‘ตู่’ถกรมต.ศก.ได้คืน2หมื่นล.
‘บิ๊กตู่’ ถกด่วนทีมเศรษฐกิจ จี้มาตรการช่วยประชาชน ฝ่าวิกฤตของแพง ชงครม. สัปดาห์หน้า
ขอ 6 โรงกลั่น ปันกำไรเข้ากองทุนน้ำมัน คาดได้เงินอุดหนุนดีเซล 5-6 พันล้านต่อเดือน ส่วนเบนซินได้เดือนละ 1 พันล้าน เอามาลดเบนซินลิตรละ 1 บาททันที ขอโรงแยกแก๊สแบ่งกำไรส่วนเกิน 50% เข้ากองทุนฯด้วย คาดได้เดือนละ 1.5 พันล้าน ยืดช่วยลดเอ็นจีวีแท็กซี่ และลดแก๊สหุงต้มให้บัตรคนจน อีก 3 เดือนถึงก.ย. คลังชงให้เอกชนเที่ยวเมืองรอง ลดภาษีได้ 2 เท่า ส่วนเมืองหลักลดได้ 1.5 เท่า รวมทั้งนิติบุคคลจัดอีเวนต์ในต่างจังหวัด ก็ลดได้เช่นกัน ด้านรมว.พาณิชย์ ยันไม่ให้บะหมี่ซองขึ้นราคา แม้ตื๊อขึ้นให้ได้ คุมราคา 51 สินค้าต่ออีก 1 ปีถึงมิ.ย.66 กะหล่ำปลีขึ้นราคาอีกกิโลละ 5 บาท เป็น 25-30 บาท ส้มเขียวหวานพุ่งอีกก.ก.ละ 10 บาท เป็น 55-60 บาท และกล้วยหอมทองขยับพรวดหวีละ 20 บาท เป็น 100-120 บาท
‘บิ๊กตู่’ถกด่วนทีมเศรษฐกิจ
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 16 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมหารือมาตรการเศรษฐกิจเพื่อบรรเทาผลกระทบของประชาชน อันเนื่องมาจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยมี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง นายดิตทัศ โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นการพิจารณามาตรการช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่ราคาสินค้าหลายหมวดมีการทยอยปรับตัวสูงขึ้น จากปัจจัยด้านพลังงานเชื้อเพลิง ตลอดจนวัตถุดิบตั้งต้นของสินค้าบริโภคมีการปรับราคาเพิ่มขึ้น จนผู้ประกอบการหลายรายการชนิดสินค้าได้เรียกร้องขอต่อรัฐบาลในการปรับราคาสินค้า ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง ต้องพิจารณามาตรการที่ได้สั่งการให้หน่วยงานด้านเศรษฐกิจเตรียมนำมาเสนอเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมจะดำเนินการตามมาตรการที่เสนอมาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
รีดค่ากลั่น-ลดเบนซิน 1 บาท
ต่อมาเวลา 17.00 น. ภายหลังการประชุม นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนายกุลิศ ปลัดกระทรวงพลังงาน ร่วมแถลงมติที่ประชุมว่า เห็นชอบให้ขยายเวลามาตรการช่วยเหลือประชาชนบางส่วน ที่ใกล้หมดอายุในเดือนมิ.ย.นี้ ออกไปอีก 3 เดือน ไปจนถึงเดือนก.ย. เช่น มาตรการส่วนลดเอ็นจีวีสำหรับแท็กซี่ และส่วนลดแอลพีจีสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
“มาตรการที่เพิ่มขึ้นใหม่ คือ การขอความร่วมมือ กลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน ให้นำส่งกำไรส่วนหนึ่งจากการกลั่นน้ำมันเข้าสู่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยค่าการกลั่นน้ำมันดีเซล คาดว่าจะจัดเก็บได้ 5-6 พันล้านบาท ต่อเดือน ซึ่งจะนำเข้าสู่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ส่วนการจัดเก็บค่าการกลั่นน้ำมันเบนซิน คาดว่าจะได้ 1 พันล้านบาท ต่อเดือน ส่วนนี้จะนำมาลดราคาน้ำมันเบนซินให้กับผู้ใช้ทันที คาดว่าจะลดลงลิตรละ 1 บาทจากราคาปัจจุบัน นอกจากนี้จะขอความร่วมมือโรงแยกแก๊สแบ่งกำไรส่วนเกิน 50% เข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเช่นกัน น่าจะจัดเก็บได้ 1,500 ล้านบาทต่อเดือน” นายดนุชากล่าว
นายดนุชากล่าวว่า ขณะเดียวกันกระทรวงการคลัง จะเสนอมาตรการภาษีกระตุ้นการท่องเที่ยว นอกเหนือจากโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ที่รอเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม ครม. โดยจะเสนอให้บริษัทเอกชน ที่นำพนักงานไปท่องเที่ยวในเมืองรอง โดยหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ส่วนในเมืองหลักลดหย่อนได้ 1.5 เท่า ขณะที่การจัดงานอีเวนต์ในต่างจังหวัด นิติบุคคลจะลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน ระหว่างวันที่ 15 ก.ค.ถึง 31 ธ.ค.2565 และยังมีมาตรการที่จะขอให้ช่วยกันประหยัดพลังงาน ซึ่งจะนำเข้าสู่ที่ประชุมพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 21 มิ.ย.
6 โรงกลั่นปันกำไร2.1หมื่นล.
ด้านนายกุลิศกล่าวว่า ในการประชุมทีมเศรษฐกิจฉุกเฉินได้ขอความร่วมมือจากกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 โรง ได้แก่ TOP, IRPC, PTTGC, BCG, ESSO, SPRC ในการนำส่งกำไรส่วนหนึ่งที่เกิดจากการกลั่นน้ำมันส่วนเกินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นการชั่วคราว 3 เดือน ตั้งแต่เดือนก.ค.-ก.ย. 2565 เพื่อเป็นเงินอุดหนุนน้ำมันดีเซล 5,000-6,000 ล้านบาท/เดือน และน้ำมันเบนซิน 1,000 ล้านบาท/เดือน รวมประมาณ 7,000 ล้านบาท/เดือน หรือ 3 เดือนคิดเป็น 21,000 ล้านบาท
“ในส่วนของดีเซลจะเอาเข้ากองทุน ช่วยเสริมสภาพคล่องของกองทุนที่ติดลบ 91,089 ล้านบาท เป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 54,574 ล้านบาท และเป็นบัญชีแก๊สหุงต้ม (แอลพีจี) ติดลบ 36,515 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าสิ้นเดือนมิ.ย.นี้ จะติดลบถึง 1 แสนล้านบาท เพื่อให้กองทุนยืนเพดานการตรึงไว้ที่ 35 บาท/ลิตรให้นานที่สุด ส่วนเบนซินจะนำมาเป็นส่วนลดราคาให้ผู้ใช้ลงได้ทันทีประมาณ 1 บาท/ลิตร นอกจากนี้ จะขอความร่วมมือจากโรงแยกแก๊ส ที่มีกำไรจากส่วนเกินส่วนหนึ่งมา 50% เข้ากองทุนเช่นเดียวกัน ประมาณ 1,5000 ล้านบาทต่อเดือน” นายกุลิศกล่าว
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มาตรการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน เป็นหน้าที่ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เป็นผู้รวบรวมมาตรการเพื่อเสนอให้ ครม. พิจารณาเห็นชอบ ในส่วนของกระทรวงการคลัง ได้เสนอมาตรการในส่วนที่เกี่ยวข้องให้ สศช. ไปพิจารณาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง
ส่วนมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลิตรละ 5 บาท เป็นเวลา 2 เดือน ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 20 ก.ค.นี้ กระทรวงคลังจะร่วมกับฝ่ายนโยบายพิจารณาว่า ต้องขยายเวลาต่อไปเพื่อพยุงราคาน้ำมันดีเซลที่แพงขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือไม่
คลังยันคุมหนี้สาธารณะได้
สำหรับความกังวลของหลายฝ่ายเกี่ยวกับแนวโน้มหนี้สาธารณะของประเทศไทย นายกฤษฎาว่า ปัจจุบันสัดส่วนหนี้สาธารณะของไทย อยู่ที่ประมาณ 60.81% คิดเป็นวงเงิน 10.01 ล้านล้านบาท ถือว่ายังอยู่ในกรอบวินัยการเงินการคลัง
“หากยังมีการบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ สัดส่วนหนี้สาธารณะของประเทศไทยจะอยู่ไม่เกินกรอบวินัยการเงินการคลังอย่างแน่นอน ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงเกี่ยวกับหนี้สาธารณะของประเทศไทย เพราะหากดูตามนิยามของคำว่าหนี้สาธารณะแล้ว จะพบว่ามีหนี้สาธารณะส่วนหนึ่ง ราว 1.2 ล้านล้านบาท ที่ไม่ต้องใช้เงินงบประมาณในการชำระหนี้ เช่น หนี้ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), หนี้ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และหนี้ของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ที่ใช้เงินของตัวเองในการจ่ายชำระหนี้ ไม่เกี่ยวกับงบประมาณ ดังนั้นหากตัดตัวเลขหนี้ในส่วนนี้ออกไป สัดส่วนหนี้สาธารณะที่แท้จริงจะลดลงมาก และที่ผ่านมาสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ก็มีการบริหารจัดการได้เป็นอย่างดีอยู่ มีการวางแผนปรับโครงสร้างหนี้รองรับทิศทางอัตราดอกเบี้ย ขาขึ้นในปัจจุบัน“ นายกฤษฎากล่าว
กะหล่ำปลี-กล้วย-ส้มขยับอีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการสำรวจราคาสินค้าในตลาดสด พื้นที่กรุงเทพมหานคร ของกรมการค้าภายใน (คน.) ประจำวันที่ 15 มิ.ย. เปรียบเทียบกับวันที่ 14 มิ.ย.2565 พบว่า กะหล่ำปลี ราคาปรับขึ้น 5 บาท/ก.ก. เป็น 25-30 บาท/ก.ก. เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดสลับกับมีฝนตกในพื้นที่เพาะปลูก ทำให้เป็นอุปสรรคในการเก็บเกี่ยว และผลผลิตบางส่วนได้รับความเสียหาย ผลผลิตจึงออกสู่ตลาดลดลง ประกอบกับต้นทุนการผลิต และค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ความต้องการบริโภคยังคงมีอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ ส้มเขียวหวาน (เบอร์ 5) ปรับขึ้น 10 บาท/ก.ก. เป็น 55-60 บาท/ ก.ก. เนื่องจากเป็นช่วงปลายฤดูผลผลิตจึงออกสู่ตลาดลดลง สวนทางกับความต้องการบริโภคที่ยังมีอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กล้วยหอมทองใหญ่ (14 ผล) ปรับขึ้น 20 บาท/หวี เป็น 100-120 บาท/หวี
1ก.ค.‘กาแฟ-แป้งฝุ่น’ขึ้นราคา
ด้านนายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่งค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ ผู้ผลิตได้แจ้งขอปรับขึ้นราคาสินค้ามาหลายราย โดยจะเริ่มปรับราคา ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2565 อาทิ กาแฟสำเร็จรูป ยี่ห้อดัง ขอปรับขึ้น 5-10% รวมทั้ง น้ำจิ้มสุกี้ ยี่ห้อดัง แป้งฝุ่นโรยตัว และผงชูรส
ส่วนกรณีการขอปรับขึ้นราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนั้น หากพิจารณาตามต้นทุนพบว่า ผู้ผลิตมีต้นทุนเพิ่มขึ้นจริง แต่รัฐบาลไม่อนุมัติให้ปรับ หากผลิตแล้วขาดทุนผู้ผลิตคงลดกำลังการผลิตลงอาจกระทบผู้บริโภค
“รัฐบาลควรที่จะให้บะหมี่ปรับขึ้นราคาตามต้นทุน เพื่อให้ยังทำธุรกิจได้ เพราะรัฐบาลเองก็จะปรับขึ้นราคาทุกอย่างที่เป็นต้นทุน ค่าแรงขั้นต่ำก็จะปรับขึ้น ส่วนค่าไฟฟ้า ราคาแก๊สหุงต้ม น้ำมันเชื้อเพลิง รัฐบาลก็ปรับขึ้นต่อเนื่อง แต่กลับมาห้ามไม่ให้เอกชนขึ้นราคาสินค้า” นายสมชายกล่าว
ยืดคุมราคา 51 สินค้าอีกปี
ที่รัฐสภา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ว่า ที่ประชุมมีมติให้ต่ออายุสินค้าและบริการควบคุมออกไปอีกเป็นเวลา 1 ปี โดยสินค้าควบคุมมีทั้งหมด 46 รายการ และบริการมี 5 รายการ รวมเป็น 51 รายการ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.-30 มิ.ย.2566
นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติให้ผู้ที่จะขนย้ายข้าวโพดต้องขออนุญาตเพิ่มเติม จากเดิมต้องขออนุญาตการขนย้ายใน 12 จังหวัด 45 อำเภอ 1 เขต คือท่าเรือคลองเตย โดยให้เพิ่มอีก 3 จังหวัด 7 อำเภอ เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ที่มีการนำเข้า ประกอบด้วย 1.จ.ตรัง อ.กันตัง 2.จ.ระนอง อ.เมือง และ 3.จ.กาญจนบุรีใน 5 อำเภอ คือ 1.อ.เมือง 2. อ.สังขละบุรี 3.อ.ไทรโยค 4.อ.ทองผาภูมิ และ 5.อ.ด่านมะขามเตี้ย
ยังไม่ให้บะหมี่ซองขึ้นราคา
ส่วนกรณีที่สินค้าบางรายการเสนอขอปรับขึ้นราคานั้น ต้องดูในรายละเอียดไม่ใช่ยื่นแล้วจะอนุญาต ต้องดูลึกในแต่ละตัวว่าต้นทุนเพิ่มขึ้นในปริมาณเท่าใด ถ้าต้องขึ้นราคาต้องเป็นอย่างไร
“เรื่องบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตอบไปแล้วว่าได้ขอปรับราคาหลายครั้ง แต่ยังไม่อนุญาต โดยพยายามตรึงราคาให้นานที่สุด ต้องขอความร่วมมือ ซึ่งผู้ประกอบการให้ความ ร่วมมืออย่างดี เพราะทราบว่าจะกระทบประชาชนจำนวนมาก กระทบผู้มีรายได้น้อยจำนวนมากที่ต้องพึ่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ต้องขอบคุณผู้ประกอบการที่ช่วยตรึงราคาด้วย” นาจุรินทร์กล่าว
สองแถวพกเตาแก๊สต้มกินเอง
ส่วนปัญหาราคาน้ำมันแพง ที่บริเวณหน้าสถานีรถไฟนครลำปาง ซึ่งเป็นจุดจอดรถโดยสารรับจ้าง ไว้บริการประชาชน บรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา แต่ยังคงมีสี่ล้อรับจ้าง เขียว-เหลือง ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมารับส่งผู้โดยสารเพียง 3-4 คัน จากที่มีกว่า 10 คัน โดยผู้ขับรถสองแถวต่างระบุว่า ทุกวันขับรถออกจากบ้านมาตั้งแต่ตี 1 มาจอดรอบริการผู้โดยสารที่มากับรถไฟ ระหว่างรอ จากที่เคยกินอาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยว ข้าวมันไก่ แต่พอราคาอาหารขึ้นราคาทำให้ต้องประหยัด ต้องปรับตัวโดยนำเตาแก๊สแบบพกพาที่ใช้แก๊สกระป๋อง รวมไปถึงกาแฟซอง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ติดรถไว้ เมื่อหิวก็ต้มกินเองที่ท้ายรถ เดี๋ยวนี้ต้องวัดดวงว่าจะมีผู้โดยสารมาใช้บริการกี่คน หรือบางวันก็ไม่ได้เงินสักบาทก็ยังมี ทำให้คนขับหลายคนเริ่มจอดรถไว้ที่บ้านแล้วหันไปทำอาชีพอื่นกัน