เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม แถลงว่า ที่ประชุมครม.หารือถึงการปฏิบัติตัวของประชาชนและบังคับใช้กฎหมายกรณีกัญชา กัญชง ถูกถอดออกจากบัญชียาเสพติดประเภทที่ 5 ตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย.65 เป็นต้นไป โดยเฉพาะการปลูก เสพ สูบ บริโภค สามารถทำได้ถูกกฎหมาย แต่ไม่ใช่ว่าจะทำได้อย่างเสรีทั้งหมด เพราะพิษภัยของกัญชายังคงมีอยู่ มีพฤติกรรมการใช้บางเรื่องที่รัฐจำเป็นต้องควบคุม อาทิ การสูบต้องไม่ก่อความรำคาญกับผู้อื่น การสูบแล้วขับรถอาจผิดกฎหมายเหมือนกับดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์แล้วไม่ขับ หรือเมาแล้วไม่ขับ การใช้ช่อ ดอก ซึ่งมีสารเสพติดต้องระมัดระวัง ห้ามจำหน่ายแก่เด็ก การผลิตจำหน่ายต้องมีการเสียภาษี
“จะมีกฎหมายใหม่เพื่อกำหนดรายละเอียดต่อไป ปัจจุบันเราอยู่ระหว่างการเสนอร่างพ.ร.บ.กัญชาต่อสภา ยังคงต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. จนถึงวันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ รัฐบาลได้ตั้งคณะทำงานจากหน่วยงานต่างๆ และภาคประชาชน บูรณาการนโยบายพืชกัญชา และกัญชง เพื่อกำกับดูแลในช่วงรอยต่อนี้ให้เป็นไปด้วย ความเรียบร้อย เราต้องสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน ตลอดจนการรับเรื่องร้องเรียนต่างๆ ที่อาจจะเป็นปัญหาจากความไม่เข้าใจกัน” นายกรัฐมนตรีกล่าว
ด้านนายสรวิศ ลิมปรังษี โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมกรณี ที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ.2565 เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 65 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 มิ.ย. 65 จึงส่งผลให้การผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย เสพ หรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งพืชกัญชา หรือการกระทำอื่นเกี่ยวกับพืชกัญชาก่อนวันที่ 9 มิ.ย. จะไม่มีความผิดอีกต่อไป ว่า ตรวจสอบพบว่าเเต่ละศาลได้ตรวจสอบสำนวนที่มีผู้ต้องหาหรือจำเลยคดีความผิดเกี่ยวกับกัญชาที่จะได้สิทธิ จากการเเก้ไขกฎหมาย
สำหรับการปล่อยตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีกัญชาในวันที่ 9 มิ.ย. ไม่น่าจะมีปัญหา ติดขัดอะไร เนื่องจากจำนวนผู้ถูกคดีเเละถูกจำคุกไม่ได้มีจำนวนมาก เนื่องจากส่วนมาก เป็นคดีรอการลงโทษ เเต่ในกรณีที่โดนกัญชาเเละข้อหาอื่นๆ ศาลก็จะต้องมีการกำหนดโทษใหม่ เพราะข้อหากัญชาไม่เป็นความผิด เเละพวกที่โดนกักขังเเทนค่าปรับคดีกัญชาศาลก็จะออกหมายปล่อย