‘พิบูลสงคราม’เป็น‘ท่าราบ’ตร.สั่งเช็กเส้นทางปิกอัพ-ล่า โจ้แฉทอ.ขอซื้อเครื่องบินอีก เอฟ35เอไร้อาวุธ5.4พันล้าน

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ผบช.น.สั่งล่ามือแปะป้ายสะพานท่าราบ ทับชื่อสะพานพิบูลสงคราม เปิดกล้องวงจรปิดพบ 2 ชายผมสั้นเกรียนนั่งกระบะสีเข้มใช้เวลาลงมือแค่ 17 นาที ‘ชัยวุฒิ’ เมิน ธรรมนัส เตือนรัฐมนตรีปากดี บอกไม่รู้หมายถึงใคร ยอมรับสื่อสารสู้ ‘ชัชชาติ’ ไม่ได้ วิปรัฐบาลย้ำให้แค่ 4 วัน ไม่สนฝ่ายค้านซักฟอกไม่ครบ ขณะที่ ‘สุทิน’ ยื่นคำขาด 5 วันไม่รวมวันลงมติ เตือนรัฐบาลชิงปิดอภิปราย ฝ่ายค้านไม่ยอมแน่ เพื่อไทยโวข้อมูลรมต.ทุจริตเพียบ ‘บิ๊กตู่’ ร้องจ๊ากแน่ ข้องใจไทยไม่ส่งเอฟ-16 สกัดเครื่องบินรบเมียนมา ส.ส.โจ้แฉอีก ทอ.ของบปี 66 จัดซื้อ เอฟ-35 เอ ไร้อาวุธ 2 ลำ ลำละ 2.7 พันล้าน สูตรปาร์ตี้ลิสต์ส่อพลิก ปชป.ส่วนใหญ่ หันมาหนุนหารด้วย 500

ชัยวุฒิเมินผู้กองเตือนรมต.ปากดี
เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และรอง หัวหน้าพรรคพปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านว่า อะไรที่ไม่ถูกต้อง รัฐบาลต้องชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน เท่าที่ได้พูดคุยกับรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย มั่นใจทุกคนชี้แจงได้ เพราะรู้ว่าทำอะไรกันอยู่ เราไม่ได้ทำผิดกฎหมาย จะเซ็นเอกสารหรือขับเคลื่อนในเรื่องต่างๆ ก็มีการตรวจสอบอยู่แล้ว มีข้าราชการประจำมาดูทุกอย่างเพื่อให้ถูกต้องถึงทำกัน ยืนยันไม่มีเรื่องทุจริตผิดกฎหมาย ส่วนบางเรื่องที่แก้ไม่ได้จริง เราต้องชี้แจงทำความเข้าใจ เช่น เรื่องน้ำมันแพง ตนไม่มีประเด็นใดที่ไม่สบายใจ กังวลเพียงอย่างเดียวคือ บรรยากาศในการประชุม ขอให้ราบรื่นและเรียบร้อย ขอให้ฝ่ายค้านอภิปรายอย่างสร้างสรรค์มีข้อเท็จจริงก็พูดไป อย่าพูดใส่ร้ายหรือเสียดสีจนเกิดการประท้วง ขอให้ทำงานอย่างสร้างสรรค์

เมื่อถามว่ายังมั่นใจพรรคเล็กอยู่หรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องถาม คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ผู้สื่อข่าวถามถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ระบุในการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ อาจมีรัฐมนตรีบางคนได้คะแนนบ๊วยโดยเฉพาะรัฐมนตรีปากดี นายชัยวุฒิกล่าวว่า ตนก็ไม่รู้ว่าเขากล่าวถึงใคร ขอไม่พูดถึงดีกว่า

กันเอง – นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. รับประทานอาหารเที่ยงร่วมกับ 5 พนักงานฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะที่ได้รับคัดเลือกเป็นผู้มีความขยัน ตั้งใจทำงาน และมีจิตสาธารณะ ระหว่างลง พื้นที่ตามนโยบายผู้ว่าฯ สัญจร ที่เขตจตุจักร เมื่อวันที่ 3 ก.ค.

ยอมรับสื่อสารสู้‘ชัชชาติ’ไม่ได้
เมื่อถามว่ากระแสชัชชาติฟีเวอร์ จะทำให้การเมืองใหญ่ต้องขยับตามการทำงานของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. หรือไม่ นายชัยวุฒิกล่าวว่า ตนมองว่าไม่เกี่ยวกัน เราก็ทำงานของเราอยู่แล้ว แต่ต้องยอมรับว่านายกฯ คณะรัฐมนตรี (ครม.) รวมถึงศูนย์ราชการต่างๆ อาจประชาสัมพันธ์หรือสื่อสารไม่ได้เก่งเท่านายชัชชาติ เพราะเขาอาจชำนาญเรื่อง การสื่อสาร แต่เราจะปรับปรุงการประชา สัมพันธ์ให้ดีขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ว่ารัฐบาลได้ทำอะไรไปบ้าง เช่น การจัดระเบียบสายไฟสายสื่อสาร ซึ่งการนำสายไฟลงใต้ดินนั้นเป็นเรื่องของรัฐบาล และรัฐบาลทำมาตลอด แต่การจะให้ทำ 100 เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องใช้เวลา เพราะใช้งบประมาณมหาศาล ขณะเดียวกันถ้าประชาชนมีปัญหา หรือมีความเดือดร้อนในเรื่องต่างๆ ขอให้ติดต่อผ่านช่องทางต่างๆ ที่เรามี เราจะได้ลงไปดูแล แต่ต้องยอมรับว่ารัฐบาลอาจประชาสัมพันธ์สู้นายชัชชาติไม่ได้

ชี้ไร้ปัญหาฝ่ายค้านถลกไม่ครบ
นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรค พปชร. ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์กรณีนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ยืนยันว่าให้เวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ มาตรา 151 เพียง 4 วัน จะไม่สามารถอภิปรายรัฐมนตรีได้ครบ และจะถือเป็นการผิดข้อบังคับการประชุมสภา อย่างนี้รัฐบาลจะมีปัญหาหรือไม่ว่า รัฐบาลไม่ได้มีปัญหา แล้วแต่นายสุทินจะว่าอย่างไรก็ว่าไป เอาที่สบายใจ ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวอยู่ที่ประธานสภาที่ควบคุมการประชุม

ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลยืนยันว่าจะให้วันฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจ 4 วัน ใช่หรือไม่ นายนิโรธกล่าวว่า ตนอยากให้เวลาฝ่ายค้านอภิปราย 3 วันด้วยซ้ำ แต่รัฐบาลเห็นว่าเหมาะสม อภิปราย 4 วัน ลงมติวันที่ 5 ทั้งนี้ ในวันพุธที่ 6 ก.ค.จะมีการพูดคุยเรื่องกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจกัน

วิปไม่หวั่นกลยุทธ์ 3 ดาบ
เมื่อถามว่ากังวลที่ฝ่ายค้านระบุมีทีเด็ดเช็กบิลรัฐมนตรี จะวางกลยุทธ์ 3 ดาบ ฟันรัฐมนตรีดิ้นไม่หลุด รัฐบาลต้องเตรียมรับมือกลยุทธ์นี้อย่างไร นายนิโรธกล่าวว่า “ของเราวางแน่นหมดแล้ว ดาบอะไรก็ไม่รู้ ดาบพู่ดาบแซ่ เอาเถอะพวกชอบชักดาบ ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร พวกชอบชักดาบก็ชักดาบไป”

ผู้สื่อข่าวถามว่าต้องมีการพูดคุยกับกลุ่มของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ในฐานะหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทยและพรรคเล็กหรือไม่ เพราะดูกลุ่มนี้ยังคงเป็นสะวิงโหวต นายนิโรธกล่าวว่า ไม่มีความเห็น

เย้ยฝ่ายค้านเกาะกระแส-ไร้หลักฐาน
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีพรรค ก้าวไกลระบุมีข้อมูลอภิปรายไม่ไว้วางใจ และมีประเด็นใหม่เพิ่มขึ้นมา เช่น การรุกล้ำน่านฟ้าจากเมียนมา และท่าทีของไทยที่ตอบสนองในเรื่องนี้ เป็นมิตรมากกว่าจะปกป้องประชาชนว่า หากฝ่ายค้านจะโหมโรงเรียกร้องความสนใจก็โหมโรงไป แต่ต้องอยู่บนความพอเหมาะพอดี บางเรื่องเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หากไม่รู้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริง ก็ควรอยู่เงียบๆ จะดีกว่า ไม่ใช่โยงทุกเรื่องให้เป็นการเมืองไปหมด ไม่สนว่าประเทศจะเสียหาย แบบนั้นใช้ไม่ได้ การที่ฝ่ายค้านหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพูด เท่ากับยอมรับว่า ข้อมูลหลักฐาน หรือข้อเท็จจริงที่อ้างว่าเป็นไม้เด็ด อาจไม่มีอยู่จริง พอเจอเรื่องที่เป็น กระแส จึงรีบกระโดดเข้าใส่ ผสมโรงไปด้วยถือว่าน่าผิดหวัง

“เมื่อฝ่ายค้านบอกว่ามีข้อมูลของรัฐมนตรีเกี่ยวกับเรื่องทุจริต เอื้อประโยชน์ให้แก่พวกพ้อง ก็ควรนำมาแสดงด้วย อย่าอภิปรายลอยๆ หรือเอาเรื่องในอดีตมาปนกับเรื่องในปัจจุบันโดยไม่ตรวจสอบ ไม่เช่นนั้นคนที่จะทำผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงก็คือฝ่ายค้าน การอภิปรายครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว อยากขอให้สร้างผลงานให้ประชาชนได้จดจำบ้างว่า ฝ่ายค้านทำหน้าที่อะไรในสภา เพื่อลบภาพจำที่พรรคก้าวไกล มักไปร่วมกับม็อบ จนไม่สนใจงานในสภา เหมือนที่ผ่านมา” นายธนกรกล่าว

ปชป.ยันกรอบเวลาต้องเป็นธรรม
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน โจมตีรัฐบาลขี้เหนียวเรื่องกรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ ด้อยค่าการตรวจสอบ หวาดกลัวการชี้แจงว่า นายกฯ และรัฐมนตรีทุกคนพร้อมชี้แจงอยู่แล้ว ไม่มีใครคิดด้อยค่าการตรวจสอบ หรือด้อยค่าองค์กรของตนเอง รัฐบาลอยู่มา 3 ปีแล้ว คงไม่มีรัฐมนตรีคนไหนกลัวการตรวจสอบ ส่วนเรื่องเวลา ฝ่ายรัฐบาลเห็นว่า 4 วันเหมาะสมที่สุด ฝ่ายค้านเห็นว่า 5 วัน ก็ต้องพูดคุยกัน

นายราเมศกล่าวว่า ในวันที่ 6 ก.ค.นี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ได้นัดประชุมวิป 3 ฝ่ายทั้งวิปฝ่ายค้าน วิปฝ่ายรัฐบาล และครม. เพื่อพูดคุยเรื่องกรอบเวลาอภิปราย จะเอาเวลาตามอำเภอใจของฝ่ายค้านฝ่ายเดียวคงไม่ได้ เพราะนายกฯ และรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายก็จำเป็นต้องใช้เวลาชี้แจงอธิบายข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านอย่างเท่าเทียม และเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร การที่นายสุทินยกข้อบังคับมาบางส่วนว่าต้องอภิปรายรัฐมนตรีให้ครบตามญัตติ ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่รัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ก็ต้องมีเวลาชี้แจงให้ครบทุกประเด็นที่ถูกกล่าวหาเช่นกัน หากฝ่ายค้านได้เวลามากกว่า ก็จะไม่เป็นธรรมกับรัฐมนตรี

จ่อพลิกโหวต-หนุนสูตรหาร 500
นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส. ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง กล่าวว่า ตนในฐานะกมธ.เสียงข้างน้อย ได้สงวนความเห็นในร่างพ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ที่ให้การคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อใช้วิธีหารด้วย 500 ซึ่งจากการพูดคุยกับส.ส.พรรค ปรากฏว่ามีบางส่วนต้องการให้พรรคพิจารณาลงมติโดยใช้วิธีหารด้วย 500 ดังนั้น ตนจะเสนอที่ประชุมพรรคพิจารณาลงมติให้ใช้วิธีหาร 500

นายอัครเดชกล่าวต่อว่า เหตุผลที่ให้ใช้วิธีหารด้วย 500 เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ให้มี ส.ส.พึงมี และในมาตรา 93 และ 94 ก็ยังคงมี ส.ส.พึงมีอยู่ ดังนั้น การจะแก้ไขกฎหมาย แล้วมาล้มล้างเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง รวมทั้งการใช้วิธีหารด้วย 500 ถือเป็นการสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชน สะท้อนความเป็นประชาธิปไตยมากกว่าระบบคู่ขนานที่จะนำมาคำนวณแยกกัน

“จากที่คุยกับ ส.ส.ในพรรค หลายคนมีความเห็นในทางเดียวกัน และน่าจะเป็นเสียงส่วนใหญ่ที่ต้องการให้พรรคใช้สูตรหารด้วย 500 ดังนั้น จะต้องไปหารือและชี้แจงพรรค เพื่อลงมติว่าจะเอาแบบไหน” นายอัครเดชกล่าว

จ๊ากแน่ – นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงความพร้อมศึกซักฟอกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ยันมีข้อมูลเพียบ ชนิดที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ต้องร้องจ๊าก ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 3 ก.ค.

พท.ลั่นข้อมูลแน่น-‘ตู่’ร้องจ๊ากแน่
ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรค พท. แถลงถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า ขณะนี้คนที่ติดโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนมีจำนวนมาก แต่ไม่มียาที่ดีใช้รักษา แต่พอนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ป่วย มีการให้ยาโมลนูพิราเวียร์ ที่เป็นยารักษาโควิด-19 ที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งไม่มีขายในไทย และนายอนุทิน ไม่เข้าหลักเกณฑ์ 608 เพราะมีสุขภาพแข็งแรงดี จึงเกิดคำถามว่า ทำไมไม่สั่งยาตัวนี้เข้ามารักษาประชาชน แม้แต่ยาฟาวิพิราเวียร์ยังหายาก นี่คือความล้มเหลวของผอ.ศบค. ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.ศบค. ต้องเตรียมตัวให้ดี เนื่องจากบริหารจัดการเรื่องโควิด-19 ล้มเหลวสิ้นเชิง ยาดีมีให้เฉพาะนักการเมืองใหญ่หรือไม่ คนมีเงินจะซื้อก็ไม่มีขาย

นายยุทธพงศ์กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีเรื่องเครื่องบินรบ MIG 29 ของเมียนมา รุกล้ำเข้ามาน่านฟ้าไทย ในพื้นที่ อ.พบพระ จ.ตาก เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. โดยใช้เวลา 15 นาที ทำให้ประชาชนต้องอพยพลี้ภัยเร่งด่วน แต่นายกฯ บอกไม่มีอะไรเกิดขึ้น เครื่องบินรบดังกล่าวแค่มาตีวงเลี้ยว ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ทั้งที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะการรุกล้ำน่านฟ้าไทย เป็นการรุกล้ำอธิปไตยประเทศ ขนาดพล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผบ.ทอ. ยังบอกว่าเดือด ตนจึงเกิดข้อกังขาว่าเหตุใดไม่รีบนำ F-16 ขึ้นไปสกัดกั้น ดังนั้น การอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะเป็นของจริง พล.อ.ประยุทธ์ จะร้องจ๊าก ว่า ทำไมการอภิปรายครั้งนี้หนัก ซึ่งพท.มีข้อมูลพร้อมถึงความล้มเหลวการบริหารราชการแผ่นดิน การทุจริต และปล่อยให้รัฐมนตรีทุจริตเต็มไปหมด

ซัดทอ.ซื้อเอฟ-35 เอไร้อาวุธ
นายยุทธพงศ์กล่าวต่อว่า เมื่อปี 2563 พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผบ.ทอ. ขณะนั้นได้ของบ 940 ล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการจัดซื้อระบบการป้องกันภัยทางอากาศระยะใกล้ หรือระบบ GBAD พร้อมอุปกรณ์ เพื่อประจำบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งสภาอนุมัติแล้ว แต่ต่อมาสมัยพล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ เป็นผบ.ทอ. ได้เข้ามารื้อโครงการและแก้ไขทีโออาร์ โดยตัดแนวทางการจัดหา จัดซื้อ และพัฒนา รวมถึงยังเปลี่ยนจากวิธีการคัดเลือก โดยให้บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญแข่งขันกันมาเป็นวิธีเฉพาะเจาะจง สุดท้ายดำเนินการไม่ได้ เพราะผิดทีโออาร์ และผิดวัตถุประสงค์ที่มีการของบซื้อจากสภา ทำให้แทนที่ประเทศไทยจะมีระบบ GBAD แต่สุดท้ายโครงการนี้ต้องพับไป

“แสดงให้เห็นว่ากองทัพอากาศใช้เงินไม่เป็น ไม่มีประสิทธิภาพ ของบได้แล้วแต่จัดซื้อไม่ได้ ส่วนในปีงบประมาณ 2566 กองทัพอากาศของบ 36,113 ล้านบาท โดยจะขอซื้อเครื่องบินขับไล่ F-35 A ซึ่งซื้อเฉพาะเครื่องบินเปล่าไม่มีอาวุธลำละ 78 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2,700 ล้านบาท โดยปีนี้ขอซื้อ 2 ลำ จากทั้งหมดขอซื้อไว้ 8 ลำ ทั้งนี้ วันที่ 18 ก.ค.นี้ งบกระทรวงกลาโหมทั้งหมดจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบ ประมาณ 2566 ซึ่งจะต้องซักถามกับ ผบ.ทอ. ถึงกรณีเครื่องบินรบที่บินรุกล้ำเข้ามา เพราะทำให้ประเทศเราเสียหาย เสียเกียรติภูมิ” นายยุทธพงศ์กล่าว

ฝ่ายค้านยื่นคำขาดซักฟอก 5 วัน
นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงวิปรัฐบาลยืนยันให้เวลาฝ่ายค้านอภิปราย 4 วัน ไม่รวมวันลงมติว่า ฝ่ายค้านยืนยันต้องได้วันอภิปราย 5 วัน ไม่รวมวันลงมติอีก 1 วัน รวม 6 วัน หากเริ่มวันที่ 19 ก.ค. อภิปรายถึงวันที่ 23 ก.ค. และลงมติวันที่ 24 ก.ค. หลังจากนี้ต้องไปตกลงในที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายคือ ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และครม. วันที่ 6 ก.ค. เพื่อตกลงกรอบเวลาอภิปรายให้ชัดเจน ฝ่ายค้านยืนยันต้องได้ 5 วันไม่รวมวันลงมติ หากฝ่ายรัฐบาลจะหักคอฝ่ายค้านในที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย ให้แค่ 4 วันก็ไม่เป็นไร ฝ่ายค้านไม่ตกลงด้วย

“ถ้าถึงวันอภิปราย หากครบ 4 วันเมื่อไร แล้วฝ่ายค้านยังอภิปรายรัฐมนตรีไม่ครบ 11 คน ปิดอภิปรายไม่ได้เพราะผิดข้อบังคับการประชุมสภา ที่ระบุให้การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีต้องอภิปรายให้ครบทุกคน จึงปิดอภิปรายได้ ถ้า 4 วัน ยังไม่ครบ วันรุ่งขึ้นก็ลงมติไม่ได้ ต้องอภิปรายต่ออีก 1 วันให้ครบก่อน และรัฐบาลไม่ต้องห่วงฝ่ายค้านจะอภิปราย วกวนซ้ำซาก รัฐบาลอย่ากังวลมากไป ถ้าไม่มีเหตุผล จะกลัวอะไรนักหนา ทั้งนี้ หากครบ 4 วันแล้ว ยังอภิปรายรัฐมนตรีไม่ครบ 11 คน แต่รัฐบาลชิงปิดอภิปราย ฝ่ายค้านไม่ยอมแน่” นายสุทินกล่าว

สำรวจ – นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย พร้อมทีมโฆษกพรรค ลงพื้นที่ตลาดบางเขน เพื่อพูดคุยและฟังปัญหาจากพ่อค้าแม่ค้า ประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้า ที่สะท้อนปัญหาราคาสินค้าแพง พร้อมเรียกร้องให้ปรับค่าแรง เพื่อสอดรับกับราคาสินค้า ที่ตลาดบางเขน กทม.

สอท.รอจังหวะเปิดตัว‘สมคิด’
เมื่อเวลา 10.35 น. ที่ตลาดบางเขน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเปิดตัว นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ เป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคว่า พรรคมีขั้นตอนการทำงาน ซึ่งการเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ จะดูจังหวะเวลา และสถานการณ์ทางการเมืองเป็นองค์ประกอบ ยืนยันว่าพรรคมีความพร้อม ทั้งบุคลากร นโยบายและวิธีการทำงานต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง โดยการลงพื้นที่วันนี้เพื่อส่งสัญญาณว่าเราพร้อม และมีวิธีแก้ปัญหาให้ประชาชน

ไม่หวั่น‘ชัชชาติฟีเวอร์’
ผู้สื่อข่าวถามว่าจากปรากฏการณ์ ชัชชาติฟีเวอร์ จะทำให้พรรคการเมืองต้องเริ่มขยับตัวลงพื้นที่ทำงานเชิงรุกมากขึ้นหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า มองว่าเป็นมิติใหม่ทางการเมือง ที่มีการเปลี่ยนแปลงและนำเสนอสิ่งใหม่ๆ ให้โอกาสประชาชนได้ตัดสินใจ โดยการลงพื้นที่ของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เป็นมิติที่น่าสนใจ เป็นสิ่งที่สร้างสรรค์ทางการเมือง และเป็นสิ่งที่ดี

เมื่อถามว่าการดำเนินงานของนาย ชัชชาติ อาจทำให้พรรคการเมืองต้องกังวลมากขึ้นหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า คงไม่ถึงกับกังวลใจ แต่เป็นมิติหนึ่งที่แต่ละพรรคต้องมาพิจารณาในการดำเนินงานทางการเมือง ซึ่งรูปแบบการทำงานของแต่ละพรรคอาจแตกต่างกัน แต่ถ้าทำเพื่อประชาชน ทุกพรรคต้องนำเสนอการทำงานให้ประชาชนในรูปแบบที่แต่ละพรรคถนัด

กมธ.นัดถกทางออกพรบ.ตำรวจ
นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณา ร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ… รัฐสภา เปิดเผยว่า วันที่ 4 ก.ค. กมธ.ที่มีพล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ส.ว. เป็นรองประธานกมธ. ทำหน้าที่ประธานกมธ. นัดประชุมเพื่อหารือต่อประเด็นการเสนอแก้ไขมาตรา 169/1 เกี่บวกับ ของร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ตามที่เสนอไว้ต่อที่ประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ยอมรับว่ามีประเด็นที่ต้องทำให้ยุติการประชุม ก่อนจะพิจารณาทั้งฉบับเสร็จตามข้อตกลง เนื่องจากการเสนอแก้ไขเนื้อหามาตราดังกล่าว พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รองผบ.ตร. ในฐานะกมธ.นั้น ยังไม่เป็นข้อยุติของกมธ. ทั้งนี้ เนื้อหาที่เสนอไม่ใช่ประเด็นปัญหา แต่สิ่งที่ถูกโต้แย้งคือ วิธีการเสนอ เนื่องจากการเสนอของ พล.ต.อ.ปิยะ เท่ากับเพิ่มมาตราขึ้นใหม่ แต่ไม่พบการขอสงวนคำแปรญัตติไว้ อีกทั้งข้อเสนอยังไม่ใช่มติของที่ประชุมกมธ.

เมื่อถามว่าข้อเสนอที่ยังไม่ผ่านกมธ. และถูกเสนอโดยเร่งด่วนในที่ประชุม มีใบสั่งจากไหนหรือไม่ นายคำนูณกล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ยอมรับว่าข้อเสนอนั้น เป็นการรับข้อเสนอจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ในฐานะผู้ปฏิบัติงาน ทั้งนี้ สิ่งที่ที่ประชุมรัฐสภาถกเถียง คือวิธีการเสนอว่าทำได้หรือไม่อย่างไร โดยมีผู้มองว่า หากจะแก้ไขเนื้อหา ต้องถอนร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวออกไปก่อน และเสนอกลับมาใหม่ ขณะเดียวกันมีผู้ไม่เห็นด้วย เพราะการเสนอกลับมาที่ประชุมรัฐสภาอีกครั้ง อาจต้องต่อท้ายร่างกฎหมายหลายฉบับ ดังนั้น กมธ.จึงขอหารือนอกรอบอีกครั้ง และวันที่ 5 ก.ค.นี้ จะเสนอทางออกต่อที่ประชุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบทบัญญัติที่พล.ต.อ.ปิยะเสนอเนื้อหา ในคราวพิจารณามาตรา 169/1 ใช้ถ้อยคำว่า “ในวาระเริ่มแรกภายใน 180 วัน นับตั้งแต่วันที่พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ การคัดเลือกหรือการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่ง ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ใช้บังคับอยู่ ในวันก่อนวันที่พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ ในกรณีที่ไม่อาจนำหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขมาใช้บังคับได้ตามวรรคหนึ่ง ก็จะดำเนินการประการใดให้เป็นไปตามที่ ก.ตร. กำหนด ซึ่งต้องไม่ขัดหรือแย้งกับ พ.ร.บ.นี้”

มือเปลี่ยนป้าย – วงจรปิดจับภาพปิกอัพต้องสงสัยขับวนเวียนไปมา ก่อนมีชายฉกรรจ์ 2 คน ตัดผมสั้น นำป้ายสะพานท่าราบปิดทับชื่อสะพานพิบูลสงคราม ช่วงเวลาเที่ยงคืนครึ่ง วันที่ 30 มิ.ย. ย่างเข้าวันที่ 1 ก.ค. บช.น.เร่งล่าตัวแล้ว

ผบช.น.สั่งล่าตัวมือปิดป้ายท่าราบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าในการติดตามตัวมือมืดที่นำป้ายสะพานท่าราบ มาปิดทับป้ายบอกชื่อ สะพานพิบูลสงคราม ถ.ประชาราษฎร์สาย 1 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ ก่อนที่ เจ้าหน้าที่ศูนย์ก่อสร้างและบูรณะ สำนักการโยธาของ กทม. จะดำเนินการรื้อถอนป้ายออกจากสถานที่เกิดเหตุจำนวน 4 ป้าย และนำมามอบให้ สน.บางโพ เก็บรักษาไว้เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น พ.ต.อ.ศักดิเดช กัมพลานุวงศ์ ผกก.สน.บางโพ เปิดเผยว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สน.บางโพ อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน เช่น ภาพกล้องวงจรปิดเพื่อพิสูจน์ทราบตัว ผู้ก่อเหตุ ทั้งนี้ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. ได้สั่งการให้เร่งรัดตรวจสอบกรณีที่เกิดขึ้นโดยเร็ว ซึ่งทาง สน.บางโพ ได้ประสานกับชุดสืบสวน บก.น.1 เพื่อเร่งตรวจสอบข้อมูลพยานหลักฐานและติดตามรายละเอียดข้อมูลผู้ก่อเหตุ

พบ 2 ชายหัวเกรียนลงมือ 17 นาที
รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนที่รับผิดชอบ ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าว จนทราบว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุอยู่ระหว่างคืนวันที่ 30 มิ.ย. ต่อเนื่องวันที่ 1 ก.ค. โดยมีชาย 2 คน ผมสั้นเกรียน ใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า สวมเสื้อคลุมแขนยาว ขับรถกระบะสีเลือดหมู มุ่งหน้ามาจากถนนสามเสน ผ่านแยกเกียกกายมาบริเวณ ดังกล่าว ก่อนนำป้าย 4 แผ่นติดบริเวณ ดังกล่าว โดยใช้เวลาประมาณ 17 นาที เนื่องจากออกไปช่วงเวลา 00.22 น.

ก่อนจะออกจากบริเวณดังกล่าวได้ใช้เส้นทางกลับรถไปยังถนนสามเสน ตรงมาเลี้ยวซ้ายแยกบางกระบือ ขับวนไปวนมา 3 รอบก่อนลงมือ กระทั่งตรวจสอบพบว่าใช้เส้นทางถนนสวรรคโลกแล้วหายไปจากบริเวณดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยังมีการตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ป้ายดังกล่าวมีการจัดทำมาค่อนข้างดี เนื่องจากขนาดพอดีกับป้ายชื่อสะพาน เหมือนวัดขนาดมาเป็นอย่างดี และตั้งใจจะให้ติดอยู่บริเวณสะพานดังกล่าวแบบถาวรโดยใช้กาวร้อนติดทับ

ทวงคืน – กลุ่มคณะหลอมรวมประชาชน นำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่ม นปช. จัดเวทีเสวนาสาธารณะอภิปราย “ประเทศต้องมาก่อน” ตอนทวงคืนพลังงานให้ประชาชน มีผู้ร่วมชุมนุมแน่นลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกทม. เมื่อ 3 ก.ค.

ลานคนเมืองคึก-ทวงคืนพลังงาน
เมื่อเวลา 16.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณลานคนเมือง เสาชิงช้า คณะหลอมรวมประชาชน นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จัดกิจกรรมเสวนาสาธารณะ:ประเทศต้องมาก่อน ตอน ทวงคืนพลังงานให้ประชาชน โดยประชาชนทยอยเข้าจับจองพื้นที่ เพื่อฟังเสวนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก บก.น.1 และสน.สำราษราษฎร์ พร้อมเจ้าหน้าที่เทศกิจ ร่วมดูแลรักษาความปลอดภัยพื้นที่จัดกิจกรรม และพื้นที่โดยรอบ มีการติดตั้งเครื่องสแกนตรวจอาวุธบริเวณทางเข้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แกนนำได้สลับกันขึ้นปราศรัย พร้อมเรียกร้องทวงคืนทรัพยากรให้กับประชาชน และวิกฤตราคาพลังงานกับการบริหารที่ล้มเหลวของรัฐบาล ก่อนจะปิดเวทีในเวลา 21.00 น.

ม็อบต้าน 112 โผล่ร่วม
อย่างไรก็ตาม ในช่วงก่อนเปิดเวที ได้มีกลุ่มนาฏศิลป์ปฏิวัติ นำโดยน.ส.กัลป์ยมน สุนันท์รัตน์ มายืนชูป้าย “ปล่อยนักโทษการเมือง ยกเลิก 112” ภายในพื้นที่จัดกิจกรรม ทำให้คณะผู้จัดงาน พร้อม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องเข้ามาเจรจา ขอให้ไปแสดงออกนอกพื้นที่ เนื่องจากวันนี้เป็นการทวงคืนพลังงาน แต่น.ส.กัลป์ยมน ปฏิเสธ อ้างว่าการชุมนุมวันนี้เป็นการรวมกลุ่มทุกกลุ่ม เพื่อเรียกร้องทวงคืนพลังงาน ประเด็น 112 ก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหานี้ จึงเป็นสิทธิที่พวกตนจะแสดงออกในพื้นที่จัดกิจกรรม

ด้านพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้มาสังเกตการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เราอยากให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎหมาย อย่าฝ่าฝืน ส่วนการจัดพื้นที่รองรับจะช่วยลดภาพความรุนแรงได้หรือไม่นั้น รองโฆษกตร. กล่าวว่า ผู้ที่เรียกร้องทางการเมืองมีประเด็นชัดเจนอยู่แล้ว แต่ผู้ที่มีเจตนาก่อความรุนแรง เขาไม่มีเจตนาเรียกร้องอะไรอยู่แล้ว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ต้องดำเนนการไม่ให้เกิดปัญหาความไม่ปลอดภัยต่อประชาชน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน