คดีคลิปโป๊ขู่ดญ.ฆ่าตัว ตร.คุ้ยหลักฐานฟันเพิ่ม
ศาลให้ประกันตัวหนุ่มทรชนลวงด.ญ.วัย 14 ถ่ายคลิปโป๊ก่อนใช้แบล็กเมล์จนเหยื่อเครียดฆ่าตัวตาย ตีวงเงินประกันที่ 5 หมื่นบาท ใส่กำไลอีเอ็ม ห้ามยุ่งเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์หรือสื่อออนไลน์ ผู้การปคม.สั่งตรวจสอบจำนวนเหยื่อให้แน่ชัด คาดมีอีกมาก ให้แยกดำเนินคดีต่างกรรมต่างวาระ แฉหลักฐานในโน้ตบุ๊ก-มือถือผู้ต้องหา พบพฤติกรรมซาดิสม์บังคับให้เหยื่อทำตามความต้องการ บางรายแบกรับความกดดันไม่ไหวใช้มีดจี้คอตัวเองขอให้ผู้ต้องหาหยุดการกระทำ แต่ก็ไร้ผล
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 มิ.ย. ที่ห้องควบคุมผู้ต้องหา ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พนักงานสอบสวน กก.3 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) คุมตัว นายปิยบุตร อุไรงาม อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาใช้สื่อสังคมออนไลน์แสวงหาประโยชน์ทางเพศกับเด็กและสตรี ในข้อหาครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ไปฝากขังที่ศาลอาญาผัดแรก โดยท้ายคำร้องทางพนักงานสอบสวนคัดค้านการให้ประกันตัวเนื่องจากมีอัตราโทษสูง เกรงว่าหากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวแล้วจะหลบหนี
ต่อมาที่ศาลอาญา พนักงานสอบสวน ปคม. นำคำร้องขอฝากขังครั้งเเรกทางไกลผ่านจอภาพเป็นเวลา 12 วัน นายปิยบุตร อุไรงาม อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาในคดีสร้างบัญชีแอกเคานต์สื่อออนไลน์ปลอม หรือ อวตาร ล่อลวงด.ญ.อายุ 14 ปีถ่ายภาพโป๊ ก่อนแอบบันทึกเก็บไว้ข่มขู่แบล็กเมล์ให้ยอมทำตามข้อเรียกร้อง จนเกิดเป็นความเครียดสะสมตัดสินใจผูกคอตาย
ต่อมาผู้ต้องหาขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยในวงเงินประกัน 5 หมื่นบาท และห้ามผู้ต้องหาติดต่อกับบุคคลที่อาจเป็นผู้เสียหาย ห้ามใช้คอมพิวเตอร์หรือสื่อสังคมออนไลน์ ให้ ผู้ต้องหาให้ความร่วมมือในการเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือสื่อใดๆ ของผู้ต้องหาให้เจ้าพนักงานสามารถตรวจสอบการเดินทางและการสื่อสารของผู้ต้องหาตลอดเวลา โดยให้ผู้ต้องหาสวมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว
ด้านพล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผบก.ปคม. พร้อม พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รอง ผบก.ปคม. กล่าวถึงการฝากขังนายปิยบุตรว่า พนักงานสอบสวนแจ้งดำเนินคดี 3 ข้อหา ได้แก่ 1.ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, 2.ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใดโดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเอง หรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้าย ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ 3.ยุยงส่งเสริมเด็กตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน
พนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว แต่ผู้ต้องหาได้ยื่นขอประกันตัว ซึ่งศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยตีหลักทรัพย์เป็นเงิน 50,000 บาท มีเงื่อนไขให้ติดกำไลอีเอ็มตลอดเวลา, ห้ามใช้คอมพิวเตอร์และสื่อสังคมออนไลน์ และห้ามติดต่อกับผู้เสียหายในทุกกรณี และให้ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านพักเพื่อหาพยาน หลักฐานหากมีข้อสงสัยได้ตลอดเวลา และหากผู้ต้องหากระทำการผิดเงื่อนไขการประกันตัวศาลจะเพิกถอนการประกันตัวทันที
ส่วนการตรวจสอบคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหาอย่างละเอียดทำให้ตำรวจพบข้อมูลหญิงสาวตกเป็นเหยื่ออีกจำนวนมาก แต่ในจำนวนนี้สามารถพิสูจน์ตัวบุคคลได้แล้ว 10 ราย และอีก 30 ราย อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบตัว ผู้เสียหาย นอกจากนี้ยังพบคลิปหญิงสาวที่ถูกบังคับอีก 2 คลิป หนึ่งในผู้เสียหายพยายามฆ่าตัวตายจากเหตุการณ์ที่ถูกบังคับให้ถ่ายคลิปดังกล่าว
“สำหรับพฤติกรรมของผู้ต้องหาที่กระทำกับเหยื่อมี 3 ขั้นตอน เริ่มจากการหาเหยื่อทางทวิตเตอร์ โดยเลือกเหยื่อที่แต่งชุดคอสเพลย์และมีรูปร่างหน้าตาน่ารัก จากนั้นจะสร้างความไว้วางใจโดยเข้าไปพูดคุยกับเหยื่อ โน้มน้าวให้เหยื่อหลงเชื่อและไว้วางใจ ก่อนขอข้อมูลโซเชี่ยลมีเดียส่วนตัว จากนั้นจะวิดีโอคอลพูดคุยและขอให้เหยื่อเปลือยกายและบันทึกคลิปการสนทนานั้นไว้เพื่อใช้แบล็กเมล์เหยื่อภายหลัง และบังคับให้เหยื่อทำตามคำสั่งและข่มขู่ หากไม่ทำตามจะนำคลิปไปเผยแพร่ต่อ เบื้องต้นจากการตรวจสอบคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือของ ผู้ต้องหายังไม่พบว่ามีการส่งต่อไปให้บุคคลอื่นในเชิงการค้า จึงยังไม่เข้าข่ายการค้ามนุษย์” พล.ต.ต.วิวัฒน์กล่าว
ขณะที่ พ.ต.อ.สุรพงษ์กล่าวว่า ขอฝากถึงผู้ปกครองให้สอดส่องดูแลการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของบุตรหลาน เนื่องจากปัจจุบันพบว่ามีเด็กและเยาวชนตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมจำนวนมากทั้งชายและหญิง และมีอัตราส่วนเป็นผู้ชายมากขึ้น โดยกลุ่มที่ตกเป็นเหยื่อส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ชอบใช้แอพพลิเคชั่นติ๊กต็อก โดยเฉพาะกลุ่มเต้นเซ็กซี่และยั่วยวน ซึ่งมีคนดูจำนวนมาก และในจำนวนนี้มักมีคนร้ายแฝงตัวอยู่ด้วย ดังนั้น การพูดคุยกับคนแปลกหน้า ผู้ปกครองต้องสังเกตและดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด และต้องสังเกตพฤติกรรมการใช้เงินของบุตรหลานด้วย เพราะส่วนใหญ่กลุ่มคนร้ายมักใช้เงินเป็นเหยื่อล่อให้เด็กและเยาวชนหลงผิด
รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ต.วิวัฒน์ให้พนักงานสอบสวนเร่งตรวจสอบจำนวนเหยื่อ หรือผู้เสียหายให้แน่ชัด ซึ่งเท่าที่พบในขณะนี้มีผู้เคยตกเป็นเหยื่อนายปิยบุตรมากกว่า 20 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลายที่อยู่ในกลุ่มผู้ชื่นชอบแต่งคอสเพลย์ คาดว่าผู้เสียหายน่าจะมีมากกว่านี้ จึงสั่งให้มีการดำเนินคดีลักษณะต่างกรรมต่างวาระ รวมถึงพิจารณาข้อกฎหมายต่างๆ เพื่อเอาผิดเพิ่มเติมให้ครอบคลุมทุกมิติ โดยเฉพาะกรณีที่เป็นต้นเหตุทำให้เหยื่อฆ่าตัวตาย เพื่อให้มีอัตราโทษเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากพฤติการณ์ของ ผู้ต้องหาถือเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคมโดยเฉพาะเยาวชนอีกด้วย
จากการตรวจสอบภาพและคลิปวิดีโอหลักฐานต่างๆ ที่ตรวจพบในโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กส่วนตัวของนายปิยบุตรพบคลิปวิดีโอจำนวนหลายคลิป เผยให้เห็นถึงความอัดอั้น กดดัน เครียด หรือเศร้าเสียใจ เหมือนคนไร้ทางออกของเด็กสาวที่ตกเป็นเหยื่อจากการถูกข่มขู่บังคับให้ยอมทำตามความต้องการของนายปิยบุตรที่มีพฤติกรรมลามกอนาจาร มองเหยื่อคล้ายกับทาสทางอารมณ์ ผู้เสียหายบางรายถูกบังคับให้เปลื้องผ้า ทำท่าทางคล้ายสุนัข แล้วก้มลงกินอาหาร และอีกหลายๆ พฤติกรรมในเชิงซาดิสม์ ทั้งที่ตัวเหยื่อเองไม่ได้เต็มใจ บางรายถูกกระทำซ้ำๆ หลายครั้งทุกวัน จนทนแบกรับความกดดันไม่ไหว ต้องใช้มีดจี้คอตัวเอง เพื่อร้องขอให้นายปิยบุตรหยุดการกระทำ แต่ไม่เป็นผลอีกด้วย