สุชาติแฉติดโผนาทีท้าย ซัดผู้อิทธิพลนอกระบบ นายกไปสกลฯสุดชื่นมื่น ‘อุ๊งอิ๊ง-เต้น’ไล่หนูตีงูเห่า

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

‘บิ๊กตู่’ปลื้มชาวสกลนครชมว่าหล่อเชียร์สู้สู้ ให้เป็นนายกฯ ต่อ ฝ่ายค้านยื่นญัตติไม่ไว้วางใจแล้ว ‘บิ๊กตู่-10 รมต.’ ข้อหาไม่ซื่อสัตย์ เอื้อประโยชน์พวกพ้อง หวังรัฐบาลไม่ตายในสภาก็ตายในสนามเลือกตั้ง ‘สุชาติ’ปูดโดนลาก ขึ้นเขียงนาทีท้าย เชื่อเป็นฝีมือคนมีอิทธิพลนอกฝ่ายค้าน ‘บิ๊กตู่’ปลื้มใจชาวสกลนครชมหล่อ เชียร์เป็นนายกฯ ต่อ ‘อุ๊งอิ๊ง’เปิดตัว ‘เต้น-ณัฐวุฒิ’ นั่งผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ลุยภารกิจแรก‘ไล่หนู ตีงูเห่า’ ศรีสะเกษ 18 มิ.ย.นี้ ‘วราวุธ’สั่งกรมอุทยานฯ ตรวจสอบรุกป่าเขาใหญ่ให้เสร็จใน 7 วัน

ขอบคุณ – บุตรสาวของ น.ส.ศุภรัตน์ งันลาโสม สาวไทยที่ตกตึกเสียชีวิตที่โอมาน เข้าขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่นำศพของมารดากลับมาเมืองไทยได้อย่างรวดเร็ว ในโอกาสนายกฯลงพื้นที่ จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.

‘บิ๊กตู่’ไปสกลนคร-ชาวบ้านชมหล่อ
เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 15 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และคณะประกอบด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เดินทางจากท่าอากาศยาน บน.6 ดอนเมือง ไปยังสนามบินกองทัพบกค่ายกฤษณ์สีวะรา ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร แล้วนั่งรถยนต์โตโยตา อัลพาร์ด เลขทะเบียน 1 ขส 2605 กรุงเทพมหานคร ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่

เวลา 09.40 น. คณะนายกฯ ตรวจเยี่ยมผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัย โดยใช้ระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า และโอกาสความก้าวหน้าของสกลนครในการเป็นศูนย์กลางสมุนไพร ที่ ร.พ.พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ต.พรรณา อ.พรรณานิคม ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชาอยู่หลายชนิด โดยทันทีที่มาถึงกลุ่มชาวบ้านที่มาต้อนรับตะโกน “นายกฯ สู้ๆ ลุงตู่สู้ๆ เรารักลุงตู่” ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ยิ้มปลื้มใจและกล่าวขอบคุณ พร้อมทำสัญลักษณ์มือ “ไอเลิฟยู” เมื่อมีกลุ่มสตรีชมว่าหล่อกว่าในทีวี นายกฯ ตอบว่า “ก็อย่าไปดูสิ”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับชาวบ้านว่า รัฐบาลพยายามจัดหางบลงพื้นที่ทุกจังหวัด โดยเฉพาะปัญหาจังหวัดที่มีความเดือดร้อน ต้องเรียงลำดับลงไป ยืนยันให้ทุกจังหวัด ประเทศ ไทยมี 76 จังหวัด บวกกทม. เราคือครอบครัวคนไทย จะขัดแย้งกันไม่ได้แล้ว ขอว่าอย่าทำลายสังคมที่เป็นอัตลักษณ์ในความเป็นไทย มีมิตรจิตมิตรใจให้กัน “เรามีรอยยิ้มสยามแต่ต้องปิดปากด้วยแมสก์ แต่วันนี้เราสามารถยิ้มด้วยตาแสดงออกมาได้เห็นแววตา สัมผัสกันได้ว่าพวกเรารักกัน บางครั้งนายกฯ ก็ดุเดือดไปบ้างเหมือนกัน แต่วันนี้ให้ดูหน้าสิว่าใจร้ายหรือไม่” ขณะที่มีชาวบ้านตะโกนว่า “ลุงตู่หล่อ เรารักลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์หัวเราะชอบใจ พร้อมกล่าวว่า “พอแล้วๆ เดี๋ยวหาว่าชมกันเอง”

กินเยอะๆ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ป้อนอาหารวัวดำ แล้วยังทักทายหมูดำ ว่าอย่างไรลูก กินเยอะๆ นะŽ ระหว่างเยี่ยมชมศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.

ชูป้ายหนุนให้เป็นนายกฯต่อ
ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้ยกคำสอนของหลวงปู่มั่นว่า คำสอนของท่านคืออดีต ควรปล่อยไว้ตามอดีต อนาคตก็ควรปล่อยไว้ตามกาลเวลาของมัน ปัจจุบันเท่านั้นที่จะสำเร็จประโยชน์ เราเองก็มีความทุกข์กันอยู่แล้วให้เอาความทุกข์ทิ้งไว้ตรงนั้น ไม่เช่นนั้นจะเครียดเพราะปัญหาเยอะอยู่แล้ว ควรฟัง ดู อ่านในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ถ้าไปรับปัญหาเข้ามาอีกก็จะอินไปหมด นายกฯ ก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกันจึงพยายามจะทำปัจจุบันให้ดีที่สุด

รัฐบาลต้องมองไปที่อนาคตและพยายามหาเงินเข้าประเทศให้มากขึ้น ขอให้ฟังเรื่องพวกนี้บ้าง ไม่ใช่ประเทศเราจะแย่หรือถอยหลังเราก็เดินหน้า หลายโครงการที่ออกไป ที่บอกส.ส.หรือบางคนให้มานั้น มาจากรัฐบาลทั้งนั้น ถ้าไม่อนุมัติสั่งการลงไปก็ไม่ได้ ถ้ารัฐบาลไม่กำหนดนโยบายลงไป ซึ่งไม่ได้ให้มาชมนายกฯ แต่ขั้นตอนเป็นอย่างนี้

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ออกมาทักทายกลุ่มสนับสนุนที่ด้านหน้า กลุ่มแรกเป็นของนายอานนท์ แสนน่าน ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ประธานหมู่บ้านเทิดไท้องค์ราชันแห่งประเทศไทย และกลุ่มร่วมพัฒนาชาติไทยภาคอีสาน มีการตะโกนให้กำลังใจ พร้อมชูป้ายสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่อ อาทิ “ชาวอีสานต้องการ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ นานๆ เพราะหมู่มาร คนพาลที่คิดคดทรยศแผ่นดินเกิดยังไม่หมดสิ้นไป “ขอบคุณที่ไม่ทอดทิ้งประชาชน” “ลุงตู่อยู่ยาว” “รักลุงตู่ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้เป็นนายกฯ ต่อไป” พล.อ.ประยุทธ์ขอบคุณและทำมือสัญลักษณ์ไอเลิฟยูแล้วทุบไปที่หัวใจส่งให้ทุกคน

ยอมรับเหนื่อยใจเพราะห่วงปชช.
ต่อมาเวลา 11.45 น. ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.ห้วยยาง อ.เมือง พล.อ.ประยุทธ์เยี่ยมโครงการพระราชดำริ รับฟังรายงานความคืบหน้าของโครงการ และการบรรยายการส่งเสริมการเกษตรเพื่อการยังชีพ อาทิ การเลี้ยงแพะดำ หมูดำ กระต่ายดำและไก่ดำ ที่รู้จักกันว่า 4 ดํามหัศจรรย์แห่งศูนย์ฯ ภูพาน นายกฯ สอบถามถึงการพัฒนาวิจัยด้านปศุสัตว์ต่างๆ ด้วยความสนใจ

