แห่ปรับราคาอีกรอบ จี้อุ้มดีเซลยาวถึงกย. ห่วง‘เงินเฟ้อ’ฉุดศก. รถ10ล้อขยับขึ้น10%
อ่วมหนัก! เบนซินขึ้นอีก 50 สตางค์ เป็นลิตรละ 51.96 บาท มีผลวันนี้ หลังเพิ่งปรับลดไป 60 สตางค์ แค่วันเดียว โซฮอล์ 95 อยู่ที่ 44.55 บาท, อี20 อยู่ที่ 43.44 บาท และ โซฮอล์ 91 อยู่ที่ 44.28 บาท สภาอุตฯ คาดดีเซลพุ่งถึง 40 บาท กองทุนน้ำมันใกล้ติดลบแสนล้าน จี้จัดแผนรับมือ คลังรอกฤษฎีกาตีความขอ 3.6 หมื่นล้านโปะกองทุนเจ๊ง ต้นหอมทะลุกิโล 100 แล้ว ขึ้นราคาอีก 10 บาท เป็น 110 บาท น้ำมันปาล์มขวดขยับอีกขวดละ 1 บาท เป็น 68-70 บาท ผงชูรสเจ้าดังขอขึ้นด้วย สมาคมผู้เลี้ยงไก่จ่อขึ้นราคาเนื้อไก่อีก 1 บาท พุ่งก.ก.ละ 45 บาท ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ หวั่นอีก 3 เดือนเงินเฟ้อทะยาน 8-10% จากผลพวงสงครามรัสเซีย-ยูเครน สินค้าพาเหรดแพง แนะรัฐอุ้มดีเซลชนเพดาน 35 บาทถึงก.ย. สิบล้ออีสานกว่า 2 หมื่นคัน แจ้งขึ้นค่าส่งสินค้าอีก 5-10% จี้รัฐพยุงดีเซล-เยียวยา
ต้นหอมทะลุกิโล 110 บาท
เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจราคาอาหารสดในเขตกรุงเทพ มหานคร ของกรมการค้าภายใน (คน.) กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ประจำวันที่ 6 มิ.ย.2565 พบว่า เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงต้นเดือนหรือสัปดาห์ก่อนพบว่า ต้นหอมมีราคาปรับขึ้น 10 บาท/ก.ก. เป็น 105-110 บาท/ก.ก. เนื่องจากมีพายุฝน สลับกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดในพื้นที่แหล่งเพาะปลูก ส่งผลให้ผลผลิตบางส่วนได้รับความเสียหาย ผลผลิตจึงออกสู่ตลาดลดลง ประกอบกับค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับสูงขึ้น นอกจากนี้ ยังพบว่าน้ำมันปาล์มสำเร็จรูป บรรจุขวด 1 ลิตร ปรับราคาเพิ่มขึ้นอีกขวดละ 1 บาท เป็น 68-70 บาท
ส่วนกรณีที่ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าผงชูรส จะปรับราคาขายปลีกขึ้นในเดือนส.ค.นี้ โดยระบุว่าได้รับผลกระทบจากราคาต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้นมากนั้น ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังบริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าผงชูรสรายใหญ่ แต่ทางบริษัทยังไม่สะดวกที่จะตอบคำถาม
ขณะที่บริษัท ไทยชูรส จำกัด ผู้ผลิตผงชูรสแท้ ตราชฎา ระบุว่า บริษัทยังไม่มีแผนปรับราคาสินค้าในช่วงนี้ แม้ต้นทุนในหลายอย่างจะปรับเพิ่มขึ้น
ผงชูรสก็ปรับราคาด้วย
รายงานข่าวจากบริษัท ราชาชูรส จำกัด ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีแผนปรับราคาสินค้าขึ้น โดยบริษัทได้ปรับราคาล่าสุดไปเมื่อปีที่แล้ว ช่วงที่ต้นทุนสินค้าได้ทยอยปรับสูงขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผงชูรสนั้นไม่ได้เป็นสินค้าที่อยู่ในกลุ่ม 18 สินค้าจำเป็นที่ พณ.ควบคุมดูแล ซึ่งตามหลักเกณฑ์ของคน. เป็นสินค้าในกลุ่มที่ไม่ต้องขออนุญาตปรับ ขึ้นราคา โดยผู้ประกอบการสามารถปรับขึ้นราคาจำหน่ายได้เองตามต้นทุน แต่หากปรับเพิ่มสูงเกินควรจะมีความผิด ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 อาจถูกปรับสูงสุด 1.4 แสนบาท หรือจำคุก 7 ปี นอกจากนี้มีสินค้าที่ไม่ได้อยู่ในความควบคุมดูแลของพณ. อาทิ สียี่ห้อดังก็มีข่าวว่าจะปรับขึ้นราคาด้วยเช่นกัน
ร.ต.จักรา ยอดมณี รองอธิบดีคน. เปิดเผยว่า คน.ยังไม่ได้อนุมัติให้สินค้าอุปโภค-บริโภคปรับขึ้นราคา เนื่องจากได้ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการช่วยตรึงราคาเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพไปก่อน แต่หากจะปรับขึ้นราคาตามต้นทุน คน.จะพิจารณาเป็นรายสินค้า และรายกรณี
นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เพื่อสะท้อนต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะจากปัจจัยราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มสูงจากผลกระทบการสู้รบสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ทำให้บริษัทได้มีการปรับราคาจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้น โดยในกลุ่มสินค้าผลิตภัณฑ์สีทาอาคาร (Decorative) ปรับขึ้น 8% และ ผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น (Non- decorative) ปรับขึ้น 4%
ผู้เลี้ยงไก่จ่อขยับราคาอีก
ด้านนายสมบูรณ์ วัชรพงษ์พันธ์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อ เปิดเผยว่า ภายหลังการเปิดประเทศ ทำให้ปริมาณการบริโภคเนื้อไก่เพิ่มขึ้น 20-30% อาจทำให้ราคาไก่มีชีวิตเป็นหน้าฟาร์มขยับราคาเพิ่มขึ้นอีก 1 บาท/ก.ก. เป็น 45 บาท/ก.ก. ส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้นทุนการเลี้ยงก็มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก 43 บาท/ก.ก. เป็น 45 บาท/ก.ก. เนื่องจากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่แพงต่อเนื่อง โดยเฉพาะขณะนี้อินเดียซึ่งเป็นตลาดที่ไทยนำเข้าข้าวสาลีทดแทนยูเครน ได้ประกาศห้ามส่งออกข้าวสาลีแล้ว ทำให้ไทยต้องหาแหล่งนำเข้าใหม่ กดดันราคาอาหารสัตว์ให้เพิ่มสูงขึ้นไปอีก ขณะที่ราคาข้าวโพดในประเทศก็ปรับสูงขึ้นมากเนื่องเพราะเป็นช่วงปลายฤดูการผลิต
ขณะที่นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยถึงกรณีที่อัตราเงินเฟ้อของไทยเดือนพ.ค.2565 ขึ้นไปแตะที่ระดับ 7.1% ว่า ถือว่าไทยเริ่มเข้าสู่ภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรง เพราะตามปกติจะอยู่ในกรอบไม่เกิน 4% แต่ก็ไม่ได้เหนือความคาดหมายจากปัญหาราคาน้ำมันที่แพงจากวิกฤตสู้รบรัสเซีย-ยูเครน คาดว่าช่วงครึ่งปีแรกเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 5%
สำหรับราคาน้ำมันในตลาดโลกมีแนวโน้ม ปรับเพิ่มขึ้นอีก หากจีนผ่อนคลายมาตรการ ซีโร่โควิด จะทำให้ความต้องการใช้น้ำมันของจีนเพิ่มขึ้น อาจทำให้ราคาขยับขึ้นไป 120-125 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งจะกระทบมายังไทยอาจทำให้ช่วงครึ่งปีหลัง รัฐบาลอาจต้องปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลอีกลิตรละ 2-3 บาท เป็นลิตรละ 37-38 บาท/ลิตร ซึ่งจะทำให้เงินเฟ้อพุ่งขึ้นอีก
คาดเงินเฟ้อพุ่ง 8-10%
“รัฐบาลขึ้นราคาดีเซล 2 บาท/ลิตร ดันเงินเฟ้อเดือนพ.ค. ดีดขึ้นไปแตะ 7.1% หากเดือนมิ.ย. ปรับดีเซลอีก เป็น 33-35 บาท/ลิตร เงินเฟ้อจะพุ่งขึ้นอีกมาก ดังนั้นต้องจับตาดูเงินเฟ้อในช่วง 3 เดือนต่อจากนี้ หากสูงขึ้นต่อเนื่อง เฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 8-10% ถือว่ามีความเสี่ยง อาจทำให้เงินเฟ้อทั้งปีเกิน 5% อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้น ดังนั้น รัฐบาลอาจจำเป็นต้องตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 35 บาท/ลิตร ไปจนถึงเดือนก.ย.2565 เพื่อพยุงเงินเฟ้อไม่ให้สูงเกินไป รวมทั้งขณะนี้เริ่มมีสัญญาณขาดแคลนวัตถุดิบโดยเฉพาะอาหาร จากกรณีที่หลายประเทศงดส่งออกอาหาร อาจทำให้เกิดภาวะขาดแคลนสินค้าบางตัว ซึ่งจะยิ่งกดดันให้เงินเฟ้อไทยอาจสูงขึ้นอีก”
นายธนวรรธน์กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยกำลังเข้าสู่ภาวะสแตกเฟลชั่น (Stagflation) หรือภาวะถดถอยแบบอ่อนๆ เพราะเศรษฐกิจเติบโตต่ำ แต่เงินเฟ้อสูง แต่ยังไม่รุนแรง เนื่องจากไตรมาสแรกเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวเป็นบวก และไตรมาส 2 คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นจากมาตรการเปิดประเทศ ทั้งปีคาดว่าจะยังขยายตัวเป็นบวกได้ ราว 3%
ไส้กรอกดังลดปริมาณขาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากราคาเนื้อหมูในตลาดสดที่ขยับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา อีกหนึ่งธุรกิจที่ได้รับผล กระทบเช่นกันคือ ร้านไส้กรอก โดยที่ร้านไส้กรอกหมูล้วน ของนายพลัฏฐ์ ปิติภัทรพิรุฬห์ อายุ 56 ปี ตั้งอยู่บนถนนเทศา 2 ซอย 1 ตรงข้าม สภ.เมืองกำแพงเพชร เผยว่า ร้านไส้กรอกหมูล้วน สูตรกงไกรลาศของตน ขายในพื้นที่จ.กำแพงเพชรมายาวนานกว่า 20 ปี ในราคา 7 ลูก 20 บาท ราคานี้มาตั้งแต่เริ่มขาย ซึ่งที่ผ่านมาหลายเหตุการณ์ หลายวิกฤต ทั้งเศรษฐกิจซบเซา โควิด-19 ระบาดก็ยังคงขายไส้กรอกในราคาเดิมมาโดยตลอด กระทั่งมาเจอปัญหาเนื้อหมูแพงระลอกนี้ จึงจำใจต้องมีการปรับเปลี่ยนการขาย โดยลดปริมาณลง จาก 7 ลูก เหลือ 6 ลูก แต่คงราคาเดิม 20 บาท เพื่อให้ยังพอมีกำไรเหลือพออยู่ได้ เพราะตนเองไม่อยากปรับราคาขึ้นเพื่อให้กระทบต่อผู้บริโภค ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าขาประจำ นอกจากนี้ลูกค้าโทร.สั่งได้ที่ 08-5051-2311
สมุยหวั่นน้ำมันพุ่งศก.ซบอีก
ส่วนที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี นาย รัชชพร พูลสวัสดิ์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย กล่าวว่า หลังจากที่เกาะสมุยไม่มีนักท่องเที่ยวจีนและรัสเซีย เนื่องจากโรคโควิด-19 ระบาด ตอนนี้มีกลุ่มนักท่องเที่ยวที่น่าสนใจ อย่างประเทศอินเดียที่มีตัวเลขเพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีเช่นนี้มาก่อน เป็นตลาดการท่องเที่ยวที่น่าจับตามอง และตลาดท่องเที่ยวใหม่จากประเทศซาอุดี อาระเบีย ที่ทางรัฐบาลไทยให้การสนับสนุน แต่สิ่งสำคัญที่เป็นอุปสรรคของการท่องเที่ยวตอนนี้คือ การกลับมาเปิด การฟื้นฟูกิจการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าแรงการก่อสร้าง ราคาน้ำมัน ทำให้สินค้าอุปโภคบริโภคมีราคาสูงขึ้น อย่างราคาค่าก่อสร้าง เหล็กเส้นปรับราคาสูงขึ้นกว่าร้อยละ 30 แล้ว อีกทั้งปัญหาแรงงานของภาคธุรกิจท่องเที่ยวยังขาดแคลนทำให้การบริการทำได้ไม่เต็มที่ ขอให้ทางรัฐบาลเข้ามาแก้ปัญหาแรงงาน ให้มีแรงงานกลับเข้ามา ในระบบการท่องเที่ยวหรืออุตสาหกรรม ท่องเที่ยวอีกครั้ง เพราะใช้แรงงานใหม่ไม่ได้ ต้องการใช้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ
ส่วนชาวนาอ.พิมาย จ.นครราชสีมา ก็ระบุว่าได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จากปัญหาราคาน้ำมันแพงปรับสูงขึ้น โดยกลุ่มน้ำมันดีเซลปรับขึ้นอีกลิตรละ 1 บาท เป็น 33.94 บาท สูงเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะค่ารถไถทำนาที่เพิ่มขึ้น จากที่เคยว่าจ้างรถไถนาไร่ละ 250 บาท เจ้าของรถไถก็ขอปรับราคาขึ้นอีก 50 บาท เป็นไร่ละ 300 บาท จึงอยากวอนให้ภาครัฐเร่งช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
สิบล้ออีสานขึ้นค่าขนส่ง 5-10%
ด้านนายสมคิด กิ่งกรดกลาง นายกสมาคมขนส่งสินค้าภาคอีสาน เปิดเผยว่า จากกรณีคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 1 บาท ทำให้ราคาขายปลีกในพื้นที่ภาคอีสานเฉลี่ยลิตรละ 34.25 บาท ส่งผลให้ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือกว่า 700 ราย บริหารจัดการรถบรรทุกประมาณ 2 หมื่นคัน ต้องแบกรับภาระต้นทุนค่าเชื้อเพลิงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ประกอบกับช่วงวิกฤต โควิดงานรับจ้างได้ลดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มรถบรรทุกหิน ดินทรายหรือวัสดุก่อสร้างนับพันคันรับผลกระทบมากที่สุดและต้องจอดทิ้งไว้ นอกจากนี้ผู้ประกอบการที่สายป่านสั้นต้องกู้หนี้ยืมสินมาใช้จ่ายประคับประคองให้อยู่รอด ขณะนี้เข้าสู่ฤดูฝนสิ้นสุดการเก็บเกี่ยวผลผลิตเกษตรกรรมทำให้งานรับจ้างลดน้อยลงอีก แล้วมาเจอน้ำมันแพงอีกยิ่งไปกันใหญ่
“พวกเรายอมรับ และเข้าใจสภาวะตลาดน้ำมันโลก แต่เพื่อความอยู่รอด ต้องปรับค่าขนส่งขึ้น 5-10% หากราคาน้ำมันดีเซลพุ่งถึงลิตรละ 35 บาท ก็ต้องปรับขึ้นเสมือนเป็นขั้นบันไดไปเรื่อยๆ เพราะนอกจากต้องแบกรับภาระต้นทุนการขนส่งเฉลี่ย 40% เป็นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงยังต้องดูแลพนักงานอีกหลายชีวิต ฝากถึงรัฐบาลมีหลายช่องทางที่ช่วยเหลือเยียวยาได้ แต่กลับไปเลือกอุ้มนายทุนและโรงกลั่นน้ำมัน หากตรึงราคาดีเซล 5-10 เดือน หากเป็นไปได้อยากให้ลดลงกว่านี้ นอกจากผู้ประกอบการจะเดือดร้อนแล้ว คำตอบสุดท้ายประชาชนต้องแบกรับภาระจากสินค้าอุปโภค บริโภคที่ทยอยปรับขึ้นตามมาเป็นลูกโซ่ไปตามๆ กัน” นายสมคิดกล่าว
ลดวันเดียว-เบนซินขึ้นอีก50ส.ต.
รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากสถานีบริการน้ำมันพีทีที สเตชั่น และบางจากปรับลดราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ลงได้วันเดียว ล่าสุดได้แจ้งปรับขึ้นราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์อีก 50 สตางค์/ลิตร ส่งผลให้ราคาน้ำมันเบนซินอยู่ที่ 51.96 บาท, แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 44.55 บาท, อี20 อยู่ที่ 43.44 บาท และแก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 44.28 บาท/ลิตร ส่วนพรีเมียมแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 50.04 บาท ยกเว้น อี85 ขึ้นอีก 30 สตางค์ อยู่ที่ 37.14 บาท/ลิตร มีผลวันที่ 8 มิ.ย. 2565 เวลา 05.00 น.เป็นต้นไป
ทั้งนี้ เนื่องจากราคาน้ำมันสำเร็จรูปประเทศสิงคโปร์ ประเภทเบนซินออกเทน 95 ล่าสุดวันที่ 6 มิ.ย.2565 อยู่ที่ 157.22 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้นจากวันที่ 3 มิ.ย.2565 อยู่ที่ 153.43
ขณะที่ ราคาน้ำมันกลุ่มดีเซลได้ปรับขึ้น 1 บาท/ลิตรไปก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ดีเซล บี7, บี10 และบี20 อยู่ที่ 33.94 บาท/ลิตร ส่วนดีเซลพรีเมียม บี7 อยู่ที่ 45.36 บาท
รายงานข่าวระบุว่า หากสิ้นสุดมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลวันที่ 20 ก.ค.นี้ ประกอบกับปัจจุบันกองทุนมีเงินฝากในระบบเป็นสภาพคล่องเหลืออยู่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท โดยมีสถานะการเงินติดลบถึง 86,028 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 50,147 ล้านบาท และบัญชีก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ติดลบ 35,881 ล้านบาท ที่สำคัญความคืบหน้าของการกู้เงินจากสถาบันการเงินยังไม่มีความชัดเจน ดังนั้นรัฐจะดำเนินนโยบายดูแลราคาพลังงานต่อไปอย่างไร
รอกฤษฎีกาชี้ขาดขอ3หมื่นล.
ทั้งนี้ มติคณะรัฐมนนตรี (ครม.) 22 มี.ค.2565 กำหนดว่าภายในเดือนก.ค.จะไม่มีการชดเชยดีเซลแล้ว ดังนั้นนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รมว.พลังงาน จึงขอให้คณะกรรมการบริหารกองทุนฯ (กบน.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันดูว่าสิ้นสุดเดือนมิ.ย.นี้ รัฐจะมีแพ็กเกจช่วยเหลือประชาชนอย่างไร ภาระที่เข้ามาดูแลจะเป็นเท่าใด ซึ่งก็ต้องดูไปถึงทิศทางราคาตลาดโลกด้วยว่า จะสูงยืดเยื้อ ไปมากน้อยเพียงใด โดยกองทุนยังคงเดินหน้าขอกู้เงินจากสถาบันการเงิน 20,000 ล้านบาท โดยสถาบันการเงินจะขอติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลก และสถานะของกองทุนหลังลดการชดเชยในช่วงเดือนมิ.ย. อีกครั้งก่อน เพื่อประกอบการพิจารณา ควบคู่กับกองทุนจะของบประมาณจากรัฐ 36,000 ล้านบาท เพื่ออุดหนุนราคาน้ำมัน 33,000 ล้านบาท และอุดหนุนแอลพีจี 3,000 ล้านบาท ซึ่งล่าสุดยังคงคุยเรื่องของกฎหมายกันอยู่ว่าทำได้หรือไม่ ต้องรอให้ผู้แทนกฤษฎีกาตีความก่อน โดยยอมรับว่าราคาน้ำมันและแอลพีจีที่สูงขึ้น จะกระทบค่าครองชีพประชาชน และมีผลต่อเงินเฟ้อที่สูงขึ้น
ด้านนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า รัฐได้ทยอยปรับขึ้นดีเซลต่อเนื่องจาก 30 บาท/ลิตร มาสู่ 34 บาท/ลิตร และสัปดาห์หน้าอาจขึ้นไปสู่กรอบเพดาน 35 บาท/ลิตร ซึ่งเอกชนเองรับรู้ล่วงหน้าอยู่แล้ว และมีการวางแผนสำหรับการรับมือผล กระทบระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่กังวลคือราคาน้ำมันตลาดโลกที่ยังคงปรับตัวขึ้นสูง จากเดิมมีการคาดการณ์ว่าน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยทั้งปีที่ 100-120 ดอลลาร์/บาร์เรล แต่ล่าสุดมองกันที่ 110-120 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งอาจทำให้ดีเซลทะลุไปสู่ระดับ 40 บาท/ลิตร หากน้ำมันโลกยังพุ่งสูงและรัฐอุดหนุนต่อเนื่อง โอกาสที่กองทุนจะเข้าไปอุดหนุนติดลบแตะ 1 แสนล้านบาทก็อยู่ไม่ไกล เป็นสิ่งที่ต้องติดตามว่ารัฐจะมีแพ็กเกจออกมาเช่นไร