แจก300ต้นก็เกลี้ยง ‘อนุทิน’ย้ำไม่ส่งเสริมมอมเมา-ใช้สันทนาการ ‘ตู่’สั่งเร่งทำความเข้าใจ แห่เข้าเว็บ32ล้านครั้ง
แห่ต่อคิวซื้อเมนูอาหารผสมกัญชาคึกคักแน่นงาน งานมหกรรม ‘360 องศา ปลดล็อคกัญชา’ที่สนามช้างบุรีรัมย์สุดคึกคัก ทั้งก๋วยเตี๋ยว, ขนมจีน, ไก่ย่างผสมใบกัญชาขายดี นอกจากนี้ยังแห่ขอต้นกล้ากัญชาที่แจกฟรี 300 ต้นหมดเกลี้ยงในเวลาไม่นาน ‘อนุทิน’ย้ำไม่ส่งเสริมใช้กัญชาสันทนาการ มอมเมา แต่ให้ใช้เพื่อสุขภาพ เพื่อการแพทย์ และเศรษฐกิจ สั่งสธ.คุมช่วงรอยต่อกฎหมายผ่านสภาฯ เชื่อกมธ.พิจารณากม.กัญชาอย่างรอบคอบ สร้างความปลอดภัย ลดความกังวล แนะใช้แอพฯ ‘ติดกัญ-ปลูกกัญ’ ศึกษาข้อมูล นายกฯ สั่งเร่งทำความเข้าใจปลดล็อกกัญชา อย.ยันมีมาตรการคุมเข้มผลิตภัณฑ์ผสมกัญชา เผยมีคนเข้าเว็บปลูกกัญ 32 ล้านครั้ง
งานปลดล็อกกัญชายังคึกคัก
เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงาน “มหกรรม 360 องศา ปลดล็อคกัญชา ประชาชนได้อะไร” ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ว่า วันที่สองของงาน บรรยากาศยังคงคึกคัก มีนักธุรกิจ และประชาชนจากอำเภอต่างๆ ในจ.บุรีรัมย์ และต่างจังหวัดเดินทางมาร่วมงานจำนวนมาก ส่วนใหญ่ต้องการมาศึกษาหาความรู้ด้านกัญชาจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมีครบทุกด้านภายในงาน ทั้งวิธีปลูก กล้าพันธุ์ การดูแลรักษา รวมถึงการนำส่วนต่างๆ ของกัญชาไปใช้ประโยชน์อย่างถูกวิธี เพื่อเป็นแนวทางหากกัญชากลายเป็นพืชเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

แจกฟรี – ประชาชนแห่ลงทะเบียนรับต้นกล้ากัญชาฟรีนำไปทดลองปลูกที่บ้าน เพียงไม่ถึงครึ่งวันแจกเกลี้ยง 300 ต้น ในงานมหกรรม 360 องศา ปลดล็อคกัญชา ที่สนามช้างอินเตอร์ฯ จ.บุรีรัมย์ เมื่อ 11 มิ.ย.
ต้นกล้ากัญชา 300 ต้นเกลี้ยง
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จุดที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมากคือจุดเปิดบริการให้จดแจ้งขอปลูกกัญชาภายในงาน มีประชาชนไปยื่นขอจดแจ้งคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า ไม่ต่างจากบูธที่ให้ประชาชนลงทะเบียนขอรับต้นกล้ากัญชาฟรี มีประชาชนเข้าคิวรอลงทะเบียนเพื่อรับต้นกล้ากัญชาฟรียาวเหยียด แต่หลายคนที่ตั้งใจมาลงทะเบียนรับต้นกัญชาฟรีไปทดลองปลูกที่บ้านต้องผิดหวัง เพราะกัญชาที่ทางกรมวิชาการเกษตรฯเตรียมมาแจกวันนี้ 300 ต้นหมดเกลี้ยงตั้งแต่ช่วงเช้า
นายพล เกิดรัมย์ ชาวบ้านจากตำบลแสลงพัน กล่าวว่า วันนี้ตั้งใจมาจดแจ้งขอปลูกกัญชาในครัวเรือนเพื่อใช้สำหรับดูแลรักษาสุขภาพของตัวเองและคนในครอบครัว พร้อมทั้งลงทะเบียนขอรับต้นกล้ากัญชาที่ทางกรมวิชาการเกษตรฯ นำมาแจกฟรีคนละ 1 ต้นไปทดลองปลูกที่บ้านด้วย ที่สำคัญได้มาฟังเจ้าหน้าที่แนะนำเกี่ยวกับวิธีการปลูก การดูแลรักษา และการใช้ให้ถูกต้องเหมาะสมจะได้เกิดประโยชน์กับสุขภาพร่างกาย อีกทั้งยังจะนำความรู้ไปแนะนำแก่คนในครอบครัวเพื่อจะได้ใช้กัญชาเพื่อดูแลตัวเองอย่างเข้าใจด้วยเช่นกัน ดีใจที่รัฐปลดล็อกกัญชาประชาชนจะได้เข้าถึงกัญชาในการรักษาตัวเองมากขึ้น
ด้านน.ส.ปูซึ่งเดินทางมาจากอ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า เป็นวันที่สองที่ตนมางานมหกรรมกัญชา นอกจากจะมาชมกิจกรรมต่างๆ และรับความรู้ภายในงานแล้ว ยังตั้งใจจะมาลงทะเบียนขอรับต้นกล้ากัญชาที่ทางราชการนำมาแจกฟรีด้วย แต่ต้องผิดหวังเพราะต้นกล้ากัญชาที่นำมาแจกไม่พอ อยากให้ทางราชการนำมาแจกจ่ายให้ทั่วถึงมากกว่านี้
น.ส.อั๋น ชาวอุดรธานีที่ร่วมงานครั้งนี้ กล่าวว่า ตนมานอนค้างอยู่ที่บุรีรัมย์ 1 คืน ตั้งใจมาเที่ยวชมงานโดยเฉพาะ เท่าที่เดินดู มีแต่สิ่งที่ประชาชนได้ประโยชน์ทั้งสิ้น อยากจะหาลู่ทางการประกอบธุรกิจ หากกัญชากลายเป็นพืชเศรษฐกิจได้แท้จริง เท่าที่สัมผัสมีความเป็นไปได้สูงที่กัญชาไทยอาจจะโด่งดังไปทั่วโลกในระยะเวลากันใกล้
เมนูอาหารผสมกัญชาฮิต
ภายในงานมีบริการให้ความรู้ บริการทางการแพทย์ นำผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมกัญชา ทั้งผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องดื่ม กัญชาแห้ง และต้นกัญชง กัญชา มาวางจำหน่ายในงานให้ประชาชนได้ชิม และเลือกซื้อกลับบ้านด้วย
ส่วนบรรยากาศตามซุ้มร้านอาหารก็คึกคัก ขายดีทุกร้าน มีร้านอาหารมาจำหน่ายสินค้ากว่า 20 ร้าน ทั้งก๋วยเตี๋ยวกัญชา, ไก่ย่างกัญชา, ขนมจีนกัญชา และหลากหลายเมนู มีคนเข้ารอคิวซื้อแน่นทุกร้าน เช่น ยายวัย 76 ปีที่เดินทางมาจาก อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ ได้ลองลิ้มรส ไอศครีมผสมกัญชาด้วย
คุณยายเล่าว่า เพิ่งเคยลองเป็นครั้งแรก รสชาติอร่อย ทั้งมีกลิ่นหอมของกัญชาด้วย
เจ้าของร้านไก่ย่างแคนดง กล่าวว่า งานกัญชาครั้งที่ผ่านมา ได้เตรียมไก่ไว้วันละประมาณ 170 ตัว แต่ไม่พอขาย ปีนี้จึงเตรียมไว้ 180 ตัว แต่หมดก่อนงานเลิก กัญชาที่เอามาผสมเป็นส่วนของใบกัญชา นำมาหั่นแล้วผสมกับเครื่องปรุงตามสูตรทางร้าน เมื่อนำมาย่าง จะมีกลิ่นอายของกัญชาอยู่เนืองๆ เด็กกินได้ เพราะไม่ใช่ส่วนของช่อดอก แต่มีประโยชน์

ไก่ย่างกัญ – ประชาชนเข้าคิวซื้อไก่ย่างกัญชา ร้านไก่ย่างแคนดง ที่ซุ้มอาหารในมหกรรม 360 ปลดล็อคกัญชา สนามช้างอินเตอร์ฯ จ.บุรีรัมย์ ขณะที่ร้านก๋วยเตี๋ยวกัญชา ขนมจีนกัญชา และอีกหลายเมนูกัญชา มีคนอุดหนุนแน่นเช่นกัน เมื่อ 11 มิ.ย.
จัดเสวนาเสิร์ฟสาระ‘กัญชา’
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ มาร่วมขึ้นเวทีเสวนา ถ่ายทอดความรู้ แบ่งปันประสบการณ์ เพื่อเป็นประโยชน์ในการนำกัญชาไปใช้เชิงการแพทย์ หรือต่อยอดเป็นธุรกิจต่างๆ
โดยเวทีหลัก ‘กฎหมายต้องรู้เกษตรกัญชา’ โดยผู้บริหารกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำโดย นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร, นางทัศนีย์ ศรีโสภา ผอ.กลุ่มควบคุมพันธุ์พืช สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร, น.ส.ชลธิชา รักใคร่ ผอ.กลุ่มวิจัยการกักกันพืช สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช และนายป่าน ปานขาว ผอ.กลุ่มวิจัยคุ้มครองพันธุ์พืช สำนักคุ้มครองพันธุ์พืช
นายระพีภัทร์กล่าวว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปลดล็อกกัญชา หลังจากวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีด้วยกัน 3 ฉบับ คือพ.ร.บ. ฉบับที่ 1 การกักกันพืช ดูเรื่องแมลงศัตรูพืชและการอารักขาพืช พ.ร.บ. ฉบับที่ 2 เป็น พ.ร.บ.พันธุ์พืช เกี่ยวข้องกับเรื่องเมล็ดพันธุ์กัญชากัญชงเป็นสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องการนำเข้า เพื่อให้การนำเข้ากัญชาทางการแพทย์เป็นไปอย่างสะดวกมากขึ้น และพ.ร.บ.ฉบับที่ 3 เกี่ยวกับการคุ้มครองพันธุ์พืช เป็นเรื่องการจดทะเบียน-ขึ้นทะเบียน เป็นหลัก เพื่อให้มีข้อมูลของกัญชากัญชงใหม่ๆ ที่จะเป็นสายพันธุ์ไทยต่อไป
“กรมวิชาการเกษตรตั้งใจว่า เราจะต้องมีตัวชี้วัดที่ชัดเจน เพื่อให้การขึ้นทะเบียนพันธุ์ของกัญชากัญชง เป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ออกกฎหมายต่างๆ เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ขณะนี้ สำหรับข้อมูลต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ กรมวิชาการเกษตรจัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จพืชกัญชา กัญชง กระท่อม เพื่อให้บริการและให้คำแนะนำ เช่น เรื่องการขึ้นทะเบียน การลงทะเบียน การนำเข้าเมล็ดพันธุ์ และงานวิชาการต่างๆ ให้ผู้ที่สนใจได้รับข้อมูลที่ถูกต้องยิ่งๆ ขึ้นไป”
ส่วนเวทีเสวนา ‘ระบบนิเวศน์กัญชา’ โดย นพ.กิตติ โล่สุวรรณรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันกัญชาทางการแพทย์ ‘ระบบนำส่งสารสกัดแคนนาบิไดออล เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจกัญชา กัญชง ในประเทศไทย’ โดย ดร.ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ ‘การออกแบบโรงงานสกัดเทคนิคการสกัด CBD และการขอใบอนุญาตสกัดตามมาตรฐาน อย.’ โดย รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและกิจการเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งล้วนแล้วแต่ช่วยเติมเต็มโอกาสด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกัญชาได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ห้องสัมมนาย่อยก็เข้มข้นน่าสนใจไม่แพ้กัน ได้แก่ ‘ภารกิจช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกัญชาทางการแพทย์’ โดย อ.เดชา ศิริภัทร มูลนิธิข้าวขวัญ ‘คุณหมอขอเล่า…เรื่องกัญ’ โดย พญ.สุภาพร มีลาภ คลินิกเวชกรรมอุ่นใจ ‘แนวทางการจดแจ้งกัญชา’ โดย ภก.อาทิตย์ พันเดช และ ภก.หญิง วิภา เต็งอภิชาติ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
‘สายเขียวต้องรู้ กับ พ.ร.บ.อาหาร’ โดยคุณนฤมล ฉัตรสง่า กองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ‘สายเขียวต้องรู้ กับ พ.ร.บ.เครื่องสำอาง’ โดย ม.ล.วรดนู ศรีรัตนสถาวร กองควบคุมเครื่องสำอาง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ ‘สายเขียวต้องรู้กับ พ.ร.บ.ผลิตภัณฑ์สมุนไพร’ โดยคุณวิศิษฎ์ วิญญรัตน์ กองผลิตภัณฑ์สมุนไพร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
ยาอภัยภูเบศรก็ขายดี
นอกจากนี้ยังคงมีเวิร์กช็อปเด็ดๆ ให้เข้าร่วมอีกเช่นเคย ทั้ง ‘เพาะพันธุ์และปลูกต้นกัญชา’ โดยวิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกและแปรรูปบุก, เกษตรอินทรีย์บ้านทุ่งแพม จ.แม่ฮ่องสอน ที่มีผู้ให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก เนื่องจากวิทยากรได้ให้ความรู้เรื่องการเพาะปลูกกัญชาอย่างละเอียด เริ่มตั้งแต่การเพาะพันธุ์ วิเคราะห์ต้นอ่อน การให้ปุ๋ย การให้แสงที่เหมาะสม การทำใบและดอก การเก็บเกี่ยว การตาก ตลอดจนการบรรจุ
ต่อด้วยเวิร์กช็อป ‘กัญชารักษาโรคผิวหนัง’ โดยโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นการนำกัญชา-กัญชงมาใช้รักษาอาการผื่นคัน และรักษาโรคทางผิวหนัง อาทิ บวม ลดการอักเสบของสิวและรังแค สำหรับสูตรที่ใช้ในการรักษานั้น มีอยู่ 3 ชนิด ได้แก่ กัญชาสดพอก น้ำมันกัญชาสูตรใช้ภายนอก และขี้ผึ้งกัญชาขมิ้นชัน
รูปแบบของการใช้ ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับอาการ หากมีอาการผื่นแดง ร้อน และคัน ควรใช้ใบกัญชาสดตำแล้วนำมาพอก แต่หากมีอาการผื่นแห้ง ลอก และคัน ควรใช้น้ำมัน หรือขี้ผึ้งทาบริเวณที่เป็นผื่น
ทั้งนี้ แต่ละสูตรก็มีข้อยกเว้นการใช้ที่แตกต่างกัน เช่น น้ำมันกัญชา สูตรนี้ไม่เหมาะกับผื่นที่เป็นแผลเปิด และมีน้ำเหลืองไหลซึม ส่วนขี้ผึ้งกัญชาขมิ้นชัน เป็นสูตรที่เหมาะกับผื่นที่มีอาการคัน แห้ง แตก และเป็นขุย ไม่เหมาะกับผื่นที่เป็นแผลเปิด และมีน้ำเหลืองไหลซึมเช่นเดียวกัน ทั้ง 2 เวิร์กช็อปมีผู้เข้าร่วมอย่างหนาตา ซึ่งต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ เพราะสามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน และสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย ตรงตามวัตถุประสงค์ของการปลดล็อกกัญชา เพื่อประโยชน์เชิงการแพทย์ และเพื่อดูแลสุขภาพ โดยมีการซื้อหาผลิตภัณฑ์ยาของร.พ.อภัยภูเบศร กันอย่างคึกคัก

แน่นงาน – ประชาชนแห่ร่วมงานมหกรรม 360 องศา ปลดล็อคกัญชา ฟังเสวนาความรู้และสรรพคุณกัญชา ลงทะเบียนรับกล้าต้นกัญชาฟรีนำไปทดลองปลูกที่บ้าน ชิมช็อปอาหารผสมกัญชาหลากหลายเมนู ที่สนามช้างอินเตอร์ฯ จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.
วันสุดท้ายเสวนา-เวิร์กช็อป
สำหรับวันที่ 12 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของงาน ยังมีกิจกรรมให้ผู้สนใจได้เข้าร่วมมากมาย ทั้งเวทีเสวนาหลัก เวทีเสวนาย่อย และเวิร์กช็อป จากวิทยากรชั้นนำระดับประเทศ
โดยห้องสัมมนาหลัก เวลา 09.00-10.30 น. ‘ทิศทางตลาดสารสกัดกัญชากับอนาคตประเทศไทย’ โดยรศ.ดร.อภิชาติ บุญทาวัน หัวหน้าสาขาเทคโนโลยีชีวภาพ สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, ภก.ธนพงศ์ เพ็งผล โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และนายศุภจักร ไตรรัตโนภาส บริษัท แปซิฟิก แคนโนเวชั่น จำกัด เวลา 10.30-12.00 น. ‘งานวิจัยและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ปลายน้ำจาก CBD’ โดยรศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและกิจการเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ห้องสัมมนาย่อย เวลา 09.00-10.00 น. ‘ใช้กัญชาทางการแพทย์อย่างไรได้ประโยชน์สูงสุด’ (คลิป) โดย ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เวิร์กช็อป เวลา 11.00-12.00 น. ‘ไข่ตุ๋น ช่อดอก’ โดย วิสาหกิจชุมชน ทุ่งแพม เวลา 13.00-14.00 น. ‘ตำรับ แก้เบื่ออาหาร’ โดย โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
‘ตู่’จี้เร่งทำความเข้าใจชาวบ้าน
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม รับทราบในข้อห่วงใยและข้อเสนอแนะต่างๆ ของทุกภาคส่วนที่มีต่อการปลดล็อกใช้กัญชา กัญชง ซึ่งมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยกำชับให้สร้างความรู้ความเข้าใจกับประชาชน ว่าการปลดล็อกครั้งนี้ไม่ได้เป็นการเสพเพื่อสันทนาการ และหน่วยงานภาครัฐ ต้องให้ความรู้กับประชาชนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ผ่านกลไกของจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ให้เกิดความสับสน ทั้งเรื่องการปลูก การเสพ และการนำไปจำหน่าย ลดความกังวลของสังคมเกี่ยวกับการใช้กัญชาผิดวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะการป้องกันไม่ให้กลุ่มเปราะบางเข้าถึงกัญชา โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก เยาวชน หญิงตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุ นำไปใช้เพื่อนันทนาการ ซึ่งอาจเกิดผลกระทบด้านสุขภาพและสังคมตามมา
แนะสภาเร่งออกกม.กัญชา
ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึงการปลดล็อกกัญชาที่มีผลเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ที่ผ่านมา ว่า ประกาศของกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการบังคับใช้และควบคุมกัญชายังไม่ชัดเจน ประชาชนยังสับสนว่าใช้อย่างไรได้บ้าง หรือใช้อย่างไรที่ผิดกฎหมาย วันนี้มีหลักเกณฑ์คือห้ามมีความเข้มข้นของสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล หรือ THC ไม่เกินร้อยละ 0.2 หากเกินจะมีความผิดซึ่งยากต่อความเข้าใจของประชาชนสิ่งที่จะทำให้ประชาชนรับรู้และปฏิบัติทิศทางเดียวกัน คือต้องมีกฎหมายรองในการบังคับใช้ ดังนั้นขอที่ประชุมสภาเร่งพิจารณาให้เร็วที่สุด เพราะจะเกิดช่องว่างเป็นสุญญากาศของกฎหมาย
“ขอฝากถึงคณะกรรมาธิการฯ เร่งรัดทำให้เร็ว และต้องรัดกุมรอบคอบเพื่อประโยชน์และความชัดเจนแก่ประชาชน ไม่เช่นนั้นจะเกิดความสับสนว่าอะไรทำได้บ้าง หรืออะไรที่ผิดกฎหมาย รัฐบาลตั้งคณะอนุกรรมการฯ เพื่อเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ รวมถึงดูเรื่องข้อห่วงใยของสังคมไว้แล้ว ส่วนกระทรวงยุติธรรมได้ขอให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเตรียมพร้อมหลังปลดล็อกกัญชาเอาไว้แล้วด้วยเช่นกัน” นายสมศักดิ์กล่าว
‘อนุทิน’แจงคนห่วงกัญชาเสรี
เมื่อเวลา 08.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข จัดรายการ “คุยเรื่องบ้าน คุยเรื่องเมือง คุยทุกเรื่องจากรัฐมนตรี” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย 92.5 เมกะเฮิร์ตซ์ ซึ่งเป็นสัปดาห์แรกที่มีรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงมาพูดคุยรายละเอียดการทำงาน ประมาณ 1 ชั่วโมง ว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้มาถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับงานที่รับผิดชอบ โดยมีประเด็นที่อยู่ในความสนใจขณะนี้ อาทิ ปลดล็อกกัญชา, โควิด-19, สิทธิบัตรทอง ทั้งนี้ได้เปิดให้ประชาชนสามารถส่งคำถาม หรือข้อสงสัย ในรายการได้ที่โทรศัพท์ 0-2276-9717
นายอนุทินกล่าวด้วยว่า เรื่องกัญชาที่ประชาชนสนใจ ขอเรียนว่ากฎหมายกัญชาได้รับการบรรจุวาระสภาฯ มีการอภิปรายที่หลายคนให้ข้อคิด ความห่วงใย สภาพิจารณารับหลักการร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. … โดยมีมติเสียงข้างมาก ไม่ใช่เสียงปริ่มน้ำ และให้คณะกรรมาธิการขึ้นมาแปรญัตติและทำกฎหมายให้ดีที่สุด เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาในวาระ 2 และ 3 ต่อไป คิดว่ากรรมาธิการจะพิจารณากฎหมายอย่างรอบคอบ สร้างความปลอดภัย ลดความกังวลให้กับประชาชน ทำให้กฎหมายเป็นประโยชน์สูงสุดตามเจตนารมณ์ที่ต้องการทำเพื่อการแพทย์ สุขภาพและเศรษฐกิจ ไม่มีเรื่องอื่นใด นอกจากนี้การทำกัญชาให้เสรีนั้น การสูบ การเสพ ซึ่งมอมเมาให้มีฤทธิ์ต่อจิตประสาทไม่ใช่เป็นเจตนารมณ์ จากนี้ สธ.จะประชาสัมพันธ์และป้องกันไม่ให้เกิดสิ่งเหล่านี้ให้มากที่สุด ไม่ให้ใช้ในทางสันทนาการทางที่ผิด
“กัญชาไม่ใช่สิ่งเดียวที่ทำให้เกิดสิ่งเหล่านี้ เหล้า บุหรี่ก็เหมือนกัน แม้แต่อาหาร เครื่องดื่มชูกำลังต่างๆ ถ้ากินปริมาณมากเกินไปก็ก่อให้เกิดอาการข้างเคียง ไม่พึงประสงค์ได้ ต้องทำความเข้าใจว่ากัญชาเป็นสิ่งใหม่อย่าไปให้ความตระหนกตกใจกับคำว่ากัญชามาก ถ้าเราใช้ด้วยความเข้าใจ เพื่อประโยชน์เชิงสุขภาพ การแพทย์แล้ว จะเป็นประโยชน์มากกว่าโทษ อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าไม่มีกฎหมายควบคุมเลย วันนี้หากใครสูบก่อให้เกิดความรำคาญ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่น ควัน พฤติกรรม ยังเข้าข่ายมีความผิด หากมีคนไปแจ้งว่าคนนี้ก่อความรำคาญ ก็มีโทษปรับเงินและดำเนินคดีในชั้นศาล คนจะไปใช้ในทางที่ผิดก็ไม่น่าจะมีมาก” นายอนุทินกล่าว
ฟุ้งกัญชามีมูลค่าพุ่ง 3 ล้านล้าน
นายอนุทินกล่าวต่อว่า จากนี้ไปกัญชาไม่ใช่สิ่งที่หายาก ไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมายที่ต้องหลบซ่อน สักวันหนึ่งใช้เวลาไม่นานก็จะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ทางสธ.จะบริหารสถานการณ์การใช้พืชกัญชงกัญชาช่วงที่รอกฎหมายผ่านการพิจารณาของสภา จะทำทุกอย่างในความสามารถที่มี ประคับประคองให้ผ่านไปได้ เป็นพืชต่อยอดในการรักษาผู้ป่วย สร้างกระแสทางเศรษฐกิจ การหมุนเวียนของเงิน การจ้างงาน สร้างโอกาสให้กับเกษตรกร ผู้ประกอบการ ผู้ป่วย แพทย์ ให้มีทางเลือกนำพืชกัญชง กัญชามาใช้เป็นประโยชน์ หากสนใจสามารถเข้าไปที่แอพพลิเคชั่น “ปลูกกัญ” เพื่อหาข้อมูล และจดแจ้งการปลูกในบ้านได้ เพื่อให้รัฐทราบข้อมูลและนำไปสู่การบริหารนโยบายต่อไป ส่วนการปลูกเชิงพาณิชย์ต้องขออนุญาตจากอย.
“ศูนย์วิจัยกสิกรไทย วิจัยพบมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 1 แสนล้านดอลลาร์ หรือ 3 ล้านล้านบาท หากเป็นเช่นนั้นไทยขอแค่ 2% ของตลาดโลก ก็ประมาณ 6 หมื่นล้านบาท หรือหากยังอยู่ในระยะตั้งไข่อาจจะได้สัก 2-3 หมื่นล้านบาทก็ได้ ทุกวันนี้มีผู้มาขอจดทะเบียนปลูกกัญชง กัญชาและใช้ผลิตเป็นสินค้าต่างๆ เป็นพันรายที่อนุมัติไปแล้ว ยังมีบริษัทต่างชาติ 3-4 แห่งเข้ามา และเชิญผมไปดูงานทำเป็นจริงเป็นจัง มูลค่าหลายพันล้านบาท หากมีโทษอย่างเดียวคงไม่มีใครมาสนใจลงทุน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องสำอาง ยา ไม่มีผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในเชิงสันทนาการเลย” นายอนุทินกล่าว
อย.ยันคุมเข้มสินค้าผสมกัญชา
นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า อย.กำหนดผลิตภัณฑ์อาหารที่มีกัญชาผสมในภาชนะบรรจุพร้อมจำหน่าย เป็นอาหารควบคุมเฉพาะ ต้องกำกับดูแลทั้งก่อนและหลังอนุญาต มีความปลอดภัย ควบคุมคุณภาพมาตรฐาน เช่น จุลินทรีย์ก่อโรค สารปนเปื้อน สารพิษตกค้าง ผลวิเคราะห์ปริมาณ THC ไม่เกินกฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นระดับที่ปลอดภัยในการบริโภค พร้อมบังคับให้แสดงคำว่า “กัญชา” หรือ “ส่วนของกัญชา” บนฉลาก แสดงคำเตือนและข้อแนะนำการบริโภค เพื่อเป็นข้อมูลในการเลือกซื้อ
“ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีกัญชาที่ได้เลขสารบบอาหาร จะมีความปลอดภัยเมื่อบริโภคตามคำแนะนำ การโฆษณาแสดงสรรพคุณต่อสุขภาพต้องได้รับอนุญาตก่อน เพื่อไม่ให้เข้าใจผิดหรือส่งเสริมการใช้ที่ไม่ถูกต้อง นอกจากนี้ ยังสุ่มเฝ้าระวังคุณภาพและการแสดงฉลากให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ตรวจสอบเฝ้าระวังการโฆษณาไม่ให้เกินจริงหรือหลอกลวง และดำเนินคดีกับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย” เลขาธิการ อย.กล่าว
สำหรับผู้บริโภคควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาต โดยสังเกตฉลากต้องแสดงเลขสารบบอาหาร ชื่ออาหาร แสดงชื่อส่วนของพืชกัญชาหรือกัญชงหรือสารสกัด CBD ข้อความ “คําเตือน” ตัวอักษรขนาดไม่เล็กกว่า 1.5 ม.ม. ในกรอบสี่เหลี่ยม สีตัวอักษรตัดกับสีพื้นกรอบ และสีพื้นกรอบตัดกับสีพื้นฉลาก ระบุข้อความ เด็ก สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร ไม่ควรรับประทาน, หากมีอาการผิดปกติควรหยุดรับประทานทันที, ผู้ที่แพ้หรือไวต่อสาร THC หรือ CBD ควรระวังในการรับประทาน และอาจทำให้ง่วงซึมได้ ควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ยานพาหนะ หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล ย้ำว่าอย่าหลงเชื่อโฆษณาอาหารในทางบำบัดรักษา และตรวจสอบการได้รับอนุญาตได้จากเว็บไซต์ อย. www.fda.moph.go.th
เข้าแอพฯปลูกกัญ 32 ล้านครั้ง
ส่วนสถิติการเข้าใช้แอพพลิเคชั่นและเว็บไซต์ปลูกกัญ ข้อมูลวันที่ 11 มิ.ย. 65 เวลา 12.00 น. พบว่า มีจำนวนเข้าใช้ 32,416,944 ครั้ง จำนวนการลงทะเบียน 614,891 คน ออกใบรับจดแจ้งปลูกกัญชาแล้ว 595,964 ใบ และออกใบรับจดแจ้งปลูกกัญชง 18,932 ใบ
ด้านนพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า การรักษาคนไข้ด้วยกัญชาแผนไทย ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของสมุนไพร ยา และคนไข้ โดยการปลูกกัญชาที่นำมาผลิตยาต้องเป็นไปตามกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน GAP บุคลากรแพทย์แผนไทย/แพทย์แผนไทยประยุกต์ ผ่านการอบรมและทดสอบความรู้แล้วกว่า 8 พันราย เพื่อมั่นใจว่าตรวจวินิจฉัยและจ่ายยาได้ปลอดภัย ตรงกับอาการโรคผู้ป่วย ส่วนข้อกังวลอ้างข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เพื่อสันทนาการ พบว่า ตำรับยากัญชาแผนไทยที่ใช้รักษามีสัดส่วนของน้ำหนักช่อดอกกัญชาในตำรับส่วนใหญ่ไม่เกินร้อยละ 5 โดยมีตั้งแต่ร้อยละ 1.35-24.69 ซึ่งตำรับที่มีน้ำหนักกัญชามากที่สุดก็มีพริกไทยเป็นส่วนประกอบถึงร้อยละ 50 จึงไม่สามารถนำมาใช้สันทนาการ
“ต้องยืนยันให้ทุกฝ่ายเข้าใจคือกัญชาเป็นมรดกทางภูมิปัญญาของไทย ทุกส่วนของกัญชาทั้ง ราก ใบ กิ่ง ก้าน ลำต้น ช่อดอกและเมล็ด นำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งยา อาหาร เครื่องนุ่งห่ม มีบันทึกในตำราตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯ ว่าช่วยให้นอนหลับ เจริญอาหาร ลดปวด เมื่อเข้าตำรายาร่วมสมุนไพรอื่นก็มีสรรพคุณอีกหลากหลายกลุ่มอาการ เช่น กลุ่มอาการนอนไม่หลับ ช่วยให้เจริญอาหาร บำรุงร่างกาย แก้ไข้ แก้ปวดกล้ามเนื้อ แก้ปวดท้อง แก้ไอ ฯลฯ” นพ.ยงยศกล่าว
นพ.ยงยศกล่าวว่า ตำรับยากัญชาแผนไทยที่พัฒนาต่อยอดในปัจจุบัน ได้กลั่นกรองทั้งจากตำรายาชาติและตำรับของหมอพื้นบ้าน ประกาศใช้ได้ตามกฎหมาย 44 ตำรับ มีข้อบ่งชี้ชัดเจน ติดตามการใช้และรายงาน พบว่ามีประสิทธิผลและความปลอดภัยสูง จนบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร 5 รายการ คือตำรับยาศุขไสยาสน์ ตำรับยาทำลายพระสุเมรุ ตำรับยาแก้ลมแก้เส้น ยาน้ำมันกัญชา (ตำรับหมอเดชา) และน้ำมันกัญชาทั้ง 5