ช่วงหนึ่งได้พูดคุยกับหมูดำโดยทักทายว่า “ว่าอย่างไรลูก กินเยอะๆ นะ” รวมทั้งได้ทักกระต่ายดำ ป้อนหญ้า หลังมอบพันธุ์สัตว์ให้เกษตรกรก็ยังคุยกับกระต่ายดำและไก่ดำว่า “ทำตัวดีๆ นะ”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับเกษตรกรที่มาต้อนรับว่า วันนี้มีวิกฤตซ้ำ 2 อย่างคือ สถานการณ์โควิด-19 และสงคราม รัฐบาลเชื่อว่าเราจะเข้มแข็งสู้ต่อไปได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือใจต้องสู้และอดทน รัฐบาลจะดูแลให้มากที่สุดและเชื่อมั่นว่าเดี๋ยวจะผ่านพ้นไปได้ อาจลำบาก เหนื่อย ตนก็เหนื่อย เหนื่อยใจ ด้วยความเป็นห่วงประชาชนทุกคน เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน นายกฯ มีครอบครัว 70 ล้านคน จะพยายามทำให้ทุกคนให้ได้และมีความสุขทั้งหมด” เรียกเสียงปรบมือจากประชาชน และถ่ายภาพหมู่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอให้กำลังใจขออย่าท้อแท้ จะต้องสู้ไปด้วยกัน

กินเยอะๆ – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ทักทายหมูดำ ‘ว่าอย่างไรลูก กินเยอะๆ นะ’ และยังทักทายแพะดำ กระต่ายดำและไก่ดำ 4 ดํามหัศจรรย์ ระหว่างเยี่ยมชมศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.

เผยรู้สึกดีคนแห่รับ-จ่อลุยเชียงใหม่
เวลา 13.40 น. ที่บ้านท่าเยี่ยม ต.โนนหอม อ.เมืองสกลนคร พล.อ.ประยุทธ์ตรวจเยี่ยมการส่งเสริมปศุสัตว์เกษตรมูลค่าสูง การพัฒนา โคเนื้อจังหวัดสกลนคร โดยขึ้นรถรางเยี่ยมชมการดำเนินงานของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโคขุนโพนยางคำ พร้อมเปลี่ยนมาสวมเสื้อหมกโคลนย้อมครามและให้กำลังใจกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุน จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ พร้อม พล.อ. อนุพงษ์ นายสุชาติ ได้นั่งล้อมวงบนก้อน ฟางข้าวเพื่อพูดคุยกับเกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยง โคขุนโพนยางคำ และอุดหนุนผลิตภัณฑ์ของวิสาหกิจชุมชน 3,000 บาท

เวลา 14.45 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางถึงวัดป่านาคนิมิตต์ ต.ตองโขบ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร เข้ากราบนมัสการหลวงปู่อว้าน เขมโก ศิษย์สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต บูรพาจารย์สายพระป่า เสร็จแล้วมาสักการะพระธาตุเชิงชุม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดสกลนคร กราบสักการะหลวงพ่อพระองค์แสน และกราบนมัสการเจ้าคณะจังหวัดสกลนคร (พระสิริพัฒนาภรณ์) และพระครูกิตติธรรมนิวิฐ เจ้าคณะอำเภอโพนนาแก้ว ณ พระวิหาร กราบสักการะองค์พระธาตุเชิงชุมวรวิหาร

พร้อมเยี่ยมชมร้านค้าและพบปะผู้ผลิตผ้าย้อมครามสกล ที่ถนนผ้าคราม โดยมีประชาชนมารอต้อนรับหลายร้อยคน และตะโกนว่า “เราจะให้ลุงตู่เป็นนายกฯ ตลอดไป” จากนั้นได้ร่วมร้องเพลงที่ชาวบ้านแต่ง “คนอีสานรักลุงตู่” อย่างมีความสุข และย้ำว่า “บ้านเมืองเราไม่มีเวลาขัดแย้งอีกแล้ว”

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงตอบรับในการลงพื้นที่ครั้งนี้จะไปต่อหรือไม่ว่า “ก็เป็นความรู้สึกที่ดีนะ ขออย่าไปพูดอย่างนั้น” ส่วนจะสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หรือไม่นั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นคนละเรื่องไม่ต้องมาถาม เพราะยังไม่ใช่เวลา เวลานี้เป็นเวลาแห่งความสุขของนายกฯ ความสุขของประชาชน อะไรที่ไม่เกี่ยวข้องอย่าเพิ่งพูด อย่าเพิ่งถามนะจ๊ะ อย่ามาถามให้เกิดประเด็นอีก บรรยากาศยิ่งดีๆ อยู่ “วันนี้นายกฯ อยากพูดอะไรที่ดีๆ อะไรมันก็ดีมาตั้งแต่เช้าแล้ว เมื่อประชาชนมีความสุข ผมก็มีความสุขเป็น 2 เท่า”

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ และคณะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงสิ้นเดือนมิ.ย.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังมีกำหนดลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ด้วย

ยื่นซักฟอก – นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน พร้อมด้วยตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ และ 10 รัฐมนตรี ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.

ฝ่ายค้านยื่นซักฟอก‘บิ๊กตู่’-10รมต.
เมื่อเวลา 13.20 น. ที่รัฐสภา พรรคร่วมฝ่ายค้าน ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย(พท.) พรรคก้าวไกล(ก.ก.) พรรคเสรีรวมไทย(สร.) พรรคประชาชาติ(ปช.) พรรคพลังปวงชนไทย(พลท.) พรรคเพื่อชาติ(พ.พ.ช.) และพรรคไทยศรีวิไลย์(ทศล.) นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ยื่นญัตติขอเปิดอภิปราย ไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นายชวนกล่าวว่า จะรับญัตตินี้ไปพิจารณาภายใน 7 วัน ซึ่งต้องตรวจสอบว่าว่าญัตติมีความถูกต้องหรือไม่ โดยทั่วไปจะมีปัญหาเรื่องลายเซ็นไม่ตรงกัน เราอภิปรายไม่ไว้วางใจกันมาทุกปี ประสบการณ์ทุกฝ่ายทราบดีว่าต้อง เตรียมตัวอย่างไร คาดว่าจะใช้เวลาอีก 2-3 สัปดาห์ เนื่องจากเดือน มิ.ย. และเดือน ก.ค. มีร่างกฎหมายที่ต้องพิจารณาอีกมาก และต้อง หารือกับรัฐบาลว่ามีความพร้อมช่วงเวลาใด

ด้าน นพ.ชลน่านกล่าวว่า ส.ส.ฝ่ายค้าน 7 พรรค ร่วมกันเข้าชื่อตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของส.ส.ที่มีอยู่ ทั้งหมด 182 รายชื่อ เพื่อขอยื่นญัตติอภิปรายรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล จำนวน 11 คน คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย และนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน

ซัดข้อหาแรง-ภาวะผู้นำพิการ
นพ.ชลน่านกล่าวว่า ฝ่ายค้านจะเด็ดหัว นายกฯ และนั่งร้านทั้ง 10 เราใช้ข้อกล่าวหาเป็นรายบุคคลอยู่แล้ว ในส่วนของพล.อ.ประยุทธ์ มีข้อกล่าวหาว่า ผิดพลาดบกพร่องล้มเหลวการบริหารราชการแผ่นดิน จงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ กฎหมาย มาตรฐานจริยธรรม ปล่อยปละละเลยละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เอื้อประโยชน์พวกพ้อง ไม่ปฏิบัติตามคำแถลงนโยบายรัฐบาล มีพฤติกรรมที่ปล่อยให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน และทำลาย ผู้เห็นต่าง ปล่อยปละละเลยให้มีการทำลายประชาธิปไตยระบบรัฐสภา มีภาวะผู้นำที่พิการทางสมอง แม้ว่าจะแรงพอสมควร แต่เป็นเรื่องของลักษณะความรู้ความสามารถ

ส่วนข้อกล่าวหาของนายจุรินทร์ เน้นเรื่องความไม่ซื่อสัตย์สุจริต เอื้อประโยชน์ให้มีการทุจริตต่อพวกพ้อง, นายอนุทิน ข้อกล่าวหาสำคัญคือการบริหารราชการแผ่นดินล้มเหลวผิดพลาดบกพร่อง สนับสนุนหรือทำให้เกิดกระบวนการทำลายการปกครองระบบรัฐสภา มีการใช้เงินให้ได้มาซึ่งอำนาจ, พล.อ.ประวิตร จงใจไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ เอื้อประโยชน์สนับสนุนให้มีการแสวงหาผลประโยชน์, พล.อ.อนุพงษ์ ข้อกล่าวหาคือไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาดล้มเหลว เอื้อประโยชน์ สนับสนุนให้มีทุจริต

นายศักดิ์สยาม ข้อกล่าวหาคือไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต ใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์, นายชัยวุฒิ ข้อกล่าวหาคือบริหารราชการผิดพลาดบกพร่องร้ายแรง ทำให้เกิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงขาดมาตรฐานจริยธรรม ประพฤติปฏิบัติมิชอบ ในทางเสื่อมเสียศีลธรรมอันดี, นายจุติ ข้อกล่าวหาคือ ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ล้มเหลวไร้ความรู้ความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดิน และนายสุชาติ ข้อกล่าวหาคือไม่มีความซื่อสัตย์ เอื้อประโยชน์ แสวงหาประโยชน์ในหน้าที่

หวังตายในสภา-สนามเลือกตั้ง
นพ.ชลน่านกล่าวว่า สำหรับช่วงเวลาการอภิปรายการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับ และร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ น่าจะพิจารณาแล้วเสร็จไม่เกินวันที่ 24 มิ.ย. หรืออย่างช้าไม่ควรเกินวันที่ 1 ก.ค. ดังนั้น การอภิปรายไม่ไว้วางใจน่าจะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค. การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ผ่านมา พรรคฝ่ายค้านอภิปรายรัฐมนตรีจำนวนน้อยกว่าการขอเปิดอภิปรายครั้งนี้ ยังใช้เวลาการอภิปรายถึง 4 วัน ฉะนั้น ครั้งนี้น่าจะใช้เวลามากกว่าครั้งที่ผ่านมา

“การอภิปรายครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายของรัฐบาลนี้ก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งการเลือกตั้งต้องเกิดขึ้นแน่นอน อย่างช้าที่สุดไม่เกิน 23 มี.ค.2566 แต่เรามั่นใจจะมีการเลือกตั้งเร็วกว่านั้น การอภิปรายครั้งนี้ตั้งวัตถุประสงค์ไว้ 2 อย่าง คือ อาศัยมือในสภาเด็ดหัว สอยนั่งร้าน มั่นใจว่ามีเสียงพอในการโหวตไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี และคาดหวังว่าในสนามเลือกตั้ง เราจะตรวจสอบนั่งร้านเพื่อให้ประชาชนชี้ขาดวินิจฉัย เรามั่นใจในศรัทธาของประชาชน ถ้าไม่ตายในสภาก็ไปตายในการเลือกตั้ง” นพ.ชลน่านกล่าว

นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรค เพื่อไทย ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า หลังจากยื่นอภิปรายแล้วการเมืองจะถูกคิดไปอีกแบบคือ คำพูดที่ว่าจะยุบสภาก็จะไม่สามารถยุบสภาได้ จนกว่าจะอภิปรายเสร็จ หากใครจะลาออกหรือมีการปรับครม.ยังทำได้ แต่หากนายกฯ ลาออกหรือเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง พรรคเพื่อไทยมีคนที่พร้อมจะเป็นนายกฯ อยู่แล้วและดีกว่าที่เป็นอยู่ ตนไม่ได้คิดถึงว่าต้องมีคนนอกบัญชีเนื่องจากในบัญชีและในสภายังมีรายชื่ออยู่แล้ว

‘เฮ้ง’ปูดโดนพิษคนมีอิทธิพล
ที่จ.สกลนคร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ปฏิเสธตอบคำถามกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติเพื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไปนายกฯพร้อมรัฐมนตรีอีก 10 คน ว่า “เฮ้ย! มันคนละเรื่องกัน” ก่อนที่จะผละออกจากโพเดียมการให้สัมภาษณ์พร้อมกล่าวว่า “เรื่องนี้ค่อยไปถามที่กรุงเทพฯ”

นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีชื่อเป็น 1 ใน 11 รัฐมนตรีที่ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า คงอาจจะมีคนคิดถึงตนมั้ง แต่ไม่เป็นไรตอบได้ทุกเรื่องอยู่แล้ว เราไม่ได้คิดอะไร เป็นเรื่องของประชาธิปไตย เขากล่าวหาเราก็หักล้างข้อกล่าวหา

“อย่างที่สื่อมวลชนได้เห็น ก่อนหน้านี้ไม่มีชื่อผม มีการเพิ่มญัตติมาคนสุดท้าย อาจจะมีคนที่มีอิทธิพลที่อยู่นอกพรรคฝ่ายค้านก็ได้ แต่ไม่อยากกล่าวหาใคร แต่ไม่เป็นไรเรารู้หมดแล้วว่าใครทำ เรื่องนี้ไม่ยาก เพราะสุดท้ายเจอกันในสภา ส่วนในพรรคพลังประชารัฐต้องมีการเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้อย่างแน่นอน” นายสุชาติกล่าว

‘เสี่ยหนู’มั่นใจแจงข้อกล่าวหาได้
ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ว่า มั่นใจว่าสามารถชี้แจงได้ เป็นเรื่องดีที่จะได้คลายข้อสงสัยในการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องต่อสาธารณชน ตนจะได้ชี้แจงโดยใช้ข้อมูลที่ถูกต้องอย่างเต็มที่ เมื่อถามว่ามั่นใจว่ารัฐบาลจะอยู่ครบเทอม นายอนุทินกล่าวว่า การทำงานระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ทำบนสปิริตของครม. โดยยึดประชาชนเป็นหัวใจ เป็นศูนย์กลาง

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ รวมถึงรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย พร้อมชี้แจงทุกข้อสงสัย ขอให้ฝ่ายค้านอภิปรายโดยใช้ข้อเท็จจริงหรือมีหลักฐานที่หามาได้ ไม่ใช่ใช้วาทกรรมเสียดสี สาดโคลน เพราะมีแต่จะเสียเวลาของประชาชนไปโดยเปล่าประโยชน์

“ยืนยันว่านายกฯ พร้อมชี้แจงต่อสภาให้สิ้นสงสัยในทุกประเด็นของฝ่ายค้าน และมั่นใจว่ารัฐบาลบริหารประเทศด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ปล่อยให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างมโหฬาร เหมือนรัฐบาลที่ผ่านมา ส่วนรัฐมนตรีท่านอื่นได้เตรียมข้อมูลชี้แจงพร้อมแล้ว เชื่อว่ารัฐบาลจะได้รับเสียงโหวตไว้วางใจทุกคน โดยทุกข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ รัฐบาลพร้อมนำไปพิจารณาเพื่อแก้ไขปรับปรุงต่อไป” นายธนกรกล่าว

‘อุ๊งอิ๊ง’เปิดตัว‘เต้น’คืนรังเก่า
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ร้านหนังสือก็องดิด เดอะแจมแฟคทอรี่ คลองสาน กรุงเทพฯ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมแกนนำพรรค ร่วมเปิดตัวนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นผอ.ครอบครัวเพื่อไทย

น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ครอบครัวเพื่อไทยรู้สึกเป็นเกียรติที่จะได้รับพี่เต้นเข้ามาพี่เต้น ไม่เพียงแต่รู้จักพรรค เพื่อไทยเป็นอย่างดี แต่ยังเข้าใจปัญหาของพี่น้องประชาชนอย่าง ลึกซึ้ง ขอต้อนรับกลับบ้านของเรามาเป็น ผอ.ครอบครัวเพื่อไทยของเรา

จากนั้น นายณัฐวุฒิ เริ่มต้นร้องเพลงแดงเสรีชน และกล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับหน้าที่นี้ ขอสื่อสารกับผู้ที่ต่อสู้และเสียสละ เจ็บปวดบอบช้ำ ถูกประณามเหยียบย่ำมา10 กว่าปี แต่ยังคงยืนยันหลักการที่ถูกต้องเชื่อว่าคนเท่ากัน และประเทศนี้ต้องการประชา ธิปไตยที่แท้จริง นี่ไม่ใช่เวทีเสื้อแดงแต่เป็นเวทีของครอบครัวเพื่อไทย ที่จะเดินหน้าทำงานคู่ขนานไปกับพรรคเพื่อไทยต่อสู้ในทางการเมือง ในสนามเลือกตั้ง ช่วงชิงอำนาจรัฐบาลเผด็จการกลับคืนสู่รัฐบาลจากการ เลือกตั้งของประชาชน

ประเทศไทยไม่เหลืออะไรให้พล.อ. ประยุทธ์และพรรคพวกกัดกินได้อีกต่อไป ต้องหยุดความเพ้อฝันของพล.อ.ประยุทธ์และพวกลงตรงนี้ คืนความฝันที่เป็นจริงให้คนไทย จึงจำเป็นต้องมีพรรคหนึ่งในฝ่ายประชาธิปไตยคว้าชัยชนะการเลือกตั้งให้เด็ดขาด แลนด์สไลด์เพื่อขับไล่เผด็จการออกไป ให้กลับมาตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยได้ ตนจะทุ่มเททุกความคิด ทุกกำลังความสามารถที่มี เพื่อภารกิจครอบครัวเพื่อไทยตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนกว่าชัยชนะเป็นของประชาชน

ครอบครัว – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เปิดตัวนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็น ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ที่ร้านหนังสือก็องดิด เดอะแจมแฟคทอรี่ คลองสาน กทม. เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.

ภารกิจแรกไล่หนูตีงูเห่าที่ศรีสะเกษ
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ถามว่าเป็นผอ.พรรค ตอนนี้อายุเยอะแล้วมาเป็นลูกน้องอิ๊งค์ได้อย่างไร ตนไม่มีปัญหาเรื่องนี้ ไม่รู้สึกว่าเป็นลูกน้อง แต่เดินเข้ามาที่นี่เพราะทำงานร่วมกันสู้ด้วยกัน เคียงข้างกันเพื่อทำภารกิจสำเร็จให้ได้ หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยมีบทบาทหน้าที่เต็มสองบ่า ตนก็มีหน้าที่เต็มสองบ่าด้วยกัน สองบ่าไม่เพียงพอเราต้องการบ่าทุกคนสนับสนุนพรรค เดินหน้าทำงานกับหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย 100 เปอร์เซ็นต์ โดยไม่ตะขิดตะขวงใจ

“ผมรักเคารพศรัทธาอดีตนายกฯ ทักษิณ (ชินวัตร) เอาใจช่วย ส่งกำลังใจ คาดหวังว่าวันหนึ่งแผ่นดินไทยจะได้ใช้ศักยภาพระดับโลกของชายคนนี้มาแก้ปัญหาให้ประชาชน ดังนั้นถ้าพูดว่านายณัฐวุฒิเป็นลูกน้องนายทักษิณ ก็จริง เพียงแต่ในหลักการเดียวตราบเท่าที่นายทักษิณยังคงยืนกับประชาชน ยืนอยู่หลักการประชาธิปไตย” นายณัฐวุฒิกล่าว

เมื่อถามถึงภารกิจแรกที่จะพา ผอ. ครอบครัวเพื่อไทยลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ เพื่อไล่หนูตีงูเห่า ในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า จะพาผอ.ไปหาพี่น้องชาวศรีสะเกษ แม้ในพื้นที่จะมี ส.ส.เป็นงูเห่าไปแล้ว ก็หวังจะแลนด์สไลด์ในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ

ด้านนายณัฐวุฒิกล่าวว่า ตนพร้อมทำงานทันที เป้าหมายยกจ.ศรีสะเกษ หรือแลนด์สไลด์ ไม่ใช่เป้าหมายที่เกินจริง แต่เป็นเป้าหมายที่เราเคยทำได้มาแล้ว

ทส.ขีดเส้น 7 วันสอบรุกป่า
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้อง 204 อาคารรัฐสภา มีการประชุมส.ส.พรรคภูมิใจไทย (ภท.) โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค เป็นประธานการประชุม ซึ่งให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมว่า เป็นการประชุมตามปกติของพรรคที่จะประชุมช่วงเช้าก่อนประชุมสภา เพื่อกำหนดแนวทางและรับฟังความเห็นของส.ส. ไม่มีเรื่องของนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ ที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดคดีรุกป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อยู่ในวาระการประชุมพรรค

นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. และนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส. สั่งการให้กรมอุทยานฯ ตรวจสอบพื้นที่บุกรุกอุทยานฯ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ทั่วประเทศ รวมทั้งคดีเกี่ยวกับการบุกรุกการถือครองที่ดินโดยมิชอบ ทั้งหมดให้เสร็จสิ้นภายใน 7 วัน เพื่อติดตามความคืบหน้าและดำเนินคดีทั้งหมด

ลั่นเชือดหมดนักการเมือง-นายทุน
ขณะที่การบุกรุกอุทยานฯ เขาใหญ่ รมว.ทส.และปลัด ทส.ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบพื้นที่และติดตามคดีที่กรมอุทยานฯ เคยแจ้งความดำเนินคดีไว้เมื่อ 17 ม.ค.2563 คดีการบุกรุกถือครองที่ดินโดยมิชอบและการบุกรุกเป็นคดีอาญาที่ไม่มีอายุความ ดังนั้น กรมอุทยานฯ จะเร่งดำเนินคดี รวมทั้งจะทำหนังสือถึงกรมที่ดินให้เพิกถอนโฉนดต่อไป

“สำหรับแปลงบุกรุกเขาใหญ่ของนายสุนทร วิลาวัลย์ นายกอบจ.ปราจีนบุรี และนางกนกวรรณ ที่ป.ป.ช.ชี้มูลการออกโฉนดโดยมิชอบแล้ว ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ไปติดตามเรื่องการดำเนินการว่าจะทำอย่างไรต่อไป โดยให้รายงานเข้ามาภายใน 7 วันเช่นกัน” นายรัชฎากล่าว

นายรัชฎากล่าวว่า กรมอุทยานฯ ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะเขาใหญ่ แต่เป็นพื้นที่ป่ามรดกโลกเขาใหญ่-ดงพญาเย็น ทั้งอุทยานฯ เขาใหญ่ ทับลาน ปางสีดา ตาพระยา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ดงใหญ่ ส่วนการบุกรุกออกโฉนดนอกเขต อุทยานฯ หรือในพื้นที่รอยต่อป่าให้ไปติดตามดำเนินคดีกับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง นายทุน ข้าราชการ ประชาชนทั้งหมด กรมจะทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน