พ่อค้าตลาดนัดคัดสายพันธุ์สุดฮิตอนุทินปลื้มเปิดมหกรรมที่บุรีรัมย์ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯแถลงหวั่นวัยรุ่น-นักเรียนเข้าถึงได้ง่าย

แจกพันธุ์กัญชาวันละ 300 ต้น พร้อมออกบูธผลิตภัณฑ์จากกัญชาตลอด 3 วัน ‘อนุทิน’ กดปุ่มเปิดงานมหกรรมปลดล็อกกัญชาที่บุรีรัมย์ฉลองความสำเร็จ โวเป็นถิ่นกำเนิดนโยบายและผลักดันจนเป็นผล ย้ำขอให้ใช้เพื่อสุขภาพ ดูแลตนเองและเศรษฐกิจ อย่าเอาไปใช้สูบท้าทายตำรวจ ปลื้มลงนามใบรับจดแจ้งปลูกกัญชาฉบับแรกของไทย เผยเข้าระบบปลูกกัญชาทั่วประเทศ 22 ล้านครั้ง ออกใบรับจดแจ้งปลูกแล้วเกือบ 3 แสนใบ ด้านตลาดนัดเช้าพิษณุโลกก็คึก พ่อค้าสายเขียวคัดสายพันธุ์ยอดฮิตวางขายทันที ตั้งแต่ต้นละ 50-800 บาทยันพันห้า ด้านราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ แถลงจุดยืนปมปลดล็อกกัญชาเสรี หวั่นเด็กวัยรุ่นเข้าถึงง่าย ใช้นันทนาการ แนะห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าถึง เหตุมีผลกระทบต่อพัฒนาการสมอง สื่อสารโทษที่มีต่อเด็ก คุมโฆษณาไม่ให้เชิญชวนเด็กเข้าถึง พร้อมติดตามผลกระทบต่อเนื่อง ด้านพี่ชายชัชชาติ-คณบดีคณะแพทย์จุฬาฯ ก็ห่วง เผยส.ส.ไม่ยอมให้เข้ากมธ.พิจารณาพ.ร.บ.กัญชา แต่ยังหาวิธีเข้าไปในฐานะที่ปรึกษาเพื่อให้ข้อมูลที่พึงเฝ้าระวัง

ปลดล็อก – นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข เปิดงาน ‘มหกรรม 360 องศา ปลดล็อคกัญชา ประชาชนได้อะไร’ ประกาศความสำเร็จปลดล็อกพืชกัญชาเพื่อการแพทย์ โดยมีผู้บริหารสธ.-อย. และจังหวัดบุรีรัมย์ร่วมงานคึกคัก ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.

‘หนู’ปลื้ม-เปิดงานมหกรรม
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 10 มิ.ย. ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข เป็นประธานเปิดงานมหกรรมกัญชา 360 องศา “ปลดล็อคกัญชา ประชาชนได้อะไร” ภายใต้แนวคิด กัญชาคืนชีวิตสร้างเศรษฐกิจให้ประชาชน พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยมีประชาชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จากบุรีรัมย์และใกล้เคียงเข้าร่วมมากกว่า 30,000 คน

นายอนุทินกล่าวว่า สำหรับเรื่องกัญชาเสรีทางการแพทย์ที่เริ่มต้นจากชาวบุรีรัมย์ วันนี้ตนขอไม่พูดตามสคริปต์ แต่ขอพูดจากใจว่า ขอขอบคุณพี่น้องชาวบุรีรัมย์ที่ทำให้นโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ของพรรคภูมิใจไทยเมื่อ 4 ปีก่อนได้เกิดขึ้นที่นี่ ที่มีวันนี้ก็เพราะเริ่มจากบุรีรัมย์แห่งนี้ อย่างที่เพลงร้องว่า “สายเหนียวต้องหนูกันภัย สายอนามัยต้องหนูกัญชา” วันนี้นโยบาย 6 ต้นไม่มีแล้ว ตอนนี้จะปลูกกี่ต้นก็ได้ที่บ้านเรา เพราะกัญชาไม่ใช่ยาเสพติดอีกแล้ว แต่เป็นพืชที่จะทำให้เกิดประโยชน์ทางการแพทย์ เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพที่ดีของเรา เป็นหนทางทำมาหากิน สร้างรายได้จากการปลูกพืชกัญชา ตั้งแต่ระดับครัวเรือน กิจการ วิสาหกิจชุมชนและอุตสาหกรรม

“ต้องขอขอบคุณชาวบุรีรัมย์ที่ให้การสนับสนุนจนนโยบายกัญชาประสบความสำเร็จ พรรคภูมิใจไทยปลดล็อกกัญชา เราพูดแล้วทำ วันนี้จัดงานมหกรรมกัญชาฯ ขึ้นที่บุรีรัมย์เป็นแห่งแรกถือเป็นการฉลองความสำเร็จของนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ เราก็ต้องกลับมาประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องทั่วประเทศทราบถึงประโยชน์ของพืชกัญชาและผลิตภัณฑ์ต่างๆ อีกมากมายที่ใช้พืชกัญชา กัญชง เป็นส่วนผสม เพื่อดูแลสุขภาพ สร้างรายได้ และพัฒนาพืชกัญชาต่อไป นอกจากนั้นในวันหนึ่งทั้งโลกนี้จะมาใช้สินค้าผลิตกัญชา กัญชงที่ผลิตในประเทศไทย จึงเป็นโอกาสที่เราจะนำมาเป็นทางเลือกทำมาหากิน” นายอนุทินกล่าว

ลบภาพกัญชายาเสพติดได้
นายอนุทินกล่าวอีกว่า ฝากประชาชนทุกท่าน รวมถึงอสม.เลือกใช้พืชกัญชาในมิติที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ อย่าไปใช้ในทางที่ผิด ในทางมอมเมา หรือทำแล้วนั่งอมยิ้มทั้งวันไม่ทำมาหากินอะไรและขาดสติ เพราะสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่นโยบายกัญชา กัญชงเสรีของพวกเราชาวบุรีรัมย์ที่ได้ตัดสินใจเลือกให้ตนและพรรคภูมิใจไทย ไปเป็นผู้แทน ไปเป็นรัฐบาลและผลักดันสิ่งที่เป็นประโยชน์กลับมาให้กับประชาชน อย่างที่พรรคภูมิใจไทยได้รับคะแนนเสียงแลนด์สไลด์ ได้ส.ส.ครบทั้ง 8 คนจาก 23 อำเภอมาตลอด 4 ปี ซึ่งคะแนนเสียงของชาวบุรีรัมย์เป็นคำสั่งให้ตนและพรรคภูมิใจไทยไปทำงานตามสั่งของประชาชน

“ตอนเข้ามาดูแลกระทรวงสาธารณสุข ผมได้ทำตามสัญญานโยบายกัญชา พูดแล้วทำ และทำให้ อสม.ธรรมดากลายเป็นหมอคนที่ 1 ของชาวบ้านในโครงการ 3 หมอ วันนี้หากเรานำกัญชาไปในทางที่ถูกต้อง ถูกวิธี ไม่ใช่ว่าปลดล็อกแล้วจะไปสูบท้าทายตำรวจ เพราะวันนี้เราลบภาพกัญชาออกจากยาเสพติดแล้ว เหมือนเราลบรอยสัก วันนี้ที่จางลงแล้ว ก็อย่าไปสักอีก” นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินกล่าวต่อว่า สำหรับที่มีคนกังวลเรื่องกัญชาจะเป็นยาเสพติด ความมึนเมา นั่นเป็นทางเลือก เป็นความคิดทางการตลาดของคนที่ไม่อยากให้ใช้ประโยชน์จากกัญชา แต่ในข้อเท็จจริง เราใช้กัญชารักษาโรคนอนไม่หลับ แทนการใช้ยานอนหลับจากต่างประเทศ ซึ่งเงินที่ซื้อยาเหล่านั้นเทียบกับพืชกัญชาในบ้านของเราหรือจากหมอที่จ่ายยากัญชามันต่างกันเยอะ ดังนั้น เราต้องไม่ยอมให้ใครมาขัดขวางภูมิปัญญาของไทย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมียาเข้าตำรับกัญชา 8 สูตรถูกบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติ ที่อยู่ในคลินิกกัญชาซึ่งเป็นงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยที่ประชาชนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ดังนั้น หากกัญชาไม่มีประโยชน์ยาเหล่านี้ก็จะไม่สามารถขึ้นบัญชียาหลักได้อย่างแน่นอน วันนี้เราไปไกลแล้วซึ่งก็จะมียากัญชาอื่นๆ อีกมากมายที่จะเข้ามาจดทะเบียนเพื่อเข้าในบัญชียาหลักอีก นี่จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เราจึงต้องขอให้ทุกคน อสม.ทุกท่านช่วยกับสธ.ใช้กัญชาอย่างถูกวิธี ไม่ใช่ในทางที่ผิด เพื่อพี่น้องประชาชนทุกคน

เผยอนุมัติแล้ว 3 แสนใบจดแจ้ง
“ผมได้รับแจ้งจากอย.ถึงข้อมูลการรับจดแจ้งปลูกกัญชา กัญชง วันที่ 10 มิ.ย. เวลา 09.00 น.ผ่านแอพพลิเคชั่นและเว็บไซต์ “ปลูกกัญ” ลงทะเบียนกว่า 3 แสนคน ออกใบรับจดแจ้งกัญชาเกือบ 2.9 แสนใบ ใบรับจดแจ้งกัญชง 9.8 พันใบ และมีคนไทยทั่วประเทศเข้าใช้งานระบบ 22,892,790 ครั้ง นับเป็น 1 ใน 3 ของประชากรทั้งประเทศ เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าทุกท่านมีความสนใจ เห็นความสำคัญของพืชกัญชา กัญชง ที่ถูกกฎหมายเป็นครั้งแรกของประเทศไทย” นายอนุทินกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทินกล่าวเปิดงานด้วยคำว่า “สวัสดีชาวบุรีรัมย์” ตนมีความอบอุ่นเป็นอย่างมากที่ได้กลับบ้าน สาเหตุที่ไม่ได้กลับมานานเนื่องจากเอาเวลาไปทำเรื่องกัญชาเพื่อประชาชน นอกจากนี้ ยังกล่าวรายงานตัวว่า “ผมอนุทิน อสม. ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์” พร้อมอ้อนชาวอสม.ให้ฉีดยาให้หน่อย อยากได้วัคซีนเต็มแขน นอกจากนั้น ยังเชิญชวนทุกคนฉีดวัคซีน โควิด-19 โดยเฉพาะอสม.ที่เป็นหมอคนที่ 1 ของประชาชน โดย สธ.พร้อมบริการวัคซีนทั้งเข็ม 1, 2, 3, 4 และ 5 ไปจนกว่าทางการแพทย์คิดว่ามีความเหมาะสม

ผู้บริหารสธ.คึก-ร่วมปลดล็อก
สำหรับงาน “มหกรรม 360 องศา ปลดล็อคกัญชา ประชาชนได้อะไร” สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-12 มิ.ย. ตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. มีนายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์, นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์, นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ผู้ช่วยรมต.สำนักนายกฯ, นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ ประธานที่ปรึกษารมว.สาธารณสุข, นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.), พล.ต.ท. สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภาค 3, ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย คณะรัฐมนตรี และคณะ ผู้บริหาร ผู้ตรวจการ กระทรวงสาธารณสุข และผอ.โรงพยาบาลทั่วประเทศ ร่วมด้วย

บรรยากาศของงานเวลา 10.00 น. ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต มีการฉาย วีดิทัศน์ “มหกรรม 360 องศา ปลดล็อคกัญชา ประชาชนได้อะไร” เนื้อหาบอกเล่าถึงการปลดล็อกกัญชาโดยไม่ต้องขออนุญาต เพียงจดแจ้งผ่านแอพฯ ‘ปลูกกัญ’ โดยขั้นตอนคือ 1.ลงทะเบียน 2.แจ้งวัตถุประสงค์ และ 3.รับเอกสารจดแจ้ง เพื่อใช้เป็นแหล่งข้อมูลในการเชื่อมโยงทางการแพทย์ และภาคธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับกัญชา ไปจนถึงมูลค่าการตลาด ในปี 2564 มูลค่า 600 ล้านบาท โดยคาดว่าปี 2568 จะเพิ่มขึ้นกว่า 15,000 ล้านบาท ทั้งยังมีส่วนช่วยในการดึงดูดนักท่องเที่ยว

ผู้บริหารร.พ.จากทั่วประเทศ กลุ่มแพทย์ และ อสม. เดินทางมาร่วมรับนโยบายปลดล็อกกัญชา โดยนั่งบนสแตนด์สนามช้างฯ เซอร์กิต ซึ่งบรรจุคนได้ 8,500 คน แต่วันนี้มีผู้มาร่วมล้นหลามทะลุ 30,000 คน

ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ต้อนรับหวานเจี๊ยบ
จากนั้นเวลา 10.07 น. นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ กล่าวต้อนรับความว่า ในนามชาวจ.บุรีรัมย์ รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านได้เสียสละเวลาอันมีค่ายิ่งเดินทางมาที่จ.บุรีรัมย์ ทั้งนี้ จ.บุรีรัมย์ ได้บูรณาการทุกภาคส่วนในการทำให้นโยบายของกระทรวงสาธารณสุขบรรลุเป้าหมาย ใช้กัญชาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาเราดำเนินนโยบายให้กัญชาเป็นพืชสมุนไพร รักษาโรคบางโรค ทำให้เป็นพืชเศรษฐกิจ ด้วยการปลูกและนำไปใช้ขาย

นายธัชกรกล่าวว่า เราจัดงานพันธุ์บุรีรัมย์ 2 ครั้ง เป็นฤกษ์ดีที่รัฐบาลได้ปลดล็อก เราจึงจัดงาน “มหกรรม 360 องศา ปลดล็อคกัญชา ประชาชนได้อะไร” ครั้งนี้ ให้ผู้ที่สนใจได้มาศึกษาองค์ความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้นโยบายของกระทรวงสาธารณสุขสัมฤทธิผลมากที่สุด

ในนามพี่น้องบุรีรัมย์ขอต้อนรับท่านเข้าสู่จ.บุรีรัมย์ ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง และอยากนำเรียนว่าจ.บุรีรัมย์ของเรา สถานการณ์ การแพร่ระบาดของโควิด-19 อยู่ในระดับดีมาก เราอยู่ในสภาวะควบคุมได้ ขอให้นอนฝันดี มีความสุขในงานนี้ ด้วยความยินดี” นายธัชกรกล่าว

ปลัดสธ.ร่ายยาวความเป็นมา
ต่อมาเวลา 10.15 น. นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวรายงานวัตถุประสงค์และแนวทางการจัดงาน ระบุว่า ตามที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ลงนามปลดพืชกัญชาออกจากรายการยาเสพติดให้โทษ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 และจะมีผลบังคับใช้ภายใน 120 วัน หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยการลงนามปลดพืชกัญชาออกจากรายการยาเสพติด มีวัตถุประสงค์ให้ประชาชนสามารถนำมาใช้ดูแลสุขภาพตนเองเบื้องต้น และต่อยอดเศรษฐกิจครอบครัว

นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า หลังจากประเทศไทยเปิดโอกาสให้นำกัญชามาใช้ทางการแพทย์ตั้งแต่ปี 2562 กระทรวงสาธารณสุขซึ่งเป็น เจ้าภาพหลักในเรื่องนี้ได้มีการติดตามประสิทธิผลและความปลอดภัยของการใช้ยากัญชาในการรักษาโรคต่างๆ การเข้าถึงยากัญชาทางการแพทย์ของประชาชน มีการเปิดคลินิกกัญชาในหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงการติดตามเรื่องความกังวลของสังคม ไม่ว่าจะเป็นการส่งผลต่อจิตประสาท หรือการเสพติดนั้น กระทรวงสาธารณสุขได้มีระบบการรักษาและกำกับติดตามผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาในคลินิกกัญชาทางการแพทย์ ซึ่งพบว่าผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาด้วยยากัญชามากขึ้น และมีความปลอดภัยสูง

ปลัด สธ.กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ การให้ความรู้ ความเข้าใจกับประชาชนก็เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะเมื่อประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ จะเป็นภูมิคุ้มกันสำคัญในการทำให้กัญชาถูกใช้ประโยชน์อย่างถูกต้อง ดังนั้น ผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุขจึงมีนโยบายเร่งดำเนินการในเรื่องนี้ โดยเน้นทำให้เร็วและครอบคลุม ทำให้ทันก่อนที่ประชาชนจะเริ่มปลูกเองได้ เพราะประชาชนต้องมีความรู้ ตั้งแต่เรื่องโรคที่สามารถใช้กัญชาในการดูแลสุขภาพตนเองเบื้องต้น สายพันธุ์ต่างๆ ของกัญชา วิธีการปลูก และการใช้ยา หรือการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จากกัญชา จึงกำหนดให้มีการจัดประชุมวิชาการกัญชาทางการแพทย์ขึ้นใน 12 เขตสุขภาพทั่วประเทศ ในงานนี้มีการประชุมวิชาการทั้งภาคประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งตลอดการจัดงานทั้ง 3 วัน โดยมีเป้าประสงค์เพื่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมากที่สุด

ปลูกแล้วกว่า 100 แห่ง-กัญชงด้วย
“การดำเนินงานของเขตสุขภาพที่ 9 ซึ่งประกอบไปด้วย จ.นครราชสีมา, บุรีรัมย์, สุรินทร์ และชัยภูมิ เป็นเขตสุขภาพที่มีความเข้มแข็งในการขับเคลื่อนกัญชาเสรีทางการแพทย์ โดย นพ.พงศ์เกษม ไข่มุกด์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 9 และนายแพทย์สาธารณสุขทั้ง 4 จังหวัด มีการดำเนินการทั้งในส่วนต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ

“ในส่วนต้นน้ำ มีการปลูกกัญชาถึง 53 แห่ง ปลูกกัญชงถึง 93 แห่ง, กลางน้ำ มี โรงพยาบาล GMP คือโรงพยาบาลคูเมือง ที่มีศักยภาพผลิตยากัญชา ทั้งแผนปัจจุบันและแผนไทย เพื่อสนับสนุนทั้งเขตสุขภาพที่ 9 และเขตสุขภาพอื่นๆ ด้วย ส่วนปลายน้ำ สามารถเปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์ใน โรงพยาบาลภาครัฐครบทุกแห่ง คลินิกกัญชาทางการแพทย์ภาคเอกชน 9 แห่ง ซึ่งทำให้ ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยากัญชาทั้งแผนไทย แผนปัจจุบัน ซึ่งจุดเด่นของเขตสุขภาพที่ 9 คือ ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยากัญชาแผนปัจจุบันมากที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่มโรคผู้ป่วยระยะ ประคับประคอง (Palliative Care)” ปลัด สธ.ระบุ

นพ.เกียรติภูมิกล่าวว่า นอกจากนี้ ยังขยายไปถึงการขับเคลื่อนถึงเศรษฐกิจ การพัฒนานำไปผสมในอาหาร เช่น ลูกชิ้นยืนกินของจ.บุรีรัมย์, หมี่โคราชของจ.นครราชสีมา, กะละแมของจ.สุรินทร์, หม่ำของจ.ชัยภูมิ เพื่อเพิ่มมูลค่าในผลิตภัณฑ์ของดีของแต่ละจังหวัด นอกเหนือจากการประชุมวิชาการแล้ว ยังมีนิทรรศการความรู้ที่มีทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่มีผลงานโดดเด่นมาร่วมจัดแสดงให้ประชาชนได้เห็น สัมผัส ชิม และลงมือทำ

นพ.เกียรติภูมิกล่าวต่อว่า “สถาบันกัญชาทางการแพทย์” เป็นหน่วยงานที่จะประสานให้มีการนำกัญชาไปใช้ประโยชน์ทางสุขภาพ ประชาชนสามารถมาสอบถามเรื่องการรักษา และการต่อยอดทางเศรษฐกิจได้ “สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา” มาเปิดบริการให้คำปรึกษาเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการขออนุญาตการปลูกเชิงพานิชย์ได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งมีการเปิดตัวการใช้แอพพลิเคชั่น “ปลูกกัญ” ซึ่งเป็นการรับจดแจ้งสำหรับประชาชนที่ประสงค์ปลูกกัญชา “กรมการแพทย์และกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก” จัดนิทรรศการการรักษาด้วยยากัญชา พร้อมทั้งให้คำปรึกษาเรื่องโรคและยากัญชา

“บัดนี้ ได้เวลาอันสมควรแล้ว ขอเรียนเชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเปิดพิธีเปิดการสัมมนาทางวิชาการมหกรรม 360 องศา ปลดล็อคกัญชา ประชาชนได้อะไร ระหว่างวันที่ 10-12 มิถุนายน 2565 และมอบนโยบายต่อหน่วยงานสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 9 ต่อไป” นพ.เกียรติภูมิกล่าว

เปลี่ยนนามสกุล‘กัญชารัมย์’
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานมีการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่พัฒนามาจากกัญชาและกัญชง รวมกว่า 200 บูธ พบกับคลินิกกัญชาแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนปัจจุบัน โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้สมุนไพรกัญชามาให้ความรู้กับประชาชนด้านการใช้กัญชาทางการแพทย์ เพื่อรักษา และดูแลสุขภาพของตัวเองในครัวเรือน นอกจากนั้น ยังมีวิสาหกิจชุมชนตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จในการปลูกพืชกัญชา กัญชงเพื่อใช้สร้างเศรษฐกิจ ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อเป็นโมเดลธุรกิจให้กับผู้เข้าร่วมงานทุกคน และที่บูธสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) ได้นำต้นกล้ากัญชาและกัญชง 1,000 ต้นไปแจกจ่ายประชาชน ในโครงการแจกกล้ากัญชา 1 ล้านต้น โดยจะนำไปแจกให้ประชาชนในงานฟรีวันละกว่า 300 ต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการปลดล็อกกัญชาที่มีผลบังคับใช้ในวันแรกเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ว่า ได้มีชายหนุ่มวัย 32 ปี ชาว อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เข้าไปขอเปลี่ยนนามสกุลตัวเองที่สำนักทะเบียนอำเภอเมืองบุรีรัมย์ เป็นที่ฮือฮากับ เจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก เพราะนามสกุลที่เปลี่ยนใหม่ใช้ว่า “กัญชารัมย์”

คณบดีแพทย์จุฬาฯชี้ย้อนแย้ง
วันเดียวกัน รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผอ.ร.พ.จุฬาลงกรณ์ กล่าวในงานเสวนาของศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด (ศศก.) ตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมามีนโยบายทางการเมืองผลักดันเรื่องการใช้กัญชา ซึ่งเห็นถึงการย้อนแย้งของนโยบายที่ประกาศและการปฏิบัติจริง โดยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เน้นเสมอ คือ 1.ใช้กัญชาทางการแพทย์ 2.ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และ 3.ไม่ส่งเสริมสันทนาการ แต่ทั้ง 3 คำนี้มีความย้อนแย้งกันมาก เพราะการใช้กัญชาทางการแพทย์มีใช้อยู่ 3-4 อย่าง คือ เป็นยาแผนปัจจุบัน มีข้อบ่งชี้ 6-7 โรค ส่วนใหญ่เป็นยาแผนโบราณ มีสูตรต่างๆ มากมายถือว่าสีเทาพอสมควร ถ้าควบคุมการผลิตดี คุมปริมาณให้เหมาะสมก็จะไม่เกิดผลเสียมากนัก

“ที่น่ากังวลคือใช้สันทนาการ แต่อ้างข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ เช่น อ้างว่าปวดหัว รู้สึกไม่สบาย แล้วจะยิ่งมีความเป็นสีเทามาก เชื่อว่าคนจะอ้างไม่น้อย นอกจากนี้ ยังมาในรูปแบบที่เราไม่เห็น เช่น ผสมในอาหาร พูดจริงๆ ว่า ตอนนี้ความจำเป็นต้องการใช้กัญชาเรามองไม่ค่อยเห็น แต่ Supply size โตขึ้นมหาศาล หากโตเกินความต้องการ อนาคตจะเกิดการลงใต้ดินไปขายที่อื่น จะต้องเฝ้าระวัง” รศ.นพ.ฉันชายกล่าว

เผยไม่ให้ร่วมกมธ.พรบ.กัญชา
รศ.นพ.ฉันชายกล่าวว่า ส่วนกรณีตั้งคณะกรรมการบูรณาการนโยบายพืชกัญชาและกัญชง ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรีที่นายกฯ มอบหมายเป็นประธาน คือ นายอนุทิน คิดว่าความหวังจากกรรมการชุดนี้ไม่ได้เยอะมาก เพราะตอนแรกคาดหวังว่าจะได้นายวิษณุ เครืองาม เป็นประธาน ดังนั้นช่วงก่อนที่ร่างพ.ร.บ. กัญชา กัญชง พ.ศ. … จะออกมา ตนได้หารือร่วมกับโรงเรียนแพทย์และร.พ.เอกชนให้มีการเฝ้าระวังผลกระทบทางสุขภาพของประชาชนอย่างมาก เก็บทุกเคส เพราะถ้ารอการรายงานจาก สธ.คงยาก หากมีปัญหาเกิดขึ้นแต่ไม่รายงานจะกลายเป็นความชอบธรรมให้ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว และออกมาเบามาก เพราะอ้างได้ว่าขนาดเสรีแล้วยังไม่เห็นมีปัญหาอะไร นอกจากนี้ ยังได้คุยกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการ กทม.ให้ช่วยเฝ้าระวังการใช้ในโรงเรียน ดังนั้น เราต้องรวมกลุ่มกันและหาข้อมูลเชิงประจักษ์ชัดเจน

คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวด้วยว่าสำหรับ ร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ ที่ผ่านการรับร่างมี 2 ร่าง คือร่างของพรรคภูมิใจไทย คือกัญชาเสรีเลย และร่างของพรรคพลังประชารัฐ เน้นใช้ทางการแพทย์ ขณะนี้มีการตั้งกรรมาธิการ 25 คน แต่ ส.ส.ไม่ยอมให้ทางเราเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการ จึงต้องอาศัยการเข้าไปร่วมเป็นที่ปรึกษา ซึ่งมีแล้ว 1 ท่าน ยังเหลืออีก 1 ท่านที่ต้องส่งชื่อเข้าไป อย่างน้อยการเข้าไปเป็นที่ปรึกษาจะได้เข้าร่วมและให้ความเห็นในที่ประชุมกรรมาธิการ ซึ่งเชื่อว่าเนื่องจากตอนนี้ฟรีอยู่ ต้องมีความพยายามผลักดันให้ร่าง พ.ร.บ.ผ่านโดยเร็วแน่นอน ถ้าผ่านออกมาจะเป็นฉบับที่ปล่อยมาก และจะเป็นปัญหามาก

‘เบตง’ปลูกเพื่อดูแลสุขภาพ
หลังจากประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษประเภท 5 มีผลบังคับใช้ วันที่ 9 มิ.ย. ซึ่งมีผลให้ทุกส่วนของกัญชา กัญชง ไม่เป็นยาเสพติดประเภท 5 ยกเว้นสารสกัดที่มี THC เกิน 0.2% เท่านั้น

นายอนุพงษ์ ชาวบ้านใน อ.เบตง จ.ยะลา ได้นำเมล็ดพันธุ์กัญชา สายพันธุ์หางกระรอกมาปลูกลงกระถางไว้หลังบ้าน เพื่อดูแลสุขภาพของตนและใช้ในครัวเรือน เพื่อนำใบมาปรุงอาหาร ต้มใส่ไก่บ้าน เจียวใส่ไข่ และยังได้นำใบกัญชามาต้มเอาน้ำมาดื่มเพื่อลดความดัน ลดเบาหวาน เป็นยาสมุนไพรประจำบ้านนับตั้งแต่สมัยปู่ ย่า ตา ยาย ซึ่งอนาคตอาจปลูกเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ก็เป็นได้ และ ส่งเสริมปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ และอยากได้รับการอบรมความรู้ในการปลูกกัญชา กัญชง ที่ใช้ในการจำหน่าย ที่ถูกต้องจากทางเจ้าหน้าที่ เพื่อจะได้มีรายได้เสริมจากภาวะของแพง เงินเฟ้อ อยู่เช่นทุกวันนี้

นายวงศ์วิทย์ อัครวโรทัย สาธารณสุขอำเภอเบตง กล่าวว่า ขอความร่วมมือจากประชาชนที่จะปลูกต้นกัญชา ลงทะเบียนจดแจ้งการปลูกกัญชา กัญชง ผ่านแอพพลิเคชั่น “ปลูกกัญ” และเว็บไซต์ http://plookganja.fda.moph.go.th เพื่อช่วยประชาชน ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว โดยมีเพียง 3 ขั้นตอนง่ายๆ 1.ลงทะเบียน 2.จดแจ้งตามวัตถุประสงค์ 3.รับเอกสารจดแจ้งอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะทำให้ทราบจำนวนและแหล่งที่ปลูกกัญชา และกัญชง ทั่วประเทศ อีกทั้งยังเป็นแหล่งข้อมูลให้ผู้ประกอบการแสวงหาวัตถุดิบ เพื่อนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาตรฐานออกสู่ตลาด แถมยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอีกด้วย โดยแอพฯ “ปลูกกัญ” สามารถดาวน์โหลดได้ทั้ง IOS และ Android หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ call center โทร. 1556 กด 3

เตือนสูบที่สาธารณะ-ผิดกม.
สาธารณสุขอำเภอเบตง กล่าวอีกว่า อยากให้ประชาชนใช้กัญชาอย่างถูกต้องอย่างเข้าใจว่า การสูบกัญชาที่บ้าน ไม่มีความผิดกฎหมายยาเสพติด แต่การสูบกัญชาในที่สาธารณะ รบกวนสิทธิผู้อื่น มีความผิดตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 โทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 25,000 บาท การสูบกัญชาในที่สาธารณะ ยังไม่มีกฎหมายควบคุมโดยตรงเช่น บุหรี่ ที่มี พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ควบคุมอยู่ นอกจากนี้ การปรุงอาหารที่ใช้ส่วนต่างๆ ของกัญชาจะต้องมีความระมัดระวังไม่ให้เกิดผลเสียและหากใส่กัญชามาเกินพอดี อาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์และเสียลูกค้าในร้านอาหารได้ ขณะที่ผู้ปลูกเพื่อจำหน่ายควรมีการศึกษาให้ชัดเจนในเรื่องสายพันธุ์ วิธีการปลูก และคุณภาพให้เป็นไปตามผลิตภัณฑ์ของผู้ซื้อเพื่อป้องกันความเสียหายในทางธุรกิจของผู้ปลูกกัญชา กัญชงเอง และควรระวังว่ากัญชาไม่สามารถนำติดตัวไปยังต่างประเทศได้ หากยังไม่มีใบรับรองทางการแพทย์หรือประเทศเหล่านั้นกำหนดให้กัญชายังเป็นยาเสพติดหรือห้ามนำเข้าจากประเทศอื่น

พิษณุโลกวางขาย-ราคา 1.5 พัน
บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองพิษณุโลก ซึ่งทุกๆ เช้าวันศุกร์จะมีตลาดนัดเกษตรกรพิษณุโลก โดยทางจังหวัดได้ให้เกษตรกร ผู้เพาะปลูก ผู้แปรรูป นำสินค้าทางการเกษตรจากหลายอำเภอมาวางขาย โดยเช้าวันนี้ พบว่ามีผู้นำต้นกัญชาที่เพาะพันธุ์ใส่ถุงดำมาวางขายท้ายรถกระบะบริเวณข้างศาลหลักเมือง มีต้นกัญชาหลายขนาดแตกต่างกันไป มีการตั้งราคาเอาไว้ตั้งแต่ 50-100 บาท

นายสุเมธ ขะมานาม อายุ 35 ปี ผู้ที่นำพันธุ์กัญชามาวางขาย เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันแรกที่ตนนำต้นกัญชาออกมาวางขายที่ตลาดนัดเกษตร หลังกฎหมายปลดล็อกกัญชาออกจากพืชเสพติด โดยก่อนหน้านี้ตนได้เตรียมตัวในการทำธุรกิจมาก่อน และได้ไปลงทะเบียนขอเป็นผู้ปลูกเพื่อจำหน่าย กับสาธารณสุขมาก่อน และค่อยๆ เริ่มขยายพันธุ์จนกฎหมายปลดล็อก จึงนำออกมาวางขาย อยากให้ประชาชนเข้าใจว่ากัญชาเป็นพืชสมุนไพร สามารถใช้ที่บ้านได้ ทั้งนำไปประกอบอาหาร หรืออื่นๆ อีกด้วย วันนี้ทดลองนำออกมาขายวันแรก ยังไม่ทราบว่าจะมีผู้สนใจมากน้อยอย่างไร ตนทำเป็นอาชีพเสริม จะนำออกขายตามตลาดนัดต่างๆ ในเขตอำเภอเมืองพิษณุโลก

สำหรับพันธุ์ที่นำมาจำหน่ายอาทิ พันธุ์ lD เกาะเต่า ขายต้นละ 100 บาท พันธุ์หางกระรอก ขายต้นละ 50 บาท และยังมีต้นที่เพาะเลี้ยงไว้ค่อนข้างโตแล้วจะขายในราคาที่สูงขึ้นมาอีก อาทิ พันธุ์หางกระรอก ต้นใหญ่ ขายต้นละ 1,500 บาท หรือไซซ์กลาง พันธุ์หางกระรอกที่นำมาดัดกับลวดจัดทรงให้สวย ขายต้นละ 800 บาท พันธุ์เลม่อน สายพันธุ์จากต่างประเทศ ต้นละ 800 บาท

ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แถลง
วันเดียวกัน ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา ประธานราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ลงนามเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2565 ออกแถลงการณ์จุดยืนของราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย เรื่อง ผลกระทบของกฎหมายกัญชาเสรีต่อสุขภาพเด็กและวัยรุ่น เกี่ยวกับการประกาศปลดล็อกกัญชาจากยาเสพติดที่มีผลเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.มีใจความโดยสรุปว่า การปลดล็อกดังกล่าวจะส่งผลให้ทุกคนในประเทศ รวมถึงกลุ่มเปราะบาง คือ เด็กและวัยรุ่นสามารถเข้าถึงกัญชาและผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชาได้โดยไม่ผิดกฎหมาย จากการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกัญชา รวมถึงการนำกัญชาซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ทำให้เสพติดมาใช้เพื่อนันทนาการ

ในพืชกัญชามีสารแคนนาบินอยด์หลายชนิด แบ่งเป็น สารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่สำคัญ ได้แก่ THC นำมาใช้ในทางการแพทย์ เช่น รักษาประคับประคองของมะเร็งระยะสุดท้าย และสารไม่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่สำคัญ ได้แก่ แคนนาบินอยด์ (cannabidiol-CBD) ซึ่งนำมาใช้รักษาโรคลมชักชนิดดื้อยากันชัก หากมีการนำกัญชาหรือสารสกัดกัญชามาใช้เป็นส่วนผสมของอาหารหรือแปรรูปต่างๆ หรือให้มีการใช้กัญชาอย่างเสรีโดยไม่มีกฎหมายควบคุม ประชาชนจะมีโอกาสได้รับสารแคนนาบินอยด์เข้าไปจนอาจจะมีผล กระทบที่รุนแรง โดยเฉพาะผลกระทบต่อสมองของเด็กและวัยรุ่น เช่น พัฒนาการล่าช้า ปัญหาพฤติกรรม เชาวน์ปัญญาลดลง และส่งผลต่ออารมณ์และจิตใจ เช่น เสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคจิตเภท ภาวะฆ่าตัวตาย เสี่ยงต่อการติดสารเสพติดชนิดอื่นๆ รวมถึงส่งผลเสียต่อสุขภาพกายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ชี้เด็กต่ำกว่า 20 ปีไม่ควรสูบกัญชา
ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ สมาคมกุมารประสาทวิทยา (ประเทศไทย) ชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นแห่งประเทศไทย ชมรมพัฒนาการและพฤติกรรมเด็กแห่งประเทศไทย มีความห่วงใยและตระหนักถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้น จึงมีคำแนะนำเพื่อป้องกันผลกระทบที่เกิดจากกัญชาต่อเด็กและวัยรุ่น ดังนี้

1.เด็กที่อายุน้อยกว่า 20 ปีไม่ควรเข้าถึงและบริโภคกัญชา เนื่องจากสมองยังพัฒนาไม่เต็มที่ และกัญชามีสาร THC ที่มีผลต่อสมองเด็กในระยะยาว ดังนั้น เด็กจึงไม่ควรได้รับ THC ยกเว้นกรณีมีความจำเป็นทางการแพทย์ 2.ประชาสัมพันธ์กับประชาชนเรื่องโทษของการใช้กัญชากับสมองเด็ก เพื่อให้เกิดความตระหนักต่อการเข้าถึงกัญชาในเด็กและวัยรุ่นเพื่อนันทนาการว่ากัญชาเป็นสารที่มีฤทธิ์ เสพติด ส่งผลต่อสุขภาพกายและจิตในระยะเฉียบพลัน และอาจรุนแรงถึงกับชีวิตได้ รวมถึงมีผลกระทบในระยะยาวต่อสมอง ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและการทำงานของสมองที่กำลังพัฒนา 3.ให้มีมาตรการควบคุมการผลิตและขายอาหารหรือผลิตภัณฑ์ที่มีกัญชาผสม และให้มีเครื่องหมาย/ข้อความเตือนอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันการใช้ในเด็กและวัยรุ่น โดยระบุ “ห้ามเด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริโภค” 4.ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรควบคุมการโฆษณาผลิตภัณฑ์ ควบคุมไม่ให้มีการจงใจออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีกัญชาเป็นส่วนผสม เช่น ภาพการ์ตูน หรือใช้คำพูดสื่อไปในทางให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นอาหารหรือขนมที่เด็กและวัยรุ่นบริโภคได้ 5.ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการติดตามผลกระทบของกัญชาต่อเด็กอย่างต่อเนื่องและจริงจังหลังจากใช้กฎหมายกัญชาเสรี

เปิดท้ายขาย – หนุ่มชาวพิษณุโลกขนต้นอ่อนกัญชาที่เพาะพันธุ์ไว้ล่วงหน้าวางขายท้ายรถกระบะ หลังขึ้นทะเบียนเป็นผู้ปลูกเพื่อการค้า บริเวณตลาดนัดเกษตรกรพิษณุโลก ข้างศาลหลักเมืองพิษณุโลก เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน