รฟ.สู้น้ำมันแพงตรึงค่าตั๋วเท่าเดิม

รมต.พาณิชย์ออกโรงเอง เบรกสหพัฒน์ขึ้นราคา‘มาม่า’ ขอความร่วมมือขาย 6 บาทเท่าเดิม ตรึงราคาให้นานที่สุด เตรียมถกผู้ผลิต ภายใต้วิน-วินโมเดล เปิดศูนย์กีฬาบางขุนเทียน เคหะชุมชนธนบุรี 3 ขายสินค้าถูกกว่า 1,800 รายการ ถึง 12 มิ.ย. ตั้งแต่เนื้อหมู ไก่ ไข่ ข้าวหอมถุง ทุเรียนหมอนทอง เมืองจันท์ ยันชุดนักเรียน ด้านราคาไข่ไก่ลดลงแล้ว เบอร์ 3 จากฟองละ 3.80-4.00 บาท ช่วงพ.ค.ปรับลดลง 20 สตางค์ เหลือฟองละ 3.60-3.80 บาท ชี้เหตุเพิ่มปริมาณเลี้ยงแม่ไก่ไข่และชะลอปลดจากเล้า ส่งผลให้มีปริมาณไข่ไก่ในระบบมากขึ้น ส่วนผักคะน้า ผักบุ้งจีน ผักกาดหอม และผักกาดขาว ราคาเริ่มลดลง ขณะที่ระวาง-ค่าตั๋ว ตามนโยบายรัฐ ไม่ปรับราคาเพิ่ม แม้น้ำมันพุ่ง แต่ปรับลดขบวนลงตั้งแต่โควิดระบาดแล้ว

เบรกขึ้นราคาบะหมี่ซอง
เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. นายจุรินทร์ ลักษณ วิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่ สหพัฒน์ ขอปรับขึ้นราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปว่า ได้มีการร้องขอปรับราคาขึ้นจากซองละ 6 บาทมาหลายเดือนแล้ว แต่กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) โดยกรมการค้าภายใน (คน.) ยังไม่อนุญาตให้ปรับขึ้นราคา ส่วนที่มีข่าวเรื่องปรับราคาก่อนหน้านี้คือ การปรับราคาระบบการบริหารจัดการภายในเป็นทอดๆ เช่น จากโรงงานไประบบค่าส่ง ไประบบค้าปลีก แต่ปลายทางยังราคาซองละ 6 บาท สำหรับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปพื้นฐานทั่วไป

“ผมเห็นใจผู้ผลิตหลังจากราคาน้ำมันแพง จากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ต้นทุนผลิตอาหารเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย แต่ยังไม่อนุญาต และขอความร่วมมือตรึงราคาให้นานที่สุด โดยคน.จะไปเจรจากับผู้ผลิตเพื่อให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้ ภายใต้วิน-วินโมเดล” นายจุรินทร์กล่าว

นายจุรินทร์กล่าวด้วยว่า พณ.ได้จัดงาน พาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน Lot 18 : 4 มุมเมือง ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 10-12 มิ.ย. ที่ศูนย์กีฬาบางขุนเทียน การเคหะชุมชนธนบุรี 3 บางขุนเทียน กรุงเทพฯ โดยนำสินค้ากว่า 1,800 รายการ ลดราคาสูงสุดถึง 75% มีสินค้าราคาพิเศษที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน มาจำหน่าย เช่น หมูเนื้อแดงกิโลกรัมละ 160 บาท เนื้อไก่น่องติดสะโพก 65 บาท/ก.ก. น้ำตาลกิโลกรัมละ 18 บาท น้ำมันพืชขวดละ 59 บาท และไข่ไก่คละไซซ์กลาง ฟองละ 3.16 บาท ข้าวหอมมะลิถุงละ 5 กิโลกรัมราคาถุงละ 120 บาท ข้าวขาว 5% ถุงละ 89 บาท ตกก.ก.ละ 18 บาท และผลไม้ทุเรียนหมอนทอง จันทบุรี ในราคา 130 บาท/ก.ก. มะม่วงงาช้างแดง ลำพูน ราคา 15 บาท/ก.ก. เงาะโรงเรียน จ.ตราด ราคา 35 บาท/ก.ก. และสับปะรดปัตตาเวีย จ.อุตรดิตถ์ ราคา 10 บาท/ก.ก. และหมวดสำคัญเครื่องใช้ไฟฟ้า ลดสูงสุด 50% รวมทั้งชุดนักเรียนเครื่องแต่งกาย ลดสูงสุด 50% สำหรับในต่างจังหวัดจะทยอยจัดงานลดราคาสินค้า แต่ดูความเหมาะสมอีกครั้ง

ราคาไข่ไก่ลด-ผักทรงตัว
นายอุดม ศรีสมทรง รองอธิบดีคน. เปิดเผยว่า จากข่าวราคาไข่เป็ด พริก และผักปรับตัวสูงขึ้น คน.ได้ติดตามสถานการณ์การผลิตและภาวะการค้าอาหารสดในตลาดทั้งระดับค้าส่งและค้าปลีกใกล้ชิดอย่างต่อเนื่อง พบว่า ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาไข่เป็ด ขนาดกลาง ปรับเพิ่มขึ้น 0.10 บาท จากฟองละ 4.70-4.80 บาท เป็นฟองละ 4.80-4.90 บาท เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดสลับมีพายุฝน ทำให้แม่เป็ดให้ไข่ในปริมาณที่น้อยลง รวมทั้งการเลี้ยงเป็ดไข่ที่ลดลงจากภาวะต้นทุนที่สูงขึ้น ขณะที่ไข่ไก่ ซึ่งเป็นไข่ที่ทุกครัวเรือนนิยมบริโภคมีราคาปรับลดลง โดยราคาไข่ไก่เบอร์ 3 จากฟองละ 3.80-4.00 บาท ในช่วงต้นเดือนพ.ค. ปรับลดเหลือฟองละ 3.60-3.80 บาท หรือลดลง 0.20 บาท เนื่องจากผู้เลี้ยงเพิ่มปริมาณการเลี้ยงแม่ไก่ไข่และชะลอการปลดแม่ไก่ไข่จากเล้า ทำให้ปริมาณไข่ไก่ในระบบมีมากขึ้น

สำหรับสถานการณ์ราคาผักขณะนี้ แม้บางชนิดจะมีการปรับตัวสูงขึ้น จากสภาพอากาศแปรปรวน มีฝนตกหนักในแหล่งผลิต ทำให้ผักบางชนิดได้รับความเสียหาย ผลผลิตเก็บเกี่ยวออกสู่ตลาดได้น้อยลง มีปัญหาด้านคุณภาพ โดยเฉพาะพริกขี้หนูจินดาที่ปลูกมากในจ.อุบลราชธานี และศรีสะเกษ อยู่ในช่วงฤดูเริ่มการเพาะปลูกข้าว จึงทำให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น จากก.ก.ละ 65-75 บาท ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็น ก.ก.ละ 120-130 บาท ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ ในช่วงนี้เนื่องจากจะมีผลผลิตรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดเป็นระยะๆ เช่น ต้นหอม ซึ่งมีการปรับราคาขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ ราคาก.ก.ละ 95-100 บาท เป็นก.ก.ละ 105-110 บาท เมื่อ 6 มิ.ย. และ 9 มิ.ย. ปรับลดลงเป็นก.ก.ละ 85-90 บาท

นายอุดมกล่าวว่า เมื่อพิจารณาราคาผักชนิดอื่นๆ เทียบเคียงราคาในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยผักที่ประชาชนนิยมบริโภค ส่วนใหญ่ราคาปรับตัวลดลง เช่น ผักคะน้า ราคาก.ก.ละ 25-30 บาท ปรับลดลงจากปี ก่อนที่ก.ก.ละ 35-40 บาท ผักบุ้งจีน ราคาก.ก.ละ 20-25 บาท ปรับตัวลดลงจากปีก่อนที่ก.ก.ละ 22-25 บาท ผักกาดหอม ราคาก.ก.ละ 40-45 บาท ปรับตัวลดลงจากปีก่อนที่ก.ก.ละ 55-60 บาท และผักกาดขาว ราคาก.ก.ละ 30-35 บาท ปรับตัวลดลงจากปีก่อนที่ก.ก.ละ 35-40 บาท

รถไฟตรึงค่าระวาง-ตั๋ว
ด้านนายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงผลกระทบจากราคาน้ำมันและพลังงาน ที่เพิ่มสูงในขณะนี้ ว่า ทาง รฟท.ได้รับผลกระทบจากการปรับราคาน้ำขึ้นมาก รวมทั้งส่งผลกระทบต่อเรื่องค่าระวางในการขนส่งสินค้า ซึ่งปัจจุบันได้ตรึงราคาช่วยภาคเอกชนไว้อยู่ แต่ถ้าต่อไปราคาน้ำมันหรือพลังงานปรับตัวลดลงก็มาเจรจาร่วมกันเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้อีกครั้งได้

ส่วนปัญหาราคาน้ำมันจะส่งผลให้ต้องปรับราคาค่าตั๋วโดยสารเพิ่มขึ้นหรือไม่นั้น นาย นิรุฒกล่าวว่า เป็นอีกส่วนที่ได้รับผลกระทบ แต่ทาง รฟท. ไม่ได้ปรับราคาค่าโดยสารขึ้น เนื่องถูกควบคุมอัตราค่าโดยสารจากรัฐบาล แต่ได้ปรับลดขบวนรถไฟลง ตั้งแต่ช่วงที่เกิดสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 แล้ว จึงพอช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบัน รฟท.มีขบวนรถให้บริการรวม 198 ขบวนต่อวัน จากก่อนช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีการให้บริการ 236 ขบวนต่อวัน โดยแบ่งเป็นขบวนรถเชิงพาณิชย์ 54 ขบวน ขบวนรถเชิงสังคมเปิดให้บริการ 144 ขบวน และแบ่งตามเส้นทางได้เป็นสายเหนือ 36 ขบวน สายตะวันออกเฉียงเหนือ 46 ขบวน สายใต้ 50 ขบวน สายตะวันออก 24 ขบวน สายมหาชัย 34 ขบวน และสายแม่กลอง 8 ขบวน

จ่อปิดตำนาน‘รถคอกหมู’
ที่อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย นางกรองทิพย์ ทองมน อายุ 60 ปี เจ้าของรถโดยสารคอกหมู ชาวต.บ้านกร่าง อ.กงไกรลาศ เผยว่า ที่บ้านวิ่งรถโดยสารคอกหมู สายกงไกรลาศ-สุโขทัย ตั้งแต่รุ่นพ่อต่อเนื่องกันมานานหลายสิบปีแล้ว แต่หลังเจอวิกฤตโควิด-19 เมื่อปี 2563 ยังไม่ทันฟื้นตัว ก็มาเจอวิกฤตน้ำมันแพงซ้ำอีก ประกอบกับคนใช้บริการเหลือน้อย เพราะส่วนใหญ่มีรถส่วนตัวใช้กัน ทำให้รถโดยสารคอกหมูที่วิ่งเส้นทางนี้ ปัจจุบันเหลือแค่ 3 คัน จึงต้องผลัดกันวิ่งคนละวัน วันละ 1 เที่ยว โดยออกจาก อ.กงไกรลาศ เข้าตัวเมืองสุโขทัย เวลา 07.00 น. และออกจากสุโขทัยกลับกงไกรลาศ เวลา 10.00 น.

“เมื่อก่อนตรงท่ารถ มีรถโดยสารคอกหมูวิ่งกันมากถึง 32 คัน แต่ตอนนี้เหลือ 3 คัน สูญหายไปตามกาลเวลา คนขับบางคนอายุมาก บ้างขับไม่ไหว ไม่มีลูกหลานสืบต่อก็ต้องขายทิ้ง เราก็เช่นกัน ไม่มีใครสืบต่อ ก็ต้องดูว่าอีก 5 ปีข้างหน้า จะยังไหวกันหรือไม่ หรือต้องหยุดวิ่ง ปิดตำนานรถคอกหมูแบบถาวร บางคนนั่งมาตั้งแต่อายุสิบกว่าขวบ ค่าโดยสารยัง 6 สลึง จนอายุ 70 กว่าปี ค่ารถขึ้นเป็น 20 บาท และทุกวันนี้ที่ยังวิ่งอยู่ ก็แค่ประคองตัวเลี้ยงชีพกันไปเท่านั้น” นางกรองทิพย์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “รถคอกหมู” นับเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของสุโขทัย มีมายาวนานถึง 85 ปี เป็นรถที่ใช้วิ่งรับส่งผู้โดยสารระหว่าง อ.เมืองสุโขทัย กับ อ.กงไกรลาศ โดยตัวรถมีไม้กั้นเป็นคอกเหมือนคอกหมู จึงพูดกันติดปากว่า “รถคอกหมู”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน