตัวเองให้เต็มที่ก่อน เพราะตอนนี้กองทุนยังสามารถบริหารสภาพคล่องได้อยู่ แม้ว่าจะติดลบกว่า 8 หมื่นล้านบาท เพราะยังมีรายได้เข้ามา
ส่วนเพดานราคาน้ำมันดีเซลที่สามารถปรับขึ้นได้ถึง 35 บาทต่อลิตรนั้น กองทุนฯ ต้องพิจารณาดู หากเงินกู้เข้ามาไม่ทัน ก็ต้องหามาตรการอื่นๆ เช่น การปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลเพื่อลดภาระกองทุนฯ เพราะยังมีช่องที่ปรับขึ้นได้อยู่ เข้าใจว่าตอนนี้ราคาน้ำมันดีเซลล่าสุดอยู่ที่ 32.94 บาทต่อลิตร ก็ขึ้นอยู่กับสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงว่าจะรองรับได้แค่ไหน
สภาอุตฯห่วงสินค้าขาดตลาด
ขณะที่ นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เพดานราคาน้ำมันดีเซลที่ 35 บาทนั้น ภาคเอกชนยังรับได้ เพราะเทียบกับตลาดเพื่อนบ้าน ถือว่าราคาดีเซลของไทยยังอยู่ในระดับต่ำ
อย่างไรก็ตาม ก็อยากให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงค่อยๆ ทยอยปรับราคาขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าการเพิ่มขึ้นของราคาดีเซลกระทบต่อค่าครองชีพและการขนส่ง อยากให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ไม่เกิน 35 บาทต่อลิตรตามที่ได้บอกไว้ เพราะเข้าใจรัฐบาลว่าการบิดเบือนราคาขายปลีกน้ำมันในภาวะที่ตลาดโลกปรับสูงขึ้นเป็นไปได้ยาก
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ผู้ประกอบการได้หามาตรการรองรับในกรณีที่ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นทุก 1 บาทจะทำอย่างไร เพราะต้นทุนเพิ่มขึ้น โดยสิ่งที่กังวลตอนนี้ไม่ใช่เรื่องของแพง แต่เป็นเรื่องของขาดตลาดมากกว่า เพราะว่าของแพงแต่ยังส่งออกได้ แต่ถ้าของขาดจะกระทบมากกว่า ตอนนี้ผู้ประกอบการต้องสร้างสมดุลระหว่างต้นทุน และสินค้าไม่ให้ขาดตลาด ให้ส่งออกได้ต่อเนื่อง
นายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า ผู้ประกอบการต้องยอมรับความจริงว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับขึ้นไปที่ 110 ดอลลาร์ต่อบาเรลมานานแล้ว ทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มมากขึ้น แต่อยากให้กองทุนน้ำมันฯ หน่วงเวลาการขึ้นราคาน้ำมันดีเซลไปชนเพดานที่ 35 บาทต่อลิตรให้ช้าที่สุด และให้ปรับเป็นขั้นบันได ส่งสัญญาณให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้ประกอบการได้มีเวลาปรับตัว ลดต้นทุนการผลิตในด้านอื่นๆ รวมถึงการใช้พลังงานทางเลือกมาชดเชย
ดีเซลขยับอีก 1 บ.-แตะลิตร 34
ด้านนายวิศักดิ์ วัฒนศัพท์ ผอ.สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ได้พิจารณาทบทวนราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลประจำสัปดาห์ โดยมีมติให้ปรับราคาน้ำดีเซลขึ้น 1 บาท/ลิตร จากราคาแนะนำที่ 32.94 บาท/ลิตร เป็น 33.94 บาท/ลิตร มีผลเวลา 05.00 น. วันที่ 7 มิ.ย. เป็นต้นไป ซึ่งเป็นการทยอยปรับขึ้น แต่ไม่เกินเพดาน 35 บาท/ลิตร เพื่อไม่ให้กระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนมากนัก โดยกองทุนยังคงอุดหนุนครึ่งหนึ่ง จากราคาจริง หากไม่มีการอุดหนุนเลยดีเซลจะอยู่ที่ 42.81 บาท/ลิตร
นายวิศักดิ์กล่าวต่อว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลอีก เนื่องจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกยังคงมีความผันผวน ราคาน้ำมันดีเซล (Gas Oil) เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. อยู่ที่ 158.29 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้นจากเดิมสัปดาห์ก่อนเทียบกับวันที่ 27 พ.ค. อยู่ที่ 149.49 ดอลลาร์ เป็นผลมาจากการออกมาตรการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรปที่ตกลงจะห้ามการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย การเปิดประเทศของจีน ตลอดจนปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐลดลงกว่า 1.2 ล้านบาร์เรล
“สถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกยังคงสูงและหากสัปดาห์หน้าแนวโน้มราคายังทรงตัวระดับนี้และไม่มีปัจจัยใดๆ หนุนในทางบวก การประชุมกบน.ที่จะมอนิเตอร์รายสัปดาห์ครั้งหน้าก็มีโอกาสที่จะปรับขึ้นดีเซลอีก1 บาท/ลิตรไปสู่ระดับ 34.94 บาท/ลิตร เพราะแม้กองทุนจะลดการอุดหนุนดีเซลด้วยการปรับราคาดีเซลขึ้นรวม 2 บาทแล้ว แต่ล่าสุดยังต้องอุดหนุนดีเซล 8.81 บาท/ลิตร จาก 9.81 บาท/ลิตร แต่ปัจจุบันประมาณการฐานะกองทุน ณ วันที่ 5 มิ.ย.2565 ติดลบถึง 86,028 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 50,147 ล้านบาท และบัญชีแก๊สหุงต้ม (แอลพีจี) ติดลบ 35,881 ล้านบาท” นายวิศักดิ์กล่าว
จับตารัฐคลอดแพ็กเกจช่วย
นอกจากนี้ กบน.ยังปรับลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนประเภท แก๊สโซฮอล์ 91 และแก๊สโซฮอล์ 95 ลง 0.93 บาท/ลิตร จากเดิมจัดเก็บ 1.02 บาท/ลิตร เหลือส่งเงินเข้ากองทุน 0.09 บาท/ลิตร และอี 20 ลดลง 0.94 บาท/ลิตร จากเดิมจัดเก็บ 0.12 บาท/ลิตร ส่งผลให้กองทุนฯ ต้องชดเชยเงินให้กับอี20 จำนวน 0.82 บาท/ลิตร เพื่อทำให้ราคาขายปลีกเบนซินลดลง
ขณะที่ นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สกนช. กล่าวว่า มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) 22 มี.ค.2565 กำหนดว่าภายในเดือนก.ค.นี้ จะไม่มีการชดเชยดีเซลเลย ดังนั้น รมว.พลังงาน ขอให้ กบน.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันดูว่าหลังสิ้นสุดเดือนมิ.ย. รัฐจะมีแพ็กเกจช่วยเหลือประชาชนอย่างไร ภาระที่เข้ามาดูแลจะเป็นเท่าใด ซึ่งต้องดูไปถึงทิศทางราคาน้ำมันตลาดโลกด้วยว่าจะสูงยืดเยื้อไปมากน้อยเพียงใด
“ราคาน้ำมัน และแก๊สแอลพีจี ที่สูงขึ้นต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน และเงินเฟ้อปรับสูงขึ้น ซึ่งราคาแอลพีจีแม้จะปรับขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. เป็นต้นมาอยู่ที่ 363 บาท/ถัง 15 กิโลกรัม (ก.ก.) แต่รัฐก็ยังชดเชยอยู่ประมาณ 13 บาทกว่า/ก.ก. คิดเป็นเงิน อุดหนุน 1,600 บาท/เดือน ดังนั้น ต้องดูนโยบายว่าจะขึ้นอีกหรือไม่ อย่างไร ส่วนการปรับลดราคาเบนซิน ส่วนหนึ่งเพราะเมื่อเดือนพ.ค. มีการปรับขึ้นราคาขายปลีกถึงประมาณ 10 ครั้ง ปรับลดลงเพียงแค่ 1 ครั้งเท่านั้น กบน. จึงมองว่าอาจทำให้ประชาชนเดือดร้อน จึงพิจารณาปรับลง โดยเบื้องต้นมีระยะเวลาไปจนถึงสิ้นเดือนมิ.ย.นี้ก่อน หลังจากนั้นจะพิจารณากันอีกครั้ง ทั้งนี้ ส่งผลให้กองทุนน้ำมัน มีรายได้จากกลุ่มเบนซินลดลงจาก 26.66 ล้านบาท เหลือ 0.66 ล้านบาท ทำให้ภาพรวมกองทุนมีเงินไหลออกลดลงจาก 570.67 ล้านบาท/วัน เหลือ 539.59 ล้านบาท/วัน” นายพรชัย กล่าว
ส่วนความคืบหน้าการกู้เงินเสริมสภาพคล่องในการอุดหนุนราคาพลังงานในประเทศของกองทุนนั้น นายพรชัยกล่าวว่า ขณะนี้กองทุนมีเงินหมุนเวียนเพียง 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งอยู่ในระหว่างหารือกับกระทรวงการคลัง แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ 1.การกู้เงินจากสถาบันการเงิน 2 หมื่นล้านบาท และ 2.การใช้เงินงบประมาณ จากภาครัฐที่เข้ามาดูแลตามมติครม. 22 มี.ค.2565 จะใช้เงินดูแลดีเซลประมาณ 3.3 หมื่นล้านบาท และดูแลแก๊สแอลพีจีประมาณ 3.6 พันล้านบาท เงินส่วนนี้จะเสนอขอใช้งบประมาณภาครัฐมาเสริมสภาพคล่องให้กองทุน เพราะนับเป็นการดำเนินการตามนโยบายภาครัฐ
เบนซินสวนทาง-ลด60สตางค์
รายงานข่าวแจ้งว่า พีทีที สเตชั่น และบางจาก ประกาศปรับราคาขายปลีกกลุ่มดีเซลขึ้น 1 บาท/ลิตร ส่งผลให้ดีเซล บี7, บี10 และบี20 อยู่ที่ 33.94 บาท ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งละ 1 บาท/ลิตร ติดต่อกัน 2 สัปดาห์ ส่วนดีเซลพรีเมียม บี7 อยู่ที่ 45.36 บาท/ลิตร
ขณะที่ เบนซินและแก๊สโซฮอล์ปรับลดลง 60 สตางค์/ลิตร ส่งผลให้เบนซินอยู่ที่ 51.46 บาท, แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 44.05 บาท, อี20 อยู่ที่ 42.94 บาท และแก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 43.78 บาท
ยกเว้น อี85 ปรับราคาลง 40 สตางค์/ลิตร อยู่ที่ 36.84 บาท และพรีเมียมแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 49.54 บาท มีผลวันที่ 7 มิ.ย.2565 เวลา 05.00 น.เป็นต้นไป