รวบแล้ววินจยย.มีดจี้น.ร.หญิงวัย 16 หวังพาเข้าโรงแรมม่านรูดย่านคลองตัน ขณะขี่จยย.ไปรับเหยื่อที่โรงเรียนก่อนตัดสินใจก่อเหตุ แต่มีพนง.โรงแรมช่วยไว้ได้ สารภาพทำไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ตร.แจ้ง 2 ข้อหา ชิงทรัพย์ด้วยอาวุธ และ พกพาอาวุธไปในเมือง ทางสาธารณะ รอสอบ ผู้เสียหายเพิ่ม ก่อนจะแจ้งข้อหาพรากผู้เยาว์ เผยประวัติคนร้ายพัวพันยาเสพติด
จากกรณีวินรถจักรยานยนต์รับจ้างพยายามฉุดนักเรียนหญิงวัย 16 ปี โดยใช้มีดคัตเตอร์จี้คอบังคับเข้าโรงแรมม่านรูด หลังเลิกเรียนช่วงเย็นวันที่ 7 มิ.ย.65 เหตุเกิดที่ด้านหน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง ในซอยภูมิจิตร ถนนพระราม 4 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กทม. ขณะที่มีพนักงานของโรงแรมดังกล่าวช่วยเหลือเหยื่อรายนี้ไว้ได้ พร้อมช่วยนำส่งร.พ.เทพธารินทร์ นั้น
เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจประสานฝ่ายสืบสวน สน.คลองตัน และกองกำกับการสืบสวนสอบสวนนครบาล 5 ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ และตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบ พบว่าผู้ก่อเหตุขับขี่รถจยย.รับจ้างในซอยดังกล่าว ชื่อนายสมศักดิ์ แจ้งสัตย์ ขับขี่รถวินจยย.หมายเลข 41 ใช้รถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน-ดำ ทะเบียน 4777 กรุงเทพมหานคร ต่อมาสามารถจับกุมนายสมศักดิ์ได้ที่วัดแห่งหนึ่งย่านอ่อนนุช พร้อมรถจยย.คันที่ก่อเหตุ เบื้องต้นให้การระบุว่าตั้งใจอยากจะร่วมหลับนอนกับเด็กสาว ส่วนมีดคัตเตอร์และโทรศัพท์ของเหยื่อได้นำไปโยนทิ้งลงคลองใกล้กับจุดที่จับกุม
เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.คลองตันประสานให้เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญูลงไปงมหาโทรศัพท์มือถือและมีดคัตเตอร์ตามที่ผู้ต้องหากล่าวอ้างบริเวณคลองในวัดใต้ ซอยอ่อนนุช 3 ถนนอ่อนนุช แขวงและเขตสวนหลวง กทม. เบื้องต้นพบมีดคัตเตอร์ของกลางเพียง 1 เล่ม ส่วนโทรศัพท์ผู้เสียหายยังไม่พบ
สอบสวนผู้เสียหายเบื้องต้นทราบว่า พักอาศัยอยู่ในซอยดังกล่าว โดยช่วงเช้า ผู้ก่อเหตุขี่รถจยย.รับจ้างไปส่งที่โรงเรียน พร้อมกับบอกว่าไม่ต้องเรียกรถแกร็บมารับแล้ว โดยทิ้งเบอร์โทรศัพท์ไว้ให้ หากจะกลับบ้านหรือไปโรงเรียน ขอให้โทร.มาจะเป็นคนไปรับไปส่งเอง กระทั่งเลิกเรียนกลับบ้านคนร้ายได้มารับที่โรงเรียน ระหว่างทางคนร้ายเลี้ยวเข้าไปหน้าโรงแรมดังกล่าว ก่อนใช้มีดคัตเตอร์จี้ลำคอ ฉุดกระชากล้มไปกับพื้น ทำให้ตนบาดเจ็บและถูกคนร้ายชิงทรัพย์โทรศัพท์ไอโฟน 1 เครื่องไป
ด้านพ.ต.อ.สมศักดิ์ มงคลคุณากร ผกก.สน.คลองตัน กล่าวว่า วันนี้จะยังไม่นำตัว ผู้ต้องหาไปขออนุญาตฝากขัง เนื่องจากต้องสอบปากคำเพิ่มเติม และรอผู้เสียหาย ให้อาการดีขึ้น พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ สหวิชาชีพมาร่วมสอบปากคำผู้เสียหายก่อน จึงจะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับผู้ก่อเหตุต่อไป ส่วนของกลางอาวุธมีดคัตเตอร์นั้น เจ้าหน้าที่ประสานกู้ภัยและนักประดาน้ำได้ช่วยกันงมค้นหาพบมีดคัตเตอร์ของกลางแล้ว ส่วนโทรศัพท์มือยังไม่พบ เบื้องต้นแจ้ง 2 ข้อหาชิงทรัพย์และพกพาอาวุธมีดแล้ว
พ.ต.ท.นิรันด์ โสมะคุณานนท์ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.คลองตัน เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพ อ้างว่าเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ ไม่ได้มีการวางแผนไว้ก่อน โดยช่วงเช้าของวันเกิดเหตุขับรถไปส่งผู้เสียหายที่โรงเรียน และให้เบอร์กับผู้เสียหาย โดยอ้างว่าช่วงเย็นหลังเลิกเรียนให้โทร.หาจะได้มารับ เนื่องจากช่วงเย็นคนใช้บริการรถวินจยย.มาก เมื่อถึงเวลาหลังเลิกเรียนผู้เสียหายได้โทร.ให้ผู้ก่อเหตุมารับ เมื่อขับมาถึงหอพักของผู้ก่อเหตุซึ่งอยู่ก่อนถึงบ้านของผู้เสียหาย อ้างว่าขอไปเอาของที่ห้องก่อน ผู้เสียหายจึงบอกว่าทำไมไม่ไปส่งที่บ้านก่อน แล้วย้อนกลับมาเอาของ ซึ่งช่วงนั้นผู้เสียหายรู้สึกไม่ปลอดภัย และพยายามหนีออกมาแต่ผู้ก่อเหตุก็พยายามรั้งไว้ จนกระทั่งผู้เสียหายสะบัดมือจนหลุดจากผู้ก่อเหตุได้และจะวิ่งไปขอความช่วยเหลือกับพนักงานโรงแรม แต่ผู้ก่อเหตุวิ่งตามมาทันและฉุดกระชากจนผู้เสียหายล้มลงและลากตัวกลับไป ขณะที่ยื้อยุดกระชากกันไปมา ผู้ก่อเหตุใช้มีดคัตเตอร์มาจ่อที่หน้าอกของ ผู้เสียหาย และพูดข่มขู่ว่า “อย่าร้อง เดี๋ยวจะไปส่งที่บ้าน” ผู้เสียหายกลัวและไม่ไว้ใจจึงดิ้นสะบัดหลุดอีกครั้งและวิ่งเข้าไปขอความช่วยเหลือจากพนักงานของโรงแรม
สำหรับผู้ก่อเหตุมีประวัติในคดีเสพยาเสพติด และเคยไปรับส่งผู้เสียหาย 2 ครั้ง โดยช่วงเกิดเหตุไม่มีการวางแผน เพียงแค่เกิดอารมณ์ชั่ววูบ ส่วนผู้เสียหายปกติจะเดินทางไปโรงเรียนโดยใช้วินจักรยานยนต์อยู่แล้ว และคุ้นเคยกับวินดังกล่าวเพราะอยู่ใกล้บ้าน ซึ่งคนในวินก็รู้จักน้องผู้เสียหายทำให้เกิดความไว้ใจ และไม่คิดว่าผู้ก่อเหตุจะอาศัยความไว้ใจนี้มาก่อเหตุ
เบื้องต้นแจ้งข้อหาชิงทรัพย์ โดยใช้มีดเป็นอาวุธ และพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ส่วนคดีพรากผู้เยาว์ยังไม่มีพยานยืนยันว่าเป็นการพรากผู้เยาว์ ต้องรอการสอบปากคำผู้เสียหายให้อาการดีขึ้นก่อน
แม่ของผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตอนนี้ลูกสาวแอดมิตดูอาการตั้งแต่เมื่อคืน เพราะมีอาการมือซ้ายขยับไม่ได้ และมีบาดแผลที่หัวเข่า สาเหตุมาจากการโดนฉุดกระชากจนล้มขณะเกิดเหตุ ซึ่งต้องรอปรึกษาแพทย์อีกครั้งว่าจะได้ออกจากโรงพยาบาลหรือไม่ ส่วนสภาพจิตใจตอนนี้เริ่มดีขึ้นหลังมีเพื่อนมาเยี่ยม แต่ลึกๆ แล้ว ตนก็ยังไม่ทราบว่า สภาพจิตใจน้องดีขึ้นมากน้อยเพียงใด