เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ที่ห้องแกรนด์ บอลลูม โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานพิธีเปิดการประชุมระดับรัฐมนตรีด้านการศึกษาแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 4 ครั้งที่ 2 (APREMC-II) ระหว่างวันที่ 5-7 มิถุนายน โดยมี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช และ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการและผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการเฝ้าฯ รับเสด็จ
ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำรัสเปิดการประชุม ใจความว่า ขอชื่นชมผู้จัดงานครั้งนี้ ซึ่งเป็นเวทีหารือความท้าทาย และลำดับความสำคัญสำหรับการจัดการศึกษาภายหลังยุคโควิด-19 เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 4 ของภูมิภาค เศรษฐกิจดิจิทัล สังคมผู้สูงวัย และช่องว่างทางการเรียนรู้ เป็นแนวโน้มโลก ที่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาของภูมิภาค จึงจำเป็นต้องจัดเตรียมวาระการศึกษา และสร้างโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้มาซึ่งความรู้ และทักษะ ค่านิยม และทัศนคติ อันจะนำไปสู่การสร้างสังคมที่แข็งแกร่ง และยั่งยืนต่อไป
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำรัสต่อว่า นอกจากนี้ ประเทศต่างๆ ในภูมิภาค ควรต้องวางมาตรการจัดการกับปัญหาที่เกิดจากวิกฤตโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางการศึกษา ในแง่ของการลดโอกาสทางการศึกษาของกลุ่มผู้เรียน เยาวชน และผู้ใหญ่ ที่มีความเปราะบางมากที่สุด และให้มั่นใจว่าผู้เรียนจะสามารถเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ในสภาพแวดล้อมที่มีความปลอดภัย และสุขภาวะที่ดี ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานได้อย่างมีประสิทธิภาพ บทบาทของครูจึงสำคัญอย่างยิ่งต่อการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการส่งเสริมสุขภาพทางจิตใจ และความเป็นอยู่ที่ดีของนักเรียน ตลอดจนการจัดฝึกอบรมครู เพื่อให้มั่นใจว่าครูจะ ได้รับทักษะ และองค์ความรู้ที่เหมาะสมต่อการจัดรูปแบบการเรียนรู้แบบผสมผสาน แนวใหม่
“ขอชื่นชมความพยายามของยูเนสโก ต่อการเสริมสร้างระบบการศึกษา ที่ยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพ เพื่อตอบสนองต่อสภาพการเรียนรู้ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่หยุดนิ่ง รวมทั้งการขับเคลื่อนทรัพยากรทางการศึกษา เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบการศึกษาทั่วโลก ทั้งนี้ มีความปรีดียิ่งในการทำงานร่วมกับยูเนสโก และองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือเด็กทุกคนให้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษย์ขั้นพื้นฐานในเรื่องของสิทธิการเข้าถึงการศึกษา รวมถึงสิทธิทางโภชนาการ และการดูแลสุขภาพ เชื่อมั่นว่ารัฐมนตรี และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านการศึกษา จะทำงานร่วมกัน และนำไปสู่การเจรจาที่เกิดผล อันจะนำไปสู่การดำเนินความร่วมมือทางการศึกษาในอนาคตต่อไป”
ด้าน น.ส.ตรีนุชกล่าวภายหลังว่า การประชุม APREMC-II ครั้งนี้ ศธ.เป็นเจ้าภาพร่วมกับสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ โดยการสนับสนุนจาก UNICEF East Asia and Pacific Regional Office (UNICEF EAPRO) UNICEF Regional Office for South Asia (UNISEF ROSA) กระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ประเทศญี่ปุ่น และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยจะเชิญผู้แทนระดับรัฐมนตรี หรือเทียบเท่าจากประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก จำนวน 46 ประเทศ รวมทั้งผู้แทนจากหน่วยงานภายใต้สหประชาชาติที่เกี่ยวข้อง ภาคประชาสังคม เยาวชน ผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นเชิงนโยบาย โดยเฉพาะประเด็นปัญหา แนวปฏิบัติ และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องในการฟื้นฟู และเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษา และวิกฤตการเรียนรู้ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19