มติข้างมาก-เร่งทำกม.ลูก ‘บิ๊กตู่’แนะไม่เคยอย่าลอง เข้าแอพทะลุ 40ล้านครั้ง รพ.จุฬาป่วยเข้ารักษา3ราย

‘กมธ.’เคาะกม.ลูกคุมกัญชาเสรี ให้ปลูกได้บ้านละไม่เกิน 10 ต้น ส่วนปลูกเพื่อพาณิชย์ ธุรกิจขนาดเล็กไม่เกิน 5 ไร่ ขนาดกลาง 5-20 ไร่ ขนาดใหญ่ 20 ไร่ขึ้นไป แต่ต้องให้ผลตอบแทนรัฐมากขึ้นด้วย ส่วนปลูกเพื่อการแพทย์ได้รับความคุ้มครอง เพียงแค่ต้องจดแจ้ง ‘บิ๊กตู่’ยอมรับปลดล็อกกัญชากระทบหลายมิติ เตือนใครไม่เคยใช้ ก็อย่าลอง ผลวิจัยชี้กัญชาเสรีได้ไม่คุ้มเสีย ร.พ.จุฬาฯ เผยมีคนไข้เข้ารักษาเคสจากกัญชา 3 ราย ส่วนใหญ่กินอาหารผสมกัญชา

‘ตู่’เตือนใครไม่เคยก็อย่าใช้กัญชา
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 มิ.ย. ที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการปลดล็อกการใช้กัญชา โดยมีการออกกฎระเบียบและข้อบังคับ ตามหลัง ทำให้เกิดผลกระทบในหลายมิติว่า ทราบอยู่แล้วว่าต้องมีผลกระทบแน่นอน และวันนี้ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแล้ว โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุขเป็นประธาน ระหว่าง ที่รอกฎหมายคือพระราชบัญญัติที่ยังไม่ออกมา แต่มีการออกกฎกระทรวงมาใช้ก่อนแล้ว ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดสื่อมวลชนต้องช่วยกัน ทุกคนจะต้องระมัดระวังตัวกันอย่างไร อะไรที่ใช้ได้ หรืออะไรที่ใช้ไม่ได้ และวันนี้ก็มี บทลงโทษแล้ว ฉะนั้นการสร้างความรำคาญในสิ่งที่เขาไม่ให้ทำแล้วไปทำ เจ้าหน้าที่สามารถ ดำเนินคดีได้และเสียค่าปรับ หรือมีโทษอื่น ก็แล้วแต่ ดังนั้นจะต้องสร้างความเข้าใจทุกอย่าง จะทำอะไรก็ตามมีทั้งวิกฤตและโอกาส เรามุ่งหวัง ที่จะให้เป็นแหล่งพืชเศรษฐกิจตามที่มีมติ เห็นชอบมาด้วยกันทั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) และอะไรก็แล้วแต่ จึงทำให้เกิดสิ่งนี้ขึ้นมา

“สิ่งสำคัญที่สุดเราต้องสร้างความเข้าใจและต้องย้ำเตือนว่าไม่เคยใช้ ก็อย่าไปลองใช้ เพราะมีผลต่อสุขภาพ เขาก็พูดมาแล้วว่า สูบแล้วจะเป็นอย่างไร ใครที่ไม่เคยสูบจะมีอาการแพ้อย่างไร สมองจะมีปัญหาอย่างไรต้องมองตรงนี้ ถ้าพ.ร.บ.ดังกล่าวออกมาก็จะมี บทลงโทษตามมาอีก วันนี้ต้องใช้เวลาอีกนิดในการทำความเข้าใจ เราต้องมองอีกด้านของผลดีว่ามีอะไรอีกบ้าง” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

กมธ.เคาะปลูกกัญชาบ้าน 10 ต้น
ที่รัฐสภา นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา กัญชง (ฉบับที่…) พ.ศ. …แถลงข่าวความคืบหน้า ความเห็นและการเดินหน้าของร่างพ.ร.บ. กัญชา-กัญชงในช่วงสุญญากาศที่ยังไม่มีกฎหมายออกมาว่า กรรมาธิการทุกท่าน ขอขอบคุณสื่อมวลชนและสถานศึกษาทุกแห่งที่ช่วยทำความเข้าใจในเรื่องของการระมัด ระวังการใช้กัญชาในกลุ่มเยาวชนที่มีอายุ ต่ำกว่า 20 ปี และกมธ.มีความเห็นตรงกันว่า ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวมีเจตนารมณ์ในการควบคุมการใช้กัญชาอยู่แล้ว ซึ่งสอดรับกับกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ที่ควบคุมและห้ามมีการใช้กัญชาในกลุ่มเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี ดังนั้นจึงขอให้ประชาชน รวมถึงสถานศึกษาทุกแห่งได้คลายกังวลใจในการใช้กัญชา ว่าพวกเราทั้งหมดได้รับรู้และมีความกังวลไม่ต่างกัน ในเรื่องการควบคุมการเข้าถึงการใช้กัญชา

นายปานเทพกล่าวต่อว่า ประการที่สอง ประโยชน์ของการใช้กัญชา ทางกมธ.ทราบอยู่แล้วว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพ และขณะนี้มีการเข้าถึงเว็บไซต์ในวันที่ 19 มิ.ย. จำนวน 39 ล้านครั้ง และมีผู้จดแจ้งในการปลูกกัญชาไม่ต่ำกว่า 9 แสนราย

“ความคืบหน้าของหลักการที่กมธ.จะวางกรอบในการพิจารณา มีดังนี้ การปลูกใน ครัวเรือนในอนาคตจะเป็นจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งทางกมธ.เสียงข้างมากได้พิจารณาแล้ว เห็นว่าให้ครัวเรือนปลูกกัญชาได้ไม่เกิน 10 ต้น เพื่อความคล่องตัวและเจตนารมณ์ในการ ส่งเสริมให้ประชาชนที่เป็นรายย่อยได้ประโยชน์ สูงสุดจากพ.ร.บ.ดังกล่าว ทั้งนี้กมธ.กำหนด การปลูกทางเศรษฐกิจเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.ขนาดเล็ก ปลูกไม่เกิน 5 ไร่ โดยจะลดค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายให้น้อยที่สุด หรือไม่ควรไม่มีเลย 2.ขนาดกลาง ประมาณ 5-20 ไร่ มีขั้นตอนการขออนุญาตเพิ่มขึ้นมาพอประมาณ และ 3.ขนาดใหญ่ มากกว่า 20 ไร่ขึ้นไป ถือเป็น กลุ่มผู้ลงทุนที่หวังผลทางธุรกิจ จึงต้องมีผลตอบแทนให้รัฐมากขึ้น”

นายปานเทพกล่าวด้วยว่า ส่วนการใช้ประโยชน์กัญชาทางการแพทย์ ทางกมธ. เห็นพ้องว่าการปลูกกัญชาของทั้งแพทย์ แผนปัจจุบัน แพทย์แผนไทย และผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์อื่นๆ จะได้รับการคุ้มครอง ในฐานะเพียงจดแจ้งเท่านั้น และจะเหมือนกับผู้ประกอบการขนาดเล็ก ยืนยันว่า กมธ. จะพิจารณากฎหมายฉบับนี้ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทุกคน และเป็นไปเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจประเทศให้มากที่สุด

ผลวิจัยชี้ได้ไม่คุ้มเสียกัญชาเสรี
ด้านรศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ สภาวิจัยแห่งชาติ สาขาเศรษฐศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายกัญชาเสรีว่า ประเทศไทย ทำกัญชาให้เป็นพืชเศรษฐกิจ คาดว่าจะสร้างมูลค่าได้ถึงหมื่นล้านบาท แต่ไทยมีปัญหา การบังคับใช้กฎหมาย หากกำกับควบคุมไม่ดี อาจนำมาสู่ผลเสียหายทางเศรษฐกิจ สังคมและสุขภาพ มากกว่าผลดี นำมาสู่ค่าใช้จ่ายด้านรักษาพยาบาล คุณภาพแรงงานถดถอย ขณะที่การศึกษาวิจัยผลกระทบจากนโยบายกัญชาเสรียังมีไม่มาก แต่บ่งชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ได้ไม่คุ้มเสีย หากมีระบบ การกำกับควบคุมไม่ดีพอ ประเทศส่วนใหญ่จึงไม่มีนโยบายกัญชาเสรี หากจะเปิดเสรี จะจำกัดใช้ทางการแพทย์และสุขภาพ ไม่ใช่สันทนาการนำไปผสมเครื่องดื่มหรืออาหาร ซึ่งก่อให้เกิดการเสพติดและเป็นอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาว หลายประเทศ หลายสังคม ก็ไม่สนับสนุนด้วยเหตุผลทางศาสนาและ ศีลธรรมจรรยา ดังนั้น เรื่องกัญชาเสรีต้องคิดถึงผลดีผลเสียให้รอบคอบ

แนะ 7 มาตรการควบคุม
รศ.ดร.อนุสรณ์กล่าวต่อว่า การที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประกาศให้ “กัญชา” เป็น “สมุนไพรควบคุม” เป็นเรื่องควรกระทำ เพราะกัญชาถือเป็นสินค้าบริการที่เป็นภัย ต่อสุขภาพ คือมีการควบคุมอายุและการเข้าถึง มีผลเสียจากการบริโภค เช่นเดียวกับฝิ่น ยาสูบ สุรา และสารเสพติดทั้งหลาย หากมีการซื้อขายในตลาดจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยหรือความตายในอนาคต รวมถึงปัญหาสังคม อาชญากรรม เด็กและเยาวชน สุขภาพ และผลิตภาพแรงงานลดลง เป็นต้น รัฐบาลต้องมีมาตรการเพื่อควบคุมใช้กัญชาทางการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น หากเปิดให้มีการเสพหรือบริโภคต้องมีมาตรการ 7 ข้อ คือ

1.เก็บภาษีสรรพสามิตอัตราสูง นำเงินไปใช้ ส่งเสริมสุขภาพและให้ความรู้ประชาชน 2.กำหนดอายุขั้นต่ำผู้ซื้อหรือเสพ 25 ปีขึ้นไป 3.ห้ามโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับสารสกัดจากกัญชาที่มีผลเสียต่อสุขภาพ 4.มีคำเตือนถึงภัยและผลกระทบ เผยแพร่ข้อมูลประโยชน์ และโทษของกัญชา 5.บังคับผู้ประกอบการหรือผู้ขายเปิดเผยส่วนผสมของกัญชาในอาหาร เครื่องดื่มอย่างชัดเจน 6.กำหนดพื้นที่และเวลาสำหรับเป็นเขตปลอดกัญชา และ 7.จำกัดการนำเข้าและส่งออกกัญชาและผลิตภัณฑ์กัญชา ยกเว้นการใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ และผลิตยารักษาโรค

“งานวิจัยพบว่าหลังเปิดเสรีกัญชาในบางรัฐ ของสหรัฐ มุมมองต่ออันตรายของกัญชาเปลี่ยนแปลงไป คือเห็นว่าไม่มีอันตรายและสังคมยอมรับมากขึ้น จึงมีเด็กและเยาวชนมากกว่า 37% เคยทดลองสูบ และ 22% ยังคงสูบอยู่ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาสมองและระบบประสาท นอกจากนี้ มีความสัมพันธ์ชัดเจนมากขึ้นระหว่างปัญหาสังคม อาชญากรรม อุบัติเหตุกับการเสพกัญชา ส่วนผลต่อการลดลงของผลิตภาพแรงงานมีความแตกต่างตามอายุ ยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจน การใช้กัญชายังส่งผลต่อความปลอดภัยในสถานที่ทำงานและสังคมลดลง เช่นเดียวกับการบริโภคสุรา ขณะที่ค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาความเจ็บปวดเรื้อรังลดลงในมลรัฐที่เปิดเสรีกัญชา เพราะเข้าถึงการรักษาป่วยเรื้อรังดัวยตัวเอง ไม่ต้องอาศัยใบสั่งยา ส่วนความรู้และการใช้สารสกัดจากกัญชาอย่างเหมาะสม มีงานวิจัยบ่งชี้ชัดเจนว่า การทำให้กัญชาและสารสกัดจากกัญชาถูกกฎหมาย ทำให้มีการใช้อย่างไม่ถูกต้องเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่สามารถบ่งชี้ว่า ทำให้มีการใช้สารเสพติดประเภทอื่นๆ เช่น ฝิ่น โคเคน เฮโรอีน เพิ่มขึ้นหรือไม่”

แห่ลงทะเบียนกัญชา 40 ล้านครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้อมูลการจดแจ้ง ณ เวลา 07.00 น. วันที่ 20 มิ.ย. พบมีประชาชน เข้าใช้งานระบบ 40,389,719 ล้านครั้ง ลงทะเบียน 893,709 คน ออกใบรับจดแจ้งกัญชาแล้ว 866,155 ใบ ออกใบรับจดแจ้งกัญชง 27,554 ใบ ขณะเดียวกัน ร้านจำหน่ายช่อดอกกัญชาก็มีผู้คนให้ความสนใจอย่างมาก ถึงกับต้อง ต่อคิวเลือกซื้อ

พิษกัญชาเข้ารักษารพ.จุฬาฯ 3 ราย
ด้านรศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า หลังจากปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด ขณะนี้พบผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกัญชาเข้ารับการรักษาในร.พ.จุฬาฯ สภากาชาดไทย รวม 3 ราย ทั้งหมดอยู่ในกลุ่มวัยกลางคน ส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากการบริโภคอาหารที่มีส่วนผสมกัญชา บางคน รับประทานคุกกี้ และไม่รู้ถึงปริมาณที่เหมาะสม ว่าควรบริโภคที่เท่าไร

“ตอนนี้เริ่มมีหน่วยงานของรัฐหลาย หน่วยงานมาให้ความรู้แล้ว เช่นกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ที่ทำอินโฟกราฟิกระบุถึงสัดส่วนของการใช้กัญชาในอาหาร เพื่อไม่ให้ ผู้บริโภคได้รับอันตราย เชื่อว่าจากนี้ประชาชนจะเข้าใจปริมาณที่เหมาะมากขึ้น ในการ รับประทานนั้น รับประทานเล็กๆ น้อยๆ พอได้ แต่คนที่มีภาวะโรคหัวใจ ไม่ควรรับประทาน ส่วนเรื่องการรวบรวมสถิติเกี่ยวกับผลกระทบจากกัญชาหลังมีการปลดล็อก ก็ยังอยู่ระหว่างการรวบรวม” รศ.นพ.ฉันชายกล่าว

16 วิสาหกิจชุมชนสารคามขอปลูก
ด้านนพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์ สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า หลังจากประกาศปลดล็อกเรื่องกัญชา ตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. จ.มหาสารคาม ยังไม่มีรายงานเรื่องการสูบหรือการใช้กัญชา จนทำให้มีผล กระทบต่อร่างกายประชาชนที่มาเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลทุกแห่งในเขตพื้นที่จ.มหาสารคาม ส่วนใหญ่จะเน้นไปทางกัญชาที่ใช้ทางการแพทย์ ที่มีการปลูกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ในส่วนการผลิตกัญชาในพื้นที่ ล่าสุด มีกลุ่มวิสากิจชุมชนที่ร่วมโครงการปลูกกัญชาแบบมีใบอนุญาตเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์แล้ว 16 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นการปลูกและเก็บผลผลิตเพื่อป้อนเป็นวัตถุดิบให้โรงงานผลิตสมุนไพรทางการแพทย์ของเอกชนและ โรงพยาบาลรัฐ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงพยาบาลและหน่วยงาน สาธารณสุขหลายแห่งในจ.มหาสารคาม ขึ้นป้ายแสดงข้อความแนะประชาชนใช้กัญชาอย่างถูกต้อง พร้อมเตือนประชาชน ไม่สูบเพื่อสันทนาการหรือความบันเทิง เพราะควัน และสารเคมีจากการเผาไหม้ที่เข้าสู่ร่างกาย จะส่งผลเสียต่อสุขภาพ หากจะใช้ในทางการแพทย์หรือรักษาโรค ควรอยู่ภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งจะต้องคำนวณการใช้งานให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน