สิ้นมิย.-รับสภาพ กองทุนรูดแสนล.

‘สุพัฒนพงษ์’ รมว.พลังงาน แจงปมน้ำมันแพงจากวิกฤตสงครามซ้อนโควิด ไม่เกี่ยวรัฐบาลถ้าไม่อุ้มดีเซลตอนนี้ทะยานลิตรละ 45 บาท คาดสิ้นมิ.ย.กองทุนน้ำมันติดลบแสนล้าน โต้ค่ากลั่น 8 บาท ยันแค่ 3 บาท วอน คนไทยร่วมประหยัดพลังงาน ทุก 10% ช่วยลดเงินจากการนำเข้า 10% ตั้งเป้ารณรงค์ ลดใช้พลังงาน 20% หนุนใช้รถยนต์ไฟฟ้า คาดสถานการณ์น้ำมันแพงยืดเยื้อ ลุ้นกลุ่มจี 7 หาทางออกให้ประชากรโลก

เมื่อเวลา 08.05 น. วันที่ 18 มิ.ย. นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน กล่าวในรายการ “คุยเรื่องบ้าน คุยเรื่องเมือง คุยทุกเรื่องกับรัฐมนตรี” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียง แห่งประเทศไทย เอฟเอ็ม 92.5 เมกะเฮิร์ตซ์ เรื่อง “ทำไมน้ำมันแพงขึ้น รัฐบาลช่วยอะไร อยู่บ้าง” ว่า ก่อนหน้าเกิดโควิด-19 ราคาน้ำมันทรงตัวอยู่ที่ 70-80 เหรียญสหรัฐต่อบาเรลล์ ในช่วงโควิด-19 การเดินทางไปมาหาสู่กันลดลง การใช้พลังงานก็ลดลงเช่นกัน ราคาอยู่ที่ 50 เหรียญต่อบาร์เรล ปี 2564 เริ่มมีวัคซีน เศรษฐกิจก็เริ่มดี ก่อนจะมีกิจกรรมและการเดินทางเพิ่มขึ้น การใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปลายปี 2564 ราคาเริ่มทะยานขึ้นเป็น 70 เหรียญต่อบาร์เรล และขึ้นไปเกือบ 100 เหรียญต่อบาร์เรล ต้นปี 2565 การใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นอีกครั้งหลังความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนขยายวง ทำให้เกิดวิกฤตราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นไม่จบ น้ำมันบางตัวสูงขึ้นเป็นประวัติศาสตร์ เพราะรัสเซียผลิตน้ำมัน 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็นร้อยละ 10 ของปริมาณน้ำมันโลก ราคาเพิ่มเป็น 120 เหรียญต่อบาร์เรล และไม่มีทีท่าจะหยุด รวมไปถึงก๊าซธรรมชาติก็สูงขึ้นเช่นกัน

นายสุพัฒนพงษ์กล่าวต่อว่า ราคาน้ำมันและพลังงานปรับตัวเพิ่มขึ้นเนื่องจากปัจจัยภายนอกที่เกิดขึ้นทั่วโลก เป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต สงครามซ้อนโควิด เป็นสิ่งที่ต้องอยู่กับเราสักระยะ ราคาน้ำมันขึ้นเกือบ 2 เท่า พร้อมกับสินค้าอีกหลายอย่างที่เป็นวัตถุดิบแพงขึ้นอีก 7-8 ตัว อาทิ พลังงาน ข้าวสาลี ทองแดง ส่งผลให้มีการกักกันทางการค้า สินค้าหลายประเภทที่แพงขึ้นกระทบต่อเมืองไทยและทำให้ค่าบาทอ่อนตัว แม้จะดี ต่อการส่งออก เศรษฐกิจยังดำเนินการ ต่อได้แม้เงินเฟ้อจะสูงขึ้น เศรษฐกิจยังโตได้เแต่สินค้านำเข้าจะแพงขึ้น เป็นผลกระทบ 2 ด้าน อยากให้ประชาชนเข้าใจว่าไม่ใช่เรื่อง ที่รัฐบาลก่อขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยภายนอก ราคาน้ำมันในอาเซียน 10 ประเทศ มีเพียงไม่กี่ประเทศที่ราคาถูกกว่าไทย คือมาเลเซียและบรูไน เพราะเป็นผู้ส่งออก ผู้ขายน้ำมัน จึงแบ่งปันกำไรมาช่วยประชาชนได้ รัฐบาล พยายามรักษา ประคับประคองค่าครองชีพ โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล เพราะกระทบวงกว้าง เงินเก็บเข้ากองทุนจะไม่เหลือแล้ว ทั้งนี้รัฐบาลต้องรักษาเสถียรภาพให้ไทยมีพลังงาน ใช้ตลอดเวลา หากต้องตรึงราคาทุกตัว อาจเกิดข้อจำกัด

รองนายกฯ และรมว.พลังงาน กล่าวถึงค่าการกลั่นน้ำมันว่า ในปี 2565 กระทรวงพลังงานใช้วิธีเดิมในการคำนวณ ค่าการ กลั่นอยู่ที่ 3 บาทต่อลิตร ตัวเลข 8-9 บาทต่อลิตร ไม่รู้ว่าคำนวณอย่างไร เป็นเรื่อง ที่พูดคุยกัน รัฐบาลขอความร่วมมือจาก โรงกลั่นในการช่วยเหลือประชาชนตลอดเวลาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน หากไทยไม่มีโรงกลั่น ปล่อยให้นำเข้า อาศัยการซื้อน้ำมันจากต่างประเทศ ต้องแย่งซื้อและบวกค่าขนส่ง ราคาต้องสูงกว่าทุกวันนี้มาก ต้องสำรองน้ำมันดิบไม่ต่ำกว่า 10 วัน แต่ทุกวันนี้ไทยมีสำรองไว้ไม่ต่ำกว่า 60 วัน เพื่อป้องกันการขาดแคลน

“รัฐบาลตรึงราคาดีเซลให้อยู่ที่ 110 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ตรึงราคาไว้ที่ 30 บาทต่อลิตร ราคาทุกวันนี้ขึ้นไปอยู่ประมาณ 170 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล น้ำมันดิบ 120 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ก็ต้องปรับขึ้น เป็นความจำเป็น ราคา ขึ้นมาประมาณ 35 บาทต่อลิตร แต่รัฐบาลยังช่วยอยู่ หากไม่ช่วยอะไรเลยราคาน้ำมันดีเซลจะอยู่ที่ 45 บาทต่อลิตร รัฐบาล ช่วยอุ้มราคา 10 บาทต่อลิตร หรือประมาณ 2 หมื่นล้านบาทต่อเดือน กองทุนน้ำมันติดลบอยู่ 9 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะถึง 1 แสนล้านบาทในสิ้นเดือนนี้ หากปรับราคาขึ้นเลยทีเดียวจะไม่กระทบแค่การขนส่ง แต่จะเป็นภาระให้ประชาชน ราคาสินค้าจะแพงขึ้น สำหรับการช่วยเหลือผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่มีใบอนุญาตสาธารณะ ตอนนี้ ดำเนินการไปแล้ว กำลังศึกษาเพื่อขยายผลไปสู่ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ภายในเดือนมิ.ย.นี้น่าจะรู้กัน” นายสุพัฒนพงษ์กล่าว

นายสุพัฒนพงษ์กล่าวถึงราคาแก๊สหุงต้มว่าต้องช่วยเหลือ โดยอุดหนุนราคาประมาณ 1,500-2,000 บาทต่อเดือน แต่ต้องปรับราคาขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลช่วยเหลือคนตัวเล็กคนถือบัตรสวัสดิการ พ่อค้า แม่ขาย ส่วนการขึ้นอัตราค่าไฟฟ้าขึ้นทีละ 25 สตางค์ สำหรับผู้ที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือนรัฐบาลก็ดูแล ทั้งนี้รัฐบาลขอความช่วยเหลือไปยัง ปตท. หลายเรื่องกำลังดำเนินการอยู่ รวมแล้วตลอดเวลา 2 ปีกว่า จากช่วงโควิดถึงปัจจุบัน เม็ดเงินที่รัฐบาลช่วย 2 แสนล้านบาทเพื่อลดผล กระทบจากราคาพลังงานที่ขึ้นเกิน 2 เท่าตัว บางประเทศปรับเพิ่มขึ้นเลย บางประเทศปล่อยไหล เป็นความตั้งใจของรัฐบาล ที่พยายามรักษาเสถียรภาพทางการเงิน เมื่อพ้นวิกฤตแล้วเราต้องแข็งแรง

“ในยามโควิด-19 มันแสนสาหัส แต่คนไทยร่วมมือเห็นอกเห็นใจกัน โดยกระทรวงพลังงานพยายามให้ความรู้ในการช่วยประหยัดพลังงาน คนไทยสามารถลดราคาน้ำมันประมาณ 10% ช่วยประเทศชาติไม่ต้องนำเข้าพลังงานให้สูงขึ้น การประหยัดทุกๆ 10% ของการใช้ จะลดเงินในการนำเข้า 10% เป็นความคุ้มค่า เป็นหน้าที่ของคนไทยและรัฐบาล กระทรวงพลังงานพร้อมรณรงค์ในเรื่องนี้ โดยมีเป้าหมายลดการใช้พลังงาน 20%” นายสุพัฒนพงษ์กล่าว

รองนายกฯ และรมว.พลังงาน กล่าวในตอนท้ายว่าคาดว่าสถานการณ์น้ำมันแพง จะยืดเยื้อ รัฐบาลยังคงติดตามใกล้ชิด ปลายเดือนมิ.ย.นี้จะมีการประชุมจี 7 ประเทศมหาอำนาจโลก ต้องหาทางออกให้ประชากร ทั้งโลก ทั้งนี้ได้ฝากหน่วยงานพลังงานให้ข้อมูลนำเสนอกลุ่มจี 7 ตามแนวทางที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ไว้ ให้คิดถึงผลกระทบต่อทั่วโลก หากราคาพลังงานแพงเช่นนี้จะทำอย่างไร ปัญหาพลังงานไม่ใช่สิ่งที่เราก่อ เราต้องติดตาม ใกล้ชิด รัฐบาลสนับสนุนให้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) สำหรับผู้ที่เตรียมจะเปลี่ยนรถยนต์ ซึ่งต้นทุนการเดินทางจากการใช้พลังงานไฟฟ้าไม่ถึง 1 บาทต่อกิโลเมตร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน