เป็น‘อาสามูลนิธิ’จริง โทรสารภาพต้นสังกัด อ้างเพิ่งแอบทำครั้งที่ 2 ตร.เค้น2โชเฟอร์รถนำ ขยายผลล่าตัวบงการ

เพื่อนร่วมหน่วยกู้ภัยจี้มอบตัว ผัว-เมียใช้รถพยาบาลขนยาบ้า 2.4 ล้านเม็ด รวมถึงหนุ่มขับปิกอัพติดตรามูลนิธิคนพาหนี เร่งเค้นสอบ 2 โชเฟอร์รถสเกาต์ขยายผลตามล่าแก๊งค้ายาที่อยู่เบื้องหลัง ‘เอกพัน’ ยกทีมร่วมกตัญญูออก ‘โหนกระแส’ ยอมรับผัว-เมียที่ก่อเหตุเข้ามาขอทำงานอาสา แต่มูลนิธิยังไม่ได้รับอย่างเป็นทางการ ส่วนคนพาหนีเป็นอาสาจริงแต่บัตรที่พบในรถหมดอายุแล้ว เชื่อช่วงแรกจิตสำนึกดีออกมาช่วยสังคม แต่อาจเกิดขัดสนจนถูกความโลภครอบงำ

จากกรณี ตำรวจไล่ล่าระทึกตามจับรถพยาบาลกู้ชีพขนยาบ้าหนีข้าม 4 จังหวัด เปิดไซเรนตะบึงจากสระบุรีผ่านอยุธยา-ปทุมธานีเข้ากรุงเทพฯ ก่อนทิ้งรถทิ้งยาบ้า 6 กระสอบรวมกว่า 2.4 ล้านเม็ดในป่ารกร้างซอยหทัยราษฎร์ 39 ชานเมืองหลวง ก่อนเผ่นหนี เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพคนร้าย 2 คน เป็นชาย 1 หญิง 1 ขณะลงจากรถโดยมีรถอีกคันขับมารับทั้ง 2 คนออกจากพื้นที่ ตามข่าวที่เสนอไปแล้ว

คนพาหนี – หลักฐานบัตรประจำตัวนายชาญณรงค์ พุฒเจริญ ซึ่งพบในรถของกลางที่สภ.เมืองสระบุรีอายัดไว้ โดยเป็นผู้ต้องสงสัยว่าไปรับ 2 ผัวเมียกู้ภัยที่ใช้รถกู้ชีพขนยาบ้าหลบหนี ล่าสุดตำรวจรู้ตัวคนร้ายแล้ว เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. พล.ต.ต. ชยานนท์ มีสติ ผบก.ภ.จว.สระบุรี กล่าวว่ายังไม่ได้ออกหมายจับ 2 ผัวเมีย ยังรวบรวมหลักฐานและจะขยายผลคาดว่า 2-3 วันจะออกหมายจับได้ และพื้นที่ที่ดูแลคดีนี้เป็นของตำรวจภูธรภาค 1 และตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดสระบุรี ยืนยันว่าเป็นกู้ภัย 2 ผัวเมียอย่างแน่นอน ขณะนี้รู้ตัวผู้กระทำความผิดแล้ว และได้ให้ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภูธรภาค 1 เร่งแกะรอยติดตามตัวกู้ภัย 2 ผัวเมียมาดำเนินคดีต่อไป

ส่วนรถตู้พยาบาลทะเบียน 1 นข 4280 กรุงเทพมหานคร ที่ใช้ในการก่อเหตุ ตำรวจนำมาจอดยังหน้ากองบังคับการสืบสวนภูธรจังหวัดสระบุรี พบกันชนหน้าพังเสียหายจากการเฉี่ยวชน กระจกรถข้างซ้ายแตก 3 บาน ยางหน้าซ้ายแตก ตัวรถด้านขวามือมีรอยขีดข่วนเป็นทางยาวจนถึงท้ายรถ โดยในรถ พบบัตรประจำตัวอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู ระบุชื่อ นายชาญณรงค์ พุฒเจริญ ตกอยู่ ส่วนรถสเกาต์ที่คนร้ายใช้นำทางในการวิ่งขนส่งยาบ้าเป็นรถกระบะอีซูซุ ตู้ทึบ สีขาว ทะเบียน 1 ฒฬ 2570 กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่จับกุมและยึดไว้ ส่วนผู้ขับขี่มากับรถ 2 คน อายุประมาณ 30 ปี ควบคุมตัวไว้ยัง สภ.เฉลิมพระเกียรติ โดยไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลการสอบสวนใดๆ เนื่องจากต้องการที่จะขยายผลการจับกุมต่อไป

วันเดียวกัน นายเอกพัน บรรลือฤทธิ์ หัวหน้าอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู, นายอัครเดช ทวิสุวรรณ หัวหน้าอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจุดลาดพร้าว และนายอัญวุฒิ โพธิ์อำไพ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ร่วมให้สัมภาษณ์ในรายการโหนกระแส สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ดำเนินรายการโดย ‘หนุ่ม’ กรรชัย กำเนิดพลอย เนื่องจากกระแสข่าวว่าผู้ต้องหาที่ก่อเหตุเป็นอาสาสมัครในสังกัด

นายเอกพันเผยว่า ผู้ก่อเหตุชื่อโด้ (ขอสงวนชื่อและนามสกุลจริง) ทำงานเป็นอาสาอยู่พักนึง แต่การเป็นอาสาของเขา มูลนิธิร่วมกตัญญูยังไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เขาจะเข้ามาชุลมุนในช่วงโควิดรับคนป่วยคนเจ็บส่งโรงพยาบาลต่างๆ โดยเจ้าตัวเขียนใบสมัครเข้าเป็นอาสาสมัครไว้แล้ว แต่ยังไม่มีการออกบัตรเป็นลายลักษณ์อักษรยืนยันให้เขา โดยมีกำหนดในวันที่ 18-19 กำลังจะเปิดแจกบัตรครั้งแรก หลังโควิดค่อยๆ เบาบางลง แต่มาเกิดเรื่องเสียก่อน

ด้านนายอัครเดชหัวหน้าอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจุดลาดพร้าวที่นายโด้ผู้ก่อเหตุสังกัด กล่าวว่า นายโด้พร้อมภรรยาชื่อทิพย์เข้ามาทำงานอาสาประมาณปีกว่า เท่าที่ตรวจสอบกับคนรู้จักและกลุ่มเพื่อนไม่พบว่ามีประวัติอะไร หลังเกิดเหตุมาทราบข่าวเพราะมีเพื่อนสมาชิกโทรศัพท์ถามว่าใช่รถที่จุดหรือไม่ เมื่อเห็นรู้ทันทีว่าไม่ผิดคัน เพราะลวดลายข้างรถชัดเจนจึงรีบสอบถามเข้าไปในกลุ่มไลน์จุดลาดพร้าวว่ามีใครรู้อะไรบ้าง กระทั่งเจ้าตัวไลน์เข้ามาขอโทษสารภาพว่าก่อเหตุจริง เมื่อโทรศัพท์ไปสอบถามอีกครั้งเขายอมรับว่าทำเป็นครั้งที่ 2 จึงพยายามบอกให้เข้ามอบตัว จากนั้นเขาตัดสายไป

“ตอนนี้มอบตัวดีกว่า ดีกว่าสายเกินไปกว่านี้ เสียใจนะที่พวกมึงทำกันแบบนี้ ไม่คิดว่าจะมาทำแบบนี้ เพราะคนอยู่ต้องรับผลกรรมต่อ คนไม่อยู่แล้วไม่ต้องคิดอะไรแล้ว สิ่งที่มันลง มาลงกับเรา ก็อยากฝากขอโทษพี่ๆ น้องๆ กู้ภัยทั้งหลายด้วยว่า ขอให้แยกแยะระหว่างบุคคล” นายอัครเดชกล่าว

‘หนุ่ม’ กรรชัย ถามถึงกรณีรถอีกคันที่ขับมาจอดแล้วรับ ดูแล้วเหมือนรถร่วมฯ ด้วย จะทำยังไงกับตรงนี้ นายเอกพันกล่าวว่า ถ้าเราตรวจสอบได้ว่าคนขับรถมารับนายโด้เป็นอาสาสมัครร่วมกตัญญู แต่ที่ตำรวจพบบัตรประจำตัวของอาสาชื่อไอซ์อยู่ที่รถตู้นายโด้ คาดว่านำมาใช้บังหน้าเพราะนายโด้ยังไม่มีบัตร แต่บัตรดังกล่าวก็เป็นบัตรเก่าที่ขาดอายุ ยังไม่ได้ต่อ

นายอัครเดชกล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ผมเห็นรถของไอซ์ไปปรากฏในคลิปรีบติดต่อหาทันที แต่ติดต่อไม่ได้จึงยังไม่ได้พูดคุยกับเขาเลย ในไลน์กลุ่มเขาก็อยู่แต่ไม่ตอบอะไรเข้ามา ฝากถึงนายไอซ์ หากไม่รู้เรื่องด้วย แค่เพียงไปช่วยเพื่อนให้ออกมาชี้แจง ยังไงผลกระทบ บทลงโทษ หรือความผิดมันมีอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่ผู้ร่วมกระบวนการ อย่างนายโด้นี่ชัดเจน แต่นายไอซ์อาจเป็นเพื่อนฝูงรักกัน แต่ถ้ารักกันในทางที่ผิดเมื่อไหร่ต้องเจอบทลงโทษแบบนั้น หนักจะได้เป็นเบา

‘หนุ่ม‘ กรรชัย ถามเพิ่มอีกว่า ต่อไปจะทำยังไง เพราะตอนนี้วิธีการคนร้ายขนยาบ้าเริ่มเข้ามาในกู้ภัยใช้ช่องว่าง รถกู้ภัย รถพยาบาลที่ใช้กันบนถนน อาจเพราะหนึ่งตำรวจไม่ตรวจ สองมีการเปิดไซเรน สามารถผ่านไปได้อย่างเร็ว

นายอัญวุฒิกล่าวว่า สิ่งเดียวคือหัวใจคนมาทำงานอาสา ทุกวันนี้อาสาที่เขาทำดีมี อีกมาก วงการกู้ภัยหรืออาสาเราจัดโซนเป็น 3 โซน คืออาสาในกลุ่มแรกๆ ที่เป็นอาสาน้ำดี เขาจะทำตามกฎระเบียบมูลนิธิ กล้าติดสติ๊กเกอร์ตัวหนังสือตามระเบียบที่มูลนิธิออกหนังสือ เขาอยู่หน่วยงานไหนก็ติดชื่อหน่วยงานนั้น แล้วติดรหัสตัวเองข้างประตูรถ นี่คือกฎมูลนิธิ ออกไปปฏิบัติงานใส่เครื่องแบบให้เรียบร้อย ภาพที่เห็นน้องคนนี้จนชินตาคือเขาออกมาช่วยคน เขามีรถพยาบาล เขาออกมาช่วยคน มูลนิธิเราเปิดโอเพ่นให้คนมาร่วมกันทำความดี อาสาตอนนี้มีเกือบหมื่นคน เรารับมาเราก็คัดกรอง ทุกอย่างผ่านจุดคัดกรองมาแล้ว แต่เขาคงไม่มาบอกเราว่าเขาขนยา เขาตอบเราตามกฎกติกาที่เรามี เขาทำตามขั้นตอนระเบียบทุกอย่าง

เมื่อถึงว่าไม่สามารถไปวางระเบียบหรือดักทางเขาได้ นายเอกพันกล่าวว่า เราไม่ได้อยู่กับเขาได้ตลอด แต่นานน้านจะมีแบบนี้ ไม่รู้จะป้องกันยังไงกับพวกนี้ที่แอบแฝงเข้ามาใช้บุญกุศล ใช้อะไรต่างๆ บังหน้า ทีนี้ใครเข้ามาสมัครเราจะขอแฟ้มอาชญากรรม อาชญากร ของกรมตำรวจมาดูคงไม่ถึงขนาดนั้น เพราะเราเปิดโอกาสให้คนทำความดีร่วมเข้ามา อยู่ที่จิตสำนึกตอนทำมาอาจดีเข้ามาช่วยเหลือสังคม ยกคนเจ็บส่งร.พ. แต่อยู่ๆ ไปขัดสนเงินทอง คนเสนอโน่นนี่ ความโลภเข้ามาครอบงำจิตใจ อาจทำในสิ่งที่ผิดกฎหมาย เราไม่รู้จะป้องกันได้ยังไง

นายอัญวุฒิกล่าวเสริมในประเด็นดังกล่าวว่า เราทำได้แค่ออกกฎระเบียบมูลนิธิให้ เขาปฏิบัติ ก่อนวันรับบัตรประจำตัวอาสา เราต้องเข้าพิธีแช่งตัวเอง เราให้อาสาแต่ละคนเข้าไปในศาลเจ้าของมูลนิธิแล้วก็ประกาศกล่าวดังๆ ว่าข้าพเจ้านายนี้ ขอปฏิญาณตน เหมือนแช่งตัวเอง ถ้าเราทำไม่ดีขอให้เราวินาศ ฉิบหาย ในส่วนการสาบาน ถ้าใคร ทำดีก็ได้รับผลดี ใครทำไม่ดีก็ได้รับผลเหมือนกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน