เหยื่อหลงกล-เสียท่าโอนอื้อ จนมุม-โดนตร.ไซเบอร์รวบ
ตำรวจไซเบอร์เจ๋ง บก.สอท.5 สืบสวนแกะรอยข้ามปี รวบตัวสาววัย 22 ปี มือแฮ็กเฟซบุ๊กหลอกยืมเงินเหยื่อกว่าร้อยราย สูญเงิน 3 แสนกว่าบาท ส่งสภ.เมืองภูเก็ต สารภาพหมดเปลือกใช้เทคนิคสุ่มบัญชีเฟซบุ๊กเป้าหมายวันละ 30-50 บัญชี ลวงเจ้าของจนเปลี่ยนรหัสผ่านได้ จากนั้นนำไปแช็ตก่อเหตุออกอุบายยืมเงิน ผู้เสียหาย ด้านผบก.สอท.5 เตือนภัยระบุคนร้ายหลายรายใช้วิธีนี้ต้มตุ๋นหากิน
เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา ผบก.สอท.5, พ.ต.อ.ศรายุทธ จุณณวัตต์ รอง ผบก.สอท.5, พ.ต.อ.ทิฆัมพร ศรีสังข์ รอง ผบก.สอท.5, พ.ต.อ.บัญชา ศรีสุข รอง ผบก.สอท.5, พ.ต.อ.ฐาปกรณ์ หนุมาศ ผกก.3 บก.สอท.5 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.สอท.5 จับกุมตัว น.ส.สุดารัตน์ บุษยาภา อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ 304/2565 ลงวันที่ 23 มิ.ย.2565 ความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น พร้อมทั้งตรวจยึดของกลาง โทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการก่อเหตุ
พล.ต.ต.ชรินทร์เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อเดือนพ.ค.2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์กก.3 บก.สอท.5 ได้รับการประสานขอสนับสนุนการสืบสวนทางเทคนิคจาก สภ.บ้านหนองพลับ จ.ประจวบคีรีขันธ์ กรณีมีผู้เสียหายถูกแฮ็กเฟซบุ๊กแล้วนำไปหลอกยืมเงินผู้อื่น มีผู้หลงเชื่อได้รับความเสียหายจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์สืบสวนจนทราบตัวผู้ก่อเหตุ จนกระทั่งสามารถจับกุมเครือข่ายผู้ก่อเหตุได้ 2 รายคือ นายพีรพัฒน์ ทองโชติ และนางพิมพิศา เรืองทอง เมื่อวันที่ 27 ส.ค.2564 ในพื้นที่ สภ.เกาะสมุย

แฮ็กเกอร์สาว – พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. และพล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา ผบก.สอท.5 นำกำลังตร.ไซเบอร์ตามจับ น.ส.สุดารัตน์ บุษยาภา อายุ 22 ปี แฮ็กเกอร์สาว ก่อเหตุแฮ็กเฟซบุ๊กสวมรอยเหยื่อแล้วแช็ตหลอกยืมเงินผู้อื่น มีผู้เสียหายจำนวนมาก เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ดำเนินการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเมื่อวันที่ 14 พ.ย.2564 ได้รับแจ้งเหตุซึ่งมีแผนประทุษกรรมที่คล้ายกับกรณีก่อนหน้านี้ เมื่อสืบสวนพบความเชื่อมโยงกับ น.ส.สุดารัตน์ เป็นกลุ่มเครือข่ายผู้ก่อเหตุกรณีก่อนหน้า จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ
น.ส.สุดารัตน์เปิดเผยว่า ตนเป็นผู้ก่อเหตุแฮ็กเฟซบุ๊กผู้อื่นจริง โดยการใช้เทคนิคสุ่มบัญชีเฟซบุ๊กเป้าหมายแล้วใช้อุบายหลอกเจ้าของบัญชี จนสามารถเปลี่ยนรหัสผ่าน ของบัญชีเฟซบุ๊กเป้าหมาย และเข้าควบคุมบัญชีเฟซบุ๊กนำไปแช็ต แสดงตนเป็นเจ้าของบัญชีออกอุบายต่างๆ เพื่อให้ได้ทรัพย์สินของ ผู้เสียหายมา ทั้งนี้จะสุ่มบัญชีเฟซบุ๊กเพื่อจะนำไปใช้ก่อเหตุวันละประมาณ 30-50 บัญชี เมื่อเข้าควบคุมบัญชีได้ก็จะแช็ตใช้อุบายหลอกขอยืมเงินหรืออื่นๆ เมื่อมีผู้เสียหายหลงเชื่อจะให้ผู้เสียหายโอนเงินไปยังบัญชีธนาคาร ซึ่งตนได้แช็ตออกอุบายหลอกบุคคลอื่นใน เฟซบุ๊กเช่นกันว่าจะขอยืมใช้บัญชีธนาคาร เมื่อผู้เสียหายโอนเงินแล้วจะให้เจ้าของบัญชีธนาคารโอนเงินเข้าไปยังบัญชีวอลเล็ตของตน เพื่อปกปิดตัวตน อำพรางเส้นทางการเงิน และป้องกันไม่ให้บัญชีธนาคารของตนถูกอายัดบัญชี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต
พล.ต.ต.ชรินทร์กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนและจับกุมคนร้ายกรณีแฮ็กเฟซบุ๊ก หลอกโอนเงินอย่างต่อเนื่อง พบว่ามีคนร้ายใช้เทคนิคนี้ในการก่อเหตุเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชน หากพี่น้องประชาชนพบเบาะแสการหลอกยืมเงินจากเฟซบุ๊กที่ถูกคนร้ายแฮ็กมา หรือพบการ กระทำผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ กก.3 บก.สอท. 5 ที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1441