3วิปถกซักฟอกรัฐบาลย้ำ4วัน

เพื่อไทยล็อกเป้าจ้องถล่ม 8 รัฐมนตรี จัดหนักแบบเน้นๆ รองประธานสภา‘สุชาติ’ นัดหารือวิป 3 ฝ่าย 6 ก.ค.นี้ ตกลงกรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ วิปรัฐบาลยืนกรานให้ได้แค่ 4 วัน ‘วิษณุ’กางไทม์ไลน์กฎหมายลูก รัฐสภาพิจารณาแล้วเสร็จเดือนก.ค. จากนั้นส่งไปกกต.อีก 1 เดือน คือ ส.ค. คาดเดือนก.ย.นำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ ‘บิ๊กตู่’ แจงภาพนักเรียนสอนใช้เมาส์ แค่ต้องการให้เด็กภูมิใจ ได้สอนนายกฯ โวยโซเชี่ยลจ้องจับผิด ไร้สาระ ทัพเรือเฮ กลาโหมไฟเขียวซื้อโดรนอิสราเอล 7 ลำ มูลค่า 4 พันล้าน เซ็นสัญญาภายในเดือนนี้

‘บิ๊กตู่’เปิดตัวงานสูงวัยใจสมาร์ต
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 ก.ค. ที่ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดตัวงาน “สูงวัยใจสมาร์ต” โครงการจัดการและส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อคงสมรรถนะทางกาย จิต และสมองของผู้สูงอายุ ใน รูปแบบกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตใน 4 มิติ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เราได้ก้าวสู่สังคมสูงวัยมาระยะหนึ่งแล้ว โดยรัฐบาลให้ความสนใจและเตรียมการมาโดยตลอด เพราะวันนี้การเกิดลดลง ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงาน ขณะเดียวกันต้องดูแลผู้สูงวัย ให้มีความสุขและเตรียมพร้อมในเรื่องสวัสดิการ เรื่องที่อยู่อาศัยและเรื่องอื่นๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ต้องแก้ปัญหาด้วยตัวเรา สิ่งสำคัญคือเราต้องการให้เปลี่ยนมุมมองของรัฐบาล ซึ่งเราต้องหาเงินให้ได้มากขึ้น เพิ่มจีดีพีให้ได้มากขึ้น นำเงินมาดูแลคน ทุกกลุ่ม

วันข้างหน้าต้องเปลี่ยนมุมมองบทบาทของรัฐบาลจากการเป็นผู้สงเคราะห์ เป็นการพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งทางร่างกายและจิตใจ หลายคนเกษียณมาไม่มีความพร้อม กลายเป็นภาระ เกิดความท้อแท้สิ้นหวัง หมดหวัง เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องเตรียมการของตัวเองไว้ให้มีความพร้อมกับอนาคต และลูกหลานจะต้องทำอย่างไร ถือเป็นภาระผูกพันในสังคมไทย ซึ่งรัฐบาลพยายามดูแลให้ได้มากที่สุด

บางทีท้อ-ต้องชาร์จไฟ-พึ่งธรรมะ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้รู้สึกดีใจที่เห็นรอยยิ้มของทุกคน รู้ว่าทุกคนยังมีไฟอยู่ ตนเองบางครั้งบางวันมีความรู้สึกเหนื่อย ท้อแท้ แต่ต้องชาร์จไฟขึ้นมาใหม่ ด้วยการพิจารณา ด้วยการคิดและอะไรต่างๆ หลายอย่างด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องทางศาสนา ธรรมะ ช่วยได้มากพอสมควร วันนี้เราต้องเชื่อมต่อคนทั้ง 3 รุ่น รุ่นเก่า รุ่นใหม่ และรุ่นอนาคต เหตุผลที่รัฐบาลต้องวางยุทธศาสตร์ชาติไว้ถึง 20 ปีเพื่อให้ครอบคลุมอายุช่วงวัยของคนทั้งหมด ไม่เช่นนั้นยุทธศาสตร์จะเดินต่อไม่ได้ จะกลายเป็น ทำงานจ๊อบๆ จบเป็นเรื่องๆ โดยหาผลสัมฤทธิ์ไม่ได้เลย

สำหรับยุทธศาสตร์ชาติสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ภายนอกได้ตลอดเวลา มีความอ่อนตัวของ 6 ยุทธศาสตร์หลักที่วางไว้ ถ้าติดตามดูให้ดีจะเห็นว่ายุทธศาสตร์มีความก้าวหน้าหลายเรื่อง ประสานสอดคล้อง บูรณาการ มีความสำเร็จเกิดขึ้นในช่วง 3 ปี 5 ปี และกำลังจะเสร็จในอีก 5 ปีต่อไป ทุกอย่างมีการสืบสานอย่างต่อเนื่องในการทำโครงการ ใครจะมาเป็นรัฐบาลก็ทำต่อ ตนเพียงแต่เริ่มต้นทำให้ได้ส่วนหนึ่งให้ได้มากที่สุด และสุดแล้วแต่ใครจะมาทำต่อไป เพราะเราเป็นบ้านเมืองที่เป็นประชาธิปไตยอยู่แล้ว

ยึดกฎหมาย-ซัดโซเชี่ยลไร้สาระ
อีกอันที่ตนคิดไปข้างหน้าซึ่งได้อ่านบทวิเคราะห์นักวิชาการ นักเศรษฐศาสตร์ ของเราคนเก่งเยอะ เขาพูดไปถึงปี 2585 อีก 20 ปีข้างหน้าโลกไม่ใช่แบบนี้ โลกจะมีหลายอย่างเกิดขึ้นมาใหม่ หลายอย่างทำให้โลกเจริญขึ้นก็จริง แต่ความขัดแย้งจะสูงขึ้นมาก ฉะนั้นการเตรียมคนไปสู่ศตวรรษที่ 21 เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ต้องเตรียมความพร้อมให้เด็ก และเยาวชนในทุกมิติเพื่อเตรียมการไปสู่สังคมสูงวัยในอนาคต ถ้าเขาไม่มั่นคงหรือไม่มีอะไรสักอย่างเลยนี่คืออันตรายที่สุด ไม่ต้องถึง 2585 แค่ปีนี้ปีหน้าก็ไปไม่ไหวแล้ว

“รัฐบาลพยายามดูแลทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎหมายและเป็นไปตามประชาธิปไตยทุกอย่าง ผมไม่ได้อะไรกับใครทั้งสิ้น สิ่งสำคัญที่สุดในวันนี้คือผู้สูงอายุจะเป็นบุคลากรสำคัญในท้องถิ่น ที่จะทำให้สังคมสงบเรียบร้อย มีเสถียรภาพและเกิดความมั่นคง ทุกคนผมให้เกียรติ สิ่งสำคัญคือการให้เกียรติ เคารพซึ่งกันและกันตามฐานะที่มีอยู่ เด็ก ผู้ใหญ่ เยาวชน อะไรทำนองนี้ นี่คือสังคมไทย วันนี้โลกเปลี่ยนไปแล้วการสื่อสารพัฒนาไปเยอะ เราต้องยอมรับตรงนี้ทำอย่างไรให้สังคมไม่แปรเปลี่ยนไปจนกระทั่งเดินหน้าไม่ได้ กระทรวงศึกษาธิการถือเป็น กระทรวงหลักทำหน้าที่สร้างบรรทัดฐานให้คนมีความพร้อมในการเผชิญหน้ากับอนาคตอย่างยั่งยืน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี โซเชี่ยลแชร์และวิจารณ์ภาพเด็กนักเรียนช่วยนายกฯ จับเมาส์ขณะตรวจเยี่ยมชมผลการดำเนินงานพัฒนาทักษะด้านโค้ดดิ้ง (Coding) ที่โรงเรียนวัดเวฬุวัน อ.สารภี จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ว่า “สังคมตีก็แล้วแต่เขา เขาตีอะไรก็เรื่องของเขา แต่ผมต้องการให้เด็กนั้นภูมิใจว่าเขาได้สอนผม จับมือผมทำนู่นทำนี่ เขาก็จะภูมิใจของเขา จะมาจับผิดแบบนี้ผมมองว่าไร้สาระ”

สมช.เตรียมพร้อมประชุมเอเปก
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลรวม 11 คนว่า เหตุการณ์ที่ต้องดูในอนาคตคือ เรื่องการเตรียมความพร้อมการเป็นเจ้าภาพประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจ เอเปก พ.ศ.2565 ในฐานะที่ไทยเป็นเจ้าภาพจึงต้องจัดเตรียมบ้านให้มั่นคงปลอดภัยที่สุด ส่วนเรื่องการเมืองจะมีผลกระทบอะไร ตนคิดว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบมีแผนดำเนินการอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการชุมนุมประท้วงหรือเรื่องอะไรต่างๆ ก็ดี และขอฝากทุกคนช่วยกันพูดคุยว่าการดำเนินการใด ขอให้เป็นไปตามกรอบของกฎหมาย และเคารพสิทธิของผู้อื่นเช่นเดียวกัน ถือเป็นปัญหาสำคัญที่ประเทศไทยต้องแก้ไขในระยะยาวเรื่องความคิดต่างอย่างสร้างสรรค์

ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงที่ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปกในเดือนพ.ย.นี้ หากยังไม่มีการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะส่งผลกระทบอย่างไรหรือไม่ พล.อ.สุพจน์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ได้ตอบกระทู้ในสภาแทนนายกฯ ไปแล้วอย่างชัดเจนว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินใช้สำหรับแก้ไขปัญหาสถานการณ์โควิด-19 ดังนั้นหากสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น ซึ่งเราคาดว่าจะดีขึ้น และสามารถกลับมาใช้กฎหมายปกติทั้งหมดได้ เราก็จะทำทันที ซึ่งเราพยายามทำต่อเนื่อง

ปัจจุบันยังมีเงื่อนไขที่กระทรวงสาธารณสุข มีข้อกังวล ที่ไม่สามารถใช้กฎหมายปกติได้อยู่หลายประการ จึงจำเป็นต้องคงไว้ ประเทศ ผู้มาร่วมประชุมจะเข้าใจเราอย่างแน่นอน

วิป 3 ฝ่ายถกซักฟอก-รบ.ให้ 4 วัน
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรี ธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) รองประธานคณะกรรมการประสานงานสภา ผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ว่า วันที่ 6 ก.ค. นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานสภา ได้นัดประชุมวิป 3 ฝ่าย ทั้งฝ่ายค้าน รัฐบาล และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรื่องกรอบเวลาการอภิปรายว่าแต่ละฝ่ายจะใช้เวลาเท่าไร เพราะฝ่ายค้านต้องการอภิปราย 5 วันแล้วลงมติวันอาทิตย์ที่ 24 ก.ค. แต่ฝ่ายรัฐบาลต้องการให้อภิปราย 4 วัน แล้วลงมติวันเสาร์ที่ 23 ก.ค. เพราะเห็นว่าเหมาะสมที่สุด แต่ฝ่ายค้านยังไม่ยอมจึงต้องมาพูดคุยกัน

สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องมีองครักษ์ เพราะถือเป็นการอภิปรายครั้งสุดท้ายของฝ่ายค้าน เข้าใจว่าพล.อ.ประยุทธ์ และรัฐมนตรีมีประเด็นเรื่องการทำงาน ซึ่งทางวิปได้เสนอแนะว่าหลักที่สำคัญคือ ต้องตอบข้อเท็จจริงตามที่ฝ่ายค้านถามมา และนำข้อมูลที่เป็นผลงานของรัฐบาลมาชี้แจง เพราะประเด็นที่ฝ่ายค้านตั้งไว้ในญัตติมีหลายประเด็น ที่คิดว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่ชัดเจน ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันไปแล้วว่าขอเวลาให้รัฐมนตรีได้ตอบอย่างเต็มที่ เพราะจะต้องอธิบายให้ประชาชนได้เข้าใจด้วย

ทั้งนี้ ในวันที่ 6 ก.ค. ที่ประชุมสภา จะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)หรือกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับ ให้แล้วเสร็จ จากนั้นวันที่ 7-8 ก.ค.จะเป็นการประชุมสภา โดยนำวาระวันพุธไปไว้ในวันศุกร์คือวันที่ 8 ก.ค.แทน

เพื่อไทยจองถล่ม 8 รมต.
ด้านนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงกรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเป็นไปตามที่ฝ่ายรัฐบาลพยายามให้เวลา 4 วันหรือไม่ว่า เขาคงจะบีบ แต่เราคงไม่รับ เราจะขอให้ใช้ข้อบังคับแทนการตกลง เพราะเป็นการตกลงที่ขัดกับข้อบังคับ ทำให้เราทำงานไม่ได้ หากรัฐบาลไม่ยอมก็คือไม่ยอม แต่หากบรรจุระเบียบวาระแล้วก็ต้องอภิปราย และต้องเป็นอำนาจของนายชวน หลีกภัย ประธานสภา แต่ที่เรามาคุยกันเพราะต้องการทำให้งานราบรื่น โดยประธานสภา อาจจะบอกว่าให้อภิปรายไป แต่ต้องไม่ซ้ำซาก อย่าวกวน ต้องอภิปรายไปจนจบ หากตกลงกันไม่ได้ต้องให้เป็นไปตามข้อบังคับ

“เราจะเน้นประเด็นเรื่องทุจริต ข้อผิดพลาดร้ายแรงในเชิงนโยบายและในทางปฏิบัติ ทำให้ประเทศชาติและประชาชน เสียหาย โดยพรรคเพื่อไทยจะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีหลักๆ ประมาณ 8 คน แต่จะอภิปรายเสริมรัฐมนตรีคนอื่นๆ ที่ฝ่ายค้านพรรคอื่นเสนอด้วย

เมื่อถามว่าจะมีการคุยกับร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย และกลุ่ม 16 ส.ส.ก่อนลงมติหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ไม่ต้องคุย แต่มองตาก็รู้ใจกัน ส่วนเขาจะมาร่วมให้ข้อมูลในการอภิปรายเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่มี แต่ต่อไปไม่แน่

‘เต้’บอก‘ผู้กอง’อย่าขี้ฟัน
นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์(ทศล.) กล่าวถึงกรณีที่ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่าพร้อมคว่ำพล.อ.ประยุทธ์ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า อย่าขี้ฟัน (อย่าเอาแต่พูด) ที่บอกว่าจะ โหวตคว่ำนายกฯ นั้นต้องโหวตจริงๆ อย่ามั่ว ชายชาติทหารพูดแล้วต้องไม่คืนคำ และอย่าต่อรอง

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ปรากฏภาพร.อ. ธรรมนัสพูดคุยกับแกนนำส.ส.กลุ่ม 16 ในห้องประชุมสภาเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า ต้องทำจริงๆ อย่าทำเพื่อต่อรอง ไม่ใช่บอกว่าจะคว่ำแล้วขอรอฟังก่อน จะทำให้เสียเวลา เพราะตอนนี้มีนายกฯ คนใหม่ให้เลือกแล้ว เมื่อถามว่านายกฯ คนใหม่เป็นใคร นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ที่ยังมีชื่อเป็นแคนดิเดต นายกฯ ถ้าจะมีการเลือกตั้งอีกครั้ง

ก้าวไกลฉะมูลนิธิป่ารอยต่อ
วันเดียวกัน ในการประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่..) พ.ศ. … ในส่วนมาตรา 149 ว่าด้วยที่มาของกองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ไม่มีการแก้ไข แต่พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) อภิปรายขอแก้ไขที่มาของกองทุนในส่วนของเงินจากมูลนิธิ ว่า มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัดที่พบว่าเป็นมูลนิธิที่ทำการเมืองผิดวัตถุประสงค์ มีเงื่อนไขซ่อนเร้น ขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตามรัฐธรรมนูญ หมวด 9 มาตรา 186 ที่กำหนดห้ามรัฐมนตรีใช้สถานะหรือการกระทำใดๆ ทั้งทางตรง และทางอ้อม ก้าวก่ายแทรกแซงการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อประโยชน์ของตน และพรรคการเมือง

“ใครเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองผมไม่ต้องบอก แต่การกระทำจะเป็นไปโดยมิชอบหรือไม่ ที่ผ่านมามูลนิธิมีการระดมทุน มีบริษัทใหญ่บริจาคเงิน จัดโต๊ะจีนได้ 40-100 ล้านบาท หากมูลนิธิให้เงินสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) อาจมีผลต่อการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ถือว่าก้ายก่ายตร.ชัดเจน คำตอบและปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นถูกต้องหรือไม่ ที่ให้เงินต้องตอบแทนบุญคุณ ทั้งตำแหน่งผบ. และรองผบ. ดังนั้น การเขียนกฎหมาย ต้องกำหนดว่ามูลนิธิที่บริจาคเงินต้องคำนึงถึงการขัดกันแห่งผลประโยชน์ หากเขียนไว้สั้นๆ อาจทำให้มูลนิธิสีเทา ดำรงอำนาจ เพื่อให้เกิดบารมี ใช้อำนาจ ครอบงำตร. และผู้นั้นขัดกับผลประโยชน์ได้” พล.ต.ต.สุพิศาลกล่าว

ทั้งนี้ การลงมติของกมธ. ได้ยืนยันตามการพิจารณาของกมธ.เสียงข้างมาก

ถกร่างพ.ร.บ.ตำรวจสะดุด
เวลา 16.35 น. ที่ประชุมร่วมรัฐสภา พิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่…) พ.ศ. … จนถึงมาตรา 169/1 โดยกมธ.ได้เพิ่มขึ้นใหม่ทั้งมาตรา เกี่ยวกับการคัดเลือกหรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับชั้นสัญญาบัตรเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ภายใน 5 ปีนับแต่วันที่พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ

พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รองผู้บัญชาการตำรจแห่งชาติ ในฐานะกมธ. ได้ขอเพิ่มข้อความในมาตรา 169/1 ระบุว่า “ในวาระเริ่มแรกภายใน 180 วัน นับตั้งแต่วันที่พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ การคัดเลือกหรือการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่ง ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ใช้บังคับอยู่ ในวันก่อนวันที่พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ ในกรณีที่ไม่อาจนำหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขมาใช้บังคับได้ตามวรรคหนึ่ง ก็จะดำเนินการประการใดให้เป็นไปตามที่ ก.ตร. กำหนด ซึ่งต้องไม่ขัดหรือแย้งกับพ.ร.บ.นี้”

สาเหตุที่เพิ่มข้อความในมาตราดังกล่าว เนื่องจากผลกระทบจากกรณีที่มีการเอาเนื้อความบางส่วนไปใส่มาตรา 69 ส่งผลกระทบให้เมื่อพิจารณาจำนวนปีจะเชื่อมโยงไปมาตรา 80 และมาตรา 2 โดยมาตรา 80 ระบุว่า ให้เป็นไปเพื่อความเที่ยงธรรมในการแต่งตั้ง ดังนั้น จะทำให้ระยะเวลาในการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นมีผลใช้ทันที ซึ่งจะส่งผลต่อตำรวจที่มีสิทธิเลื่อนตำแหน่งตามกฎหมายเดิมจะถูกตัดสิทธิทันที แบ่งเป็นกลุ่มผู้บังคับการ 72 ราย รองผู้บัญชาการ 49 นาย รวม 121 นาย เกิดเป็นปัญหาการพรากสิทธิ์ และเนื่องจากระยะเวลาในการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ในรายละเอียดต้องมีการจัดตำรวจเข้าในกลุ่มสายงานต่างๆ โดยมีระยะเวลากำหนด แต่การมีผลบังคับใช้ทันที จะไม่เปิดโอกาสให้ตำรวจที่ได้รับผลกระทบได้เลือกเส้นทางการดำเนินชีวิตของตัวเอง เพราะระยะเวลาไม่เป็นไปตามเงื่อนไขเดิม

โวยกมธ.ขอเพิ่มข้อความ
จากนั้น นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม แจ้งที่ประชุมว่า คงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เพราะไม่มีใครแปรญัตติ และเป็นร่างที่ยกขึ้นมาใหม่ ถ้ากมธ.ต้องการจะเพิ่มข้อความจริงๆ จะต้องถอนร่างออกไปก่อน

ด้านสมาชิกรัฐสภาหลายคนท้วงติงว่าสิ่งที่พล.ต.อ.ปิยะเสนอไม่ถูกต้องตามกระบวนการตรากฎหมายของรัฐสภา ไม่มีที่มาที่ไป เพราะพล.ต.อ.ปิยะไม่ได้ขอสงวนความเห็นหรือแปรญัตติไว้ จึงขอให้นายพรเพชร สั่งพักการประชุม เพื่อให้กมธ.ได้ปรึกษาหารือว่าควรจะทำอย่างไรในการเพิ่มข้อความ

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า แว่วว่าการเพิ่มข้อความของพล.ต.อ.ปิยะ เพื่อช่วยใครบางคน เป็นเรื่องไม่เหมาะสม อย่าทำให้ภาพลักษณ์ของกฎหมายดังกล่าวแย่ไปกว่านี้ จึงขอเสนอให้เดินหน้าการประชุมต่อ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. กมธ.ได้ประชุมกันเองในเรื่องนี้ แต่หาข้อสรุปเองไม่ได้ สุดท้ายจึงใช้วิธีให้พล.ต.อ.ปิยะเสนอกลางสภา ซึ่งรู้อยู่แล้วว่าทำไม่ได้ ทางที่ดีเดินหน้าประชุมต่อ โดยลงมติว่าจะเห็นด้วยกับที่กมธ.เสียงส่วนใหญ่เพิ่มทั้งมาตรา หรือให้ตัดออกทั้งมาตรา

เวลา 17.05 น. ประธานในที่ประชุมได้สั่งพักการประชุม 10 นาที เมื่อกลับเปิดประชุมอีกครั้ง พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร รองประธานกมธ. รักษาการประธานกมธ. แจ้งที่ประชุมว่า ขอให้กมธ.ได้ไปปรึกษาหารือกันอีกครั้งในช่วงเช้าวันที่ 4 ก.ค. เพื่อปรับถ้อยคำ นายพรเพชรจึงได้สั่งปิดประชุมเวลา 17.25 น. โดยกล่าวว่า วันนี้สมาชิกรัฐสภาเหนื่อยล้ามาทั้งวัน และปัญหาที่เกิดขึ้นให้กมธ.ไปดำเนินการ เพราะเป็นเรื่องของกมธ.

‘วิษณุ’คาดกม.ลูกทูลเกล้าฯ ก.ย.
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่… )พ.ศ…ที่กินระยะเวลานาน ว่า ที่ใช้เวลานานเพราะกฎหมายยาว 100 กว่ามาตรา มีการแก้ในชั้นกมธ.วิสามัญที่ผิดไปจากร่างเดิมจำนวนมาก สมาชิกรัฐสภาก็อยากฟังเหตุผล ประกอบกับเป็นการพิจารณาในรัฐสภาที่มีผู้ร่วมประชุม 750 คน ที่สามารถพูดได้ทั้งหมด การพิจารณาเลยยาว

เรื่องนี้จะไม่กระทบกับกฎหมายอื่น เพราะเป็นการประชุมของรัฐสภา จะกระทบเพียง พ.ร.ป.ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ได้พิจารณาแล้ว ไทม์ไลน์ของกฎหมายลูกจะพิจารณาในรัฐสภาแล้วเสร็จในเดือน ก.ค. จากนั้นส่งไปถามคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อีก 1 เดือนคือ ส.ค. หากไม่มีการทักท้วงอะไรมาก ภายในเดือน ก.ย.สามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯได้

ทร.เฮ-กลาโหมไฟเขียวซื้อโดรน
รายงานข่าวจากกระทรวงกลาโหม (กห.) เปิดเผยว่า พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้เซ็นอนุมัติซื้ออากาศยาน ไร้คนขับประจำฐานบินชายฝั่ง (UAV) หรือโดรนของกองทัพเรือ (ทร.) จาก บริษัท Elbit Systems Ltd. รัฐอิสราเอล รุ่น Hermes 900 จำนวน 7 ลำ มูลค่า 4,004,652,000.00 บาท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งได้รับการรับรองจากกรมบัญชีกลาง รอเพียงกองทัพเรือประกาศให้สาธารณะรับทราบ หลังจากนี้ พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) หรือผู้แทนจะเซ็นสัญญาจัดซื้ออย่างเป็นทางการต่อไป

ที่ผ่านมามี 5 บริษัท เข้ามายื่นข้อเสนอ และเปิดให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คือ ตุรกี จีน เสนอ ยูเอวี 3 ลำเท่ากัน ส่วนสหรัฐไม่ผ่านการพิจารณา ขณะที่จากอิสราเอล 2 คือ บริษัท IAI เสนอ ยูเอวี จำนวน 5 ลำ และบริษัท เอลบิท ซิสเต็ม เสนอ ยูเอวี 7 ลำ ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับเลือกจากกองทัพเรือ โดยกองทัพเรือยึดปัจจัยความคุ้มค่าและ เกิดประโยชน์กับกองทัพเรือสูงสุด มีคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต (คปท.) โดยกรมบัญชีกลางมอบให้องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) สังเกตการณ์ทุกขั้นตอน และส่งเรื่องมายังกระทรวงกลาโหม เป็นต้น

จ่อทำสัญญาบริษัทอิสราเอล
พล.ร.ท.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ ให้สัมภาษณ์ว่า กองทัพเรือได้ออกประกาศผู้ชนะการเสนอราคาจัดซื้ออากาศยานไร้คนขับ ประจำฐานบินชายฝั่ง หลังพล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ลงนามไปเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2565 ขณะนี้อยู่ระหว่างร่างสัญญา คาดว่าจะทำสัญญาภายใน 30 วัน

รายงานข่าวเปิดเผยว่า หลังกองทัพเรือ มีหนังสือเชิญชวนสำหรับซื้ออากาศยานไร้คนขับประจำฐานบินชายฝั่ง โดยวิธีคัดเลือก อากาศยานต่อสู้ (25.13.17.03) จำนวน 1 ระบบ ล่าสุดผู้ได้รับการคัดเลือก ได้แก่ บริษัท เอลบิท ซิสเต็ม โดยเสนอราคา เป็นเงินทั้งสิ้น 4,004,652,000.00 บาท เป็นราคายกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอื่น ค่าขนส่ง คำจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวง ลงนามเอกสารโดยพล.ร.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ประธานกรรมการบริหารโครงการจัดหาอากาศยานไร้คนขับประจำฐานบินชายฝั่ง

สำหรับบริษัท เอลบิท ซิสเต็ม เป็นบริษัทสัญชาติอิสราเอล และเป็นผู้ผลิตอากาศยานไร้คนขับยี่ห้อเฮอร์เมส ในรุ่นเฮอร์เมส 900 และเฮอร์เมส 450 ซึ่งข้อมูลในต่างประเทศนั้นระบุว่ากองทัพบกไทยมีโดรนรุ่นเฮอร์เมส 450 จำนวน 4 ลำ ประจำการอยู่ ที่กองพันบิน 21 กรมบิน ศูนย์การบินทหารบก จ.ลพบุรี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน