นายกฯสั่งคมนาคมแก้ด่วนรวบปิกอัพเติม3ปั๊มซิ่งหนี‘ธอส.’แจ้งขอขึ้นดอกเบี้ยกู้

รถทัวร์แห่ขอลดเที่ยววิ่งเพิ่มอีก รวมแล้ว 32 บริษัท 165 เส้นทาง ตั้งแต่ 1 ก.ค.นี้ตามกำหนดเดิม ‘บิ๊กตู่’ สั่งด่วนคมนาคมเร่งแก้ปัญหา แจงดึงสมช.เข้ามาคุมวิกฤตของแพง แค่เป็นหน่วยประสานงานกับกระทรวงเศรษฐกิจ ชี้กระทบความมั่นคง ขณะที่ตำรวจเมืองตาก รวบหนุ่มขายกระเป๋าขับกระบะเข้าไปเติมน้ำมัน 3 วัน 3 ปั๊มเต็มถังก่อนซิ่งรถหนีไป อ้างศก.ไม่ดี น้ำมันแพง ส่วนพืชผักปรับราคาอีก ผักกวางตุ้ง คัด ขึ้นราคากิโลละ 5 บาท เป็น 30-35 บาท เหตุถูกพายุฝนถล่มแหล่งปลูก ส่วนถั่วฝักยาว คัด ก็ขึ้นก.ก.ละ 5 บาท เป็น 60-65 บาท ด้าน โรงผลิตเตาอั้งโล่มหาเศรษฐีพิษณุโลก มีออร์เดอร์เพิ่มพรวดทั้งในและต่างประเทศ อ่วมอีก ธอส.แจ้งปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกต.ค.นี้ ชี้กระทบกลุ่มคนรายได้กู้เงินซื้อบ้านได้ ยากขึ้น มหาดไทยแจ้งขยายเวลาจ่ายภาษีที่ดินออกไปถึงก.ย.

‘บิ๊กตู่’จี้แก้ของแพง-ทัวร์ลดวิ่ง
เมื่อเวลา 11.05 น. วันที่ 23 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ชี้แจงกรณีราคาสินค้าอุปโภคบริโภคขยับตัวสูงขึ้น โดยล่าสุดข้าวสารบรรจุถุงเตรียมปรับขึ้นราคา ในวันที่ 1 ก.ค.นี้ว่า นายกฯ มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) พยายามดูแลเพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้บริโภคให้มากที่สุด

ส่วนกรณีผู้ให้บริการรถร่วม ขสมก.เตรียมลดจำนวนการให้บริการ รวมทั้งภาคขนส่ง รถทัวร์ 27 บริษัท 143 เส้นทาง ทั่วประเทศเตรียมลดเที่ยววิ่งลง 80% เนื่องจากไม่สามารถแบกรับต้นทุนราคาพลังงานได้ นายธนกรกล่าวว่า ว่า นายกฯ ให้ชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่มีการลดจำนวน ซึ่งกระทรวงคมนาคมกำลังเจรจาและมีแผนสำรองไว้แล้ว เพื่อเตรียมการแก้ปัญหาหากมีการกระทบกับประชาชน โดยให้บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เตรียมการไว้

ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าทำไมต้องใช้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มาเป็น ตัวหลักในการแก้ปัญหาในหลายๆ เรื่องนั้น นายธนกรกล่าวว่า นายกฯ มองว่าในอนาคต หรือหลังจากนี้ไปสถานการณ์ของประเทศในเรื่องวิกฤตพลังงานต่างๆ แม้อยู่นอกประเทศ ก็ส่งผลกระทบมาที่เมืองไทย ดังนั้นการแก้ปัญหาต่างๆ ไม่ใช่เสร็จในเร็ววัน ในส่วนของสมช. นายกฯ จึงได้สั่งการให้เป็นเจ้าภาพเตรียมข้อมูลต่างๆ ด้านความมั่นคง ทั้งอาหารและพลังงาน และมีหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นสิ่งใหม่ที่มองในวิชั่นของนายกฯ ที่เห็นว่าจะเกิดสถานการณ์ในวันข้างหน้า และนายกฯ ประชุมองค์รวมทั้งหมดไม่ใช่ เฉพาะสมช. แต่สมช.เป็นหน่วยงานประสานงาน ซึ่งมีหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้องมาวางแผนรับมือในอนาคต ทั้งนี้ คิดว่าเรื่องพลังงาน ประเทศไทยแก้ปัญหาได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว หากดูหลายประเทศได้ขอความร่วมมือ ให้ปิดไฟ 2 ชั่วโมงต่อวัน

เลขาสมช.แจงคุมสู้วิกฤต
ด้าน พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสมช. ให้สัมภาษณ์กรณีได้รับมอบหมายจากนายกฯ ให้เตรียมการหารือเรื่องความมั่นคงด้านพลังงานและอาหาร หลังสถานการณ์ โควิด-19 และเหตุความรุนแรงระหว่างประเทศส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ว่า สิ่งที่นายกฯ เป็นห่วงคือการเตรียมความพร้อมรองรับอนาคต เบื้องต้นการประเมินสถานการณ์ ถือเป็นหน้าที่ของสมช.อยู่แล้ว ไม่ว่าสงครามยูเครน-รัสเซีย จะยุติเมื่อใด สั้นหรือยืดเยื้อ แต่ผลกระทบด้านเศรษฐกิจเกิดขึ้นแล้ว จึงต้องมาคิดว่าผลกระทบ ที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยมีอะไรบ้าง โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านเศรษฐกิจเข้ามาหารือแล้ว และจะนำข้อมูลทั้งหมดมารวมกันเพื่อประเมินสรุปเป็นแผนสำหรับอนาคตทั้งระยะเร่งด่วน ปานกลาง และ ระยะยาว

พล.อ.สุพจน์กล่าวว่า ระยะเร่งด่วนจะดูภาวะเงินเฟ้อ เศรษฐกิจชะลอตัวและถดถอย มีผลกระทบกับประชาชนอย่างไร ถือเป็นความมั่นคงทางด้านพลังงานและอาหาร ปัจจัยที่เกี่ยวข้องแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือผู้บริโภคกับผู้ผลิต ซึ่งเราต้องร่วมมือกับภาคเอกชนด้วย ระหว่างนี้เรากำลังพูดคุยเพื่อจัดระบบ ติดตามประเมินผล และทำข้อเสนอแนะให้รัฐบาล คาดว่าจะมีข้อสรุปออกมาวันที่ 1 ก.ค.นี้ หากไม่มีปัจจัยอะไรเข้ามาเกี่ยวข้อง

“สมช.มาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างไร ผมทำงานภายใต้สมช. ผมเป็นเลขาฯ สมช. และเป็นประธานคณะกรรมการเตรียมพร้อมแห่งชาติ ไม่ว่าจะเกิดประเด็นอะไรที่กระทบความมั่นคง คณะกรรมการชุดนี้สามารถหยิบยกขึ้นมาดำเนินการได้ อนาคตอาจ มีการตั้งอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อติดตามและทำข้อเสนอให้รัฐบาล” พล.อ. สุพจน์กล่าว

เมื่อถามว่ารูปแบบการทำงานของสมช.จะอยู่เหนือกระทรวงพลังงานหรือไม่ พล.อ. สุพจน์กล่าวว่า ไม่เหนือ เป็นการทำงานคู่ขนาน เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำข้อมูลให้รัฐบาล เมื่อถามว่า สมช.จะเสนอกฎหมายอะไรหรือไม่ เพราะที่ผ่านมากระทรวงพลังงานขอความร่วมมือเอกชนไม่ได้ พล.อ.สุพจน์กล่าวว่า เสนอเป็นแนวทางได้ แต่ทุกอย่างต้องดำเนินการภายใต้กฎหมายที่มี และอำนาจตามกระทรวงที่รับผิดชอบ

เมื่อถามว่าจะเสนอใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักรหรือไม่ พล.อ. สุพจน์กล่าวว่า พ.ร.บ.ความมั่นคงจะใช้ เมื่อมีความจำเป็น ซึ่งน่าจะอยู่ในแผน

เมื่อถามว่าการดำเนินการตรงนี้จะทับซ้อนกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือไม่ พล.อ.สุพจน์กล่าวว่า ไม่ซ้ำซ้อน เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา สภาพัฒน์ก็มานั่งคุยกัน แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำข้อมูลมาประเมิน เพื่อเตรียมความพร้อมในอนาคต

พืชผักสวนครัวขยับราคาอีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจราคาสินค้าในตลาดสด พื้นที่กรุงเทพมหานคร ของกรมการค้าภายใน ณ วันที่ 22 มิ.ย. เปรียบเทียบกับวันที่ 21 มิ.ย.2565 พบว่ามีสินค้าหลายรายการปรับราคาเพิ่มสูงขึ้น ได้แก่ ผักกวางตุ้ง คัด ปรับขึ้น 5 บาท/ก.ก. เป็น 30-35 บาท, ผักกวางตุ้ง คละ ปรับขึ้น 5 บาท/ก.ก. เป็น 20-25 บาท เนื่องจากมีพายุฝนตกสลับกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดในพื้นที่แหล่งเพาะปลูก ส่งผลให้ผลผลิตบางส่วน ได้รับความเสียหาย ผลผลิตจึงออกสู่ตลาด ลดลง

ถั่วฝักยาว คัด ปรับขึ้น 5 บาท/ก.ก. เป็น 60-65 บาท, ถั่วฝักยาว คละ ปรับขึ้น 5 บาท/ก.ก. เป็น 50-55 บาท, ผักกาดหอม คัด ปรับขึ้น 5 บาท/ก.ก. เป็น 45-50 บาท และผักกาดหอม คละ ปรับขึ้น 5 บาท/ก.ก. เป็น 35-40 บาท

สภายื่นกระทู้ซักของแพง
เวลา 10.40 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดของ นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส. อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ถามนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ถึงปัญหาพลังงาน ทั้งราคาน้ำมัน ที่จะลามไปถึงแก๊ส และไฟฟ้า โดยระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยเอาวิกฤตมาเป็นโอกาสสักครั้งเดียว ปล่อยการบริหารงานไปตามยถากรรม ล่าสุดก็ให้กลับไปใช้เตาอั้งโล่ ใช้ถ่าน และใช้ฟืน นี่คือซูเปอร์เดือดร้อน

ขณะที่นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นกระทู้ถาม นายสุพัฒนพงษ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ถึงปัญหาราคาน้ำมันแพง ที่ควรนำกำไรจาก ปตท.ปีละหลายหมื่นล้านบาท มาช่วยเหลือประชาชน ที่ผ่านมาปี 2563 ปตท.ได้กำไร 30,000 ล้านบาท ปี 2564 กำไร 1 แสนล้านบาท ควรส่งเงินปันผลให้กระทรวงการคลังเพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนการกลั่นน้ำมันนั้น ประเทศไทยมีโรงกลั่นน้ำมันเอง แต่ไม่ตั้งราคากลั่นจากต้นทุนตัวเอง กลับไปอ้างอิงราคาจากสิงคโปร์

จากนั้นนายสุพัฒนพงษ์ชี้แจงว่า รัฐบาลช่วยพยุงราคาน้ำมันดีเซล 11 บาทต่อลิตร และทางกระทรวงการคลังยังลดภาษีสรรพสามิตอีก 5 บาทด้วย ส่วนเรื่องเงินจากกองทุนส่งเสริมอนุรักษ์พลังงาน ก็ต้องส่งคืนเข้าคลัง เพื่อให้เป็นงบประมาณแผ่นดิน

รมต.แจงแนะใช้เตาอั้งโล่
นายสุพัฒนพงษ์กล่าวต่อว่า ทุกประเทศเจอปัญหาเหมือนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกประเทศทำคือการรณรงค์เพื่อประหยัดพลังงาน ซึ่งอยากจะให้สมาชิกกลับไปเผยแพร่สิ่งเหล่านี้ เพราะการประหยัดพลังงานทั้งไฟฟ้า และน้ำมัน 10% สามารถประหยัดได้เป็นแสนล้านบาท โดยกระทรวงพลังงานก็พยายาม ทำเต็มที่ เราช่วยกันได้ ส่วนเรื่องเตาอั้งโล่ อาจเป็นเรื่องของการสื่อสารและการขยายผลของคนเมือง แต่ทางกระทรวงพลังงานเห็นประชาชนจำนวนหนึ่งที่ยังใช้ถ่านอยู่ยังมีอยู่มาก เช่น คนชนบท การเสนอแนวทางให้ประหยัดพลังงาน จึงเป็นการเสนอซ้ำในสิ่งที่เคยทำมา แต่ไม่ใช่การให้ใช้เตาอั้งโล่ทดแทนแก๊สหุงต้ม

ส่วนเรื่องการนำกำไรจากปตท. มาช่วยเหลือประชาชน นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า คงทำไม่ได้ เพราะเท่ากับผู้ถือหุ้นไม่ได้อะไรเลย ส่วนการให้ปตท.ส่งเงินปันผลแต่ละปีให้กระทรวงการคลังเพิ่มขึ้น เพื่อใช้พยุงราคาน้ำมันนั้นทำได้ แต่ต้องไปตกลงในการประชุมผู้ถือหุ้นก่อน ซึ่งบริษัทพลังงานทุกแห่งต้องรักษาเสถียรภาพด้านพลังงาน หากไม่มีการลงทุนเตรียมความพร้อมใดๆ จะเกิดความเสี่ยงด้านพลังงาน นโยบายทุกรัฐบาลให้ความสำคัญเสถียรภาพความมั่นคงด้านพลังงานมาเป็นอันดับ 1 ทุกรัฐบาล ส่วนต้นทุนการกลั่นน้ำมันของโรงกลั่นที่ปตท.ไม่ให้ข้อมูลนั้น ขอให้ไปคุยกับโรงกลั่นโดยตรง จะได้เข้าใจตรงกัน

ยันรีดเงินปตท.อุ้มไม่ได้
“กระทรวงการคลังถือหุ้นปตท.อยู่ 62% ซึ่งกำไรดูเหมือนเยอะ แต่ต้องกันเงินประมาณครึ่งหนึ่งเอามาเป็นเงินปันผล และถือเป็นเงินได้ของแผ่นดิน ส่วนที่เหลืออีกกว่า 10% ต้องเก็บเพื่อรักษาบำรุงเครื่องยนต์ และรักษาเสถียรภาพของกระทรวง ทั้งนี้ หลายครั้งที่ขอความช่วยเหลือ ทาง ปตท.ก็ไม่เคยขัดข้อง ขณะที่เรื่องค่ากลั่นกระทรวงพลังงาน พยายามเจรจาโรงกลั่นอยู่ ได้รับความร่วมมือจาก โรงกลั่น 6 แห่ง เชื่อว่าน่าจะได้ข้อสรุป หากค่าการกลั่นยังสูงขึ้นต่อเนื่อง กระทรวงพลังงานจะร่วมมือกับพณ. เพื่อหามาตรการต่างๆ สร้างกติกาให้โรงกลั่นที่มีส่วนเกินของกำไร ลดราคาต่างๆ ต่อไป ถ้าจำเป็นต้องยกร่างกฎหมาย อาจต้องมาส่งถึงสภา ซึ่งคาดว่าในไตรมาส 3 จะมีมาตรการที่ชัดเจนออกมา” นายสุพัฒนพงษ์กล่าว

5ทัวร์แจ้งลดเที่ยววิ่งเพิ่ม
ด้านนายพิเชษฐ์ เจียมบุรเศรษฐ์ นายกสมาคมกิจการรถโดยสารประจำทางไทย เปิดเผยว่า ตามที่สมาคมกิจการรถโดยสาร ประจำทางไทยได้ แถลงเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ว่าผู้ประกอบการขนส่งเอกชนและรถร่วม บขส. จำนวน 27 บริษัท จะลดเที่ยววิ่งลง 80% ใน 143 เส้นทาง ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้นั้น ล่าสุดได้มีผู้ประกอบการขนส่งและรถร่วม บขส. ติดต่อมาที่สมาคมว่ามีความประสงค์จะลดเที่ยววิ่งลงเช่นเดียวกันเท่าที่แจ้งมาเพิ่มเติม อีก 5 บริษัทคือ 1.บริษัท ลิกไนท์ทัวร์ จำกัด 8 เส้นทาง 2.บริษัท นครศรีร่มเย็นทัวร์ จำกัด 1 เส้นทาง 3.บริษัท เจเจอาร์ ทราเวล จำกัด (ไลตัสพิบูลทัวร์) 6 เส้นทาง 4.บริษัท รถรุ่งเรือง จำกัด 3 เส้นทาง และบริษัท เพชรประเสริฐ จำกัด 4 เส้นทาง ทำให้มี ยอดรวมจำนวน 32 บริษัทที่ลดเที่ยววิ่งลง ใน 165 เส้นทางแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้มี 27 บริษัท ที่ประกาศงดเที่ยววิ่งลงคือ 1.บริษัท ไทยสงวนทัวร์ จำกัด 3 เส้นทาง 2.บริษัท สมบัติทัวร์ จำกัด 32 เส้นทาง 3.บริษัท กิตติสุนทร จำกัด 5 เส้นทาง 4.บริษัท จักพงษ์ทรานสปอร์ต จำกัด 2 เส้นทาง 5.บริษัท ลาดหลุมแก้วขนส่ง 2 เส้นทาง 6.บริษัท ชินวรเดินรถขนส่ง 1 เส้นทาง 7.บริษัท 407 พัฒนา จำกัด 9 เส้นทาง 8.บริษัท ปิยะรุ่งเรืองทัวร์ จำกัด 5 เส้นทาง 9.บริษัท ส.วิริยะทรานสปอร์ต จำกัด 2 เส้นทาง 10.บริษัท ไทยสงวนทัวร์ จำกัด 3 เส้นทาง 11.บริษัท ชัยนาททัวร์ จำกัด 2 เส้นทาง 12.บริษัท ชัยพัฒนาขนส่งเชียงใหม่ จำกัด 16 เส้นทาง

13.บริษัท ปักธงชัยร่วมใจเดินรถ จำกัด 2 เส้นทาง 14.บริษัท นครชัยทัวร์ จำกัด 4 เส้นทาง 15.บริษัท แอร์โคราชพัฒนา จำกัด 1 เส้นทาง 16.บริษัท นครชัย 21 จำกัด 1 เส้นทาง 17.บริษัท วิศวกรเสนา จำกัด 3 เส้นทาง 18.บริษัท วัชรินทร์ทัวร์ จำกัด 1 เส้นทาง 19.บริษัท นครชัยขนส่ง จำกัด 5 เส้นทาง 20.บริษัท ราชสีห์ทัวร์ จำกัด 1 เส้นทาง 21.บริษัท โชคชัยเดินรถ จำกัด 1 เส้นทาง 22.บริษัท นครอรัญ จำกัด 1 เส้นทาง 23.บริษัท ครบุรี เดินรถ จำกัด 1 เส้นทาง 24.ราชสีมา เดินรถ จำกัด 1 เส้นทาง 25.โพนทวีชัย จำกัด 5 เส้นทาง 26.บริษัท เทพอู่ทองขนส่ง จำกัด 5 เส้นทาง และ 27.บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด 29 เส้นทาง

จับหนุ่มตากเติม 3 ปั๊มซิ่งหนี
ที่จ.ตาก พ.ต.อ.ลิขิตพงศ์ ศรีนาราง ผกก.สภ.แม่ท้อ อ.เมือง จ.ตาก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน จับกุมนายสมัชชา กล้าวิเศษ อายุ 41 ปี ที่อยู่ 1087/2549 ถนนตากสิน ต.ระแหง อ.เมือง จ.ตาก ผู้ต้องหาเติมน้ำมันแล้วไม่จ่ายเงิน ขับรถหลบหนี พร้อมด้วยของกลางเป็นรถยนต์กระบะ อีซูซุ สีเทา ทะเบียน บน-8972 ตาก หลังจากก่อเหตุขับรถกระบะไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เข้าเติมน้ำมัน แล้วขับรถหนีไปรวม 3 ครั้ง เริ่มจากเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. เวลา 01.30 น. เข้าไปเติมน้ำมันดีเซล เต็มถัง จำนวน 2,300 บาท ที่ หจก.ดาวเวียงตาก ต.หนองบัวใต้ อ.เมือง จ.ตาก ต่อมา วันที่ 17 มิ.ย. เวลา 22.55 น. เข้าไปก่อเหตุซ้ำที่ หจก.ภัตรา ตาก เขตพื้นที่ สภ.แม่ท้อ อ.เมือง จำนวน 2,700 บาท และวันที่ 18 มิ.ย. เวลา19.55 น. ที่ หจก. ทีวีออยล์ สาขาคลอง ขยางโพรง จำนวน 2,500 บาท

ก่อนที่นายสมัชชาจะถูกจับกุมตัวได้ที่บ้านพักในตัวเมืองตาก พร้อมรถยนต์กระบะที่ใช้ก่อเหตุ ควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.แม่ท้อ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ก่อเหตุทั้งหมดจริง มีอาชีพขายกระเป๋าตามตลาดนัด มีปัญหาทะเลาะกับเมียบ่อยครั้ง ประกอบกับเศรษฐกิจไม่ดีไม่มีเงินเติมน้ำมัน จึงได้ใช้วิธีเติมน้ำมันแล้วหลบหนีจนกระทั่งถูกจับกุมได้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ดำเนินคดีตามกฎหมาย ตรวจสอบประวัติคดีพบว่า เคยถูกจับกุมดำเนินคดี พ.ร.บ.ยาเสพติด (ครอบครองเสพ) และพ.ร.บ.การพนันด้วย

เร่งผลิตเตา – โรงเตาสุขประเสริฐ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เร่งผลิตเตาซูเปอร์อั้งโล่ หรือเตามหาเศรษฐี ประหยัดพลังงาน ให้ความร้อนสูง คิดค้นวิจัยโดยกระทรวงพลังงาน มีผู้สั่งซื้อเป็นจำนวนมากนำไปใช้ทดแทนเตาแก๊ส เนื่องจากแก๊สหุงต้มราคาสูงขึ้น

เตาถ่านสองแควออร์เดอร์พุ่ง
ส่วนปัญหาข้าวของแพงในพื้นที่ต่างๆ ที่จ.สงขลา ร้านขายถ่าน ตั้งอยู่ที่ถนนไทรบุรี เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง ซึ่งเปิดกิจการมานานกว่า 70 ปี ที่นำเข้าจากประเทศเมียนมา ผ่านทางจ.ระนอง ได้ปรับราคาขึ้นกระสอบ 10 บาท จากกระสอบ 15 ก.ก. ราคา 200 บาท เป็น 210 บาท หลังน้ำมันดีเซลราคาแพงขึ้น และแก๊สหุงต้มแอลพีจี กำลังจะปรับราคาขึ้นในวันที่ 1 ก.ค. ขนาด 15 ก.ก. เป็นถังละ 408 บาท ทำให้ประชาชนหันมาใช้เตาถ่านมากขึ้น ขณะที่ลูกค้ายังรับได้กับราคานี้

ที่โรงเตาสุขประเสริฐ ซึ่งเป็นโรงเตาขนาดใหญ่และเก่าแก่ของ จ.พิษณุโลก ตั้งอยู่เลขที่ 108 ถ.บรมไตรโลกนารถ 2 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก คนงานยังคงเร่งมือการผลิตเตาตามออร์เดอร์ที่มีสั่งเข้ามาตลอด โดยเฉพาะช่วง 2-3 วันมานี้ กระแสเตาถ่าน เตาฟืน พีกมาก โดยเฉพาะเตาเศรษฐกิจ หรือ เตามหาเศรษฐีมีออร์เดอร์เข้ามาเป็นจำนวนมาก

น.ส.สุพรรษา อินบัว อายุ 40 ปี เจ้าของโรงเตาสุขประเสริฐ เผยว่า โรงเตานี้เป็น โรงเตาใหญ่และสืบสานมาอย่างยาวนานตั้งแต่รุ่นพ่อ รุ่นแม่กว่า 40 ปีแล้ว ผลิตเตาหลากหลายประเภท อาทิ เตาขาว เตาดำ เตาฟืน เตาเศรษฐี หรือเรียกว่าเตาเศรษฐกิจ ที่กำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้ โดยเตาเศรษฐกิจของโรงเตาสุขประเสริฐ จะมี 2 แบบ แบบแรกคือทรงสอบ หรือทรงแหลมตามท้องตลาดทั่วไป ราคาขายจะอยู่ที่ลูกละ 250 บาท และแบบที่ 2 คือทรงกลมคือแบบแข็งแรงพิเศษ ราคาลูกละ 350 บาท ซึ่งตอนนี้ทั้ง 2 แบบคิวสั่งจองยาวมากเกือบ 1 พันเตา ทางโรงเตาได้เร่งมือผลิตให้ทันตามออร์เดอร์ลูกค้าที่เข้ามา ส่วนใหญ่มีทั้งขาจรและ ขาประจำ ทั้งในจังหวัด ต่างจังหวัด รวมถึงต่างประเทศเพื่อนบ้านด้วย

ชาวสมุยยื่นค้านขึ้นตั๋วเรือเฟอร์รี่
ด้านที่ว่าการอำเภอเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ ธานี นายชยพล อินทรสุภา นายอำเภอเกาะสมุย ได้รับหนังสือร้องเรียนจาก นาย สุธรรม สามทอง นายปกรณ์ กาญจนโอภาส รองนายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย นายธนาคม รื่นพานิช ประธานสภาเทศบาลนครเกาะสมุย นายพงศักดิ์ หาญกล้า นายกเทศมนตรีตำบลเพชรพะงัน นายพิพิธ รัตนรักษ์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านใต้ และสมาชิกสภาเทศบาล ซึ่งเป็นตัวแทนจากประชาชนและ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะสมุยและเกาะพะงัน ยื่นถึงผวจ.สุราษฎร์ธานี และคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับเรือประจำทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อให้ชะลอการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารเรือเฟอร์รี่ของทั้ง 2 บริษัทเดินเรือ เส้นทางดอนสัก-เกาะสมุย-เกาะพะงัน ที่จะปรับราคาใหม่เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้ ตามมติของคณะกรรมการเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ออกไปก่อน

นายธนาคมกล่าวว่า สมาชิกสภาเทศบาลนครเกาะสมุยได้รับเรื่องการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่จะได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารเรือเฟอร์รี่ที่จะกระทบกับค่าครองชีพทั้งเกาะสมุยและเกาะพะงัน และปัจจุบันผู้ประกอบการหลายรายยังไม่สามารถฟื้นฟูธุรกิจของตนเองได้เต็มที่ จากผลกระทบของโควิด-19

นายพิพิธ รัตนรักษ์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านใต้ อำเภอเกาะพะงัน กล่าวว่า ทุกวันนี้เราชาวเกาะพะงันต้องแบกรับภาระการทำธุรกิจ และการใช้ชีวิตด้วยราคาต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้นอยู่แล้ว จึงขอร้องและขอความอนุเคราะห์ คณะกรรมการพิจารณาค่าโดยสารให้ทบทวนประกาศราคาค่าโดยสารดังกล่าว

ที่ร้านข้าวจี่ ขายหมูปิ้ง ใกล้กับพระอนุสาวรีย์ รัชกาลที่ 1 ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ น.ส.วิลาวรรณ เพิ่มศรี เจ้าของร้านเผยว่า ตนและพ่อแม่ทำอาชีพขายข้าวจี่ หมูปิ้ง มา 10 ปีแล้ว ราคาวัตถุดิบไม่เคยแพงถึงขนาด นี้เลย ยอมรับว่าตอนนี้ต้องแบกรับภาระต้นทุนในการซื้อวัตถุดิบไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมู ข้าวเหนียว และถ่าน เพิ่มขึ้นจากเดิมเกือบเท่าตัว ตอนนี้ก็ทำได้แค่ลดปริมาณการสั่งวัตถุดิบลงตามจำนวนเงินในกระเป๋าที่มี เช่น เนื้อหมู เคยสั่งวันละ 10 ก.ก. ก็ลดเหลือ 3-5 ก.ก. ข้าวสารเหนียวเคยสั่งวันละ 27 ก.ก. ก็ลดเหลือ 15 ก.ก. ส่วนถ่านเคยซื้อวันละ 6 ถุง ก็ลดเหลือวันละ 3 ถุง ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้ปรับราคาข้าวจี่ หมูปิ้ง ยังขายราคาเดิมคือ ข้าวจี่ไม้ละ 5 บาท หมูปิ้งไม้ละ 10 บาท แต่หากวัตถุดิบปรับราคาขึ้นอีก ก็จำเป็น จะต้องปรับราคาข้าวจี่ หมูปิ้งอีกอย่างละ 1-2 บาท เพื่อความอยู่รอด อยากให้รัฐบาล เร่งแก้ปัญหาหรือควบคุมราคาไม่ให้แพงขึ้นมากกว่านี้ เพราะตอนนี้เดือดร้อนทั้งคนขาย และผู้บริโภค

อ่วมอีก-ธอส.ขยับขึ้นดอกเบี้ยกู้
ด้านนายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า คณะกรรมการธนาคารได้ประชุม เพื่อวางแผนทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยเบื้องต้นมีการประเมินว่าการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่เหลืออีก 3 ครั้งใน ปีนี้ น่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% อย่างน้อย 2 ครั้ง รวมเป็นการปรับขึ้น 0.50% ขณะที่คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปี 2566 อีกอย่างน้อย 0.50% ต่อปี ทำให้คาดว่าในช่วง 2 ปีนี้ จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายประมาณ 1%

“ในการประชุม กนง. รอบเดือนส.ค. หากมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ธนาคาร ก็ตรึงไว้ถึงเดือนต.ค. โดยจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกและครั้งเดียวของปีนี้ ที่เฉลี่ย 0.125%-0.150% ต่อปี ส่วนที่เหลือคาดว่าธนาคารจะทยอยปรับขึ้นในช่วงไตรมาส 1/2566 ทั้งนี้ แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยที่ปรับขึ้น คงไม่ถึง 2 หลักเหมือนช่วงที่ผ่านมา เพราะในกรณีนั้นไม่ได้ส่ง ผลกระทบต่อประชาชนเท่านั้น แต่ธนาคารก็อยู่ในภาวะช็อกเหมือนกัน” นายฉัตรชัยกล่าว

นายฉัตรชัยกล่าวว่า ยอมรับว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง.จะกระทบทำให้ต้นทุนของ ธอส.เพิ่มขึ้น เพราะต้องขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากทันที ส่วนฝั่งอัตราดอกเบี้ยเงินกู้นั้น ก็อยู่ที่แต่ละธนาคารจะพิจารณาบริหารต้นทุนอย่างไร ซึ่งในปีนี้ก็ยังมีเวลาเหลืออีก 5 เดือน แต่จากการประมาณการคาดว่าการตรึงดอกเบี้ยเพื่อช่วยเหลือและลดภาระให้ประชาชน จะทำให้ ธอส.มีต้นทุนในปีนี้เพิ่มขึ้น ประมาณ 1,000 ล้านบาท ส่วนปี 2566 คาดว่าจะกระทบประมาณ 1,300 ล้านบาท

“การปรับขึ้นดอกเบี้ยในครั้งนี้จะส่งผล กระทบกับลูกค้าในกลุ่มเปราะบางที่ต้องการ กู้บ้าน แต่ฐานเงินเดือนไม่สูงมากเป็นหลัก เช่น เงินเดือน 20,000 บาท ต้องการกู้ซื้อบ้านราคา 3,000,000 บาท ธนาคารอาจจะต้อง ลดวงเงินกู้ ส่งผลทำให้กลุ่มเปราะบางดังกล่าวมีบ้านที่ต้องการยากขึ้น ขณะที่กลุ่มที่มีความสามารถในการกู้เดิม ก็จะเข้าหาธนาคาร เพื่อเลือกแพ็กเกจสินเชื่อที่ชำระได้โดยไม่มีปัญหามากขึ้น” นายฉัตรชัยกล่าว

มท.ไฟเขียวยืดจ่ายภาษีที่ดิน
ขณะที่พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบของประชาชนจากสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาด ในการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ตามพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 จึงได้ให้ความเห็นชอบขยายกำหนดเวลาการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำปี 2565 ออกไปอีก 3 เดือน ได้แก่ 1.ขยายกำหนดเวลาของผู้เสียภาษีจากเดิมภายในเดือนเม.ย. เป็นภายในเดือนก.ค. 2.ขยายกำหนดเวลาของผู้เสียภาษีในการผ่อนชำระภาษี โดยงวดที่ 1 จากเดิมภายในเดือนเม.ย.เป็นภายในเดือนก.ค. งวดที่ 2 จากเดิมภายในเดือนพ.ค.เป็นภายในเดือนส.ค. งวดที่ 3 จากเดิมภายในเดือนมิ.ย.เป็นภายในเดือนก.ย. 3.ขยายกำหนดเวลาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการมีหนังสือแจ้งเตือนผู้เสียภาษี ที่มีภาษีค้างชำระจากเดิมภายในเดือนพ.ค.เป็นภายในเดือนส.ค. และ 4.ขยายกำหนดเวลาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการแจ้งรายการภาษีค้างชำระ ให้สำนักงานที่ดินหรือสำนักงานที่ดินสาขา จากเดิมภายในเดือนมิ.ย.เป็นภายในเดือนก.ย.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน